Connect with us

What The Fact

[รีวิว] 2.22 หนังรักน้ำเน่า ที่ใส่ความเป็นไซไฟและการไขปริศนาจนน่าชม

สรุปก่อนเลย เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาว

เป็นหนังไซไฟที่ว่าด้วยกาลเวลาอีกแล้ว แต่ก็แตกต่างชนิดที่ดูตัวอย่างหนังแล้วไม่รู้เลยว่าหนังจะบิดพลอตมาจบแบบนี้ได้ เปิดเรื่องมานึกว่าจะหลับเสียแล้วกับเสียงบรรยายของพระเอก แต่พอเริ่มเรื่องจริงก็ชวนให้ติดตามมาก แถมมีฉากตื่นเต้นให้ใจระทึกแซมมาเรื่อย ๆ อีก แต่ก็ต้องบอกว่าจริงแล้วหนังเป็นส่วนผสมหนัก ๆ ของหนังรักและแนวสืบสวนไขปริศนาเสียมากกว่า ตรงนี้ใครหวังจะไปไซไฟหนัก ๆ อาจมีเป๋ได้ พระเอกนางเอกหล่อสวยมาก ๆ ช่วยให้หนังน่าดูขึ้นจมเลย เป็นหนังที่ไม่ต้องดูโรงก็ได้ แต่ก็ดูได้เพลิน ๆ พอสมควร

สัปดาห์นี้แม้จะไม่มีหนังใหญ่หนังเต็งหนึ่งมาลงโรง แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เหลือพื้นที่ให้กับหนังที่ดูชื่อชั้นเป็นเบอร์รอง แต่มีพลอตท้าทายได้หายใจบ้างครับ และสำหรับเรื่อง 2.22 หนังชื่อแปลกที่ว่าด้วยเวลา บ่ายสองยี่สิบสองนาที นี้ก็มาแบบพลอตโคตรล้ำเหลือเช่นกันครับ

หนังว่าด้วยเรื่องราวของเจ้าหน้าที่คุมการจราจรทางอากาศ (ที่เรามักเห็นทำงานในห้องคอนโทรลบนหอสูง ๆ ตามสนามบิน) อย่าง ดีแลน (มิเคล ฮิวส์แมน) ผู้มีความสามารถพิเศษระดับอัจฉริยะในการมองเห็นภาพรวมของระบบอันซับซ้อนในเส้นทางการบินสุดแสนวุ่นวายได้ วันหนึ่งขณะทำงานอยู่ พอถึงเวลา 2.22 ก็เกิดมีแสงวาบเข้ามาจนทำให้เขาใจลอยไปพักหนึ่ง และเกือบทำให้เครื่องบินสองลำต้องชนกัน แน่นอนว่าเขาถูกสั่งพักงานจากเหตุการณ์นี้ แต่นั่นก็ยังทำให้ความสามารถของเขาเชื่อมโยงกับการหยั่งรู้เหตุการณ์ร้ายในอนาคตบางอย่างได้ โดยผ่านการมองเห็นรูปแบบเหตุการณ์ซ้ำ ๆ ในทุกวัน ซึ่งเงื่อนงำทุกอย่างได้ชี้ไปที่สถานีรถไฟเวลาบ่ายสองโมงยี่สิบสองนาทีวาจะเกิดเหตุบางอย่างขึ้นที่เกี่ยวพันกับชีวิตของเขาโดยตรง

ในขณะเดียวกันเขาก็ได้สานสัมพันธ์สาวสวยคนหนึ่งนามว่า แซร่าห์ (เทเรซ่า พาล์มเมอร์)  ซึ่งบังเอิญว่าเธอคือคนที่โดยสารบนเครื่องบินที่เกือบจะชนกันนั้นด้วย  ซึ่งแน่นอนว่าเธอจะถูกเอี่ยวเข้ามาในเหตุการณ์ประหลาดที่ดีแลนกำลังเผชิญอยู่อย่างที่เราคาดไม่ถึง

หนังน่าสนใจมากตรงที่ได้มือเขียนบทสายไซไฟขวัญใจมหาชนอย่าง นาธาน ปาร์กเกอร์ ที่เคยเขียนบทหนังอย่าง Moon (2009) และล่าสุดกับหนังไฮคอนเซ็ปต์ที่คนห้ามมีความรักอย่าง Equals (2015) ก็พอจะการันตีได้ระดับหนึ่งว่าได้มือฉมังในแนวไซไฟแบบที่เน้นขายพลอตแน่น ๆ มาขยายเรื่องราวให้ ด้านผู้กำกับแม้จะไม่มีชื่อเสียงนักจากงานด้านการกำกับ แต่ พอล เคอร์รี่ ก็ไม่ใช่ไก่กาในฮอลลีวูดเพราะล่าสุดเขาก็เพิ่งนั่งโปรดิวซ์ให้กับหนังชิงออสการ์ปีล่าสุดอย่าง Hacksaw Ridge (2016) ด้วย

ส่วนนักแสดงนำก็คงไม่พ้นคู่พระ-นาง ที่ประคองหนังตลอดเรื่อง ก็ได้ มิเคล ฮิวส์แมน ซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตาจากบทองครักษ์สุดหล่อข้างกายเจ้าแม่มังกรในซีรีส์ฮิตอย่าง Game of Throne ซึ่งยังรั้งตำแหน่งหนุ่มหล่อที่สุดจากการจัดอันดับของ Independent Critics ปีล่าสุดด้วย ฝั่งนางเอกอย่าง เทเรซ่า พาล์มเมอร์ ก็เล่นมาหลายเรื่องมากด้วยรูปหน้าที่ถึงไม่ได้จัดว่าสวยสะท้านแต่กลับมีเสน่ห์ที่ต้องหยุดมองทุกที ถ้าจะจำกันได้เธอเล่นมาแล้วทั้ง Warm Bodies  (2013), Lights Out  (2016) และล่าสุดกับบทนางเอกใน Hacksaw Ridge (2016) ที่ผู้กำกับพอลโปรดิวซ์นั่นเอง จับคู่แบบนี้เรียกว่าใช้สูตรหนุ่มหล่อสาวสวยเป็นตัวช่วยให้เชียร์ตัวละครได้ผลดีเชียว เพราะขณะที่หนังค่อย ๆ สร้างปมปริศนาและเชื่อมโยงกันเข้ามานั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก การที่มีตัวละครหน้าตาดีก้ดึงความสนใจให้ติดตามไปได้มากทีเดียว คือดูต้องยอมรับจริงว่ามีพลังดึงดูดมากทั้งคู่จริง ๆ หลงรักเลย

และต้องยอมรับว่าตอนที่ดูตัวอย่างทีแรก คาดหวังว่าจะได้ดูหนังไซไฟล้ำ ๆ ที่ผูกเรื่องแน่น ๆ แต่พอเข้าไปดูจริงการผูกเรื่องยังถือว่าละเอียดอยู่ แต่ความผิดคาดนั้นเกิดขึ้นตลอดการรับชมทีเดียว ตั้งแต่ว่าหนังเล่าเอื่อยกว่าที่คิดจนคิดว่าวันนี้ตูต้องหลับแน่ ๆ แต่พอหนังเข้าฉากเปิดมันเต็มไปด้วยปริศนาและความน่าสนใจเพราะมันเล่าเหตุการณ์ฆาตกรรมกลางสถานีรถไฟ โดยชายที่มีปืนสองคน และมีผู้หญิงอีกคนอยู่ด้วย แต่ทั้งหมดนั้นเราจะไม่ได้เห็นหน้าว่าคนไหนคือคนไหน ก็กลายเป็นปริศนาแรกที่เราตั้งทดในใจรอหนังเฉลยและต้องติดตามคำใบ้ต่าง ๆ ตลอดเรื่องเลยด้วย

ความผิดคาดที่ตามมาต่อติด ๆ หลังเหตุการณ์ระทึกเครื่องบินเกือบชนกัน ก็คือหนังมีความเป็นหนังรักสูงมาก ทั้งช่วงเวลาสุดหวานที่จีบกัน ดราม่ารักสามเส้า และความผูกพันประหลาดที่อยู่เหนือธรรมชาติราวกับทุกเหตุการณ์ถูกเขียนไว้หมดแล้วล่วงหน้า เพียงแต่ตัวละครและผู้ชมยังไม่ล่วงรู้เท่านั้นเอง ตรงนี้เลยเป็นข้อเด่นของหนังไปเลย (แม้พลอตความรักจะเข้าขั้นน้ำเน่าเลยก็ตามนะ) และพอหนังเฉลยปมทุกอย่างแล้วมันก็เหวออีกรอบ เพราะไม่เพียงการใช้เรื่องดวงดาวกับชะตาชีวิตมนุษย์มาเล่นแล้ว หนังยังใช้คติความเชื่อแบบเอเชียมาก ๆ มาเล่นด้วย นับเป็นการผสมความคิดและเทคนิคการเล่าเรื่องที่แปลกแหวกน่าสนใจดีครับ

หนังยังมีเพลงที่เพราะมาก ๆ คอยแซมมาเป็นระยะ อย่างที่บอกจริง ๆ มันเป็นหนังรักที่มีบรรยากาศไซไฟและการไขปริศนา เอาเป็นว่าเป็นหนังบันเทิงที่ดูเพลิน ๆ ใช้ได้อยู่เลยล่ะนะ ใครชอบหนังผสมหลายแนวน่าลองดูครับ

เพลง Someone to Stay ของ Vancouver Sleep Clinic ที่ถูกนำมาใช้ในฉากการพบกันครั้งแรกของพระนาง เป็นเพลงเพราะ ๆ ที่สะท้อนรสนิยมงานสร้างที่ทันสมัยและมีระดับของพอลได้อย่างดี ตรงนี้เรายังเห็นได้จากเรื่องการถ่ายภาพและการตัดต่อที่สวยและเฟี้ยวหลายฉากด้วยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น