สื่อต่างชนิดกันก็เป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันได้เสมอ เช่นเดียวกับ วงการหนัง และวงการเพลงที่คงแยกกันไม่ขาด ถ้ามีเพลงที่ช่วยให้เกิดบทหนังดี ๆ ได้ ก็มีหนังดี ๆ ที่กลายมาเป็นเอ็มวีโดนใจอยู่เหมือนกัน วันนี้ ถอยหนังลง Song จะเลือกเอา อันดับเอ็มวีสุดเจ๋งที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังกันครับ มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. Michael Jackson – Thriller (1983)

แรงบันดาลใจ: Night of the Living Dead (1968) และ An American Werewolf in London (1981)
ผู้กำกับเอ็มวี: จอห์น แลนดิส (An American Werewolf in London)

จะไม่มีเอ็มวีนี้คงเป็นไปไม่ได้ครับ กับเอ็มวีที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์วงการเอ็มวี ด้วยความยาว 14 นาที และถ่ายทำแบบหนังโรงคุณภาพสูง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังซอมบี้อย่าง Night of the Living Dead ที่มีฉากคนตายลุกออกจากสุสาน และฉากแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าจากหนังของจอห์น แลนดิสด้วย เอ็มวีนี้ไมเคิล แจ๊กสันจึงตั้งใจเลือกผู้กำกับ จอห์น แลนดิส มาร่วมเขียนบทและกำกับเพราะประทับใจเขาจากหนัง An American Werewolf in London (1981) ที่ดังมาก ๆ ตอนนั้นนั่นเอง ส่วนนางเอกในเอ็มวีนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะคือนางแบบนิตยสาร Playboy อย่าง โอลา เรย์  และเอ็มวีนี้ยังได้รับเกียรติจากกินเนสบุ๊ก เวิลด์ เรคคอร์ด ระบุไว้ในปี 2006 ว่านี่เป็นเอ็มวีที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย

Play video

2. Tupac – California Love ft. Dr. Dre (1996)

แรงบันดาลใจ: Mad Max: Beyond Thunderdome (1985)
ผู้กำกับเอ็มวี: ไฮป์ วิลเลี่ยมส์ (Kanye West’s short film: Runaway M/V)


เอ็มวีเจ้าของรางวัล MOBA Awards (Music of Black Origin) ได้ดาราตลกผิวสีที่กำลังมีผลงานดังอย่าง คริส ทัคเกอร์ มาแสดงนำเป็นหัวหน้าตัวร้าย และได้ดาราคนแคระผิวสีชื่อดังโทนี่ คอกซ์ (อีว็อก ใน Return of the Jedi) มาแสดงเป็นทหาร เอ็มวีตัวนี้ยังมีฉากโดมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mad Max ภาค 3 นี้อีกด้วย เพลงนี้ยังมีเอ็มวีอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่ถ่ายทำเพิ่มอีก 18 วันให้หลัง โดยนำฉากทะเลทรายในเอ็มวีตัวแรกมาเฉลยว่าเป็นเพียงฝันร้ายของ ทูแพ๊ก จากนั้นเมื่อเขาโทรหา ด็อกเตอร์เดร ก็ถูกเรียกไปปาร์ตี้แบบโฮมวิดีโอพร้อมเจอดารารับเชิญคับคั่งด้วย

Play video

3. Jennifer Lopez – I’m Glad (2002)

แรงบันดาลใจ: Flashdance (1983)
ผู้กำกับเอ็มวี: เดวิด ลาชาเปลล์ (Britney Spears – Everytime M/V)

แรกเริ่มเดิมทีโลเปซมีไอเดียว่าเธออยากทำเอ็มวีที่โชว์ทักษะการเต้นเดี่ยว โดยไม่ต้องมีแดนเซอร์ประกอบ พอได้ผู้กำกับเอ็มวีมือทองอย่างลาชาเปลล์มาสานต่อ เขาก็เสนอไอเดียในการจำลองฉากการทดสอบการเต้นในหนังดังยุค 80 อย่างเรื่อง Flashdance ขึ้นใหม่แบบเหมือนเด๊ะ ซึ่งเอ็มวีก็ได้รับความสนใจแถมได้เข้าชิงรางวัลมากมายด้วย ทว่าปัญหาคือโลเปซอยู่ค่ายโซนี่ แต่ลิขสิทธิ์หนัง Flashdance ดันอยู่กับพาราเม้าท์เลยเป็นเหตุฟ้องร้องกันยืดยาวกันทีเดียว ถึงจะจบแบบไม่มีใครต้องเจ็บตัวก็ตามนะ แต่ก็มีได้เสียวกันล่ะ

Play video

4. Thirty Seconds to Mars – The Kill (Bury Me) (2006)  

แรงบันดาลใจ: The Shining (1980)
ผู้กำกับเอ็มวี: บาร์โธโลมิวส์ คับบินส์ (จาเร็ด เลโต้)


เอ็มวีนี้ได้แรงบันดาลใจเต็ม ๆ จากหนังสยองคลาสสิกของผู้กำกับ สแตนลีย์ คูบริก อย่าง The Shining (1980) ทั้งฉากโรงแรม ทั้งเครื่องพิมพ์ดีด การเผชิญหน้ากับวิญญาณร้าย และที่เด็ดคือเอ็มวีนี้เปลี่ยนห้องหมายเลข 237 ที่ขึ้นชื่อในหนังต้นฉบับมาเป็น 6277 ซึ่งเวลาดูบนแป้นพิมพ์มือถือแบบเมื่อก่อนจะพบว่ามันคือเลขที่ใช้สะกดคำว่า M-A-R-S ที่เป็นชื่อวงด้วย!! ส่วนที่ฮามาก ๆ คือตอนที่เพลงนี้ออกฉาย จาเร็ด ซึ่งเป็นคนกำกับเอ็มวีของวงเองเกือบทุกเพลง ได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับเกียรติจาก บาร์โธโลมิวส์ คับบินส์ มากำกับให้ ซึ่งไอ้ชื่อนี้เป็นชื่อตัวละครในวรรณกรรมเด็กต่างหาก แล้วสื่อก็เชื่อด้วยสิ จนตอนหลังเป็นที่รู้กันว่าชื่อนี้เป็นนามแฝงเวลาจาเร็ดใช้กำกับเอ็มวีนั่นล่ะ

http://https://www.youtube.com/watch?v=8yvGCAvOAfM

5. Busta Rhymes – I Love My Chick ft. will.i.am & Kelis (2006)

แรงบันดาลใจ: Mr. & Mrs. Smith (2005)
ผู้กำกับเอ็มวี: เบนนี่ บูม (ซีรีส์ NCIS: Los Angeles )


เพลงนี้มีชื่อเดิมว่า I Love My Bitch ก่อนจะถูกแก้ในเวอร์ชั่นถัดมา ส่วนเอ็มวีนี้ บุสตา รามส์ หรืออีกชื่อคือ เทรเวอร์ สมิธ รับบทเป็น มิสเตอร์สมิธ และได้ดาราผิวดำที่มักเล่นหนังรอมคอมอย่าง กาเบรียลล์ ยูเนี่ยน มารับบท มิสซิสสมิธด้วย ในเอ็มวีนี้ยังได้ วิล ไอ แอม และ ด็อกเตอร์เดร มาร่วมเล่น ขาดแค่เคลิสคนเดียวที่ไม่ได้มาปรากฏตัว

Play video

6. Wonder Girls – Tell me (2007)

แรงบันดาลใจ: ซีรีส์ Wonder Woman (1975-1979)
ผู้กำกับเอ็มวี: ลี ซังคยู

เป็นเอ็มวีในอัลบั้มเปิดตัวเมื่อปี 2007 ของวง Wonder Girl ที่กลายมาเป็นหัวแถวในคลื่นปรากฏการณ์ K-Pop แห่งยุคนี้ เพลงนี้นับเป็นเพลงที่สามที่ใช้ในการเปิดตัววง โดยเอ็มวียังล้อ Wonder Woman ฉบับทีวีซีรีส์ยุค 70 โดยให้โซฮีน้องเล็กของวงรับบทไดอาน่า ที่ลินดา คาร์เตอร์เคยเล่นจนโด่งดังด้วย โดยชุดนั้นตัวเอ็มวีก็แทบจะก๊อปมาเป๊ะเลยทีเดียว

Play video

7. Miles Fisher – This Must Be The Place (2009)

แรงบันดาลใจ: American Psycho (2000)
ผู้กำกับเอ็มวี: เดฟ กรีน (Teenage Mutant Ninja Turtles: Out of the Shadows )

เพลงนี้น่าจะคุ้นชื่อเพลงมากกว่าชื่อนักร้องเพราะ ไมล์ส ฟิชเชอร์ เป็นนักแสดงที่มผลงานกลุ่มรอง ๆ และเขาได้เอาเพลงของวง Talking Heads มาร้องใหม่ (ซึ่งเพลงนี้ถูกคัฟเวอร์โดยคนนู้นคนนี้เยอะมาก) โดยยังได้ทำเอ็มวีแบบก๊อปหนัง American Psycho มาแบบอย่างเนียนมาก ๆ ทั้งตัวฟิชเชอร์เองก็หน้าละม้ายคริสเตียน เบลในเรื่องนั้นอยู่ไม่น้อยเลยเป็นความพีคไปอีกแบบ

Play video

8. Brown Eyed Girls – Kill Bill (2013)

แรงบันดาลใจ: Kill Bill (2003)
ผู้กำกับเอ็มวี: N/A
เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังของเควนติน ทารันติโน มาตั้งแต่ชื่อเพลงเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่ตัวเอ็มวีเองก็จะทำบูชาตัวหนังแบบก๊อปช็อตกันเลย โดยได้กาอินรับบทเดอะไบรด์ด้วย

Play video

9. Iggy Azalea – Fancy (Explicit) ft. Charli XCX (2014)

แรงบันดาลใจ: Clueless (1995)
ผู้กำกับเอ็มวี: ไดเร็กเตอร์ เอ็กซ์ (Rihanna – Work M/V)


เอ็มวีนี้นำไอเดียของหนังก้าวผ่านวัยชื่อดังของวัยรุ่นยุค 90 อย่างเรื่อง Clueless มาทำแบบเหมือนมาก ๆ  โดยอิกกี้รับบทที่อลิเซีย ซิลเวอร์สโตนเคยเล่น ส่วน ชาร์ลีก็รับบทที่ สเตซี่ แดชเคยเล่นเช่นกัน

Play video

10. Suzy (Miss A) – Yes No Maybe (2017)

แรงบันดาลใจ: Chungking Express (1994) และ Fallen Angels (1995)
ผู้กำกับเอ็มวี: N/A
ไปถ่ายทำกันถึงถิ่นฮ่องกงทีเดียว กับเพลงเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวของนักร้องสาว ซูซี่ อดีตวง Miss A ที่ได้รับฉายาว่าน้องสาวของเกาหลี เอ็มวีเพลงนี้เรียกว่าใช้สไตล์ภาพยุคทองของหว่องกาไว ได้แบบเก็บทุกเม็ดมาก ๆ ซูซี่เองก็ดูสวยจนอยากให้เธออยู่ในหนังหว่องสักเรื่องจริง ๆ

Play video

จริง ๆ นอกจาก 10 อันดับนี้แล้ว ยังมีเอ็มวีเจ๋ง ๆ ที่ใช้หนังดังมาเป็นแบบอีกหลายเพลงเลย อย่าง Smashing Pumpkins – Tonight, Tonight (1996) ที่เอาหนังยุคคลาสสิกเรื่อง A Trip to the Moon (1902) มาใช้ หรือเพลงของ Foo Fighters – Everlong (1997) ก็ได้แรงบันดาลใจจากฉากในหนัง The Evil Dead (1981) มาใช้ด้วย ฝั่งเอเชียก็มีเพลงของ AOA – GET OUT ที่ใช้หนังดังหลายเรื่องมาแทนคาแรกเตอร์ของแต่ละคนในวงด้วย ก็มีทั้ง Tomb Raider, The Fifth Element, Harry Potter เป็นต้น ใครสนใจก็ไปติดตามได้ หรือใครมีเอ็มวีเพลงไหนที่อยากแบ่งปันก็แนะนำกันได้นะครับ