Connect with us

What The Fact

[รีวิว]“Day & Night” สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 กับ 10 ปีบนเส้นทางสายดนตรีของ The Musketeers

Published

on

The Musketeers  กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ที่มีชื่อว่า “Day & Night” หลังจากห่างหายไปเป็นเวลากว่า 5  ปี หลังจากอัลบั้มที่แล้ว “Uprising (2555)”  ซึ่งในปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ The Musketeers ยืนหยัดอยู่บนเส้นทางดนตรีครบทศวรรษแล้ว 3 อัลบั้มในหนึ่งทศวรรษถือได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ความเป็นผู้สร้างสรรค์งานดนตรีคุณภาพ ซึ่งทางวงก็เพิ่งมีคอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปี 10 Years Musketeers Concert” ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

“Day & Night” ประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 7 เพลง รวมความยาวทั้งหมด 28 นาที ซึ่งกว่าครึ่งของอัลบั้มนั้นก็ค่อยๆ ถูกทยอยปล่อยออกมาเป็นซิงเกิลก่อนหน้านี้แล้ว

โดยภาพรวมงานเพลงในอัลบั้มนี้ยังคงมีความเป็นร็อคที่มีเมโลดี้ที่สวยงาม ไลน์ดนตรีเรียบง่ายและไพเราะ ตัวเพลงฟังง่าย ติดหู ซึ่งก็คือเอกลักษณ์ของ The Musketeers  แต่ดูเหมือนว่างานเพลงในอัลบั้มนี้จะไม่มีเพลงไหนเลยที่รู้สึกว่าโดดเด่นและเป็นที่จดจำจนเป็นเพลงเอกของวงได้อย่างที่เคยมีมาในอัลบั้มก่อนๆอาทิเช่น ไกล , ของขวัญ จาก Left Right and Something (2552)  แค่คุณ (เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงประจำงานแต่งงานไปแล้ว), อยากให้เธอลอง จาก Uprising (2555)   แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่างานเพลงในอัลบั้มนี้ไม่ได้มีความน่าสนใจแต่อย่างใด

มาฟังทางวงพูดถึง Concept ของงานเพลงในอัลบั้มนี้กันก่อนครับ

มาดูบทเพลงทั้ง 7 ในอัลบั้มนี้กันครับ

Day & Night

เปิดมาด้วยเพลงแรกที่มีชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม เป็นเพลงจังหวะกลางๆ ท่วงทำนองสว่างใส ปลุกใจให้มีพลัง มีความหวัง เหมาะแก่การเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม

“ ทุกที่ยังมีเรื่องราวให้ต้องช้ำใจ
   ทุกเช้ายังคงจะมีแสงของวันใหม่
   เปิดใจเธอไว้ก่อน อดทนรอไว้ก่อน
   เพื่อรอวันที่สวยงาม”

Time Machine

ทะยานไปกับฉัน สนุกไปกับทุกๆที่ทุกเรื่องที่เราไป
ความไร้เดียงสาจะนำพาเราทิ้งความเป็นผู้ใหญ่

เพลงนี้ปล่อยออกมาตั้งแต่สิงหาคม 2015 แล้ว เป็นซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้ พูดถึงการย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาที่เราได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้เล่นสนุก ได้ทำตามใจโดยที่ไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ   เพลงนี้เป็นครั้งแรกที่ The Musketeers  ได้โปรดิวซ์เพลงกันเองในทุกขั้นตอนโดยมี ว่าน วงดีเทล เข้ามาช่วยเป็นโคโปรดิวเซอร์ให้ จังหวะของเพลงเป็นจังหวะ shuffle สนุกสนาน สามารถโยกไปกับจังหวะดนตรีและซาวด์ที่ครีเอทขึ้นมาได้อย่างลงตัว และ Time Machine ก็เป็นเพลงแรกที่ทางวงใช้จังหวะ Shuffle

นาฬิกา

ยังคงคิดถึงเรื่องราวดีๆที่มี ความทรงจำ ภาพเธอคนดีคนเดิม
เธอยังคิดถึงฉันรึเปล่า ในคืนที่เหน็บหนาวไม่มีแม้แสงดาว
เธอยังคิดถึงฉันบ้างไหมในวันที่เราไม่อยู่ด้วยกัน
อยากจะรู้เหมือนกัน ผ่านคืนและวัน เธอเองนั้นยังคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า”

“นาฬิกา” เพลงช้าซึ้งที่สุดของอัลบั้มนี้ เพลงนี้แต่งออกมาจากความรู้สึกของเท็น นักร้องนำ พูดถึงบางช่วงเวลาที่เรานึกถึงคนรักเก่า แต่ไม่สามารถบอกใครได้ ทำได้เพียงเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีๆ ช่วงเวลาพาคนบางคนเข้ามาในชีวิต หลายคนเข้ามาและจากไป แต่จะมีเพียงไม่กี่คนที่เรารู้สึกพิเศษด้วย ถึงแม้จะมีเหตุให้ต้องจากกันแต่เราจะยังคิดถึงคนคนนั้นอยู่เสมอ เพลงนี้เนื้อหาเศร้าแต่แฝงด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่อบอุ่น

ฉันคนเดียวที่รู้

“ แค่อยากให้เธอรู้ไว้  วันนี้เธอไม่มีใคร
  เธอลุกขึ้นยืนไม่ไหว  ให้ฉันนั้นคอยเฝ้าดู
  ไม่แคร์ว่าใครจะมอง  ฉันรู้ว่าเธอคือใคร
  ความรักของเธอยิ่งใหญ่ และฉันคนเดียวที่รู้”

ซิงเกิลที่ 2 ของอัลบั้มนี้ ปล่อยออกมาเมื่อเดือนตุลาคม 2015 เนื้อหาเป็นการพูดปลอบใจคนๆหนึ่งที่ตั้งใจทุกอย่างให้มันออกมาดีแต่ก็ยังไร้ความหมาย ไม่มีใครเห็นค่า ซึ่งสิ่งที่ทำมาทั้งหมดคนที่เราตั้งใจอยากให้เห็น ให้รับรู้ความตั้งใจเขาจะมองไม่เห็น แต่สุดท้ายแล้วยังมีคน มองเห็นความดีความตั้งใจของเราอยู่

บทเพลงนี้มาพร้อมจังหวะกลางๆที่เข้ากับบรรยากาศและเรื่องราวของเพลงท่ามกลางท่วงทำนองที่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความห่วงใยที่เรามีให้กับใครสักคนที่เราใส่ใจ “เมื่อใดที่เธอรู้สึกโดดเดี่ยว อยู่เพียงลำพัง มองไปไม่เห็นใคร ขอให้จำเอาไว้ว่าเธอยังมีฉันที่คอยเฝ้าดูเธออยู่เสมอ ฉันคนนี้ที่เห็นคุณค่าในความรักเธอ และมีฉัน ‘เพียงคนเดียว’ เท่านั้นที่รู้”

ปล่อยไว้อย่างนั้น

“ปล่อยมือจากฉัน หยุดความผูกพัน ก่อนคืนและวันที่แสนดีสายเกินไป
ให้สิ่งที่เห็นเพียง สิ่งที่แสงเงา ส่องกระทบสะท้อนในดวงตา
ปล่อยไว้อย่างนั้น เก็บความผูกพัน ว่ามีหนึ่งวันที่รักกันมากที่สุด
ให้เรื่องราวของเราเกิดแค่ในหัวใจ”

ซิงเกิลล่าสุดของอัลบั้มนี้ ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเธอนั้นมีใครอีกคน ซึ่งเราอาจเป็นคนที่มาทีหลัง มาเมื่อในเวลาที่มันสายไป การจากไปอาจดีเสียกว่า เพราะหากเดินหน้าต่อไป อย่างไรคงต้องมีคนที่เสียใจอย่างแน่นอน หากจากกันไปแบบนี้ความรักที่มีจะยังคงงดงามอยู่เสมอ และเป็นความรักที่ไม่ทำร้ายใคร เก็บเรื่องราวดีๆเอาไว้เพียงในหัวใจของเราดีกว่า

What’s Happened

“มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ มีอะไรทำไมน่ากลัว
อะไรที่เกิดขึ้นในหัว ทิ้งมันไปกับความกลัว”

เพลงชื่อภาษาอังกฤษหนึ่งเดียวของอัลบั้ม เป็นเพลงที่ร็อคหนักหน่วงที่สุดของอัลบั้มนี้แล้ว เนื้อหาของเพลงพูดถึงการเปลี่ยนผ่านของช่วงเวลา ถ่ายทอดอารมณ์ของการตกอยู่ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ไม่น่าไว้วางใจ รวมไปถึงความหวาดกลัวที่ก่อเกิดขึ้นข้างในจิตใจ ไม่ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเราจะกลัวเพียงใด เราก็คงต้องทิ้งมันไว้ และก้าวออกไป

 

ยอม

“ ถ้าหากเป็นเธอฉันจะยอม
ช้ำก็จะยอม ทุกข์ก็จะยอม
ฉันจะไม่กลัวถ้าหากต้องเสียใจ”

จริงๆแล้วเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดของอัลบั้ม เพราะว่ามันมีความแตกต่างจากเพลงอื่นๆในอัลบั้มและแตกต่างจากงานเพลงของ The Musketeers ที่เคยทำมา  เพลงนี้มีกลิ่นอายของความโรแมนติคและเซ็กซี่ ช่วงท้ายของเพลงมีการเติมเสียงเครื่องเป่าช่วยเพิ่มบรรยากาศอีกด้วย บทเพลงถ่ายทอดความรู้สึกของความหลงใหลที่เรามีต่อใครคนหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป ทุกข์เพียงใด เหนื่อยหนักแค่ไหน เราก็พร้อมที่จะ “ยอม”

ถึงแม้ว่า Day & Night อาจจะไม่ใช่ผลงานมาสเตอร์พีซของ The Musketeers  และอาจจะรู้สึกไม่สมกับความคาดหวังใน 5 ปีที่รอคอยอัลบั้มนี้ แต่อย่างไรก็ตาม  Day & Night ก็เป็นอีกหนึ่งย่างก้าวของวง เป็นผลงานที่ไม่ควรมองข้าม และไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของ The Musketeers หรือไม่ก็ตาม

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว]Sicario: Day of the Soldado : กลายเป็นหนังแอ็คชั่นสาดกระสุนไปแล้ว

มาถึงภาค 2 ของหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ ที่เล่าบรรยากาศระอุระหว่างเจ้าพ่อค้ายาเม็กซิโกและกองกำลังของอเมริกาบนชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ รอบนี้เดนนิส วิลล์เลอเนิฟ ผู้กำกับมือดีที่อยู่ในช่วงขาขึ้นไม่สามารถกลับมากำกับภาคต่อได้ เพราะต้องกำกับ Arrival และต่อด้วย Blade Runner 2049 และเจ้าของหนังก็ไม่รอด้วย เลยส่งไม้ต่อให้ สเตฟาโน ซอลลิมา ผู้กำกับหน้าใหม่ในฮอลลีวู้ด แต่เป็นมือเก๋าจากอิตาลี แต่เจ้าของเรื่องก็ยังคงเป็น เทย์เลอร์ เชอริแดน ที่ถนัดมากกับการเล่าเรื่องราวอาชญากรรมระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะเท็กซัส และรอบนี้ก็กล้าที่จะเล่าความร้ายกาจของกลาโหมอเมริกันที่ใช้แม้กระทั่งวิธีสกปรกในการขจัดปัญหาแมงเม่าแมงหวี่กวนใจตามชายแดน ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนว่าอาชญากรเม็กซิกันเป็นตัวร้ายของเรื่อง แต่ถ้าสังเกตแล้วตัวร้ายจริง ๆ ของเรื่องก็คือกลาโหมอเมริกานี่แหละที่สั่งการมาจากเบื้องบนโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม โดยที่ตัวเองอยู่ในภาพพจน์ที่ขาวสะอาดอยู่เสมอแล้วให้เหล่าทหารรับจ้างทำงานมือเปื้อนเลือดแทน

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

มาถึงภาค 2 ของหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ ที่เล่าบรรยากาศระอุระหว่างเจ้าพ่อค้ายาเม็กซิโกและกองกำลังของอเมริกาบนชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ รอบนี้เดนนิส วิลล์เลอเนิฟ ผู้กำกับมือดีที่อยู่ในช่วงขาขึ้นไม่สามารถกลับมากำกับภาคต่อได้ เพราะต้องกำกับ Arrival และต่อด้วย Blade Runner 2049 และเจ้าของหนังก็ไม่รอด้วย เลยส่งไม้ต่อให้ สเตฟาโน ซอลลิมา ผู้กำกับหน้าใหม่ในฮอลลีวู้ด แต่เป็นมือเก๋าจากอิตาลี แต่เจ้าของเรื่องก็ยังคงเป็น เทย์เลอร์ เชอริแดน ที่ถนัดมากกับการเล่าเรื่องราวอาชญากรรมระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะเท็กซัส และรอบนี้ก็กล้าที่จะเล่าความร้ายกาจของกลาโหมอเมริกันที่ใช้แม้กระทั่งวิธีสกปรกในการขจัดปัญหาแมงเม่าแมงหวี่กวนใจตามชายแดน ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนว่าอาชญากรเม็กซิกันเป็นตัวร้ายของเรื่อง แต่ถ้าสังเกตแล้วตัวร้ายจริง ๆ ของเรื่องก็คือกลาโหมอเมริกานี่แหละที่สั่งการมาจากเบื้องบนโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม โดยที่ตัวเองอยู่ในภาพพจน์ที่ขาวสะอาดอยู่เสมอแล้วให้เหล่าทหารรับจ้างทำงานมือเปื้อนเลือดแทน

เห็นได้ชัดว่าผู้กำกับสเตฟาโน พยายามที่จะสานต่อบรรยากาศและอารมณ์หนังให้ครึ้ม หม่น ตามสไตล์ที่วิลล์เลอเนิฟวางไว้ในภาคแรก ซึ่งถ้ามองเผิน ๆ ก็อาจจะกลมกลืน แต่ถ้าเปรียบกันชัด ๆ แล้ว Sicario: Day of the Soldado น่าจะถูกใจคนดูในตลาดวงกว้าง โดยเฉพาะคอแอ็คชั่นมากกว่าภาคแรก โดยเนื้อหาที่เน้นแอ็คชั่นในแบบโฉ่งฉ่าง ฉากรบจัดหนักและมาถี่ สาดกระสุนว่อน ระเบิดตูมตาม จ่อกบาลยิงกันเลือดท่วมจอ แต่ถ้าคนดูที่ชื่นชมในสไตล์กำกับของวิลเลอเนิฟในภาคแรกอาจจะรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง อาจจะด้วยสไตล์กำกับที่แตกต่างกัน และด้วยเนื้อหาของหนังที่ไปกันคนละทิศทางกับภาคแรก ที่มีเอมิลี่ บลันต์ เป็นตัวละครนำและทำหน้าที่แทนสายตาคนดูพาเราไปรู้จักโลกอันโหดร้ายบนชายแดนเม็กซิโกที่อยู่ใต้เงามืดของเจ้าพ่อค้ายา

พอมาถึงภาคนี้ เอมิลี่ บลันต์ ไม่กลับมา ก็เหลือแต่เพียง จอช โบรลิน ในบท แมตต์ เกรเวอร์ ทหารรับจ้างมากประสบการณ์ แล้วก็ดันบทอเลฮานโดรของ เบนิซิโอ เดลโตโร ให้ขึ้นมาเป็นบทเด่นเคียงคู่กับแมตต์ เกรเวอร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตัวละครเก่าจากภาคแรก ก็เลยไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวละครกันอีกต่อไป มาถึงก็เดินหน้าได้เลย หนังวางเรื่องให้แมตต์ รับงานใหม่จากกลาโหมอเมริกันให้ปิดฉากแก๊งค้ายาเม็กซิกัน ที่นับวันจะเพิ่มปัญหาให้กับชายแดนเท็กซัส เป็นการทำงานใต้ดินที่รัฐบาลไม่ขอออกหน้า แมตต์จึงต้องใช้ทีมทหารรับจ้างล้วน ๆ ด้วยการวางแผนจับตัว อิซาเบล เรเยส ลูกสาววัย 16 ของคาร์ลอส เรเยส เจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ และอ้างตัวว่าเป็นแก๊งตรงกันข้าม เพื่อเสี้ยมให้ 2 แก๊งตีกันเอง

แล้วเรื่องราวจากนั้นก็กลายเป็นปมเคร่งเครียดอย่างที่เราเห็นในตัวอย่างหนัง เมื่อรัฐบาลสั่งให้ฆ่าปิดปาก อิซาเบล เรเยส แต่เธออยู่ในการคุ้มครองของอเลฮานโดร ที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งรัฐบาล เป็นผลให้ แมตต์ จำต้องจัดทีมที่เหลือตามเก็บทั้งอเลฮานโดร และ อิซาเบล เสีย จากนี้ค่อยไปตามดูกันนะว่าศึกระหว่าง 2 ทหารรับจ้างผู้คร่ำหวอดจะลงเอยอย่างไร

สิ่งที่ขาดหายไปคือเสน่ห์ในลายเซ็นของเดนนิส วิลล์เลอเนิฟ ที่แม้จะไปแบบช้า ๆ หม่น ๆ ครอบคลุมไปด้วยบรรยากาศลึกลับหนัก ๆ แต่ก็ยังถ่ายทอดให้เห็นความโหดดิบของโลกอาชญากรเม็กซิกัน สิ่งที่ทดแทนมาในภาคนี้คืองานแอ็คชั่นที่อัดมาแน่นในสเกลที่ใหญ่ขึ้น กระสุดสาดกันว่อน จรวดอาร์พีจี ระเบิดมือ และเครื่องแบล็คฮอว์คที่เป็นพระเอกในหลายฉาก กลายเป็นหนังแอ็คชั่นบนสนามรบที่ทำได้ดุ มันส์ และเข้าใจง่ายกว่างานในแบบของวิลล์เลอเนิฟแน่นอน แล้วก็ตรงคอนเซ็ปต์กับชื่อของภาคนี้ Day Of Soldado ที่แปลว่า “วันของทหารหาญ” ก็เลยเน้นปฏิบัติการของทหารเป็นหลัก ไม่เห็นเงาของเจ้าพ่อค้ายาเลย แต่เส้นเรื่องที่เดินขนานกันไปในภาคนี้คือ ขบวนลักลอบการพาคนเม็กซิกันเข้าอเมริกา ที่เล่าสลับกันไปตลอดเรื่องและเส้นเรื่องมาบรรจบกันท้ายเรื่องกลายเป็นไคลแมกซ์ที่ตึงเครียด

แม้หลาย ๆ ฉากเราเห็นกันมาแล้วในตัวอย่างหนัง แต่พออยู่ในหนังจริงก็ทำได้ชวนลุ้นระทึกดี โดยเฉพาะฉากขบวนรถหุ้มเกราะทำหน้าที่ขนย้ายอิซาเบล เรเยส เข้าสู่เม็กซิโก ต้องระแวดระวังแก๊งตรงข้ามมาชิงตัว เป็นฉากยาวที่ดูไปก็ต้องลุ้นไปว่าจะโดนโจมตีหรือไม่ตอนไหน ดนตรีประกอบฝีมือของ Hildur Guðnadóttir (ขอไม่เขียนชื่อไทยนะ อ่านยากมาก) ก็ช่วยได้มาก กับการปูอารมณ์เข้าแต่ละช่วงฉากแอ็คชั่น ฮิลเดอร์ เป็นนักทำดนตรีประกอบมือใหม่เลื่อนขั้นมาจากทีมทำดนตรีที่เคยทำงานให้กับผลงานทุกเรื่องก่อนหน้าของ เดนนิส วิลล์เลอเนิฟ

จุดหนึ่งที่เสียดายพอสมควรคือตัวตนของอเลฮานโดร ในภาคแรกวางตัวอเลฮานโดรไว้เป็นมนุษย์ที่ลึกลับน่ากลัว พูดน้อย ดูไม่เป็นมิตรและมีอดีตที่มืดมน พอมาภาคนี้บทของอเลฮานโดร จำเป็นต้องกลายมาตัวละครนำ ความลึกลับน่ากลัวเลือนหายไปสิ้น กลายเป็นอเลฮานโดรที่พูดมากขึ้น เฟรนด์ลี่ขึ้น ได้เห็นด้านอ่อนโยนของเขา เริ่มมีการเปิดเผยอดีตของเขามากขึ้น เพื่อปูถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของเขาที่เลือกจะปกป้องอิซาเบล เรเยส

อีกฉากที่ไม่คาดคิดว่าจะเห็นคือ การพบกันของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ แมตต์ มาชักชวน อเลฮานโดร ให้เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ ด้วยการแอบเข้าไปในห้องของอเลฮานโดร แล้วก็นั่งรออยู่ในมุมมืด ๆ เมื่อเจ้าของบ้านกลับมา ด้วยทักษะของทหารทำให้รู้ว่ามีคนบุกเข้าบ้าน ก็ถือปืนสอดส่องตามหา แล้วก็จ๊ะเอ๋ว่าเป็นเพื่อนเก่ามาหา ไม่คิดว่าเราจะยังคงเห็นฉากเชย ๆ แบบนี้ในหนังฮอลลีวู้ดในปี 2018 นะ ชวนให้สงสัยมากว่าทำไมพี่ ๆ เค้าไม่โทรนัดกันนะ แล้วถ้ารายหลังไม่กลับมาบ้าน ผู้มาเยี่ยมไม่ต้องรอเก้อเหรอ

2 ชั่วโมงของหนังเดินหน้าไปอย่างน่าติดตาม มีฉากแอ็คชั่นให้ดูเรื่อย ๆ ไม่เว้นช่วงนาน แต่ฉากไคลแมกซ์ท้ายก็ทำได้ตึงเครียดสุด โหดสุด แล้วก็จบแบบทิ้งปริศนาไว้มากพอควร รอไปเฉลยในภาค 3 ที่หนังเริ่มขั้นตอนการสร้างแล้วอย่างมั่นใจ ไม่รอดูผลลัพธ์ของภาค 2 เลย ดูฟอร์มแล้วหนังน่าจะทำรายได้ดีกว่าภาคแรก แต่ในทางตรงกันข้ามคะแนนจากนักวิจารณ์ก็ออกมาต่ำเตี้ยกว่าภาคแรกแน่นอน เป็นหนังที่ดูเอามันส์ สนุกไปกับหนังได้แม้ไม่เคยดูภาคแรกครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

JIB เผยกลยุทธ์พิชิตใจเกมเมอร์ ด้วยสาวๆ PinkuNotori GamerGirls

Published

on

JIB เผยที่มา PinkuNotori GamerGirls วัยใส หน้าตาน่าเอ็นดูน่ารักมุ้งมิ้งใต้ชายคา JIB ร้านค้าปลีกที่มีหน้าร้านกระจายอยู่ทุกหนแห่งทั่วประเทศ

ถ้าพูดถึงร้าน JIB คงไม่ต้องถามต่อว่าขายอะไร เพราะเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว และด้วยกว่า 150 สาขาทั่วประเทศก็พอเป็นเครื่องยืนยันได้ถึงความสำเร็จ และการตอบรับจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ส่วนโครงการ PinkuNotori นั้น จะมีที่มาแหล่งไปอย่างไรนั้น ต้องมาติดตามถึงวิสัยทัศน์ของพี่จิ๊บ ของน้องๆ หรือคุณ สมยศ เชาวลิต แม่ทัพใหญ่แห่ง JIB ครบเครื่องเรื่องไอที

2 พ.ย. 2560 ก่อตั้งเพจ

https://www.facebook.com/PinkuNotori/

3 พ.ย. 2560 ประกาศออดิชั่น

20 ธ.ค. 2560 ขึ้น Cover Facebook Page เป็นสมาชิก PinkuNotori ทั้ง 11 คน

คุณสมยศ เชาวลิต แม่ทัพใหญ่แห่ง JIB ครบเครื่องเรื่องไอที

ผมเห็นโครงการนี้ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว 2560 ที่มาที่ไปของโครงการ PinkuNotori คืออะไรครับ?

JIB – จริงๆ โปรเจคนี้มันเป็นโปรเจคที่ คือผมเองเห็นก่อนว่าในสตรีม คนอื่นเล่นเกมคนก็ดูเยอะพอสมควร ต่างคนต่างมีช่องของตัวเอง บน Twitch บ้าง Facebook บ้าง Youtube บ้าง เป็นกลุ่มก็มีนะ แต่มันไม่แข็งแกร่ง เพราะขาดสปอนเซอร์ ขาดคนสนับสนุน ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยไปสนับสนุนกลุ่มพวกนี้มาแล้วบ้าง แบบมาขอสปอนเซอร์ 5,000 – 10,000 บาท ขอเสื้อ ขอโน้ตบุ๊ค แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยั่งยืน และไม่ค่อยต่อเนื่อง บางคนทำๆ แล้วก็หายไป มันขาดความต่อเนื่อง

ผมเลยมองว่า ผมอยากมีทีมแนว PR แต่ต้องเล่นเกมเป็นด้วย ต้องยอมรับว่าหน้าตาก็มีส่วน ผมต้องการให้กลุ่มนี้มา แล้วก็มาสื่อสารกับน้องๆ คนที่เป็นกลุ่มเดียวกันที่เล่นเกม หรือให้ผู้ใหญ่ดูนะว่าการเล่นเกมมันไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระนะ มันสามารถทำรายได้ และสามารถแบ่งเวลายังไงในขณะที่เรียน แบบมีรายได้มาอาจจะไม่เยอะมากแต่ก็มีรายได้ แต่บางคนถึงกับเยอะเลยก็มีนะ ดีกว่าเรียนหนังสือแล้วไม่มีรายได้

ให้เด็กเรียนไป ทำงานไปได้ใช่ไหม

JIB – ใช่ ก็มาทำงานหลังเลิกเรียน มาไลฟ์ตอน 4 โมงเย็น กับ 2 ทุ่ม ทีมเรามี 11 คน ก็จะสลับกันไลฟ์ ดูว่าใครว่างวันไหน

มิ้น – เราจะมีการจัดตารางกันล่วงหน้าในแต่ละเดือน ก็ดูว่าใครว่างวันไหน

เท่ากับว่า ทีมนี้เกิดขึ้นในเหตุผลที่ว่า อยากให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน และในเชิงภาพลักษณ์ ใช่ไหม

JIB – ใช่ คือมันเป็นทีมที่เราสร้างขึ้นมาเอง เราสามารถให้เขาโปรโมทอะไรก็ได้ และผมอยากสื่อให้สังคมเห็นว่า เล่นเกมถ้าจัดระเบียบดีๆ สอนเซอร์ดีๆ คุณก็สามารถที่จะมีรายได้ ยังดีกว่าเล่นแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่เราก็มีงานขั้นต่อให้เด็กๆ ทำว่าต้องไลฟ์เดือนละกี่ครั้ง ส่วนถ้ารีบอีเวนท์ ก็ได้เงินต่างหาก

เห็นตอนเด็กๆ สตรีมเกม คุณจิ๊บมีไปคอมเม้นต์ว่าถ้าชนะจะให้เงิน 3,000 บาท

JIB – ก็ให้จริงถ้าได้ที่ 1 แต่วันไหนคนเก่งๆ เล่นรวมกันผมก็ไม่คอมเม้นต์ นั่งดูอย่างเดียว

ที่บอกว่าใช้น้องในเชิง PR นี่รวมไปถึงใช้ในแง่การตลาดด้วยไหม

JIB – ยังไม่ได้ใช้ในแง่การตลาด เราใช้ในแง่ PR เช่นเวลา JIB ไลฟ์ทุกวัน ก็เชิญน้องมาในฐานะเกมเมอร์

คิดว่าน้องๆ จะมาช่วยทำให้ยอดขายดีขึ้นด้วยไหม

JIB – อนาคตก็จะเป็นแบบนั้น เพราะน้องเป็นเกมเมอร์ คนที่ติดตามก็จะเข้ามาดูว่า น้องใช้อุปกรณ์อะไร ทำงานอย่างไร

ลงทุนไปเยอะไหม

JIB – เยอะแล้วครับ เริ่มโดนบ่นแล้วครับ(ขำ) แต่เราทำแล้วมีคนดูเยอะ เราไม่ได้โปรโมทอะไรเยอะ มันก็จะค่อยๆ ขึ้นไปของมันเอง

มีแผนจะลงทุนเพื่อโปรโมทไหม

JIB – ไม่นะ ผมว่ามันดูไม่จริง

จะทำแคมเปญไหม

JIB – ทำนะ เรากำลังคิดว่าจะทำสินค้า PinkuNotori

ทำแบบแยกคนเลยไหม

JIB – เราจะทำแบบกลางๆ เป็นตัว PinkuNotori ก่อน

คิดไปไกลไหม มีแผนจะทำเพลงเองไหม รอบที่แล้วเห็นเต้นเพลงคุกกี้กัน

JIB – เพลง JIB เรามีอยู่แล้ว รอบนี้เพลงใหม่เลย และเรากำลังทำเพลงของ PinkuNotori ใหม่

เด็กๆ ในทีม ไม่ได้มีความสามารถแค่เล่นเกมอย่างเดียวใช่ไหม

JIB – มีร้องเพลง เต้น เล่นเกม

มีกฎอะไรให้น้องๆ ไหม ห้ามมีแฟน ห้ามเกรดต่ำ อะไรแบบนี้

JIB – ยังไม่ได้ห้ามขนาดนั้น กำลังร่างสัญญาใหม่ให้ชัดเจนอยู่ เพราะเรากำลังทุ่มงบลงไปเพื่อโปรโมททีมอีก ให้คนรู้ว่าเด็กๆ มีความสามารถ เช่นประกอบเครื่องได้ คัฟเวอร์เพลงได้ ซึ่งเราก็จะสนับสนุนในสิ่งที่น้องเก่งด้วย

มองไว้ถึงการใช้น้องๆ มาสร้างรายได้ไหม

JIB – ผมยังไม่มองถึงขนาดนั้น เอาแค่ให้มีรายได้เข้ามาบ้างก็โอเค ตอนนี้มีแต่ค่าใช้จ่าย ผมยังคิดอยู่ว่า ถ้าเด็กคนไหนชอบเล่นเกมอะไร ก็จะจ้างโค้ชมาสอนให้เก่งขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่เล่นๆ แต่มองถึงการแข่งขันอีสปอร์ต ต้องมีโอกาสได้รางวัล เรากำลังมองว่าจะจัด League ผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยใช้อีกบริษัทหนึ่ง มองอยู่ว่าจะจัดแข่งเกม PUBG ซึ่งใช้งบเยอะมาก ประมาณ 16 ล้าน โดยมีทีมในไทย 5 ทีม ต่างชาติ 15 ทีม คือเอาที่ 1 ของแต่ละประเทศมา เงินรางวัลประมาณ 1 ล้านบาท จะจัดให้ใหญ่ที่สุดใน South east asia และจะจัดแบบเป็น League ด้วย ซึ่งข้อเสียของบ้านเราคือ คนลงทะเบียนยังไม่ชัด ใครเป็นใครก็ยังไม่รู้จัก แต่ผมจะจัดใหญ่เลย ให้รางวัลเยอะ

มีแผนจะทำทีมแข่งเกมเองเลยไหม

JIB – มีแผนจะทำทีมชาย 1 ทีม จะเน้นเล่นเก่งไปเลย แต่คงจะไม่ให้ชื่อ Pinku

แล้วชื่อ PinkuNotori มาจากไหน

JIB – น้องๆ เขาตั้งมาเอง JIB ก็คือนก Notori ก็แปลว่านก มาจากภาษาญี่ปุ่น แต่เราอยากให้มันดูน่ารัก ก็เลยใส่ Pinku เข้าไป เป็นนกสีชมพูโบยบิน

แล้วคัดเลือกตัวกันมาอย่างไร

JIB – ก็มีคนมาสมัครเกือบ 200 คน ถ้าเปิดรับสมัครอีกรอบ คิดว่าน่าจะมีคนสมัครมาเป็น 1,000 แล้วก็คัดเลือกกันมา ก็ดูหลายอย่าง ดูความสามาถเรื่องเกม บุคลิก อัธยาศัย แล้วก็มีผลโหวต จากคลิปของน้องๆ ให้แต่ละคนพรีเซ้น ได้เป็นคะแนนส่วนหนึ่ง และเราก็นำมาวิเคราะห์ว่าแต่ละคนมีจุดเด่นอะไร แต่ละคนมีความต่อเนื่องแค่ไหน จะมีเวลาให้เรามากน้อยแค่ไหน คะแนนโหวตบวกกับกรรมการตัดสิน คือจริงๆ เรารับ 12 คน พอคัดมาจริงแล้วเหลือ 11 คน เพราะถอนตัวไป 1 คน

จะมีรุ่น 2 มาไหม

JIB – รุ่น 1 ไม่ยอมให้รับ(ขำ)

น้องๆ เล่นเกมอะไรกันบ้าง

JIB – เล่นเกมที่ดังๆ ในกระแส เช่น PUBG, DOTA, Counter Strike, Over Watch, Black Desert ตัวผมเองก็เพิ่งมาเล่นเกมตอนที่รับน้องๆ เข้ามา เริ่มเล่น PUBG ก่อน ติดงอมแงมไปถึงลูก จนโดนย่าบ่น สุดท้ายก็เลิกเล่น

บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างสนุกสนาน แต่ในส่วนของภาคการบริหารเนื้อหามีประมาณนี้ ส่วนของน้องๆ รออีกนิดนะ โดยเรามีสัมภาษณ์ น้อง มิ้น น้องจูน น้องแซนด์

ตัวอย่างการสตรีมเกมของน้องๆ Pinkunotori

มิ้นเดี่ยว

แซนด์เดี่ยว

จูน-มิ้น

จูน

ช่องทางการติดตาม Facebook และ instagram ของสาวๆ Pinkunotori

Mint (น้องมิ้น)

Facebook: https://bit.ly/2JHBMpR
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.mint

Sand (น้องแซนด์)

Facebook: https://bit.ly/2MrezKD
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.sand

Prim (น้องพริม)

Facebook: https://bit.ly/2HMO924
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.prim

June (น้องจูน)

Facebook: https://bit.ly/2LQVtfQ
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.june

Namwan (น้องน้ำหวาน)

Facebook: https://bit.ly/2t52n9q
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.namwan

Peach (น้องพีช)

Facebook: https://bit.ly/2JAfoTo
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.peach

Lookmhoo (น้องลูกหมู)

Facebook: https://bit.ly/2ycwC44
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.lookmhoo

Jinny (น้องจินนี่)

Facebook: https://bit.ly/2HMGTn8
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.jinny

Muay (น้องหมวย)

Facebook: https://bit.ly/2lamkYW
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.muay

Noon (น้องนุ่น)

Facebook: https://bit.ly/2JTlrSi
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.noon

Pat (น้องแพท)

Facebook: https://bit.ly/2HNH55h
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.pat

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

ภาพแรกของ ลินดา แฮมิลตัน กลับมารับบท “Sarah Connor” อีกครั้งใน Terminator 6

Sarah Conner กลับมาอีกครั้งในแฟรนไชส์ Terminator

Published

on

เว็บไซต์ theterminatorfans.com ได้เปิดเผยภาพแรกของ ลินดา แฮมิลตัน ในชุดพร้อมรบ จากกองถ่ายภาพยนตร์ Terminator 6 ซึ่งมีรายงานว่าเธอจะกลับมารับบท Sarah Connor หญิงแกร่งที่เป็นลัญลักษณ์ของแฟรนไชส์ Terminator มาอย่างยาวนาน

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Terminator 6 จะเป็นการรีบูทไตรภาคใหม่สำหรับแฟรนไชส์ Terminator โดยจะได้นักแสดงจากแฟรนไชส์ดังเดิมมาร่วมปรากฏตัวด้วย ทั้ง ลินดา แฮมิลตัน และ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ที่จะกลับมารับบหุ่นยนต์ T-800 อีกครั้ง

ลินดา แฮมิลตัน

อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

ร่วมด้วยนักแสดงชุดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น กาเบรียล ลูน่า (Agents of SHIELD) ที่จะมารับบทหุ่นยนต์สังหารเวอร์ชั่นใหม่ และ นาตาเลีย เรย์ส ในบทหญิงสาวชาวเม็กซิกันที่ถูกหุ่นยนต์สังหารรุ่นใหม่ตามล่า

กาเบรียล ลูน่า

นาตาเลีย เรย์ส

Terminator 6 เป็นผลงานกำกับของ ทิม มิลเลอร์ (Deadpool) โดยมีกำหนดฉายวันที่ 22 พฤศจิกายน 2019

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!