Connect with us

What The Fact

[รีวิว]“Day & Night” สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 กับ 10 ปีบนเส้นทางสายดนตรีของ The Musketeers

Published

on

The Musketeers  กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ที่มีชื่อว่า “Day & Night” หลังจากห่างหายไปเป็นเวลากว่า 5  ปี หลังจากอัลบั้มที่แล้ว “Uprising (2555)”  ซึ่งในปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ The Musketeers ยืนหยัดอยู่บนเส้นทางดนตรีครบทศวรรษแล้ว 3 อัลบั้มในหนึ่งทศวรรษถือได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ความเป็นผู้สร้างสรรค์งานดนตรีคุณภาพ ซึ่งทางวงก็เพิ่งมีคอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปี 10 Years Musketeers Concert” ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

“Day & Night” ประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 7 เพลง รวมความยาวทั้งหมด 28 นาที ซึ่งกว่าครึ่งของอัลบั้มนั้นก็ค่อยๆ ถูกทยอยปล่อยออกมาเป็นซิงเกิลก่อนหน้านี้แล้ว

โดยภาพรวมงานเพลงในอัลบั้มนี้ยังคงมีความเป็นร็อคที่มีเมโลดี้ที่สวยงาม ไลน์ดนตรีเรียบง่ายและไพเราะ ตัวเพลงฟังง่าย ติดหู ซึ่งก็คือเอกลักษณ์ของ The Musketeers  แต่ดูเหมือนว่างานเพลงในอัลบั้มนี้จะไม่มีเพลงไหนเลยที่รู้สึกว่าโดดเด่นและเป็นที่จดจำจนเป็นเพลงเอกของวงได้อย่างที่เคยมีมาในอัลบั้มก่อนๆอาทิเช่น ไกล , ของขวัญ จาก Left Right and Something (2552)  แค่คุณ (เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงประจำงานแต่งงานไปแล้ว), อยากให้เธอลอง จาก Uprising (2555)   แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่างานเพลงในอัลบั้มนี้ไม่ได้มีความน่าสนใจแต่อย่างใด

มาฟังทางวงพูดถึง Concept ของงานเพลงในอัลบั้มนี้กันก่อนครับ

มาดูบทเพลงทั้ง 7 ในอัลบั้มนี้กันครับ

Day & Night

เปิดมาด้วยเพลงแรกที่มีชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม เป็นเพลงจังหวะกลางๆ ท่วงทำนองสว่างใส ปลุกใจให้มีพลัง มีความหวัง เหมาะแก่การเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม

“ ทุกที่ยังมีเรื่องราวให้ต้องช้ำใจ
   ทุกเช้ายังคงจะมีแสงของวันใหม่
   เปิดใจเธอไว้ก่อน อดทนรอไว้ก่อน
   เพื่อรอวันที่สวยงาม”

Time Machine

ทะยานไปกับฉัน สนุกไปกับทุกๆที่ทุกเรื่องที่เราไป
ความไร้เดียงสาจะนำพาเราทิ้งความเป็นผู้ใหญ่

เพลงนี้ปล่อยออกมาตั้งแต่สิงหาคม 2015 แล้ว เป็นซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้ พูดถึงการย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาที่เราได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้เล่นสนุก ได้ทำตามใจโดยที่ไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ   เพลงนี้เป็นครั้งแรกที่ The Musketeers  ได้โปรดิวซ์เพลงกันเองในทุกขั้นตอนโดยมี ว่าน วงดีเทล เข้ามาช่วยเป็นโคโปรดิวเซอร์ให้ จังหวะของเพลงเป็นจังหวะ shuffle สนุกสนาน สามารถโยกไปกับจังหวะดนตรีและซาวด์ที่ครีเอทขึ้นมาได้อย่างลงตัว และ Time Machine ก็เป็นเพลงแรกที่ทางวงใช้จังหวะ Shuffle

นาฬิกา

ยังคงคิดถึงเรื่องราวดีๆที่มี ความทรงจำ ภาพเธอคนดีคนเดิม
เธอยังคิดถึงฉันรึเปล่า ในคืนที่เหน็บหนาวไม่มีแม้แสงดาว
เธอยังคิดถึงฉันบ้างไหมในวันที่เราไม่อยู่ด้วยกัน
อยากจะรู้เหมือนกัน ผ่านคืนและวัน เธอเองนั้นยังคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า”

“นาฬิกา” เพลงช้าซึ้งที่สุดของอัลบั้มนี้ เพลงนี้แต่งออกมาจากความรู้สึกของเท็น นักร้องนำ พูดถึงบางช่วงเวลาที่เรานึกถึงคนรักเก่า แต่ไม่สามารถบอกใครได้ ทำได้เพียงเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีๆ ช่วงเวลาพาคนบางคนเข้ามาในชีวิต หลายคนเข้ามาและจากไป แต่จะมีเพียงไม่กี่คนที่เรารู้สึกพิเศษด้วย ถึงแม้จะมีเหตุให้ต้องจากกันแต่เราจะยังคิดถึงคนคนนั้นอยู่เสมอ เพลงนี้เนื้อหาเศร้าแต่แฝงด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่อบอุ่น

ฉันคนเดียวที่รู้

“ แค่อยากให้เธอรู้ไว้  วันนี้เธอไม่มีใคร
  เธอลุกขึ้นยืนไม่ไหว  ให้ฉันนั้นคอยเฝ้าดู
  ไม่แคร์ว่าใครจะมอง  ฉันรู้ว่าเธอคือใคร
  ความรักของเธอยิ่งใหญ่ และฉันคนเดียวที่รู้”

ซิงเกิลที่ 2 ของอัลบั้มนี้ ปล่อยออกมาเมื่อเดือนตุลาคม 2015 เนื้อหาเป็นการพูดปลอบใจคนๆหนึ่งที่ตั้งใจทุกอย่างให้มันออกมาดีแต่ก็ยังไร้ความหมาย ไม่มีใครเห็นค่า ซึ่งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดคนที่เราตั้งใจอยากให้เห็น ให้รับรู้ความตั้งใจเขาจะมองไม่เห็น แต่สุดท้ายแล้วยังมีคน มองเห็นความดีความตั้งใจของเราอยู่

บทเพลงนี้มาพร้อมจังหวะกลางๆที่เข้ากับบรรยากาศและเรื่องราวของเพลงท่ามกลางท่วงทำนองที่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความห่วงใยที่เรามีให้กับใครสักคนที่เราใส่ใจ “เมื่อใดที่เธอรู้สึกโดดเดี่ยว อยู่เพียงลำพัง มองไปไม่เห็นใคร ขอให้จำเอาไว้ว่าเธอยังมีฉันที่คอยเฝ้าดูเธออยู่เสมอ ฉันคนนี้ที่เห็นคุณค่าในความรักเธอ และมีฉัน ‘เพียงคนเดียว’ เท่านั้นที่รู้”

ปล่อยไว้อย่างนั้น

“ปล่อยมือจากฉัน หยุดความผูกพัน ก่อนคืนและวันที่แสนดีสายเกินไป
ให้สิ่งที่เห็นเพียง สิ่งที่แสงเงา ส่องกระทบสะท้อนในดวงตา
ปล่อยไว้อย่างนั้น เก็บความผูกพัน ว่ามีหนึ่งวันที่รักกันมากที่สุด
ให้เรื่องราวของเราเกิดแค่ในหัวใจ”

ซิงเกิลล่าสุดของอัลบั้มนี้ ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเธอนั้นมีใครอีกคน ซึ่งเราอาจเป็นคนที่มาทีหลัง มาเมื่อในเวลาที่มันสายไป การจากไปอาจดีเสียกว่า เพราะหากเดินหน้าต่อไป อย่างไรคงต้องมีคนที่เสียใจอย่างแน่นอน หากจากกันไปแบบนี้ความรักที่มีจะยังคงงดงามอยู่เสมอ และเป็นความรักที่ไม่ทำร้ายใคร เก็บเรื่องราวดีๆเอาไว้เพียงในหัวใจของเราดีกว่า

What’s Happened

“มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ มีอะไรทำไมน่ากลัว
อะไรที่เกิดขึ้นในหัว ทิ้งมันไปกับความกลัว”

เพลงชื่อภาษาอังกฤษหนึ่งเดียวของอัลบั้ม เป็นเพลงที่ร็อคหนักหน่วงที่สุดของอัลบั้มนี้แล้ว เนื้อหาของเพลงพูดถึงการเปลี่ยนผ่านของช่วงเวลา ถ่ายทอดอารมณ์ของการตกอยู่ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ไม่น่าไว้วางใจ รวมไปถึงความหวาดกลัวที่ก่อเกิดขึ้นข้างในจิตใจ ไม่ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเราจะกลัวเพียงใด เราก็คงต้องทิ้งมันไว้ และก้าวออกไป

 

ยอม

“ ถ้าหากเป็นเธอฉันจะยอม
ช้ำก็จะยอม ทุกข์ก็จะยอม
ฉันจะไม่กลัวถ้าหากต้องเสียใจ”

จริงๆแล้วเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดของอัลบั้ม เพราะว่ามันมีความแตกต่างจากเพลงอื่นๆในอัลบั้มและแตกต่างจากงานเพลงของ The Musketeers ที่เคยทำมา  เพลงนี้มีกลิ่นอายของความโรแมนติคและเซ็กซี่ ช่วงท้ายของเพลงมีการเติมเสียงเครื่องเป่าช่วยเพิ่มบรรยากาศอีกด้วย บทเพลงถ่ายทอดความรู้สึกของความหลงใหลที่เรามีต่อใครคนหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป ทุกข์เพียงใด เหนื่อยหนักแค่ไหน เราก็พร้อมที่จะ “ยอม”

ถึงแม้ว่า Day & Night อาจจะไม่ใช่ผลงานมาสเตอร์พีซของ The Musketeers  และอาจจะรู้สึกไม่สมกับความคาดหวังใน 5 ปีที่รอคอยอัลบั้มนี้ แต่อย่างไรก็ตาม  Day & Night ก็เป็นอีกหนึ่งย่างก้าวของวง เป็นผลงานที่ไม่ควรมองข้าม และไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของ The Musketeers หรือไม่ก็ตาม

แสดงความคิดเห็น

การ์ตูน

เรียนจบไปไม่ตกงาน!!! พบงานนิทรรศการอนิเมะเพื่อผู้จบการศึกษาที่สนใจทำงานในวงการ

Published

on

 

มาดูรายละเอียดของนิทรรศการอนิเมะเพื่อผู้จบการศึกษากันเลย

เป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่สำหรับคออนิเมะที่อยากจบการศึกษาและได้เข้าไปทำงานในวงการอนิเมะที่ตนรัก ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นการเริ่มหางานก่อนจะจบการศึกษาในเดือนมีนาคมจะดุเดือดอย่างมากและหลายๆคนให้ความสนใจที่จะทำงานในบริษัทอนิเมะ และเพื่อการนี้ทาง W@KU WORK จึงได้จัดนิทรรศการสำหรับการจ้างงานในวงการอนิเมะครั้งที่สองใน Tokyo วันที่ 6 มีนาคม 2018 นี้ โดยภาพโปรโมทงานวาดโดยอาจารย์ Shimahara ผู้วาดซีรีส์ Iya na Kao Sare Nagara Opantsu Misete Moraitai นั่นเองครับ

โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาที่จบใหม่และสนใจที่จะทำงานในวงการอนิเมะ ได้ศึกษาจากบริษัทและสตูดิโออนิเมะชั่นนำ สำหรับงานจะจัดขึ้นที่ Ota City Industrial Plaza PiO ในเมือง Tokyo ซึ่งผู้สนใจจะเข้าร่วมงานได้ฟรี แต่จะจำกัดเพียงแค่ 2,000 คนเท่านั้นนะครัล

บริษัท W@KU WORK ได้จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2017 โดยเป็นบริษัทที่คอยจัดงานสำหรับนักศึกษาจบใหม่กับตัวแทนบริษัทในสาขาอาชีพต่างๆเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าทำงาน โดยมีการจัดงานนิทรรศการสำหรับคนที่หางานสายอนิเมะเมื่อปี 2017 โดยมีผู้เข้าร่วมงานถึง 450 คน พร้อมได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพื่อนๆคนไหนที่มีความสนใจในเรื่องอนิเมะก็เตรียมตัวและหาข้อมูลกันไว้ให้พร้อมนะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรมาร่วมพูดคุยกันได้ที่ Fanpage WhatTheFact นะครับ

ขอยคุณข้อมูลจาก: https://animeanime.jp/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

การ์ตูน

น่าสนใจสุดๆ!!! เตรียมพบกับอนิเมะเรื่องใหม่ Release the Spyce จากผู้สร้าง Yuruyuri และ Yuki Yuna

Published

on

มาดูรายละเอียดที่น่าสนใจกันเลย!!!

ถือเป็นอนิเมะแนวสาวน้อยน่ารักเรื่องใหม่ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว สำหรับอนิเมะเรื่อง “Release the Spyce” ที่เป็นการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างคุณ Takahiro จากทีมผู้สร้าง Yuki Yuna wa Yusha de aru กับอาจารย์ Namori ผู้เขียน Yuruyuri ซึ่งล่าสุดได้เปิดเผยรูปโฆษณาสำหรับโปรเจคออริจินอลอนิเมะนี้ลงบนปกของนิตยสาร Dengeki G’s magazine ออกมาแล้ว รวมถึงเปิดตัว Official website กับ Official แอคเคาท์บน Twitter อีกด้วยนะครับ

เนื้อเรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของ Momo เด็กสาว ม.ปลาย ที่กำลังศึกษาอยู่ในเมือง Sorasaki ทว่าเธอเป็นตัวแทนที่ทำงานให้กับหน่วยข่าวกรอง Tsukikage เพื่อคอยปกป้องชาวเมืองทุกคนจากอันตรายด้วยกันกับรุ่นพี่ Yuki และสาวๆที่เหลือรวม 6 คน! เอ..ว่าแต่ ปกป้องจากอะไรน่ะหรอ ก็ต้องรอติดตามเพิ่มเติมกันนะครับ

ตัวละครนักพากย์และทีมงานบางส่วน

Minamoto Momo พากย์โดย Anzai Yukari

  • Hanzomon Yuki พากย์โดย Numakura Manami
  • Yachiyo Mei พากย์โดย Suzaki Aya
  • Sagami Fuu พากย์โดย Fujita Akane
  • Aoba Hatsume พากย์โดย Uchida Aya
  • Ishikawa Goe พากย์โดย Noguchi Yuri

อนิเมะเรื่องนี้จะกำกับโดย Satou You แผนงานหลักโดยคุณ Takahiro รวมถึงตำแหน่ง series composition สำหรับดีไซน์คาแรคเตอร์ก็ได้อาจารย์ Namori ออกแบบให้ร่วมกันกับคุณ Ishino Satoshi คาแรคเตอร์ดีไซน์ในฉบับอนิเมะ ภายใต้ชื่อ SORASAKI.F

นอกจากนี้ยังมีมีฉบับมังงะและฉบับนิยายด้วย ในฉบับมังงะจะใช้ชื่อ “Release the Spyce – Naisho no Mission” ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร  Dengeki G’s magazine วาดโดยอาจารย์ Mitsuki Meia ที่จะเริ่มเดบิวท์ในนิตยสารเล่มนี้เหมือนกัน 1 ตอน 35 หน้า สำหรับฉบับนิยายจะใช้ชื่อว่า “Spyce – Golden Genesis”เป็นเนื้อเรื่องของรุ่นพี่ Yuki ลงในนิตยสาร Dengeki G’s Novel ของเดือนหน้านะครับ เพื่อนๆคนไหนสนใจก็มาร่วมพูดคุยกันได้นะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://natalie.mu/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว]Winchester : บทดี ผีไม่ค่อยน่ากลัว

Published

on

หนังผีไม่เคยห่างหายไปจากฮอลลีวู้ด และต่อให้ไม่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศแต่ก็ขายง่ายและได้รับความสนใจจากผู้ชมในบ้านเราเสมอ โดยเฉพาะหนังเกี่ยวกับคฤหาสน์ผีสิงแบบนี้ด้วย Winchester เป็นหนังที่อ้างอิงจากเรื่องจริงของคฤหาสน์วินเชสเตอร์ เป็นชื่อเดียวกับยี่ห้อปืนที่คุ้นหูหลายคนดี เพราะเป็นเจ้าของบริษัทผลิตปืนรายใหญ่ในอเมริกา เจ้าของคฤหาสน์คือ ซาราห์ วินเชสเตอร์ หญิงชราที่เก็บตัวเงียบในคฤหาสน์หลังมหึมานี้ ไปไหนมาไหนด้วยชุดดำและผ้าคลุมลูกไม้ปิดหน้าอยู่เสมอ มีภาพถ่ายจริงของซาราห์ตัวจริงเพียงภาพเดียว และถูกนำมาใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับเฮเลน มิเรน ผู้รับบทเป็นเธอในเรื่องนี้

ซาราห์ วินเชสเตอร์ ในเรื่องนี้ถือหุ้นบริษัทวินเชสเตอร์อยู่ 51% และด้วยพฤติกรรมประหลาดที่ชอบเก็บตัวและรื้อบ้านสร้างบ้านอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลว่าเธอสร้างบ้านตามคำสั่งผี ผู้ถือหุ้นจึงจ้างหมออีริค ไพรซ์ให้มาประเมินสภาพจิตของเธอ หวังว่าหมอจะประเมินว่าเธอไม่สมประกอบทางจิตและบังคับให้ถอนหุ้นออกจากบริษัทไปเสีย เรื่องราวหลักของเรื่องก็คือประสบการณ์หนึ่งสัปดาห์ของหมอในคฤหาสน์วินเชสเตอร์ที่ได้พบกับบรรดาภูติผีหลายตนและกิจวัตรอันสุดประหลาดของซาราห์ ก็คาดเดากันไปว่าสุดท้ายหมออีริค จะประเมินสภาพจิตของซาราห์ว่าปกติดีหรือไม่?

ภาพล่าสุดจากคฤหาสน์วินเชสเตอร์ของจริง ถ่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2017

มองในมาตรฐานของหนังผี ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ผีออกมาเยอะ และออกมาให้ลุ้นกันตั้งแต่ต้นเรื่อง ฉากตุ้งแช่ถี่มาก แต่ส่วนใหญ่จะตกใจจากเสียงซาวนด์เอฟเฟ็คต์เสียมากกว่าตกใจกับการปรากฏตัวของผี ซึ่งต้องบอกเลยว่าผีไม่ค่อยน่ากลัวนัก ยิ่งท้ายเรื่องออกมาเดินเล่นให้เห็นกันชัด ๆ ไป ส่วนที่อ่อนด้อยไปอย่างเห็นได้ชัดคือการดึงความน่ากลัวของคฤหาสน์วินเชสเตอร์ออกมาไม่ได้ ทั้งที่คฤหาสน์นี้เปรียบเสมือนหัวใจของเรื่อง  ผลก็คือเราเห็นสภาพภายนอกของคฤหาสน์ที่กว้างขวางซับซ้อน แต่ตลอดเรื่องเราได้เห็นอยู่แค่บริเวณย่อย ๆ ของคฤหาสน์เท่านั้น และสภาพมุมกว้างภายนอกก็ดูสวยงามน่าสนใจเสียมากกว่าน่ากลัว และน่าจะทำหน้าที่ปูบรรยากาศสยองก่อนพาคนดูลงลึกไปกับเนื้อหา พี่น้องสเปียริก สร้างชื่อมาจาก
หนังเล็กอย่าง Predestination (2014) และ โดดมาทำหนังสยองขวัญเลือดท่วม Jigsaw เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ยังดูโอเคอยู่ แต่พอมาถึง Winchester ก็ต้องบอกเลยว่าพี่น้องสเปียริกยังไม่ชำนาญนักกับการเล่นกับจังหวะจะโคนของหนังผี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ Annabelle Creation ที่มีธีมของความเป็นหนังบ้านผีเช่นกันแต่ก็ทำได้ชวนลุ้นกว่าหลายเท่านัก

จุดที่ดีของ Winchester คือการได้ยอดฝีมือ เฮเลน มิเรน มาช่วยพยุงหนังไว้ ให้มีความน่าดูตั้งแต่การปรากฏตัวของป้า บุคลิกภาพลักษณ์ของเฮเลนดูเข้าตากับมาดเศรษฐินีจอมลึกลับ นับว่าเป็นคุณยายวัย 73 ที่ยังดูดีอยู่มาก ส่วนเจสัน คลาร์ค ในบทคุณหมออีริค ไพรซ์ เป็นบทที่เสมอตัวไม่ค่อยมีอะไรให้ชื่นชมนัก ด้วยมาดคนกล้าไม่ค่อยกลัวผี เวลาโดนผีหลอกก็เลยไม่ดูน่าสงสารและไม่ชวนให้ลุ้นตามนัก และแน่นอนที่ว่าหนังต้องดำเนินตามกฏเหล็กของหนังผี คือตัวละครต้องมีความเผือกในตัวสูง หมออีริคก็ดำเนินตามกฏนั้นด้วยการออกมาเดินเล่นในคฤหาสน์ตอนเที่ยงคืน แล้วก็ต้องเจอดีเข้าจนได้ ดารานำอีกคนก็คือ ซาราห์ สนุ้ก ดาราขาประจำของผู้กำกับสเปียริกก็ตามมารับบทเป็น เมเรียน แมเรียต หลานสาวของคุณป้าซาราห์ ที่ปูมาเหมือนว่าจะกุมความลับอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็เปล่า

ส่วนดีอีกอย่างคือลูกเล่นของบท ที่ผูกเรื่องราวในอดีตของหมออีริค ไพรซ์ กับความลึกลับของคฤหาสน์วินเชสเตอร์แล้วมาเผยในช่วงท้าย การปูคุณลักษณ์เฉพาะตนของหมอที่ทำให้มีความสามารถพิเศษในการกำราบผีก็ดูน่าสนใจ การล่อหลอกของผีตัวร้ายสุดของเรื่องที่เผยตัวตนมาได้เซอร์ไพรส์นิด ๆ หลาย ๆ ประเด็นที่อยู่ในบทถือว่าผูกปมและคลี่ออกได้อย่างสวยงาม และช่วยชดเชยความน่ากลัวที่ค่อนข้างหย่อนไปสักนิด  สำหรับหนังผีที่ตัวอย่างสร้างความคาดหวังไว้ค่อนข้างมาก และผีหลาย ๆ ตัวที่ปล่อยมาเรี่ยราดแต่สุดท้ายไม่ได้เฉลยที่ไปที่มา ผลก็ออกมาเป็นหนังผีที่ชวนให้ปิดตาลุ้นเก้อไปเสียมาก ยังดีที่ไคลแมกซ์ท้ายที่ลากกันยาว ๆ พอให้ชวนลุ้นไปสะดุ้งไปกับหนังได้ ส่วนดีที่สุดในบทหนังก็คือการปูพื้นหลังตัวละครทั้งคนทั้งผีแล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้ดีในบทสรุปของหนัง

สรุปได้ว่า Winchester เป็นหนังผีที่มีบทภาพยนตร์ในเกณฑ์ดี ช่วยยกระดับเรื่องราวได้น่าสนใจ แต่ในด้านความเป็นหนังผี ความน่ากลัวฉากลุ้นยังด้อยกว่ามาตรฐานหนังผีด้วยกันในยุคหลัง อย่าคาดหวังมาก ดูฆ่าเวลาได้ไม่ถึงกับเสียดายตังค์ พลาดไปก็ไม่น่าเสียดายครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!