‘House of the Dragon’ : EP 10 เมื่อเพลิงแห่งความแค้นถูกจุด และโศกนาฏกรรมแห่งสงครามได้อุบัติขึ้นแล้ว! (สปอยล์แรง)

คำเตือน : บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาใน ‘House of the Dragon’ : EP 10 !!!

จากที่ยึดมั่นในสันติภาพจึงพยายามเลี่ยงสงคราม และการเผชิญหน้ามาตลอด แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ราชินีเรนีราไม่อาจจะทานทนต่อไปได้ สงครามที่พยายามหลบเลี่ยงมาตลอดจึงต้องอุบัติขึ้น 2 ศพแรกได้จุดชนวนของมหาสงครามขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อย เราได้แต่รอคอยว่าในซีซัน 2 สงครามมังกรเริงระบำ (The Dance of the Dragon) จะระเบิดขึ้นต่อเนื่องเช่นไร ความสยดสยองที่เห็นกันไปในเบื้องต้นใน EP 10 นี้คงพอจะคาดเดาได้ว่าสงครามครั้งนี้ “ไร้ความปราณี” อย่างแน่นอน

เมื่อ ท่านหญิงเรนิส : อีฟ เบสต์ (Eve Best) มาแจ้งข่าวร้ายถึงการสวรรคตของ กษัตริย์วิเซริส : แพดดี คอนซิดีน (Paddy Considine) และการสถาปนาเจ้าชายเอกอนที่ 2 : ทอม กลินน์-คาร์นีย์ (Tom Glynn-Carney) ขึ้นเป็นกษัตริย์โดยการหนุนหลังของราชินีอลิเซนต์ : โอลิเวีย คุก (Olivia Cooke)ให้ทราบถึงดรากอนสโตน เจ้าหญิงเรนีรา: เอมมา ดาร์ชี (Emma D’Arcy) ที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่ 6 ถึงกับสะเทือนใจจนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น จนทำให้พระองค์คลอดก่อนกำหนดเพราะทารกน้อยตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์เนื่องจากร่างกายพัฒนาการไม่สมบูรณ์ ประกอบกับข่าวร้ายที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยายามตั้งสติหาทางออกของความขัดแย้งนี้โดยหลีกเลี่ยงการปะทะกันให้ได้มากที่สุด

สวมมงกุฎเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของพระบิดาในการขึ้นครองบัลลังก์

เซอร์ เออริค คาร์กิลล์ ราชองครักษ์ผู้ภักดีได้นำมงกุฎของกษัตริย์วิเซริสมาถวายให้เจ้าหญิงเรนีราถึงดรากอนสโตนพร้อมประกาศถึงความจงรักภักดี และยอมรับในตัวเจ้าหญิงเรนีราที่จะขึ้นเป็นราชินีสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระบิดา ฉากนี้ทำให้เราเห็นถึงการกระทำของเจ้าชายเดมอน : แมท สมิธ (Matt Smith) ที่กำลังสวมมงกุฎให้ราชินีองค์ใหม่อย่างยินดีและให้เกียรติ ส่งให้เห็นถึงภายในจิตใจของเขาที่ยอมรับความเป็นราชินีในตัวภรรยาอย่างสิ้นข้อกังขาใด ๆ และจะคอยเคียงข้างพระองค์เพื่อต่อสู้และชิงบัลลังก์คืนมาจากคณะเขียว รวมถึงการมาของลอร์ด คอร์ลิส เวลาเรียน : สตีฟ ทูซอน (Steve Toussaint) ที่หายจากอาการบาดเจ็บ และมาแสดงความภักดีกับราชินีองค์ใหม่ถึงดรากอนสโตน และกล่าวให้ราชินีอุ่นใจได้เลยว่ากองเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำนี้จะยืนหยัดและหนุนหลังให้พระองค์อย่างแน่นอน

ส่งเจ้าชายน้อยทั้ง 2 ออกไปหาพันธมิตร

ราชินีเรนีราได้ส่งพระโอรสทั้งสองพระองค์ออกไปหาพัธมิตรเก่าแก่ย้ำเตือนถึงคำมั่นว่าจะภักดีต่อราชบัลลังก์ของราชินีตัวจริง ส่งเจ้าชายเจเซริส ‘เจซ’ เวลาเรียน : แฮร์รี่ คอลเล็ตต์ (Harry Collett) บุตรชายคนโต ที่พระองค์แต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์คนต่อไป ออกไปหาท่านหญิงเจย์น อาร์ริน ญาติของราชินีเอมมาผู้เป็นมารดาของพระองค์ และขึ้นเหนือไปยังวินเทอร์เฟลเพื่อเจรจากับ ลอร์ดครีเกน สตาร์ก เพื่อขอการสนับสนุนจากแดนเหนือ ส่วนเจ้าชายลูเซริส ‘ลุค’ เวลาเรียน : เอลเลียต กรีฮอลท์ (Elliot Grihault)นั้นถูกส่งลงใต้ไปที่สตอร์มเอนด์ ถามหาความภักดีจากลอร์ดบารอส บาราเธียน และการเดินทางของเจ้าชายลุคในครั้งนี้คือการเดินทางครั้งสุดท้ายของเขาและอาร์แร็กซ์ มังกรหนุ่มคู่ใจ ช่างน่าเศร้าจริง ๆ 

การเดินทางครั้งสุดท้าย จุดจบของเจ้าชายน้อย

โศกนาฎกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าชายลุคได้พยายามหนีออกมาจากสตอร์มเอนด์ หลังจากพบว่าพระองค์ไปช้ากว่าเจ้าชายเอมอนด์ ทาร์แกเรียน : อีวาน มิตเชลล์ (Ewan Mitchell) น้องชายของกษัตริย์เอกอนที่ 2 ซึ่งมายื่นข้อเสนอว่าจะแต่งงานกับลูกสาวคนหนึ่งของลอร์ดบารอส และจะรับรองให้เป็นมหามิตรของคิงส์แลนดิงที่อยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์เอกอนที่ 2 ทั้งสองคนปะทะคามรมกันโดยเจ้าชายเอมอนด์นั้นเปิดผ้าปิดตาข้างที่บอดออกและให้เจ้าชายลุคควักลูกตาของตัวเองชดใช้การกระทำแต่หนหลัง แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปสู่การปะทะกัน ลอร์ดบารอสได้ออกตัวห้ามศึกเสียก่อนจึงทำให้เจ้าชายลุครีบขี่เจ้าอาร์แร็กซ์ มังกรคู่ใจออกจากที่นั่นทันที แต่เจ้าชายเอมอนด์ก็รีบขี่เวห์การ์มังกรที่ขโมยเขามาตามไปป่วนเจ้าชายลุคถึงบนฟ้า

ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ด้วยขนาดของเวห์การ์ที่ใหญ่โตกว่ามาก จึงทำให้เจ้าอาร์แร็กซ์ที่โดนบินไล่กวดจนแทบจะเสียสตินั้นยิ่งสติแตกเข้าไปใหญ่ (จริง ๆ อาร์แร็กซ์เริ่มตื่นตกใจตั้งแต่มาถึงสตอร์มเอนด์แล้ว เพราะเห็นเวห์การ์มังกรยักษ์ที่ขนาดใหญ่กว่าตัวเองมากนอนอยู่หน้าปราสาท) ด้วยความคล่องตัวกว่ามันจึงพาเจ้าชายลุคบินหนีลงไปในช่องเขาเล็ก ๆ ที่เวห์การ์ซึ่งตัวใหญ่กว่ามากบินตามลงไปไม่ได้ แต่ด้วยความห้าว และดื้อตามประสามังกรวัยรุ่น จึงทำให้มันไม่เชื่อคำสั่งเจ้าชายลุคที่ให้หนี พอได้จังหวะที่ดี มันกลับบินสวนขึ้นไปพ่นไฟใส่เวห์การ์ ซึ่งกำลังจะบินหันหลังกลับไปอยู่แล้ว ทำให้เวห์การ์บินไล่ล่าอาร์แร็กซ์อย่างบ้าคลั่งโดยไม่ฟังคำสั่งของเอมอนด์ และสุดท้ายเวห์การ์ก็ได้ขย้ำทั้งเจ้าชายลุค และอาร์แร็กซ์ตายกลางท้องฟ้า โดยเจ้าชายเอมอนด์ได้แต่นั่งมองซากร่างของทั้ง 2 ร่วงหล่นจากฟ้าอยู่บนหลังเจ้าเวห์การ์แบบโคตรช็อกสุดขีด เพราะตนก็ไม่ได้หมายชีวิตฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย แต่มังกรไม่ฟังคำสั่งของเขาต่างหาก “สงครามมังกรเริงระบำ” (The Dance of the Dragon) ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย…!

ราชินีดำประกาศสงคราม

หลังจากเจ้าชายเดมอนแจ้งข่าวร้าย ราชินีเรนีราก็ได้เปลี่ยนท่าทีไปอย่างสิ้นเชิง และซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เราจะได้เห็นกันในซีซีน 2 ซึ่งทาง HBO ได้ประกาศว่ากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะได้ดูมหาสงครามมังกรเริงระบำกันต่อในปี 2024 ซึ่ง จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน (George R. R. Martin) เคยประกาศเอาไว้ว่า ซีรีส์ชุดนี้จะมีด้วยกันทั้งหมด 4 ซีซันด้วยกัน ซึ่งแฟน ๆ ต่างรอคอยกันว่าเนื้อหาในหนังสือจะถูกถ่ายทอดลงมาบนจอทีวีได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ถูกใจแฟน ๆ หรือไม่ แต่ถ้าดูจากทั้งหมดของซีซันแรกที่เพิ่งจะจบไปนั้น บอกได้เลยว่าแฟน ๆ ไม่มีทางผิดหวังแน่นอน เราจะตามข่าวของโปรเจกต์นี้อย่างใกล้ชิด และจะนำมาเสนอให้แฟน ๆ ได้รับทราบกันต่อไป

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก