Connect with us

What The Fact

[รีวิว] คอนเสิร์ต 50 ปี พรีแซยิด ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์: คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย นั่งเล่น/จิบชา/ปาร์ตี้

Published

on

ห่างหายจากคอนเสิร์ตใหญ่มา 4 ปี นับตั้งแต่คอนเสิร์ต บรรลุนิติภาวะ 21 ปี ด้วยอายุอานามที่มากถึง 50 ปีแล้ว นี่จึงอาจเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายที่จะได้สเกลนี้ของ พี่ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ ตำนานอัลเตอร์ฯเมืองไทยที่ยังคงมีผลงานฮิต ๆ จนถึงปัจจุบัน และท่ามกลางกระแสดราม่าจำนวนมากต่อการจัดแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราเลยอยากบอกเล่าถึงอารมณ์และสิ่งที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานั้นจากนักเขียนของเราที่ได้ไปคอนเสิร์ตนี้มาด้วยครับ

วิกฤตก่อนเริ่มแสดง

18.30 น. กว่า ๆ ทีมงานก็เริ่มเปิดประตูให้เข้าสู่ฮอลล์ได้ ถือว่าตรงเวลาพอสมควรครับตามที่ระบุในบัตรเป๊ะ จนถึงตรงนี้ก็เรียบร้อยดี หน้าเวทีมีการใช้ผ้าสีแดงปล่อยยาวลงมาปิดไว้ แต่ว่าก่อนเริ่มแสดงราว ๆ 10 นาที ก็มีเสียงดังสนั่นขึ้นตรงลำโพงหน้าเวที เสียงจากจอวีทีอาร์ก็หายไป ตอนนั้นก็นึกว่า เอาแล้ว ๆ คอนเสิร์ตจะล่มมั้ยเนี่ย

แล้วเวลาก็ผ่าน 19.00 น. ที่เป็นเวลาแสดงไปอย่างลุ้น ๆ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง ถึงมีเสียงจากสต๊าฟประกาศว่า เกิดเหตุกระแสไฟย้อนกลับช็อตตู้แอมป์พัง กำลังแก้ปัญหาอยู่อาจต้องใช้เวลาอีกราว ๆ 10 นาที ถึงครึ่งชั่วโมง ตรงนี้ก็ทำให้พอเข้าใจได้ว่าเป็นอุบัติเหตุที่คงไม่มีใครคิดจะให้เกิด แต่จริง ๆ พวกพี่น่าจะบอกไวกว่านี้้นะ ปล่อยแฟน ๆ รอแบบงง ๆ อยู่นานเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ตรงนี้เองที่เข้าใจว่าหลังเวทีคงโกลาหลแน่ ๆ ยิ่งตัวพี่ป้างเอง ที่เตรียมตัวมากกว่า 4 เดือนกับคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ ที่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต แถมเชิญครอบครัวตัวเอง เพื่อน ๆ ไหนจะแฟน ๆ ที่รอคอยกันมาอีก แกคงเครียดหนักมากล่ะนะ จากที่จะค่อย ๆ จิบ ไหล ๆ ไประหว่างคอนเสิร์ตตั้งแต่ 1 ทุ่ม จบคอนราว ๆ 4-5 ทุ่มกำลังพอดี กลายเป็นแกเริ่มซัดย้อมใจตั้งแต่ 1 ทุ่มแบบเครียด ๆ และก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นปัญหาทางเทคนิคที่ทำได้แค่นั่งรออย่างกระวนกระวายใจ

อันนี้ไม่ได้จะเข้าข้างพี่ป้างนะครับ แค่คิดในมุมทางนั้นดู ซึ่งจริง ๆ ก็ควรติเหมือนกันว่าพี่ป้างอาจมั่นใจกับการดื่มของตัวเองมากไปหน่อยว่าเอาอยู่ คือดื่มได้แต่ต้องรู้ศักยภาพตัวเองด้วยยิ่งมีภารกิจสำคัญอยู่ด้วยแล้ว ถึงจะเครียดยังไงพี่น่าจะประมาณตัวเองได้ดีกว่านี้ครับ ตรงนี้ถือว่าพี่ป้างประมาทไปหน่อยกับอายุตัวเอง แต่ในอีกทางคือแกก็เป็นห่วงแฟน ๆ ของแกมากครับ แกย้ำบนเวทีอยู่ด้วยว่า ใครดื่มต้องไม่ขับรถนะ คือแกก็ไม่ได้สนุกจนเลยเถิดขนาดนั้นครับ

ราว ๆ 20.20 น. พี่ป้างก็ออกมาพบกับแฟน ๆ เพื่อขอโทษกับความล่าช้าที่เกิดขึ้น พี่แกออกไมค์ถามสต๊าฟแบบร็อกเกอร์เลยว่า “รอนานแล้วจะแก้ปัญหาเสร็จหรือยัง แฟน ๆ รอนานแล้ว” ตรงนี้ได้ใจไปเต็ม ๆ ครับ หลังจากนั้นราว ๆ 5 นาที งานแสดงก็เริ่มขึ้นได้ ผ้าม่านถูกปล่อยลงมาพร้อมกับเสียงดนตรีวงแบ็กอัพที่เล่นอย่างแน่นกระหึ่มขึ้นมา และแน่นอนเสียงพี่ป้างที่ทรงพลังเช่นเดิมเลย

เกริ่นนำสู่ปาร์ตี้

เปิดมาก็จัดหนักยาว ๆ 3 เพลงกันเลย ตั้งแต่ ทำอะไรสักอย่าง (อัลบั้มเลี่ยมทอง 2547) ประตู (อัลบั้มไข้ป้าง 2537) อากาศ (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) จบ 3 เพลงอย่างเมามัน แสงสีเสียงเวทีทำได้สุดยอดมากครับ ได้อารมณ์มาก ลืมที่รอกว่าชั่วโมงครึ่งไปเลย

พี่ป้างพักลงไปนั่งกับโซฟากลางเวที แล้วก็เริ่มพูดที่มาที่ไปของคอนเสิร์ต ทั้งพรีแซยิด ทั้งความแก่มีอายุมากขึ้นของตัวเอง แล้วก็จิบน้ำชาจากแก้วพลาสติก (ซึ่งก็รู้ว่าคืออะไร) พี่ป้างบ่นสบถเป็นกันเองกับแฟน ๆ ราวกับพี่สนิทเพื่อนสนิทในวงเหล้าประมาณนั้นล่ะครับ (ซึ่งแกสุภาพกับแฟนเพลงมากนะเพราะแทนตัวว่าพี่ และใช้คำสุภาพเวลาพูดกับแฟนเพลงตลอดการแสดง) แกเล่าว่าช่วงที่เลทไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งไฟช็อตแอมป์พัง ต้องวิ่งไปหาเปลี่ยนจากชาเลนเจอร์ที่มีอีกคอนอยู่ข้าง ๆ (คอนเสิร์ต แทยัง ไลฟ์อินแบงคอก 2017) แกว่าเป็นบททดสอบชีวิตขนาดแกแก่อย่างนี้มันก็ยังไม่เลิกทดสอบแกเช่นเดิม

แกว่าจัดคอนเสิร์ตเพราะแฟน ๆ ที่คอยมาเรียกร้องในเฟซบุ๊กแกประจำ และแกค่อนข้างมั่นใจว่าไฟช็อตจะไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเดียวในโชว์นี้แน่ ๆ แต่เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจและให้กำลังใจแกด้วย ซึ่งหลังจากช่วงนี้แกจะร้องไปพักไปจิบไป เป็นรูปแบบวน ๆ นะครับ แต่ตอนพักแกก็จะเล่าเรื่องนู้นนี้ไปด้วย เพลิน ๆ ดีสำหรับแฟน ๆ ที่อยากฟังพี่แกน่ะนะ

นอกจากนั้นเพลย์ลิสต์ของพี่ป้างก็จัดมาอย่างมันเลยครับ ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ในคอนเสิร์ตนี้จะเป็นเพลงจังหวะสนุก ๆ สมกับความเป็นปาร์ตี้คอนเสิร์ตส่วนตัวฉลองวัยของพี่ป้างมาก ๆ ครับ โดยปิดท้ายช่วงนี้ด้วย ใจเจ้าเอย (อัลบั้มหัวโบราณ 2545)

แขกรับเชิญคนแรก

แล้วก็มาถึงแขกรับเชิญคนแรก พี่ป้างเกริ่นแนะนำว่ามีเพลงอยู่เพลงหนึ่งที่แกแต่งให้คนอื่นร้อง แล้วพี่ป้างรู้สึกว่าเขาร้องได้ดีกว่าที่พี่ป้างคิดไว้เสียอีก ซึ่งเพลงนี้พี่ป้างร้องได้ดีไม่เท่า จึงจะขอเชิญศิลปินคนนั้นขึ้นมาร้องเองเลย แล้ว พี่กอล์ฟ ทีโบน (นครินทร์ ธีระภินันท์) ก็ปรากฏกายขึ้น พร้อมเสียงเฮของผู้ชม พี่กอล์ฟทักทายอย่างเขินอายอยู่พอประมาณครับ แกว่าแกไม่ชินการร้องต่อหน้าคนมากขนาดนี้ นี่จะเป็นการร้องเพลงนี้ต่อหน้าคนมาก ๆ ครั้งที่ 2 ในชีวิต ครั้งก่อนหน้าก็ผ่านมา 19 ปีแล้ว (!!!)

จากนั้นพี่กอล์ฟก็ร้องเพลง กลิ่น (ทีโบน อัลบั้มเบาหวาน 2541) ในเวอร์ชั่นที่พี่ป้างเคยบอกว่าฟังแล้วกองลงไปละลายกับพื้นทุกที หลังจบเพลงพี่ป้างออกมาถามพี่กอล์ฟว่ารู้มั้ยว่าทำไมถึงต้องเชิญมาร้องเพลงนี้ พี่กอล์ฟเดาว่าเพราะพี่แกอายุเลย 50 ปีแล้ว พี่ป้างจึงเฉลยว่าเพราะเมียพี่กอล์ฟอยากฟังนั่นล่ะ แกขอมา (ฮา)

เพลงเก่า เพลงใหม่ เล่นติดกันยาว ๆ

เปิดช่วงด้วยเพลงอกหักร้าว ๆ สุดฮิตที่ใคร ๆ ก็ร้องได้ อย่าง คบไม่ได้ (อัลบั้มเลี่ยมทอง 2547) ก่อนจะไปมันต่อยาว ๆ ด้วย ขบวนสุดท้าย (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) ต่อด้วยช่วงโซโล่กลองชุดสุดมันที่มีแว่วเพลง พี่ชาย (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) มาบาง ๆ แล้วต่อด้วยเพลง ภูมิแพ้กรุงเทพ (มินิอัลบั้มกลางคน 2556) คนมีเสน่ห์ (New Single 2559) แล้วปิดช่วงเพลงใหม่ด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง ทุกคนเคยร้องไห้ (New Single 2560) ตรงนี้แกขอให้ทุกคนเอามือถือขึ้นมาส่องไฟด้วย พี่ป้างเล่าว่าตอนแต่งเพลงนี้แกก็คิดในใจว่าเพลงบ้าอะไรยุให้คนร้องไห้ แต่แกก็แต่งด้วยความรู้สึกว่าคนเราควรระบายเพื่อสู้ต่อ และหวังให้แฟน ๆ มีกำลังใจสู้ชีวิตที่โหดร้าย ฉากนี้สวยดีครับไฟมือถือระยิบระยับทั้งฮอลล์เลย

จากนั้นก็กลับมาสนุกต่อด้วยเพลงรักน่ารัก ๆ อย่าง แพ้ (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) ก่อนจะหักมุมอีกรอบด้วยเพลง ไม่ใช่นางฟ้า (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) หลังจากนี้พี่ป้างน่าจะได้ที่แล้วครับ ช่วงหนึ่งแกสั่งทีมงานเปิดไมค์แกทั้งที่ดังอยู่แล้ว เราก็งง ๆ กันไป อาจเพราะมอนิเตอร์เสียงแกไม่ดีด้วยมั้ง กับช่วงก่อนเพลงไม่ใช่นางฟ้าแกก็เสียเวลากับการปรับให้มือกีตาร์เล่นได้ตรงกับที่แกต้องการก่อนอยู่นานเลยกว่าจะเริ่มเพลงได้ ใครนึกอารมณ์ไม่ออกก็ประมาณในหนัง Whiplash ในเวอร์ชั่นที่ครูไม่ได้ตะคอกใส่หน้านั่นล่ะครับ 555

ไฮดร้า รีเทิร์น

แขกรับเชิญคนพิเศษอีกคนหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนเฝ้ารอให้มายืนบนเวทีร่วมกับพี่ป้างมานานมาก พี่ป้างเกริ่นนำจุดเริ่มต้นของการร้องเพลงสมัยเรียนที่จุฬาและได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่ง ที่นำมาสู่วงไฮดร้า เมื่อปี 2535 แล้วก็เชิญ พี่ปอนด์ ไฮดร้า (ธนา ลวสุต) ขึ้นมาเดี่ยวครวญเพลง ดึกแล้ว (ไฮดร้า อัลบั้มอัศเจรีย์ 2535) ในแบบอคูสติก จริง ๆ ก่อนหน้านี้ทุลักทุเลนิดหนึ่งเพราะพี่ปอนด์ไปเหยียบเอ็ฟเฟ็กต์กีตาร์ผิดเพราะความตื่นเต้น จนโดนพี่ป้างแซวว่าแก่แล้วนะ (ฮา)

จบเพลงดึกแล้ว พี่ป้างก็ขึ้นมาเล่าว่าแกกับพี่ปอนด์ไม่ได้เจอกันจะ 5 ปีแล้ว เพราะต่างคนต่างทำงานแม้จะอยู่ตึกแกรมมี่เหมือนกันก็เถอะ เพลงต่อไปเป็นเพลงแรกในชีวิตที่พี่ป้างได้แต่งเนื้อ โดยพี่ปอนด์แต่งทำนอง นั่นก็คือ ไกลเท่าเดิม (ไฮดร้า อัลบั้มอัศเจรีย์ 2535) หลังร้องจบ พี่ปอนด์ก็ขอบคุณทุกคนก่อนลงเวทีไป พี่ป้างบอกว่าแฟนไฮดร้าหลายคนอาจจะรู้สึกไม่เต็มอิ่ม ต้องขอโทษด้วยเพราะถ้าเล่นกันแบบอีก 5 เพลง คอนเสิร์ตอาจจะเลิกตี 2 ได้ (ฮา)

แด่อาซิ้ม

จบจากเพลง คนฉลาด (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) พี่ป้างนั่งลงยาวอีกครั้ง และเริ่มเล่าถึงอาซิ้มที่มักพูดถึงบ่อย ๆ ในเฟซบุ๊ก หรือก็คือแม่ของพี่ป้างเอง ว่าแม่ต้องเลี้ยงลูก 4 คนเพียงลำพังเพราะ พ่อพี่ป้างที่เป็นตำรวจเสียไปในหน้าที่ตั้งแต่พี่ป้างอายุได้ 9 ขวบ ส่วนใหญ่พี่ป้างจะหยิบเรื่องตลก ๆ ของพี่ป้างกับแม่มาเล่าเพราะสนิทกันมาก ทั้งเรื่องที่แม่บอกว่าไปเที่ยวไร่สเปิร์ม ที่จริง ๆ คือสะเมิง หรือเวลาที่แม่อยากจะขอเงินใช้ก็จะแกล้งโทรมาเสียงป่วย ๆ เป็นต้น และนั่นนำมาถึงเพลงต่อไป ความเป็นแม่ (อัลบั้มหัวโบราณ 2545)

ช่วงนี้ซึ้งมากครับ พี่ป้างร้องเพลงไปก็หยุดเพราะแกสะอื้นหนักมาก แฟน ๆ ต้องช่วยร้องต่อ จบเพลงพี่ป้างตะโกนบอกรักแม่ แกว่าเพลงนี้แกได้ร้องบนเวทีเป็นครั้งแรกเพราะหาโอกาสร้องไม่ได้ อีกอย่างคือเพราะแกคิดว่าอาจจะอินจนร้องไม่จบได้ แต่วันนี้เป็นวันเกิดของอาซิ้มแกเลยถือโอกาสได้ร้องให้แม่ด้วยครับ ซึ้งมาก ช่วงนี้ก็มีวลีฮิตที่แกเอามาใช้อีกหลายครั้งในช่วงหลังคือ “ดื่มในหน้าที่ เพื่อการแสดง” อะไรแบบนั้น แล้วแต่จะคิดกันครับ


นอกจากนี้แกก็ยังแนะนำให้รู้จักลูกสาวแก น้องขมิ้น ก่อนจะบอกรักลูกมากเหมือนกัน จากนั้นก็เข้าเพลง แก้วตาขาร็อค (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) แล้วพี่ป้างก็พักช่วงให้แขกรับเชิญพิเศษขึ้นมาเล่น

บริษัทฮา? ไม่จำกัด?

ตรงนี้แล้วแต่คนชอบหรือไม่ชอบครับ ส่วนตัวคือคิดว่ามุกมันคาเฟ่มาก ๆ แบบไม่ได้ใหม่อะไรเลย พวกแข่งร้องเพลงให้คะแนนแล้วตบหัวเนี่ย แต่ด้วยความโปรมันก็ดูสนุกลื่น ๆ ไปได้ ทั้งที่เรารู้มุกอยู่แล้ว คนที่ไม่พอใจมาก ๆ อาจเพราะไม่ชอบดูตลกหรือไม่ได้อยากมาดูอยู่แล้วมากกว่า แต่จริง ๆ ก็เป็นสีสันดีครับ

โดยไฮไลต์จริง ๆ คือการที่เชิญพี่ป้างมาร่วมแสดงในฐานะเฮียใหญ่คนคุมแก๊ง ที่ไฮไลต์เพราะความกรึ่มของพี่ป้างได้ที่ ประกอบโดน บอล เชิญยิ้ม ยุใส่มอมแกแบบแก้วต่อแก้วจนแกลิ้นพันลืมบท ไอ้มุกที่คิดว่ารู้อยู่แล้วก็เลยกลายเป็นอะไรที่เหนือคาดแล้วฮามากครับ เหมือนดูเพื่อนในวงเหล้าตอนมันเมาแบบน่ารัก ๆ ตรงนี้ต้องบอกว่าเริ่มมีเลยเถิดบ้าง อย่างที่มีคนติงจริง ๆ ว่าแกเล่นมุกใต้สะดือบ้าง อย่างเล่นคำว่า ติดเป้ง เป็นต้น แต่ก็เป็นการเล่นกับพวกตลก ไม่ได้พูดกับคนดู ซึ่งคิดว่าพี่แกคงสนุกไปกับแขกรับเชิญเกินไปจริง ๆ จนลืมว่ามีเด็กฟังด้วย รวม ๆ ถึงจะยืดไปมาก แต่ก็ตลกมาก ๆ เช่นกันครับ ช่วงท้าย แจ๊ส ชวนชื่น ก็พูดได้กินใจดีว่าถึงพี่ป้างจะเมาแต่แกก็ทำเพื่อแฟน ๆ เสมอ

ภาพจากไอจี แจ๊ส ชวนชื่น

ช่วงนี้ก็ราว ๆ 5 ทุ่มแล้ว ก็เริ่มมีคนบ่นบ้างว่ากลัวตกรถอะไรแบบนั้น ก็เข้าใจได้ครับ แต่ก็เพราะมันเลทมาแต่เริ่มด้วยนั่นล่ะ พี่ป้างขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เลยพักคอนเสิร์ตไป 10 นาทีได้ ช่วงนี้ก็เริ่มมีคนกลับไปบางส่วนแล้ว

เมดเล่ย์

กลับมาพร้อมอารมณ์แบบมันต่อเนื่อง ด้วยเมดเล่ย์ยาว ๆ ทั้ง คิดอะไรอยู่ (อัลบั้มดอกเดียว 2550) เขาหรือผม (อัลบั้มหัวโบราณ 2545) 30 ยังแจ๋ว (อัลบั้มบันทึกการแสดงสดไฮไลท์ ไอซียู 2538) สบายดี (อัลบั้มไข้ป้าง 2537) ผู้ชายร้องไห้ (อัลบั้มขายหน้า 2542) แมน (อัลบั้มเลี่ยมทอง 2547) หัวล้านใจน้อย (อัลบั้มฉลองครบรอบ 30 ปี 2540) คือสุดมัน อารมณ์มันขึ้นไปพีคมากครับ พอดียืนติดหน้าเวทีต้องบอกว่า พี่ป้างทุ่มสุดตัวจริง ๆ อารมณ์มันส่งมาคนดูด้านล่างแบบเต็ม ๆ ทุกคนสนุกมากครับ แม้จะมีหลายช่วงที่แกส่งให้แฟน ๆ ช่วยร้อง แต่ช่วงเสียงสูงพีค ๆ นี่แกก็เก็บหมด ไม่ได้ว่าพลังการแสดงตกแต่อย่างใด ยิ่งในช่วงเพลงผู้ชายร้องไห้ที่ใส่โซโล่กีตาร์ยาว ๆ แล้วแกไปช่วยมือกีตาร์ลีดด้วยนี่อย่างเท่เลยครับ

บางช่วงแกก็ยกนาฬิกาขึ้นมาดูบ่อย คงเพราะกลัวจะยิ่งดึกเกินไป เพราะช่วงท้ายก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว

อังกอร์สุดประหลาด กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย

น่าจะเป็นอังกอร์ที่ประหลาดมากครั้งหนึ่งเลยครับ พี่ป้างหมดแรงลงไปนั่งที่โซฟา (ช่วงหลัง ๆ นี่ตาพี่แกแทบไม่ลืมแล้วนะ จริง ๆ ก็ตั้งแต่ช่วงตลกแล้วล่ะ) แกบอกอย่างจริงใจเลยว่าตอนนี้ในสคริปต์แกต้องลงไปหลังเวที เพื่อรอให้แฟนอังกอร์ แต่ว่ามันเสียเวลา แกเลยจะขอเล่นอังกอร์ตรงนี้เลย อีกอย่างคือพี่ป้างว่าแกเก็บเพลงที่มันร้องยาก ๆ ไว้หลัง ๆ หมดเลย โดยเฉพาะเพลงนี้ ดังนั้นเพลงนี้แกอาจจะร้องไม่ไหวแล้ว ให้ทุกคนช่วยกันร้องด้วย และนั่นคือเพลงจบคอนเสิร์ต เธอมีจริง (อัลบั้มหัวโบราณ 2545)

ผมเชื่อเหลือเกินว่าที่พี่ป้างพูดว่านี่อาจจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายของแกนั้นไม่ได้มาเพราะอุปสรรคมากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่เพราะแกรู้ตัวมาแต่ต้นก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม ทั้งยอดขายบัตรที่ไม่สามารถ Sold Out ได้และอาจเหลือเกือบครึ่ง ทั้งอายุอานามของแกที่ปาเข้าไปวัย 50 ปีแล้ว อาจยืนยาวคอนเสิร์ต 2-3 ชั่วโมงไม่ไหวอีก ทั้งยุคสมัยที่ผ่านไปด้วย ตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่ทำให้พี่ป้างทำตามใจตัวเอง ที่คิดว่าจะทำให้แฟนพันธุ์แท้ของแกโดยเฉพาะ ทั้งการพูดอย่างใกล้ชิด ท่าทีที่เปิดใจไม่ห่วงภาพแต่ก็ยังสุภาพกับแฟน ๆ ทั้งการเชิญครอบครัวคนที่พี่ป้างรักมากมายมาดูบ้างเป็นแขกรับเชิญบ้าง

จบคอนเสิร์ต หลายคนอาจอิ่มใจ หลายคนอาจผิดหวัง หลายคนก่นด่า หลายคนให้กำลังใจ มันคงยากจะทำให้ทุกคนพอใจ เพราะต่างมีเกณฑ์ตัดสินที่ต่างกัน บางคนรับได้ บางคนรับไม่ได้ แต่อย่างไรเสียก็ยากจะปฏิเสธว่า พี่ป้างคือตำนานอีกคนหนึ่งของวงการดนตรีไทย และคอนเสิร์ตนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ของแฟนเพลงตัวจริงได้จดจำไปตลอด อย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ป้าง นครินทร์ และแฟนเพจ genie record มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น

การ์ตูน

เตรียมต่อกันดั้มอีกครั้ง!!! ประกาศอนิเมะ Gundam Build Divers ภาคใหม่ของซีรีส์ Gundam Build Fighters

Published

on

มาดูรายละเอียดของภาคนี้กันเลย

ใครยังชื่นชอบกับความสนุกของซีรีส์ Gundam Build Fighters นี่คือข่าวดีที่ทุกท่านรอคอย เมื่อทางสตูดิโอ Surise ได้เปิดเผยเว็บไซต์เพื่อประกาศภาคใหม่ของซีรีส์นี้ในชื่อว่า Gundam Build Divers โดยจะออกฉายทางช่อง TV Tokyo ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ และทางช่อง Gundam.info ได้ปล่อยอารัมภบทของอนิเมะภาคนี้ออกมาถ้าพร้อมกันแล้วเราไปชมกันเลย!!!

คลิปตัวอย่าง

รายละเอียดทีมงานผู้สร้าง

  • Planning: Sunrise
  • Director: Watada Shinya
  • Original Work: Yatate Hajime, Tomino Yoshiyuki
  • Series Composition: Kimura Noboru
  • Original Character Designs: Harakazu Hiro
  • Character Designs: Toida Shuri
  • Mechanical Designs: Okawara Kunio, Ebikawa Kanetake, Akutsu Junichi, Ishigaki Junya,
  • Gyoubu Ippei, Teraoka Kenji, Terashima Shinya, Yanase Takayuki, Washio Naohiro
  • Action Director: Obari Masami
  • Chief Mecha Animators: Kusumegi Shinya, Uda Sakiko
  • Art: Studio Naya
  • Music: Kimura Hideakira
  • Planning Cooperation: Bandai Hobby Division
  • Production Cooperation: ADK
  • Production: TV Tokyo, Sunrise, Sotsu

รายชื่อตัวละครและนักพากย์

Mikami Riku (ชื่อ Diver : Riku) พากย์เสียงโดย Kobayashi Yusuke

Hidaka Yuio (ชื่อ Diver : Yukky) พากย์เสียงโดย Fujiwara Natsumi

Momoka Yashiro (ชื่อ Diver : Momo) พากย์เสียงโดย Hieda Nene

Sera พากย์เสียงโดย Terui Haruka

Kujou Kyouya พากย์เสียงโดย Kasama Jun

Rommel พากย์เสียงโดยง Hayami Sho

เนื้อเรื่องย่อ

The Gunpla Force Battle Tournament เป็นงานใหญ่ของ GBN ที่จะจัดขึ้นเพียงปีละครั้ง โดยศึกสุดท้ายเป็นการต่อสู้ระหว่าง Avalon นำโดยแชมป์การแข่งขัน Kujo Kyota และกองยานที่ 7 นำโดย Rommel เริ่มต้นเมื่อ Kyoya ได้นำ Gundam AGE II Magnum เข้าสู่สนามรบด้วยพลังที่แข็งแกร่ง !!!

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://natalie.mu/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

บังเอิญหรือตั้งใจ? ชุดเกราะตัวร้ายใน Black Panther เหมือนชุดเกราะของ “เบจิต้า” ใน Dragon Ball Z

ไมเคิล บี จอร์แดน เป็นแฟนอนิเมะตัวยง และอาจทำให้ชุดเกราะของเขาใน Black Panther ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก Dragon Ball Z

Published

on

ผู้ใช้ Twitter นามว่า @Shorty2Die4 ได้สังเกตเห็นสิ่งที่น่าสนใจในเกราะของ Killmonger ตัวร้ายในภาพยนตร์ Black Panther ซึ่งรับบทโดย ไมเคิล บี จอร์แดน และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ว่าเหมือนกับชุดเกราะของ “เบจิต้า” ตัวละครจาก Dragon Ball Z อนิเมะที่แฟนๆทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่างานดีไซน์ชุดดังกล่าวอาจเหมือนกับชุดของ “เบจิต้า” อย่างไม่ตั้งใจ แต่ถ้าพิจารณาจากที่ ไมเคิล บี จอร์แดน ผู้ซึ่งทุ่มเทรับบท Killmonger อย่างสุดตัว และเป็นผู้หลงใหลในอนิเมะเอามากๆ แล้วนั้น ก็อาจแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เขามีต่อการออกแบบตัวละคร Killmonger นี้ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการออกแบบจะแตกต่างจากในเวอร์ชั่นคอมมิคค่อนข้างมาก แต่วัตถุประสงค์หลักและแรงผลักดันของตัวละครนี้ยังคงเหมือนเดิม 

ไมเคิล บี จอร์แดน มีชื่อเสียงมากจากภาพยนตร์อินดี้ฟอร์มดีอย่าง Chronicle ของผู้กำกับ จอร์ช แทรงก์, Fruitvale Station ของ ไรอัน คู๊กเลอร์ และได้ร่วมงานกับ จอร์ช แทรงก์ อีกครั้งใน Fantastic Four แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์

ต่อมาเขาได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับ ไรอัน คู๊กเลอร์ อีกครั้งใน Creed ที่ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก มาจนถึง Black Panther ซึ่งตัวละคร Killmonger ที่เขาได้สวมบทบาทนั้น กลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแฟรนไชส์ MCU (Marvel Cinematic Universe) ไปเสียแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] Bird Mini Marathon หลากสีสันแห่งเสียงดนตรีในมาราธอนแห่งชีวิต

Published

on

หากจะเปรียบเส้นทางชีวิตของศิลปินคนหนึ่งเหมือนดั่งการวิ่งมาราธอนแล้ว คงจะไม่มีใครเหมาะเท่าพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ อีกแล้ว

กว่า 25 ปีในวงการบันเทิง และ วัยที่กำลังก้าวเข้าสู่ “แซยิด” พี่เบิร์ดก็ยังคงไม่หยุดวิ่ง อีกทั้งยังมีเรี่ยวแรงที่จะวิ่งด้วยลีลาที่แปลกใหม่ไปกว่าเดิมอีกต่างหาก

Bird Mini Marathon เป็นอัลบั้มที่ 17 ในชีวิตพี่เบิร์ดและเป็น Project ที่ร่วมงานกับศิลปินรุ่นน้อง รุ่นลูกหลากค่าย หลายสไตล์ดนตรี โดยมี พูนศักดิ์ จตุระบุล หรือ อ๊อฟ BIG ASS เป็น Executive Producer 

แนวคิดของงานเพลงชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก 8 สเตจของความรู้สึกที่นักวิ่งมาราธอนทุกคนต้องเผชิญ ดังนั้นทั้งอัลบั้มจึงมี 8 เพลงและแต่ละเพลงจะมีศิลปินที่มาทำเพลงให้พี่เบิร์ด แตกต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละศิลปินโดยมีเนื้อหาและท่วงทำนองของเพลงตามแต่ละสเตจของการวิ่งมาราธอน ได้แก่

  1.  พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash มาพร้อมดนตรีแนว EDM

  2. “ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon กับแนวดนตรีไทยป็อปร็อค

  3. “Okay” Bird x Urboy Tj  กับดนตรีแนวฮิพฮอพ

  4. “ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova  กับดนตรีแนวป๊อบร็อค

  5. “พริบตา” Bird x Stamp กับดนตรีป๊อบที่มีกีตาร์โปร่งเป็นพระเอก

  6.  “กำแพง” Bird x Polycat  แน่นอนว่าต้องมาพร้อมดนตรีซินธ์ป๊อบกลิ่นอายยุค 80

  7.  “กว่าจักรวาล” Bird x Atom กับดนตรีแนวป๊อบที่มีกลิ่นอายของโซล

  8. “สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass กับดนตรีสโลว์ร็อค

ลองดู ลองฟัง Teaser ของอัลบั้มนี้กันก่อนครับ

Bird Thongchai X 8 ArtistsOFFICIAL TEASER

คราวนี้เราไปดูแต่ละเพลงกันครับ


พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash

เปิดกันแบบตื๊ดๆ ด้วยดนตรีสไตล์ EDM จาก Boom Boom Cash เหมาะแก่การออกสตาร์ท มินิ มาราธอนครั้งนี้  พี่เบิร์ดร้องได้สนุก ท่อนฮุคร้องคู่กับหมิว นักร้องนำของวง และมีท่อนแร็พที่ร้องโดยสามหนุ่มในวง เนื้อหาของเพลงปลุกพลังใจให้ลุกขึ้นสู้เพื่อความฝัน

พุ่งทะยานออกไปแล้วไม่หันกลับมามอง ถ้าคิดว่าจะมาหยุดทุกๆ อย่างไม่ต้องลอง

หนทางข้างหน้าไม่ใช่เงินและไม่ใช่ทอง แต่มันคือความฝันที่เรานั้นอยากจะครอง


ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon

เพลงป็อปร็อคน่ารักๆ สไตล์ลาบานูน แต่ได้พี่เบิร์ดมาร้อง “ผู้ต้องหา” ในที่นี้ หมายถึง ผู้ต้องหา “ความรัก” เหมาะอย่างยิ่งที่ให้พี่เบิร์ดผู้เป็นเจ้าของเพลง “คนไม่มีแฟน” มาร้อง เพราะเมื่อไม่มีแฟนก็อาจต้องตามหาความรักกันต่อไป

รัก.. วันนี้ฉันเพิ่งเข้าใจ  เธออยู่ที่ไหน  ฉันต้องการแค่เธอ

ไม่ว่าต้องบุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่น   ฉันก็พร้อมที่จะเจอ

จะขอเป็นผู้ที่ต้องตามหาเธอเรื่อยไป


“Okay” Bird x Urboy Tj

UrboyTJ หรือ จิรายุทธ ผโลประการ ศิลปินหนุ่มวัย 25 แต่งเพลงนี้เพื่อเป็นตัวแทนในสเตจ shock ของการวิ่งมาราธอน เพื่อเป็นกำลังใจบอกกับคนที่กำลังท้อแท้ว่า Everything is gonna be ok  โดยมีท่วงทำนองแบบอิเล็คทรอนิค ฮิพฮอพและ การร้อง การมิกซ์ ตามสไตล์ของ UrboyTJ  พี่เบิร์ดวัยรุ่นมาก น่าสนใจจริงๆที่ได้ยินพี่เบิร์ดร้องเพลงในแนวนี้

เนื้อหาของเพลงเหมือนเป็นการง้อคนรักให้กลับมา และบอกว่าที่รักกลับมาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเกิดอะไร ทุกสิ่งจะยังคง Okay เหมือนเคย

ไม่ว่าจะเป็นยังไง Baby it’s okay.

ไม่ว่าจะเกิดอะไร I’ll be missing you all day

อยากให้เธอกลับมา Come back baby.

I’ll be okay as always


ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova

เป็นเพลงเศร้าที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว เพลงเพราะดี เมโลดี้สวย และยังคงเล่นคำตามสไตล์ของ Getsunova ชีวิตเดี่ยวในที่นี้หมายถึง การที่ทุกคนมองหาชีวิตคู่ และพยายามที่จะทำให้ “ชีวิตเดี่ยว” จบลงเสียที

การเรียบเรียงเพลงแบบน้อยๆแต่ล่องลอย เป็นเสน่ห์ของ Getsunova เมื่อได้เสียงร้องอันอบอุ่นของพี่เบิร์ดมาเติมจึงเป็นอะไรที่เศร้าลึกมาก

ความเดียวดายยังคอยทำร้าย

หวังเพียงพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย

มีมั้ยซักคนหนึ่ง

เข้ามาเปลี่ยน

ชีวิตเดี่ยวให้หายไป


พริบตา” Bird x Stamp

แสตมป์เคยร่วมงานกับพี่เบิร์ดมาก่อนในเพลง “น้ำตา” ที่เขาเขียนทั้งเนื้อร้องและทำนอง (ร่วมกับพิสิทธิ์ พัทยากรพิสุทธิ์) โดยเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม  Simply Bird และเป็นเพลงแรกที่ทำให้แสตมป์ได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 20 ประจำ พ.. 2550 ในสาขาเพลงยอดเยี่ยม  สำหรับแสตมป์เองก้าวนั้นก็เหมือนเป็นจุดหมายสำคัญในการวิ่งมาราธอนของเขาเช่นกัน

เพลง “พริบตา” เป็นตัวแทนของสเตจ สิ้นหวัง ซึ่งสำหรับพี่เบิร์ดแล้วไม่ว่าจะสิ้นหวังแค่ไหน ความหวังก็จะยังคงมีอยู่เสมอ เพลงนี้แสตมป์ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากญี่ปุ่น “Your Name” ที่มีดาวตกเป็นจุดสำคัญของเรื่อง และเมื่อพูดถึงดาวตกแล้วหลายคนมักนึกถึง “คำอธิษฐาน” ที่เราขอจากดาวตกโดยเชื่อว่า เราจะสมหวังดังคำปรารถนา แสตมป์เขียนเนื้อได้ดีเช่นเคย และเรียบเรียงดนตรีได้กระชับ นุ่มนวล ชวนฟัง เสียงกีตาร์โปร่งในเพลงของแสตมป์ยังคงเป็นพระเอก เพลงนี้ก็เช่นกัน

ส่วนเสียงร้องของพี่เบิร์ดนั้นก็ทำให้ดาวตกนั้นเป็นแสงแห่งความหวังที่งดงาม

ทุกครั้งที่รู้ว่าดาวตก

ถ้าหากเธอมองขึ้นฟ้า

เธอจงโปรดรับรู้ไว้ว่ามีคนนึงเอ่ยชื่อเธอ

กี่สิบร้อยพันปีก็รออยู่เสมอ

ปรารถนาเพียงเธอ กลับมาเถอะ ได้มั๊ย


กำแพง” Bird x Polycat

พี่เบิร์ดร้องเพลง Polycat คงเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิด และ อยากรู้มากว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเลพงที่ฟังเพลินมากสำหรับอัลบั้มนี้ และสำหรับเพลงพี่เบิร์ดเลย ดนตรีซินธ์ป็อปที่มีกลิ่นยุค 80-90 ของ Polycat ยังคงสร้างความประทับใจให้เราได้เสมอ เพลงนี้ผมว่าไม่ยากสำหรับพี่เบิร์ด สิ่งที่แปลกใหม่อาจเป็นตัวดนตรี แต่สำหรับเมโลดี้ผมว่ามันเหมือนกับเพลงของพี่เบิร์ด เป็นเพลงเก่าที่ทำให้เรานึกถึงอดีตอันงดงามที่ได้ล่วงเลยผ่านมาแล้ว

เป็นเพลงที่ฟังแล้วชุ่มฉ่ำเสียงร้องของพี่เบิร์ดกับท่วงทำนองของ Polycat ไปกันได้ดีมากๆ

ถ้าได้รู้ว่ารักแท้รอตรงนั้น

ฝันว่าสักวันอยากเห็น

เอื้อมไม่ถึงก็แค่ใกล้ขึ้นอีกเพียงก้าวหนึ่ง

จะเดินเข้าไปแม้เป็น

ก้าวสุดท้ายก่อนขาดใจ

ยังไงจะไม่เสียดาย


กว่าจักรวาล” Bird x Atom

อะตอม ชนกันต์ เป็นอีกหนึ่งศิลปินหนุ่มอายุน้อย ที่มีฝีมือเกินวัย เพลงนี้อยู่ในสเตจการยืนยันที่จะไปต่อแม้จะยากลำบาก

“กว่าจักรวาล” พูดถึงพูดถึงการยอมลำบากเพื่อคนที่รัก เพราะขอเพียงมีเธอรออยู่ ต่อให้ไกลแค่ไหนก็จะไปให้ถึง อะตอมแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจากแรงบันดาลใจเรื่องคุณแม่ ที่แม้อยู่ไกลแค่ไหนแต่ทุกสุดสัปดาห์ก็จะขับรถมาเยี่ยมลูกที่หอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตอยู่เสมอมิได้ขาด  “แล้ววันหนึ่งลูกจะเข้าใจความรู้สึกนี้ในวันที่มีลูก เราจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือลำบากเลย ขอเพียงได้มาเห็นหน้าก็พอ” นี่คือคำตอบที่แม่ให้กับอะตอม

ดูเหมือนว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่พ้นเศร้าที่สุดของอะตอม ศิลปินหนุ่มผู้ชอบเขียนเพลงเศร้าอันมีแรงบันดาลใจมากจากเรื่องเศร้าในชีวิต

 ต่อให้นานเพียงไหน

 ต่อให้ไกลกว่านั้น

 ฉันจะไปให้ถึงสักวัน

 เมื่อรักที่เธอให้ฉันยิ่งใหญ่กว่าจักรวาล


สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass

สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้นคือเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม คือการสิ้นสุดของมินิ มาราธอนครั้งนี้ ซึ่งในทางหนึ่งมันคือการ “เริ่มต้น” สำหรับการวิ่งครั้งต่อไปนั่นเอง

ขจรเดช พรมรักษา  หรือ กบ Big Ass เป็นคนแต่งเนื้อเพลงเพลงนี้ แรงบันดาลใจมากจากจุดสำคัญในชีวิตที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการทำงานที่มั่นคงอย่างการเป็นพนักงานไปรษณีย์ กับการตามความฝันในการเป็นศิลปิน สุดท้ายเพลง “เธอผู้ไม่แพ้” ของพี่เบิร์ดคือคแรงพลังสำคัญในการทำให้พี่กบผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากในชีวิตตอนนั้นมาได้ และจุดนั้นเองก็เป็น จุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง และ เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นำมาสู่วันนี้ของพี่กบนั่นเอง

ดังนั้นเพลงนี้จึงเป็นเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจผ่านท่วงทำนองในสำตล์เพลงช้าของ Big Ass และ ผ่านเสียงร้องอันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหวังและกำลังใจของพี่เบิร์ด

สิ่งหนึ่งสิ้นสุดลงก็เพื่อ อยากให้หนึ่งสิ่งเริ่มต้นต่อไป

ยังมีอะไรอีกมากมาย บนทางยาวไกล 

ใบไม้ต้องร่วงหล่น อีกกี่ครั้ง กี่ฝนโปรยปราย

ความฝันก็ยังงอกมา อยู่ภายในใจ

ก็ความเป็นจริงหัวใจของเธฮแค่ผลัดใบ 


หากจะให้เปรียบ อัลบั้มนี้คงเป็นเหมือนกับ catwalk และพี่เบิร์ดก็เป็นนายแบบที่มีดีไซเนอร์มากหน้า หลายตา มาตัดชุด หลากสไตล์ให้ใส่ ซึ่งความพิเศษของนายแบบคนนี้อยู่ที่ความสามารถในการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชนิดได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นจะสไตล์เป็นแบบไหน ดูเด็ก ดูแก่ ดูสุขุม หรือ ดูโฉบเฉี่ยว อย่างไรก็ตาม พี่เบิร์ดก็ใส่มันได้อย่างเข้าตัวและดูดีทั้งเสื้อผ้าและตัวนายแบบ

พี่เบิร์ดเป็นศิลปินตัวจริง ที่ทุ่มเทเพื่อแฟนเพลง ทุ่มเทอย่างหนัก มอบทั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อที่จะวิ่งไปสู่เส้นชัย ที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหน ที่สำคัญคือ พี่เบิร์ดไม่ได้วิ่งคนเดียวหากแต่ยังพาแฟนเพลงของพี่เบิร์ดออกวิ่งไปด้วยกัน ออกไปพบ ไปเห็นกับวิวทิวทัศน์สวยงามที่แปลกตา แปลกใจอยู่เสมอ ซึ่งเราเองก็ยังคงเฝ้าดูว่า ในหลักหมายต่อไปพี่เบิร์ดจะพาเราไปยังแห่งหนใดกันนะ.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!