Connect with us

What The Fact

American Made : ชีวประวัติหฤหรรษ์

เตือนกันก่อนเลยว่า อย่าเพิ่งด่วนตัดสินหนังจากโปสเตอร์หรือตัวอย่างหนัง ซึ่งผมเองก็รู้สึกเช่นกันว่ามันดูไม่น่าสนใจเอาเลย โดยเฉพาะหนังชีวประวัติย้อนยุคแบบนี้ ไม่ค่อยถูกตลาดกับคนดูในวงกว้างเสียด้วย แต่พอได้ดูกลับต้องชื่นชมครับ ว่าเป็นหนังส่วนน้อยจริง ๆ ที่เล่าเรื่องได้เก่งแบบนี้ หนังไม่มีฉากแอ็คชั่นเลยสักนาทีเดียว ไม่มีปริศนาให้ชวนติดตามใคร่รู้คำตอบ ตัวละครเต็มไปหมด มากคนมากสถานที่ แต่สามารถเล่าเรื่องได้สนุกน่าติดตามและเข้าใจได้ง่ายด้วย

Published

on

เตือนกันก่อนเลยว่า อย่าเพิ่งด่วนตัดสินหนังจากโปสเตอร์หรือตัวอย่างหนัง ซึ่งผมเองก็รู้สึกเช่นกันว่ามันดูไม่น่าสนใจเอาเลย โดยเฉพาะหนังชีวประวัติย้อนยุคแบบนี้ ไม่ค่อยถูกตลาดกับคนดูในวงกว้างเสียด้วย แต่พอได้ดูกลับต้องชื่นชมครับ ว่าเป็นหนังส่วนน้อยจริง ๆ ที่เล่าเรื่องได้เก่งแบบนี้ หนังไม่มีฉากแอ็คชั่นเลยสักนาทีเดียว ไม่มีปริศนาให้ชวนติดตามใคร่รู้คำตอบ ตัวละครเต็มไปหมด มากคนมากสถานที่ แต่สามารถเล่าเรื่องได้สนุกน่าติดตามและเข้าใจได้ง่ายด้วย

ทอม ครุยส์ มารับบทเป็น แบร์รี่ ซีล นักบินมากประสบการณ์ของสายการบิน TWA ที่หาลำไพ่พิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยการลักลอบขนซิการ์หนีภาษี เรื่องไปรู้ถึงหู เชฟเฟอร์ เจ้าหน้าที่ CIA แทนที่จะจับกุม เชฟเฟอร์ กลับยื่นชักชวนให้แบร์รี่มาทำงานให้ CIA ด้วยการขับเครื่องบินเจ๊ตลักลอบถ่ายภาพมุมสูงภูมิลำเนาของเหล่าผู้ก่อการร้ายแต่ละประเทศ  บ่อยครั้งที่แบร์รี่บินเข้าไปในโคลัมเบีย และชื่อเสียงเขาไปถึงหูของพาโบล เอสโคบาร์ จึงส่งลูกน้องมาทาบทามให้แบร์รี่ ช่วยขนโคเคนเข้าอเมริกาด้วย แบร์รี่ ก็เลยกลายเป็นนกสองหัวที่ทำงานให้ทั้ง CIA และ เจ้าพ่อค้ายาเสพติดอันดับ 1 ของโลกไปพร้อมกัน ดูแล้วก็น่าทึ่งสนุกไปชีวิตหฤหรรษ์อย่างเหลือเชื่อของแบร์รี่ ซีล ดูแล้วก็ยังนึกว่าทำมั้ยเรื่องราวของแบร์รี่ ซีล ถึงเพิ่งได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังนะ ด้วยพื้นฐานนิสัยของแบร์รี่ ที่เป็นคนเก่ง ไหวพริบดี และกล้าเสี่ยงทำให้เขาตอบรับทุกข้อเสนอที่เข้ามา เราจึงได้เห็นแบร์รี่ ปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายครั้งใหม่กับนายใหม่แทบจะทุก ๆ 20 นาทีของหนัง ชอบฉากขนโคเคนที่ต้องเอาเครื่องขึ้นกลางหุบเขาบนรันเวย์สั้น ๆ มาก ลุ้นดี หนังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วตลอด 1 ชั่วโมง 55 นาทีไม่มีช่วงให้ได้หาวเลย คนดูสนุกไปได้กับชีวิตของแบร์รี่ ที่รุ่งโรจน์จนเงินแทบจะทับตายขณะเดียวกันเขาก็มีปัญหาให้เขาต้องแก้ไขอยู่มากมายเช่นกัน

หนังเป็นฝีมือกำกับของดัก ลิแมน ที่เคยร่วมงานกับ ทอม ครุยส์ มาแล้วใน Edge Of Tomorrow (2014) ซึ่งยังคงสไตล์การการคุมหนังเนื้อหาหนัก ๆ ให้ไม่เครียดได้เช่นเคย ใน American Made เต็มไปด้วยผู้คนมากมายทั้ง ผู้ก่อการร้าย พ่อค้ายา และตำรวจทุกเหล่ากรม ซ้ำยังพาดพิงไปถึงการเมืองในยุคนั้นมาก บทหนังก็ค่อนข้างลงลึกถึงเกมการเมืองของโรนัลด์ เรแกน และมีชื่อบิล คลินตัน , จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เข้ามาในบทสนทนาแต่ดัก ก็แซมอารมณ์ขันเข้ามาได้ตลอดเวลา กลายเป็นหนังที่เบามาก ผิดกับเนื้อหา มีเสียงหัวเราะให้ได้ยินคลอไปตลอดเรื่อง ด้วยความที่เป็นหนังย้อนยุคไปในช่วง 1978 – 1986 ดัก ก็เลือกที่จะย้อมสีหนังให้ซีด ๆ จาง ๆ เหมือนดูหนังเก่า ๆ ซึ่งก็ไม่เห็นจำเป็นเลยนะ เพราะตลอดเรื่องหนังก็แทรกภาพจากวีดีโอเทปที่แบร์รี่ ซีล บันทึกภาพตัวเองเล่าชีวิตในช่วงนี้ของเขาเข้ามาเรื่อย ๆ อยู่แล้ว พอทำให้หนังสีซีดมันกลับทำให้ความน่าสนใจของหนังน้อยลงไปมาก แต่ส่วนที่เป็นสีสันของหนังบนเรื่องราวย้อนยุค คือการที่เราได้เห็นการทำธุรกิจวุ่นวายในยุคที่อุปกรณ์สุดทันสมัยคือ เพจเจอร์ อุปกรณ์สื่อสารหลักของแบร์รี่ก็คือตู้โทรศัพท์สาธารณะ ที่ต้องสาละวนกับการรับเครื่องนั้นทีเครื่องนี้ที ฉากนี้ถ้าคนเกิดทันยุค 70s 80s ก็น่าจะอินเป็นพิเศษ

ทอม ครุยส์ และ แบร์รี่ ซีล ตัวจริง

หนังใช้ทุนสร้างไป 80 ล้านเหรียญ เชื่อว่าเงินส่วนใหญ่หมดไปกับค่าตัวของ ทอม ครุยส์ นั่นแหละ เพราะหนังไม่ใช้ดารารู้จักเลย มีคุ้นหน้าก็แค่ ดอมห์แนล กลีสัน พระเอกจาก About Time (2013) และ บิล วีสลีย์ พี่ชายของรอนจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ หลาย ๆ ภาค  ดอมห์แนล มารับบทเชฟเฟอร์ เจ้าหน้าที่ CIA ผู้เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของแบร์รี่ ตัวละครอื่น ๆ ดูทีมงานแคสติ้งจริงจังดีกับการหานักแสดงให้เหมือนบุคคลจริงในประวัติศาสตร์โดยเฉพาะพาโบล เอสโคบาร์ ที่มีหนังหลายเรื่องแล้วสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับเขา ก็หาตัวแสดงได้เหมือนจริงมาก ในช่วง 2-3 ปีหลังนี่ก็มีทั้งหนังและซีรีส์ที่เกี่ยวกับพาโบล อยู่หลายเรื่อง The Infiltrator (2016) และ Narcos ทีวีซีรีส์ที่จบไปแล้วในซีซัน 2 ก็มีบทของแบร์รี่ ซีล ออกมาสั้น ๆ เช่นกัน ในขณะที่คาแรคเตอร์ตัวประกอบดูจะละม้ายกับบุคคลจริง แต่กับตัวแบร์รี่ ซีล บทของทอม ครุยส์ กลับไม่ได้มีความใกล้เคียงกับตัวจริงเลยสักนิดเดียว และไม่ได้แม้จะพยายามแต่งตัวหรือเมคอัพให้เหมือนกับตัวจริงเลย แต่กับบุคลิกนิสัยตัวจริงจะเป็นอย่างนี้รึเปล่าก็ไม่รู้นะ แต่ทอม ครุยส์ ก็ถ่ายทอดบทบาทแบร์รี่ออกมาแบบลื่นไหล ในหนังนี่เราได้รู้จักแบร์รี่ ในภาพมนุษย์ที่อารมณ์ดีตลอดเวลา ใบหน้าเปื้อนยิ้มกับทุก ๆ สถานการณ์แม้ในขณะคับขัน

ด้วยเหตุที่หนังแสดงให้เห็นแต่ด้านสวยงาม ความสุขเพียบพร้อมที่เต็มไปด้วยเงินทองและทรัพย์สินของคนที่ทำงานนอกกฏหมายแล้วกลัวจะการเป็นการยั่วยุสร้างแรงบันดาลใจในทางที่ผิด หนังจึงต้องลงท้ายตามแบบหนังชีวประวัติทั่วไป ด้วยการขึ้นฟุตเตจและภาพนิ่งตัวตนจริงของแต่ละคน พร้อมคำบรรยายให้เห็นว่าจุดจบของแต่ละคนก็ไม่พ้นเงื้อมมือกฏหมาย หาเงินทองมาได้มากมายแต่ก็ไม่ได้ใช้กัน

สรุปได้ว่า American Made เป็นหนังชีวประวัติน้อยเรื่อง ที่เล่าเรื่องราวได้สนุกเกินคาด สมแล้วที่ได้คะแนนดีทั้ง IMDB และ Rottentomatoes อย่าให้หน้าหนังที่ดูไม่น่าสนใจ พาเราพลาดหนังสนุก ๆ ไปอีกเรื่องครับ

ภาพแบร์รี่ ซีล และ พาโบล เอสโคบาร์ ตัวจริง ที่เป็นเหตุการณ์สำคัญในหนัง

แถมท้ายให้นิด หนังมีเหตุน่าสลดในวันสุดท้ายของการถ่ายทำ นักบินสตันท์แมนระหว่างบินกลับจากการเข้าฉากในโคลัมเบียเจอสภาวะหมอกลงจัดเป็นเหตุให้เครื่องตกเสียชีวิตพร้อมนักบินร่วม แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของทอม ครุยส์ ที่บินกลับมาด้วยเฮลิคอปเตอร์ในเส้นทางและสภาวะอากาศเดียวกัน

 

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว]Destiny:The Tale Of Kamakura : คามาคูระเมืองแห่งความสนุกสนาน

Published

on

ความน่าสนใจของหนังญี่ปุ่นเรื่องนี้คือเป็นการร่วมมือกันครั้งที่ 2 ของผู้กำกับ ยามาซากิ ทาคาชิ และ นักเขียน เรียวเฮ ไซงัง เพราะผู้กำกับยามาซากิ เคยเอาผลงานเรื่องก่อนหน้าของเรียวเฮ มาดัดแปลงเป็น Always Sunset on Third Street หนังไตรภาคที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำรายได้รวมไปถึง 26 ล้านเหรียญ แถมยังกวาดรางวัล JAPAN ACADEMY FILM PRIZE ที่เปรียบได้กับออสการ์ของญี่ปุ่นไปถึง 12 รางวัล มาวันนี้ผู้กำกับก็หยิบเอา “Kamakura Monogatari” การ์ตูนเรื่องยาวของ เรียวเฮ ไซงัง มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่ง ต้นฉบับนั้นเป็นการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จมาก ทำยอดขายรวมไปถึง 10 ล้านเล่ม และเขียนออกมาแล้วถึง 34 เล่ม

หน้าปกฉบับมังงะ

ตัวเอกในหนังสือของ เรียวเฮ ยังคงเป็นนักเขียนไส้แห้งเช่นเคย รอบนี้เป็นเรื่องของ อาจารย์อิชชิกิ มาสะกาซุ นักเขียนนิยายระดับหางแถว ที่พำนักอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ คามาคูระ หนังเริ่มเหตุการณ์ช่วงที่อิชชิกิ เพิ่งได้แต่งงานกับ อากิโกะ โนกิ สาวน้อยที่อายุอานามห่างกันอยู่มาก ความน่าสนใจของเรื่องอยู่ที่เมืองคามาคูระนี่ล่ะ สมกับชื่อเรื่อง The Tale Of Kamakura เมืองนี้เป็นโลกมหัศจรรย์ตามจินตนาการแฟนตาซีของผู้เขียนที่คามามูระนั้น มนุษย์ ปีศาจ เทพ อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ คนดูอยู่ในสถานะเดียวกับอากิโกะ คือเป็นคนต่างถิ่นได้เข้ามาพบกับชีวิตมหัศจรรย์ของคามาคูระ ไปไหนมาไหน ก็เจอเทพ เจอปีศาจ เดินถนน นั่งตามร้านอาหารกันดูเป็นเรื่องราวปกติ แม้กระทั่งคนตายไปแล้วก็ยังกลับมาเดินถนนทักทายพูดคุยกันไม่อย่างเคอะเขิน

 

ตอนทีได้ดูตัวอย่างหนัง เข้าใจไปว่าเป็นเรื่องราวรักข้ามภพ เมื่ออากิโกะตายไปแล้วต้องเดินทางไปยมโลก อิชชิกิไม่ยอมรับที่โชคชะตาเล่นตลกกับเขา จึงดั้นด้นเดินทางไปยมโลกและต่อสู้กับปีศาจมากมายเพื่อชิงวิญญาณของอากิโกะกลับมา ดูแล้วชวนให้นึกถึง “What Dreams May Come”(1998) หนังแฟนตาซีโลกหลังความตายที่โรบิน วิลเลียมส์ ต้องไปนรกและสวรรค์ตามหาวิญญาณภรรยา ก็พาลให้เข้าใจว่านี่คือหนังโรแมนติก-แฟนตาซี ได้ดูวีรกรรมทำเพื่อความรัก แต่เอาเข้าจริง ปฏิบัติการบุกยมโลกเป็นแค่เพียงส่วนท้ายของเรื่องเท่านั้น ความน่าสนใจคือการเนรมิตเมืองคามาคูระ ออกมาได้มีสีสัน และมีประเด็นให้เล่าได้มากมาย สมแล้วกับที่ต้นเรื่องมาจากหนังสือการ์ตูนยาว 34 เล่ม ในหนังเราจะเห็นภูติจิ๋ววิ่งเล่นตามลานบ้าน มีกัปปะนั่งข้างทาง มีตลาดที่ปีศาจมาขายของ เข้าร้านเหล้าก็เจอปีศาจมานั่งเมากัน มีกฏระเบียบเรื่องการลงทะเบียนวิญญาณให้คนตายกลายเป็นปีศาจแล้วกลับมาโลกมนุษย์ได้อีก แค่เรื่องนี้ก็หยิบมาเล่าได้อย่างสนุกสนาน แทรกมุกน่ารัก ๆ ได้อีกมาก ยังไม่พออาจารย์อิชชิกิ ยังมีความสามารถในทางสืบสวนและเป็นที่ปรึกษาของตำรวจในการไขคดีที่ปิดไม่ลง และวิธีการสืบสวนอันพิลึกพิลั่นของคามาคูระ ตำรวจจะเข้าทรงคนตายให้มาเล่าสาเหตุการตายก็ดูเป็นแนวทางปกติของที่นี่ ไม่พอแค่นั้นหนังยังแทรกประเด็นเรื่องความลับคาใจในวัยเด็กของอาจารย์อิชชิกิ ที่ผูกมาตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วมาพบคำตอบในท้ายเรื่อง โอ้ย!! เรียกว่ามีประเด็นยิบย่อยเต็มไปหมดในคามาคูระเมืองแห่งความสนุกสนานแห่งนี้  ความยาวกว่า 2 ชั่วโมงของหนัง ไหลผ่านไปอย่างรื่นรมย์ ดูไปยิ้มไปตลอดทั้งเรื่อง

ช่วงท้ายของหนังกับฉากบุกยมโลก เห็นได้ถึงความตั้งใจของทีมงาน กับการออกแบบภูมิทัศน์ของยมโลกให้ออกมาแปลกตามีเอกลัษณ์ของความเป็นญี่ปุ่น ก็ถือว่าทำได้น่าสนใจ ออกแบบบ้านเมืองและรูปลักษณ์ของปีศาจในยมโลกให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้เรื่องราวของหนังจะวนเวียนอยู่กับปีศาจ ความพลัดพราก และความตาย แต่ผู้กำกับยามาซากิ ก็คุมโทนหนังให้ออกมาเป็นหนังอารมณ์ดี เต็มไปด้วยอารมณ์ขันเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทาง ได้ยิ้มกับความน่ารักกุ๊กกิ๊กของคู่พระนางที่มีเง้างอนกันเป็นพัก ๆ แม้กระทั่งปีศาจตัวร้ายสุดของเรื่องก็ไม่ได้ดุร้ายน่ากลัวเกินไปนัก ที่น่ารักและได้เสียงหัวเราะสุดในเรื่องนี้ก็คือเจ้าปีศาจกบเขียว ที่ทั้งน่ารักและน่าสงสารเลย

และด้วยความที่เป็นหนังแฟนตาซี Destiny:The Tale Of Kamakura จึงเป็นหนังที่ใช้งานซีจีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะไคลแมกซ์ท้ายเรื่อง ก็เป็นงานที่ถนัดของผู้กำกับยามาซากิอยู่แล้วด้วย เคยได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนเนรมิตรกรุงโตเกียวย้อนยุคใน Always Sunset on Third Street มาถึงเรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดถึงพัฒนาการทางด้านงานซีจีของญี่ปุ่น ที่พาบรรดาตัวประหลาด เดินไปเดินมากับนักแสดงได้เนียนตา บรรดาปีศาจในเรื่องที่แปลงร่างได้ก็ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ไม่ออกแนวลิเกฉูดฉาดแบบซีจีในหนังจีน ไม่มีจุดไหนให้สะดุดตา แม้คุณภาพจะไม่เท่าฮอลลีวู้ด แต่ก็ถือว่าดีที่สุดที่เห็นในหนังเอเซียด้วยกันแล้ว

ดารานำทั้งตัว อาจารย์อิชชิกิ และ อากิโกะ ล้วนไม่คุ้นหน้าเลย , มาซาโตะ ซากาอิ เป็นดารามาจากละครทีวีของญี่ปุ่น ไม่มีอะไรให้พูดถึงนัก ส่่วนอากิโกะนั้น ทาคาฮาตะ มิซึกิ นั้นก็มาจากสายละครทีวีเช่นกัน ตัวทาคาฮาตะนั้นไม่ใช่นางเอกสาวสวยในแว่บแรกที่เห็น แต่พอดูไปก็สัมผัสถึงความมีเสน่ห์น่ารักของเธอได้ และด้วยเหตุที่ว่าเป็นหนังที่สร้างจากการ์ตูน การแสดงรวม ๆ จึงดูค่อนข้างจะโอเวอร์แอ็คติ้ง อากัปกิริยาต่าง ๆ จะล้น ๆ เสียหน่อย โดยรวมก็ชื่นชมครับกับ Destiny:The Tale Of Kamakura นึกว่าจะเจอหนังดราม่าฟูมฟายแต่กลับได้ดูหนังแฟนตาซีคอมมีดี้ ดูแล้วอารมณ์ดีฟีลกู๊ดไปกับทุกนาทีของหนัง แม้จะไม่ได้ซาบซึ้งกินใจแบบ Always Sunset on Third Street แต่เรื่องนี้ก็ประทับใจกับสีสันแฟนตาซี ดูแล้วมีความสุข เป็นหนังไร้พิษภัย แถมให้ข้อคิดเรื่องการให้อภัย ความมีเมตตา เหมาะพาเด็ก ๆ ไปดูด้วยครับ เชียร์ เชียร์

 

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

[รีวิว]Guardians of the tomb ขุมทรัพย์โคตรแมงมุม – เมื่อพี่ออส+จีนอยากทำหนังแบบทูมบ์ไรเดอร์

Published

on

นับตั้งแต่เห็นตัวอย่างหนังก็น่าจะทำให้หลายคนเกิดอาการ ‘เอ๊ะ!คุ้นๆ’ กันเป็นแถว ทั้งกองทัพแมงมุม CG ทั้งพายุทะเลทรายรวมถึงแม่นาง ลีปิงปิง ในชุดเสื้อกล้ามกางเกงขายาวที่มาบุกถ้ำแมงมุมอันเป็นราชวังใต้ดินเก่าแก่ของฮ่องเต้ ราชวงศ์ ‘โม้ๆมั่วๆเอา’ จนได้หนังผจญภัยงาน ‘มีเรอร์’ดังเช่น Guardians of the tomb เรื่องนี้

สำหรับเนื้อหาของหนังก็กล่าวถึง ภารกิจช่วยเหลือ ลุค (อู๋จุน) น้องชายของ เจีย (ลีปิงปิง) ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์มีพิษ แต่เนื่องจากลุคติดอยู่ในถ้ำที่เต็มไปด้วยแมงมุมใยกรวยพิษร้ายแห่งหนึ่งในจีน งานนี้เลยมี ริดลีย์ (เคลัน ลุตซ์) หน่วยกู้ภัยผู้มีอดีตฝังใจและเกลียดแมงมุมเข้าไส้มาช่วยนำทาง



ถ้าถามว่าหนังสนุกมั้ยตอบเลยว่าตัวหนังใส่ความบันเทิงมาเอนเตอร์เทนคนดูตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบ ซึ่งมันก็ไม่แคร์ว่าสิ่งที่คนดูจะเห็นนั้นไม่ได้แปลกใหม่อะไรเลยทั้งกองทัพแมงมุม พายุทะเลทราย ค่ายกลอันตรายแบบหนังผจญภัย แถมยังไปมั่วเอาเรื่องราวในประวัติศาสตร์จีนมามั่วนิ่มจนออกมาตลกอีก หรือแม้กระทั่งซีจีที่บางฉากก็ดูไม่ต่างจากละครหลังข่าวบ้านเรานัก แต่ในภาพรวมมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี่เหร่นักหากอยากหาหนังสักเรื่องไว้พักผ่อนสมองแบบไม่ต้องคิดมาก ยิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้แบบพากย์ไทยนะคุณเอ๋ย ฮาแบบสมงสมองไม่ต้องเหลือเลยเพราะน้าๆทีมพันธมิตรเล่นพากย์นอกบทกันกระจายเลย ฮ่าาา



นอกจากนี้คือหนังยังมีจุดฮาๆแบบไม่ตั้งใจให้เราจับผิดกันได้บันเทิงแบบอินเซปชั่นสำหรับคนชอบจับผิดหนังทั้งจุดดราม่าจุดเดียวที่ถูกใส่เข้ามาแบบ “วนไปค่ะ” ได้น่ารำคาญสุดๆคือ ฉากย้อนอดีตวัยเด็กที่ลุคและเจียเล่นซ่อนหาในสวนที่เป็นเหมือนเขาวงกตนัยยะเพื่อสะท้อนภาวะปัจจุบันที่เจียพยายามอย่างไม่ลดละในการตามหาลุค  แต่ไอ้การต้องมาดูนั่งฟัง ไอ้เด็กสองคนตะโกนไปมา “พี่เจีย” “น้องลุค” ประมาณ 5-6 เที่ยวนี่นอกจากจะไม่ซึ้งแล้วยังดูประดักประเดิดยังไงชอบกล และที่บันเทิงกว่านั้นคือการวางตัวละครในกลุ่มที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรนอกจากมาถูกแมงมุมกัดแล้วตายไประหว่างหนังดำเนินอยู่ที่มักแสดงพฤติกรรมโง่ๆอย่างพยายามเอาหน้าไปใกล้ๆปากศพเพื่อให้แมงมุมกระโดดมากัด หรือแม้กระทั่งพระเอกอย่าง ริดลีย์ที่ท้ายสุดกลับเป็นตัวละครที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรนอกจากจุดไฟเผาแมงมุมและมาช่วยดันหินที่กำลังทับนางเอก ส่วนใครเป็นคนเจอ ลุค น้องชายนางเอกนั้นลองไปดูกันเอาเองว่าเจอยังไงและบังเอิญแค่ไหน ‘ถามใจดู’




พูดถึง ลีปิงปิง ดีกว่าคือนอกจากแสดงนำแล้ว เธอยังเป็นโปรดิวเซอร์ด้วยนะจ๊ะ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ในหนังแต่ละช็อตเจ๊จะดูสวยแบบพร้อมเดินบนรันเวย์ตลอดเวลา ขนาดตอนเจ๊จะโทรมนี่ ฝุ่นเฝิ่นไม่ได้แตะหน้าเจ๊แกหรอก ยิ่งชุดเซ็กซี่แบบนักผจญภัยสไตล์ “ตู้มหลายเด้อ”นะ เจ๊แกยิ่งขึ้นกล้องเลย ด้าน อู๋จุน ก็มาทำสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดในเรื่องครับนั่นคือ ‘หล่อ’ ตอนกลัวก็หล่อ ตอนแมนก็หล่อ คือจะเป็นลมมันยังหล่อเลย ส่วน เคลัน ลุตซ์ นักแสดงจาก The Legend of Hercules (2014) ก็มา ‘ล่ำ’ แบบไม่ค่อยมีประโยชน์และโชว์สติปัญญาใดๆพ่วงด้วยการแสดงแบบ “แข๊งแข็ง” เรียกง่ายๆคือเป็นบทพระเอกเพื่อให้หนังดูอินเตอร์ขึ้นว่างั้นเถอะ

ท้ายที่สุดแม้ Guardian of the tomb จะไม่ใช่หนังดีเด่อะไรแต่อย่างน้อยมันก็เป็นหนังบันเทิงเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการคิดอะไรเยอะแยะเวลาดูหนังเรื่องหนึ่ง และในขณะเดียวกันมันยังแสดงให้เห็นศักยภาพของ จีน (เรื่องนี้ร่วมทุนกับออสเตรเลีย) ในการสร้างหนังระดับบล็อคบัสเตอร์ที่เชื่อได้เลยว่าในอนาคตเราจะได้เห็นหนังฮอลลีวูดลูกครึ่งจีนกันอีกเป็นพะเรอเกวียนแน่ๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

การ์ตูน

เรียนจบไปไม่ตกงาน!!! พบงานนิทรรศการอนิเมะเพื่อผู้จบการศึกษาที่สนใจทำงานในวงการ

Published

on

 

มาดูรายละเอียดของนิทรรศการอนิเมะเพื่อผู้จบการศึกษากันเลย

เป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่สำหรับคออนิเมะที่อยากจบการศึกษาและได้เข้าไปทำงานในวงการอนิเมะที่ตนรัก ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นการเริ่มหางานก่อนจะจบการศึกษาในเดือนมีนาคมจะดุเดือดอย่างมากและหลายๆคนให้ความสนใจที่จะทำงานในบริษัทอนิเมะ และเพื่อการนี้ทาง W@KU WORK จึงได้จัดนิทรรศการสำหรับการจ้างงานในวงการอนิเมะครั้งที่สองใน Tokyo วันที่ 6 มีนาคม 2018 นี้ โดยภาพโปรโมทงานวาดโดยอาจารย์ Shimahara ผู้วาดซีรีส์ Iya na Kao Sare Nagara Opantsu Misete Moraitai นั่นเองครับ

โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาที่จบใหม่และสนใจที่จะทำงานในวงการอนิเมะ ได้ศึกษาจากบริษัทและสตูดิโออนิเมะชั่นนำ สำหรับงานจะจัดขึ้นที่ Ota City Industrial Plaza PiO ในเมือง Tokyo ซึ่งผู้สนใจจะเข้าร่วมงานได้ฟรี แต่จะจำกัดเพียงแค่ 2,000 คนเท่านั้นนะครัล

บริษัท W@KU WORK ได้จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2017 โดยเป็นบริษัทที่คอยจัดงานสำหรับนักศึกษาจบใหม่กับตัวแทนบริษัทในสาขาอาชีพต่างๆเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าทำงาน โดยมีการจัดงานนิทรรศการสำหรับคนที่หางานสายอนิเมะเมื่อปี 2017 โดยมีผู้เข้าร่วมงานถึง 450 คน พร้อมได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพื่อนๆคนไหนที่มีความสนใจในเรื่องอนิเมะก็เตรียมตัวและหาข้อมูลกันไว้ให้พร้อมนะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรมาร่วมพูดคุยกันได้ที่ Fanpage WhatTheFact นะครับ

ขอยคุณข้อมูลจาก: https://animeanime.jp/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!