Connect with us

What The Fact

[รีวิว] The Dark Tower แอ็คชันแฟนตาซีล้ำๆแบบสตีเฟน คิง ที่มา “หลังกาล”

สรุปก่อนเลยเผื่อขี้เกียจอ่านยาว

เป็นหนังสตีเฟน คิง ที่แอ็คชั่นแฟนตาซีที่สุด หนังดัดแปลงมาได้อย่างที่ควรเป็น การแสดงคือดีสุดของที่สุดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เลย ตัวละครมีมิติสมกับที่สร้างจากนิยาย หนังมีช่วงอืดแต่ไม่ถึงกับน่าเบื่อ ความพลาดเดียวคือหนังทำออกมาช้าไปมาก ถ้าเรื่องนี้ทำเมื่อสัก 20-30 ปีก่อนตอนที่นิยายมันเพิ่งเขียนตอนมันพีค ๆ นี่จะเป็นหนังระดับตำนานเลย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Dark Tower (2017)

หนังดัดแปลงจากผลงานนิยายชุดชื่อเดียวกันของ สตีเฟน คิง ราชาสยองขวัญที่มีการนำผลงานไปทำหนังมากที่สุดในโลก สำหรับนักเขียนที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นนักเขียนที่มียอดขายสูงสุดในโลกอยู่ที่อันดับ 3 ด้วย จึงเป็นธรรมดาที่หนังเรื่องนี้ที่เรียกว่าเป็นงานซูเปอร์มาสเตอร์พีซของคิง เพราะถูกเขียนต่อเนื่องมากกว่า 40 ปี ด้วยจำนวนเล่มกว่า 8 เล่ม และเชื่อมโยงจักรวาลนิยายของคิงไว้มากมาย ย่อมถูกแฟน ๆ คาดหวังแบบสุดติ่งว่ามันต้องยิ่งใหญ่เทียบเทียมฉบับนิยาย ซึ่งคิงเองเปรียบเปรยว่ามันคือ The Lord of The Rings ผสมกับ The Good, the Bad and the Ugly (1966) ซึ่งเป็นผลงานปรากฏการณ์ทั้งสองเรื่องเลยด้วย

จอมทมิฬขี่ม้าท่ามกลางทะเลทราย โดยมีอัศวินปืนไวกวดหลังไล่ล่า

แต่กระนั้นปัญหาในการดัดแปลงมาเป็นหนังนั้นก็ยากยิ่งตามไปด้วย ผู้กำกับมากหน้าหลายตา บางคนได้รับชื่อว่าอัจฉริยะด้วยซ้ำต่างก็โบกมือบายไปนับไม่ถ้วน จนโปรเจ็กต์นี้ตกมาอยู่ในมือ รอน โฮเวิร์ด ซึ่งเขาก็เลี่ยงไปรับเป็นโปรดิวเซอร์ และดันผู้กำกับจากเดนมาร์กที่มีผลงานแต่เพียงในบ้านตัวเองอย่าง นิโคลัจ อาร์เซล มาลองงานยักษ์ในฮอลลีวู้ดดูแทน โดยอาร์เซลนั้นมีผลงานเด่นจากการเขียนบทหนังเสียมากกว่า หนังที่เขาเขียนบทอย่าง The Girl with the Dragon Tattoo (2009) เวอร์ชั่นต้นฉบับภาษาเดนมาร์ก น่าจะเป็นงานที่เรารู้จักมาสุด เขาจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการดัดแปลงนิยายชุดที่ใคร ๆ ก็ยอมแพ้นี้

แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงอาร์เซลเท่านั้น เพราะทีมเขียนบทยังได้มือดีมาร่วมอย่าง อากิว่า โกลด์สแมน เจ้าของรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์และลูกโลกทองคำมาแล้ว โดยทั้งหมดทำงานร่วมกับสตีเฟน คิง อย่างใกล้ชิด ทำให้ได้บทหนังที่คิงยอมรับว่ายอดเยี่ยมเหมาะเหม็งทีเดียว
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ stephen king

หนังเล่าเรื่องของ อัศวินปืนไวคนสุดท้าย โรแลนด์ เดสเชน (ไอดริส เอลบ้า) ผู้ที่ทอดทิ้งทำหน้าที่คุ้มกันหอคอย เขาเหนื่อยหน่ายกับการต้องทำสงครามกับ วอลเตอร์ โอ’ ดิม หรือ จอมทมิฬ (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) ศัตรูชั่วช้าผู้ทำลายทุกสิ่งที่อยู่รอบกายโรแลนด์ โดยทั้งหมดจะมองผ่านสายตาของเด็กน้อยนาม เจค แชมเบอร์ (ทอม เทย์เลอร์) ผู้บังเอิญเข้ามาพบมิดแลนด์หรือโลกที่โรแลนด์กับวอลเตอร์ และเหล่าอสูรกายอาศัยอยู่นั่นเอง เจคเป็นกุญแจสำคัญในการที่วอลเตอร์จะทำลายหอคอยได้ ซึ่งหากโค่นหอคอยทมิฬสำเร็จจะทำให้จักรวาลทั้งหลายขาดสิ่งพิทักษ์ปกป้องจากเหล่าความมืดชั่วร้ายที่อยู่ภายนอก จึงเป็นหน้าที่อันจำยอมของโรแลนด์ที่จะต้องคุ้มครองเจ้าหนูน้อยคนนี้ให้รอดปลอดภัย
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Dark Tower (2017)

ที่ว่ามามันจึงเป็นงานที่ใช้พลอตพื้นฐานสุด ๆ อย่างธรรมะและอธรรม โดยมีโลกทัศน์ของสตีเฟน คิง และการสร้างตัวละครที่น่าสนใจโคตร ๆ เป็นตัวเสกสรรค์เรื่องราวให้แตกต่างน่าตื่นเต้นนั่นเอง

ข้อดี

  • หนังถือว่าดัดแปลงจากนิยายได้เคารพสตีเฟน คิงเอามาก ๆ แม้จะไม่ได้ยึดถือตัวเล่มมาแบบบรรทัดต่อบรรทัดก็ตาม ซึ่งกับตัวเรื่องที่ทำเป็นหนังยากแบบนี้ก็ใช้ได้เลยล่ะครับ
  • ดารานำแต่ละคนนี่เล่นได้ดีมาก โดยเฉพาะไอดริส และเจ้าหนูทอม ช่วยให้เรื่องราวดูน่าติดตามขึ้นเยอะเลย อันนี้ก็ต้องชมบทที่สร้างตัวละครได้มีมิติด้วย
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Dark Tower (2017)
  • หนังเข้าใจง่าย เล่าเรื่องไม่น่าเบื่อ ลำดับเหตุการณ์ตรงไปตรงมาดูได้เพลินจนจบ
  • ตัวประหลาดทำได้น่าสนใจดี ทั้งพวกที่ต้องสวมหน้ามนุษย์ สัตว์ประหลาดที่มาจากความมืด ฯลฯ
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Dark Tower (2017)
  • หนังขยายจักรวาลด้วยอีสเตอร์เอ้กของนิยายเรื่องอื่น ๆ ได้แบบแฟนพันธุ์แท้จะสนุกมากในการคอยมองหาคำใบ้ต่าง ๆ
  • ฉากแอ็คชั่นดุดัน เข้มข้น เป็นสไตล์โอลด์สคูลที่แบบนัดเดียวจอด ชวนให้นึกถึงหนังยุคพวก 90 ต้น ๆ เลย
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The Dark Tower (2017)
  • หนังเท่มาก

ข้อเสีย

  • หนังทำดีแล้วแต่ยังดีไม่พอในการชนะใจตลาดยุคปัจจุบัน ที่ควรต้องก้าวข้ามตัวนิยายไปให้ได้ไกลกว่านี้ เพราะนิยายมันก็เริ่มเขียนมา 40 ปีกว่าแล้ว พลอตไอเดียอะไรที่เคยล้ำ ๆ เท่ ๆ เอามาใช้ตอนนี้มันทั้งเกร่อทั้งเชยไปเสียแล้ว
  • ซีจีพอได้ แต่ก็ยังไม่โดน อาจจะต้องว่ารวมไปถึงโปรดักชั่นดีไซน์ทั้งหมดที่ถ่ายทอดความเป็นดาร์คแฟนตาซีจากนิยายมาได้ไม่ดีพอ จักรวาลที่เล่าว่ามีมากมายก็มาให้เห็นแค่โลกเรากับโลกกลางเท่านั้นเอง ออกจะผิดหวังไปนิด ตรงนี้ล่ะมั้งที่แฟนคิงน่าจะเฟลสุดกับการสร้างภาพในจินตนาการได้ไม่ค่อยดีนัก
  • ตัวร้ายอย่างวอลเตอร์ คิดว่าทำให้น่ากลัวให้เหี้ยมได้มากกว่านี้อีก ซึ่งน่าจะทำให้หนังดาร์คขึ้นด้วย (นี่ก็ดาร์คประมาณหนึ่งละนะ) อีกอย่างคือพลังของตัวร้ายออกแนวสะกดจิตบังคับใจซึ่งก็ไม่เอื้อให้โชว์ซีจีอลัง ๆ แล้วยังไม่เอาการสะกดจิตมาขยี้ให้ดราม่าหนัก ๆ อีก เลยกลายเป็นตัวร้ายที่เดินไปเดินมาไม่มีภาพให้จำเท่าไหร่
    รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • แม้ตัวนำจะทำได้ดี แต่ตัวอื่น ๆ ถือว่าใช้นักแสดงได้ไม่คุ้มเลย ที่เสียดายที่สุดคงเป็น แอ็บบี้ ลี ที่น่าจะสวยได้มากกว่านี้ และแจ็กกี้ เอิร์ล ฮาร์เลย์ ที่เคยรับบทเยี่ยม ๆ มาหลายเรื่องยกตัวอย่างเช่น รอส์แชช ใน Watchmen มาเรื่องนี้คือตัวประกอบโคตร ๆ เสียดาย
  • หนังมีโดด ๆ หลุด ๆ เหตุผลบ้างนิดหน่อย แค่พอชวนให้สะดุดว่า อ่าวเมื่อกี้มาตรงนี้ยังไงฟระ แต่ก็ไม่ถึงกับพลอตโหว่แหว่งจนน่าเกลียดนะ
  •  แอ็คชั่นแม้จะทำได้ดี แต่ก็ขาดความว้าว อย่างที่บอกว่ามันโอลด์สคูลมาก แล้วยิ่งเราเพิ่งเห็นการใช้ปืนเทพ ๆ ไว ๆ จากใน John Wick หรือจะการใช้ปืนแบบแฟนตาซีสุด ๆ อย่างใน Wanted หรือ The Matrix มาแล้ว มาเจอแบบนี้เลยกลายเป็นเฉย ๆ ไปเสียนั่น ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้แย่เลยนะ
  • สรุปแล้วก็คือ หนังมันมาช้าไปมาก เสียเวลาพัฒนาไปหลายสิบปี จนอะไร ๆ มันเก่ามันเชยไปแล้ว คือมาช้ามาหลังกาลมาก ถ้ามาเสียแต่ต้น ๆ แม้ซีจีจะยังไม่เนี้ยบ แต่เชื่อว่ามันจะเป็นหนังขึ้นหิ้งของคิงมากกว่านี้แน่ ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น