Connect with us

What The Fact

[รีวิว] คอนเสิร์ต 50 ปี พรีแซยิด ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์: คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย นั่งเล่น/จิบชา/ปาร์ตี้

Published

on

ห่างหายจากคอนเสิร์ตใหญ่มา 4 ปี นับตั้งแต่คอนเสิร์ต บรรลุนิติภาวะ 21 ปี ด้วยอายุอานามที่มากถึง 50 ปีแล้ว นี่จึงอาจเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายที่จะได้สเกลนี้ของ พี่ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ ตำนานอัลเตอร์ฯเมืองไทยที่ยังคงมีผลงานฮิต ๆ จนถึงปัจจุบัน และท่ามกลางกระแสดราม่าจำนวนมากต่อการจัดแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราเลยอยากบอกเล่าถึงอารมณ์และสิ่งที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานั้นจากนักเขียนของเราที่ได้ไปคอนเสิร์ตนี้มาด้วยครับ

วิกฤตก่อนเริ่มแสดง

18.30 น. กว่า ๆ ทีมงานก็เริ่มเปิดประตูให้เข้าสู่ฮอลล์ได้ ถือว่าตรงเวลาพอสมควรครับตามที่ระบุในบัตรเป๊ะ จนถึงตรงนี้ก็เรียบร้อยดี หน้าเวทีมีการใช้ผ้าสีแดงปล่อยยาวลงมาปิดไว้ แต่ว่าก่อนเริ่มแสดงราว ๆ 10 นาที ก็มีเสียงดังสนั่นขึ้นตรงลำโพงหน้าเวที เสียงจากจอวีทีอาร์ก็หายไป ตอนนั้นก็นึกว่า เอาแล้ว ๆ คอนเสิร์ตจะล่มมั้ยเนี่ย

แล้วเวลาก็ผ่าน 19.00 น. ที่เป็นเวลาแสดงไปอย่างลุ้น ๆ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง ถึงมีเสียงจากสต๊าฟประกาศว่า เกิดเหตุกระแสไฟย้อนกลับช็อตตู้แอมป์พัง กำลังแก้ปัญหาอยู่อาจต้องใช้เวลาอีกราว ๆ 10 นาที ถึงครึ่งชั่วโมง ตรงนี้ก็ทำให้พอเข้าใจได้ว่าเป็นอุบัติเหตุที่คงไม่มีใครคิดจะให้เกิด แต่จริง ๆ พวกพี่น่าจะบอกไวกว่านี้้นะ ปล่อยแฟน ๆ รอแบบงง ๆ อยู่นานเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ตรงนี้เองที่เข้าใจว่าหลังเวทีคงโกลาหลแน่ ๆ ยิ่งตัวพี่ป้างเอง ที่เตรียมตัวมากกว่า 4 เดือนกับคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ ที่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต แถมเชิญครอบครัวตัวเอง เพื่อน ๆ ไหนจะแฟน ๆ ที่รอคอยกันมาอีก แกคงเครียดหนักมากล่ะนะ จากที่จะค่อย ๆ จิบ ไหล ๆ ไประหว่างคอนเสิร์ตตั้งแต่ 1 ทุ่ม จบคอนราว ๆ 4-5 ทุ่มกำลังพอดี กลายเป็นแกเริ่มซัดย้อมใจตั้งแต่ 1 ทุ่มแบบเครียด ๆ และก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นปัญหาทางเทคนิคที่ทำได้แค่นั่งรออย่างกระวนกระวายใจ

อันนี้ไม่ได้จะเข้าข้างพี่ป้างนะครับ แค่คิดในมุมทางนั้นดู ซึ่งจริง ๆ ก็ควรติเหมือนกันว่าพี่ป้างอาจมั่นใจกับการดื่มของตัวเองมากไปหน่อยว่าเอาอยู่ คือดื่มได้แต่ต้องรู้ศักยภาพตัวเองด้วยยิ่งมีภารกิจสำคัญอยู่ด้วยแล้ว ถึงจะเครียดยังไงพี่น่าจะประมาณตัวเองได้ดีกว่านี้ครับ ตรงนี้ถือว่าพี่ป้างประมาทไปหน่อยกับอายุตัวเอง แต่ในอีกทางคือแกก็เป็นห่วงแฟน ๆ ของแกมากครับ แกย้ำบนเวทีอยู่ด้วยว่า ใครดื่มต้องไม่ขับรถนะ คือแกก็ไม่ได้สนุกจนเลยเถิดขนาดนั้นครับ

ราว ๆ 20.20 น. พี่ป้างก็ออกมาพบกับแฟน ๆ เพื่อขอโทษกับความล่าช้าที่เกิดขึ้น พี่แกออกไมค์ถามสต๊าฟแบบร็อกเกอร์เลยว่า “รอนานแล้วจะแก้ปัญหาเสร็จหรือยัง แฟน ๆ รอนานแล้ว” ตรงนี้ได้ใจไปเต็ม ๆ ครับ หลังจากนั้นราว ๆ 5 นาที งานแสดงก็เริ่มขึ้นได้ ผ้าม่านถูกปล่อยลงมาพร้อมกับเสียงดนตรีวงแบ็กอัพที่เล่นอย่างแน่นกระหึ่มขึ้นมา และแน่นอนเสียงพี่ป้างที่ทรงพลังเช่นเดิมเลย

เกริ่นนำสู่ปาร์ตี้

เปิดมาก็จัดหนักยาว ๆ 3 เพลงกันเลย ตั้งแต่ ทำอะไรสักอย่าง (อัลบั้มเลี่ยมทอง 2547) ประตู (อัลบั้มไข้ป้าง 2537) อากาศ (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) จบ 3 เพลงอย่างเมามัน แสงสีเสียงเวทีทำได้สุดยอดมากครับ ได้อารมณ์มาก ลืมที่รอกว่าชั่วโมงครึ่งไปเลย

พี่ป้างพักลงไปนั่งกับโซฟากลางเวที แล้วก็เริ่มพูดที่มาที่ไปของคอนเสิร์ต ทั้งพรีแซยิด ทั้งความแก่มีอายุมากขึ้นของตัวเอง แล้วก็จิบน้ำชาจากแก้วพลาสติก (ซึ่งก็รู้ว่าคืออะไร) พี่ป้างบ่นสบถเป็นกันเองกับแฟน ๆ ราวกับพี่สนิทเพื่อนสนิทในวงเหล้าประมาณนั้นล่ะครับ (ซึ่งแกสุภาพกับแฟนเพลงมากนะเพราะแทนตัวว่าพี่ และใช้คำสุภาพเวลาพูดกับแฟนเพลงตลอดการแสดง) แกเล่าว่าช่วงที่เลทไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งไฟช็อตแอมป์พัง ต้องวิ่งไปหาเปลี่ยนจากชาเลนเจอร์ที่มีอีกคอนอยู่ข้าง ๆ (คอนเสิร์ต แทยัง ไลฟ์อินแบงคอก 2017) แกว่าเป็นบททดสอบชีวิตขนาดแกแก่อย่างนี้มันก็ยังไม่เลิกทดสอบแกเช่นเดิม

แกว่าจัดคอนเสิร์ตเพราะแฟน ๆ ที่คอยมาเรียกร้องในเฟซบุ๊กแกประจำ และแกค่อนข้างมั่นใจว่าไฟช็อตจะไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเดียวในโชว์นี้แน่ ๆ แต่เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจและให้กำลังใจแกด้วย ซึ่งหลังจากช่วงนี้แกจะร้องไปพักไปจิบไป เป็นรูปแบบวน ๆ นะครับ แต่ตอนพักแกก็จะเล่าเรื่องนู้นนี้ไปด้วย เพลิน ๆ ดีสำหรับแฟน ๆ ที่อยากฟังพี่แกน่ะนะ

นอกจากนั้นเพลย์ลิสต์ของพี่ป้างก็จัดมาอย่างมันเลยครับ ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ในคอนเสิร์ตนี้จะเป็นเพลงจังหวะสนุก ๆ สมกับความเป็นปาร์ตี้คอนเสิร์ตส่วนตัวฉลองวัยของพี่ป้างมาก ๆ ครับ โดยปิดท้ายช่วงนี้ด้วย ใจเจ้าเอย (อัลบั้มหัวโบราณ 2545)

แขกรับเชิญคนแรก

แล้วก็มาถึงแขกรับเชิญคนแรก พี่ป้างเกริ่นแนะนำว่ามีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่แกแต่งให้คนอื่นร้อง แล้วพี่ป้างรู้สึกว่าเขาร้องได้ดีกว่าที่พี่ป้างคิดไว้เสียอีก ซึ่งเพลงนี้พี่ป้างร้องได้ดีไม่เท่า จึงจะขอเชิญศิลปินคนนั้นขึ้นมาร้องเองเลย แล้ว พี่กอล์ฟ ทีโบน (นครินทร์ ธีระภินันท์) ก็ปรากฏกายขึ้น พร้อมเสียงเฮของผู้ชม พี่กอล์ฟทักทายอย่างเขินอายอยู่พอประมาณครับ แกว่าแกไม่ชินการร้องต่อหน้าคนมากขนาดนี้ นี่จะเป็นการร้องเพลงนี้ต่อหน้าคนมาก ๆ ครั้งที่ 2 ในชีวิต ครั้งก่อนหน้าก็ผ่านมา 19 ปีแล้ว (!!!)

จากนั้นพี่กอล์ฟก็ร้องเพลง กลิ่น (ทีโบน อัลบั้มเบาหวาน 2541) ในเวอร์ชั่นที่พี่ป้างเคยบอกว่าฟังแล้วกองลงไปละลายกับพื้นทุกที หลังจบเพลงพี่ป้างออกมาถามพี่กอล์ฟว่ารู้มั้ยว่าทำไมถึงต้องเชิญมาร้องเพลงนี้ พี่กอล์ฟเดาว่าเพราะพี่แกอายุเลย 50 ปีแล้ว พี่ป้างจึงเฉลยว่าเพราะเมียพี่กอล์ฟอยากฟังนั่นล่ะ แกขอมา (ฮา)

เพลงเก่า เพลงใหม่ เล่นติดกันยาว ๆ

เปิดช่วงด้วยเพลงอกหักร้าว ๆ สุดฮิตที่ใคร ๆ ก็ร้องได้ อย่าง คบไม่ได้ (อัลบั้มเลี่ยมทอง 2547) ก่อนจะไปมันต่อยาว ๆ ด้วย ขบวนสุดท้าย (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) ต่อด้วยช่วงโซโล่กลองชุดสุดมันที่มีแว่วเพลง พี่ชาย (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) มาบาง ๆ แล้วต่อด้วยเพลง ภูมิแพ้กรุงเทพ (มินิอัลบั้มกลางคน 2556) คนมีเสน่ห์ (New Single 2559) แล้วปิดช่วงเพลงใหม่ด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง ทุกคนเคยร้องไห้ (New Single 2560) ตรงนี้แกขอให้ทุกคนเอามือถือขึ้นมาส่องไฟด้วย พี่ป้างเล่าว่าตอนแต่งเพลงนี้แกก็คิดในใจว่าเพลงบ้าอะไรยุให้คนร้องไห้ แต่แกก็แต่งด้วยความรู้สึกว่าคนเราควรระบายเพื่อสู้ต่อ และหวังให้แฟน ๆ มีกำลังใจสู้ชีวิตที่โหดร้าย ฉากนี้สวยดีครับไฟมือถือระยิบระยับทั้งฮอลล์เลย

จากนั้นก็กลับมาสนุกต่อด้วยเพลงรักน่ารัก ๆ อย่าง แพ้ (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) ก่อนจะหักมุมอีกรอบด้วยเพลง ไม่ใช่นางฟ้า (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) หลังจากนี้พี่ป้างน่าจะได้ที่แล้วครับ ช่วงหนึ่งแกสั่งทีมงานเปิดไมค์แกทั้งที่ดังอยู่แล้ว เราก็งง ๆ กันไป อาจเพราะมอนิเตอร์เสียงแกไม่ดีด้วยมั้ง กับช่วงก่อนเพลงไม่ใช่นางฟ้าแกก็เสียเวลากับการปรับให้มือกีตาร์เล่นได้ตรงกับที่แกต้องการก่อนอยู่นานเลยกว่าจะเริ่มเพลงได้ ใครนึกอารมณ์ไม่ออกก็ประมาณในหนัง Whiplash ในเวอร์ชั่นที่ครูไม่ได้ตะคอกใส่หน้านั่นล่ะครับ 555

ไฮดร้า รีเทิร์น

แขกรับเชิญคนพิเศษอีกคนหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนเฝ้ารอให้มายืนบนเวทีร่วมกับพี่ป้างมานานมาก พี่ป้างเกริ่นนำจุดเริ่มต้นของการร้องเพลงสมัยเรียนที่จุฬาและได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่ง ที่นำมาสู่วงไฮดร้า เมื่อปี 2535 แล้วก็เชิญ พี่ปอนด์ ไฮดร้า (ธนา ลวสุต) ขึ้นมาเดี่ยวครวญเพลง ดึกแล้ว (ไฮดร้า อัลบั้มอัศเจรีย์ 2535) ในแบบอคูสติก จริง ๆ ก่อนหน้านี้ทุลักทุเลนิดหนึ่งเพราะพี่ปอนด์ไปเหยียบเอ็ฟเฟ็กต์กีตาร์ผิดเพราะความตื่นเต้น จนโดนพี่ป้างแซวว่าแก่แล้วนะ (ฮา)

จบเพลงดึกแล้ว พี่ป้างก็ขึ้นมาเล่าว่าแกกับพี่ปอนด์ไม่ได้เจอกันจะ 5 ปีแล้ว เพราะต่างคนต่างทำงานแม้จะอยู่ตึกแกรมมี่เหมือนกันก็เถอะ เพลงต่อไปเป็นเพลงแรกในชีวิตที่พี่ป้างได้แต่งเนื้อ โดยพี่ปอนด์แต่งทำนอง นั่นก็คือ ไกลเท่าเดิม (ไฮดร้า อัลบั้มอัศเจรีย์ 2535) หลังร้องจบ พี่ปอนด์ก็ขอบคุณทุกคนก่อนลงเวทีไป พี่ป้างบอกว่าแฟนไฮดร้าหลายคนอาจจะรู้สึกไม่เต็มอิ่ม ต้องขอโทษด้วยเพราะถ้าเล่นกันแบบอีก 5 เพลง คอนเสิร์ตอาจจะเลิกตี 2 ได้ (ฮา)

แด่อาซิ้ม

จบจากเพลง คนฉลาด (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) พี่ป้างนั่งลงยาวอีกครั้ง และเริ่มเล่าถึงอาซิ้มที่มักพูดถึงบ่อย ๆ ในเฟซบุ๊ก หรือก็คือแม่ของพี่ป้างเอง ว่าแม่ต้องเลี้ยงลูก 4 คนเพียงลำพังเพราะ พ่อพี่ป้างที่เป็นตำรวจเสียไปในหน้าที่ตั้งแต่พี่ป้างอายุได้ 9 ขวบ ส่วนใหญ่พี่ป้างจะหยิบเรื่องตลก ๆ ของพี่ป้างกับแม่มาเล่าเพราะสนิทกันมาก ทั้งเรื่องที่แม่บอกว่าไปเที่ยวไร่สเปิร์ม ที่จริง ๆ คือสะเมิง หรือเวลาที่แม่อยากจะขอเงินใช้ก็จะแกล้งโทรมาเสียงป่วย ๆ เป็นต้น และนั่นนำมาถึงเพลงต่อไป ความเป็นแม่ (อัลบั้มหัวโบราณ 2545)

ช่วงนี้ซึ้งมากครับ พี่ป้างร้องเพลงไปก็หยุดเพราะแกสะอื้นหนักมาก แฟน ๆ ต้องช่วยร้องต่อ จบเพลงพี่ป้างตะโกนบอกรักแม่ แกว่าเพลงนี้แกได้ร้องบนเวทีเป็นครั้งแรกเพราะหาโอกาสร้องไม่ได้ อีกอย่างคือเพราะแกคิดว่าอาจจะอินจนร้องไม่จบได้ แต่วันนี้เป็นวันเกิดของอาซิ้มแกเลยถือโอกาสได้ร้องให้แม่ด้วยครับ ซึ้งมาก ช่วงนี้ก็มีวลีฮิตที่แกเอามาใช้อีกหลายครั้งในช่วงหลังคือ “ดื่มในหน้าที่ เพื่อการแสดง” อะไรแบบนั้น แล้วแต่จะคิดกันครับ


นอกจากนี้แกก็ยังแนะนำให้รู้จักลูกสาวแก น้องขมิ้น ก่อนจะบอกรักลูกมากเหมือนกัน จากนั้นก็เข้าเพลง แก้วตาขาร็อค (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) แล้วพี่ป้างก็พักช่วงให้แขกรับเชิญพิเศษขึ้นมาเล่น

บริษัทฮา? ไม่จำกัด?

ตรงนี้แล้วแต่คนชอบหรือไม่ชอบครับ ส่วนตัวคือคิดว่ามุกมันคาเฟ่มาก ๆ แบบไม่ได้ใหม่อะไรเลย พวกแข่งร้องเพลงให้คะแนนแล้วตบหัวเนี่ย แต่ด้วยความโปรมันก็ดูสนุกลื่น ๆ ไปได้ ทั้งที่เรารู้มุกอยู่แล้ว คนที่ไม่พอใจมาก ๆ อาจเพราะไม่ชอบดูตลกหรือไม่ได้อยากมาดูอยู่แล้วมากกว่า แต่จริง ๆ ก็เป็นสีสันดีครับ

โดยไฮไลต์จริง ๆ คือการที่เชิญพี่ป้างมาร่วมแสดงในฐานะเฮียใหญ่คนคุมแก๊ง ที่ไฮไลต์เพราะความกรึ่มของพี่ป้างได้ที่ ประกอบโดน บอล เชิญยิ้ม ยุใส่มอมแกแบบแก้วต่อแก้วจนแกลิ้นพันลืมบท ไอ้มุกที่คิดว่ารู้อยู่แล้วก็เลยกลายเป็นอะไรที่เหนือคาดแล้วฮามากครับ เหมือนดูเพื่อนในวงเหล้าตอนมันเมาแบบน่ารัก ๆ ตรงนี้ต้องบอกว่าเริ่มมีเลยเถิดบ้าง อย่างที่มีคนติงจริง ๆ ว่าแกเล่นมุกใต้สะดือบ้าง อย่างเล่นคำว่า ติดเป้ง เป็นต้น แต่ก็เป็นการเล่นกับพวกตลก ไม่ได้พูดกับคนดู ซึ่งคิดว่าพี่แกคงสนุกไปกับแขกรับเชิญเกินไปจริง ๆ จนลืมว่ามีเด็กฟังด้วย รวม ๆ ถึงจะยืดไปมาก แต่ก็ตลกมาก ๆ เช่นกันครับ ช่วงท้าย แจ๊ส ชวนชื่น ก็พูดได้กินใจดีว่าถึงพี่ป้างจะเมาแต่แกก็ทำเพื่อแฟน ๆ เสมอ

ภาพจากไอจี แจ๊ส ชวนชื่น

ช่วงนี้ก็ราว ๆ 5 ทุ่มแล้ว ก็เริ่มมีคนบ่นบ้างว่ากลัวตกรถอะไรแบบนั้น ก็เข้าใจได้ครับ แต่ก็เพราะมันเลทมาแต่เริ่มด้วยนั่นล่ะ พี่ป้างขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เลยพักคอนเสิร์ตไป 10 นาทีได้ ช่วงนี้ก็เริ่มมีคนกลับไปบางส่วนแล้ว

เมดเล่ย์

กลับมาพร้อมอารมณ์แบบมันต่อเนื่อง ด้วยเมดเล่ย์ยาว ๆ ทั้ง คิดอะไรอยู่ (อัลบั้มดอกเดียว 2550) เขาหรือผม (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) 30 ยังแจ๋ว (อัลบั้มบันทึกการแสดงสดไฮไลท์ ไอซียู 2538) สบายดี (อัลบั้มไข้ป้าง 2537) ผู้ชายร้องไห้ (อัลบั้มขายหน้า 2542) แมน (อัลบั้มเลี่ยมทอง 2547) หัวล้านใจน้อย (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) คือสุดมัน อารมณ์มันขึ้นไปพีคมากครับ พอดียืนติดหน้าเวทีต้องบอกว่า พี่ป้างทุ่มสุดตัวจริง ๆ อารมณ์มันส่งมาคนดูด้านล่างแบบเต็ม ๆ ทุกคนสนุกมากครับ แม้จะมีหลายช่วงที่แกส่งให้แฟน ๆ ช่วยร้อง แต่ช่วงเสียงสูงพีค ๆ นี่แกก็เก็บหมด ไม่ได้ว่าพลังการแสดงตกแต่อย่างใด ยิ่งในช่วงเพลงผู้ชายร้องไห้ที่ใส่โซโล่กีตาร์ยาว ๆ แล้วแกไปช่วยมือกีตาร์ลีดด้วยนี่อย่างเท่เลยครับ

บางช่วงแกก็ยกนาฬิกาขึ้นมาดูบ่อย คงเพราะกลัวจะยิ่งดึกเกินไป เพราะช่วงท้ายก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว

อังกอร์สุดประหลาด กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย

น่าจะเป็นอังกอร์ที่ประหลาดมากครั้งหนึ่งเลยครับ พี่ป้างหมดแรงลงไปนั่งที่โซฟา (ช่วงหลัง ๆ นี่ตาพี่แกแทบไม่ลืมแล้วนะ จริง ๆ ก็ตั้งแต่ช่วงตลกแล้วล่ะ) แกบอกอย่างจริงใจเลยว่าตอนนี้ในสคริปต์แกต้องลงไปหลังเวที เพื่อรอให้แฟนอังกอร์ แต่ว่ามันเสียเวลา แกเลยจะขอเล่นอังกอร์ตรงนี้เลย อีกอย่างคือพี่ป้างว่าแกเก็บเพลงที่มันร้องยาก ๆ ไว้หลัง ๆ หมดเลย โดยเฉพาะเพลงนี้ ดังนั้นเพลงนี้แกอาจจะร้องไม่ไหวแล้ว ให้ทุกคนช่วยกันร้องด้วย และนั่นคือเพลงจบคอนเสิร์ต เธอมีจริง (อัลบั้มหัวโบราณ 2545)

ผมเชื่อเหลือเกินว่าที่พี่ป้างพูดว่านี่อาจจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายของแกนั้นไม่ได้มาเพราะอุปสรรคมากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่เพราะแกรู้ตัวมาแต่ต้นก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม ทั้งยอดขายบัตรที่ไม่สามารถ Sold Out ได้และอาจเหลือเกือบครึ่ง ทั้งอายุอานามของแกที่ปาเข้าไปวัย 50 ปีแล้ว อาจยืนยาวคอนเสิร์ต 2-3 ชั่วโมงไม่ไหวอีก ทั้งยุคสมัยที่ผ่านไปด้วย ตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่ทำให้พี่ป้างทำตามใจตัวเอง ที่คิดว่าจะทำให้แฟนพันธุ์แท้ของแกโดยเฉพาะ ทั้งการพูดอย่างใกล้ชิด ท่าทีที่เปิดใจไม่ห่วงภาพแต่ก็ยังสุภาพกับแฟน ๆ ทั้งการเชิญครอบครัวคนที่พี่ป้างรักมากมายมาดูบ้างเป็นแขกรับเชิญบ้าง

จบคอนเสิร์ต หลายคนอาจอิ่มใจ หลายคนอาจผิดหวัง หลายคนก่นด่า หลายคนให้กำลังใจ มันคงยากจะทำให้ทุกคนพอใจ เพราะต่างมีเกณฑ์ตัดสินที่ต่างกัน บางคนรับได้ บางคนรับไม่ได้ แต่อย่างไรเสียก็ยากจะปฏิเสธว่า พี่ป้างคือตำนานอีกคนหนึ่งของวงการดนตรีไทย และคอนเสิร์ตนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ของแฟนเพลงตัวจริงได้จดจำไปตลอด อย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ป้าง นครินทร์ และแฟนเพจ genie record มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

BNK48 เซเลบ ดารา นักร้อง ศิลปิน ระดับโลกพาเหรดร่วมงานเปิดตัว ICONSIAM

Published

on

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา BNK48 นำทีมโดยกัปตัน เฌอปราง อารีย์กุล เดินทางเข้าร่วมงานเปิดตัวห้างสรรพสินค้ายิ่งใหญ่อลังการย่านฝั่นธน IconSiam ทั้งนี้นอกจากที่จะมีสมาชิก BNK48 แล้ว ยังไม่เซเลบ ดารา นักร้อง ศิลปิน ระดับโลกพาเหรดเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ใครเป็นใครไปชมภาพกันครับ

 

ขอบคุณภาพ : IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

โอตะ โอชิ เตรียมเต็มเหนี่ยวกับงาน “SWEAT16! JU JU”

Published

on

โอตะ โอชิ เตรียมเต็มเหนี่ยวกับงาน “SWEAT16! JU JU”

กิจกรรมไฮไฟฟ์ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต อาทิตย์ที่ 18 นี้

สนุกต่อ…ไม่รอแล้วนะ อาทิตย์ที่ 18 พ.ย. นี้ พลาดไม่ได้กับงาน “SWEAT16! JU JU” พบกับ 13 สาวเกิร์ลไอดอลกรุ๊ป วง SWEAT16! (สเวทซิกซ์ทีน) นำทีมโดย แอ๊นท์-วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ กัปตันวง, ม่านมุก-ชดาธาร ด่านกุล เซ็นเตอร์, มิวสิค-จิดาภา จงสืบพันธ์, แอนนี่-อรรฆพร สร้อยสุข, ซอนญา- ซอนญาชิษณุชา ดอนเนลลี่, นิ้ง-พิชชาภา กันตพิชญาธร, เอ๋-วาสนา พิมพ์จันทร์, พิม-พิม ขจรเวคิน, พาด้า-ปภาดา ตันติประสงค์ชัย, เพชร-พรรษา บุณยะกลัมพ, เฟรม-สุธาสินี เอมทอง, มิ้น-ทสมา เทศน์ธรรม และ พราวด์-ปัทมาริษา ปัดภัย ที่ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

จัดเต็มเหนี่ยวไปกับกิจกรรมไฮไฟฟ์ พิเศษสุดสินค้าออฟฟิเชียลของวงสเวทซิกซ์ทีน ตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรกจนถึงซิงเกิ้ลล่าสุด TKO และ สิ่งที่ทุกคนรอคอย งานนี้ 3 ทหารเสือ วิม-บอย-ไก่ (วิม มโนพิโมกษ์ ประธานกรรมการ บริษัท โยชิโมโต้เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด, บอย โกสิยพงศ์ จากเลิฟอิส, สุธี แสงเสรีชน จากเลิฟอิส) ผู้ปลุกปั้น 13 สาว พร้อมเผยถึงซิงเกิ้ลล่าสุดที่ลั่นออกมาแล้วว่า “ปิ้งย่าง” อรั๊ยย…บอกยาวกว่านี้ไม่ได้แล้วร่ะ ติดตามรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติ่มได้ที่ Facebook.com/SweatSixteen อย่าลืมมาเจอกันนะจ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

“สแตน ลี” ตำนานแห่ง Marvel เสียชีวิตด้วยวัย 95 ปี

สแตน ลี บิดาแห่ง Marvel Comics ผู้ให้กำเนิดซูเปอร์ฮีโรมากมาย ได้เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 95 ปี

Published

on

Stan Lee ตำนานแห่ง Marvel Comics ได้เสียชีวิตในวัย 95 ปี หลังจากที่ในช่วงหลังมานี้ได้ประสบปัญหาด้านสุขภาพอยู่บ่อยครั้ง ซึ่ง เจ.ซี. ลี ลูกสาวของ สแตน ลี ได้เปิดเผยกับทาง TMZ ว่า รถพยาบาลได้มารับคุณพ่อไปโรงพยาบาล ซีดาร์ส-ไซนาย (Cedars-Sinai Medical Center) ที่ลอสแอนเจลิส ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนของ สแตน ลี แต่อย่างใด

Stan Lee หรือ Stanley Martin Lieber (สแตนลีย์ มาร์ติน ลีเบอร์) เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 1922 ที่นิวยอร์ก ซึ่งได้กลายเป็นจุดกำเนิดและสถานที่ผจญภัยของซูเปอร์ฮีโร่หลายคนในคอมมิกของเขา โดยเขาเป็นผู้ให้กำเนิดซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Spider-Man, Captain America และ Daredevil

ในปี 1942 สแตน ลี ได้เข้าร่วมกองทัพในส่วนของ Signal Corps Training Film Division ซึ่งเขาได้เชียนคู่มือการใช้งาน, สคริปต์สำหรับภาพยนตร์การฝึกทหาร และรวมถึงการวาดการ์ตูนและโปสเตอร์ด้วย

สแตน ลี ได้กลับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 และเริ่มอาชีพการเชียนคอมมิกให้กับทาง Atlas Comics ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น Marvel Comics เมื่อปี 1961

ในปีเดียวกันนั้นเอง สแตน ลี และ แจ็ก เคอร์บี เพื่อนร่วมงานของเขา ได้เปิดตัว Fantastic Four ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มแรกของ Marvel Comics จากนั้นก็ได้สร้างตัวละครมากมายที่กลายเป็นตัวละครหลักของภาพยนตร์ในแฟรนไชส์ Marvel Cinematic Universe ในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็น Iron Man, Thor  และ Incredible Hulk

สแตน ลี ได้เริ่มเป็นที่ชื่นชอบสำหรับแฟน ๆ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ จากการปรากฏตัวในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ The Trial of the Incredible Hulk (1989) รวมถึงภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรทุกเรื่องที่ Marvel Studios ร่วมในช่วงยุค 2000 และได้ปรากฏตัวในอนิเมชัน Teen Tans Go! To The Movies (2018) ที่เป็นผลงานของ DC ด้วย

สแตน ลี ปรากฏตัวใน Spider-Man 3

ก่อนหน้านี้ โจน ลี ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลงในปี 2017 หลังจากแต่งงานและอยู่ด้วยกันมานานกว่า 70 ปี และในช่วงหลังมานี้ ได้มีรายงานว่าเขาได้ประสบปัญหาด้านสุขภาพอยู่บ่อยครั้งจนทำให้แฟน ๆ เริ่มเกิดความกังวล

เจ.ซี. ลี ลูกสาวของเขาได้กล่าวกับทาง TMZ ว่า “พ่อของฉันรักแฟน ๆ ทุกคน เขาเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นคนดีที่สุดด้วย”

สเแตน ลี เคยกล่าวว่า ตัวละครที่เขารักมากที่สุดคือ Spider-Man ซึ่งเขาได้เขียนเรื่องราวของ Spider-Man เป็นครั้งแรกในคอมมิก Amazing Fantasy ฉบับที่ 15 ในเดือนสิงหาคม 1962

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!