Connect with us

What The Fact

หนังเรื่องนี้พี่ดูระบบไหนดี : Geostorm ระบบ IMAX3D

Published

on

GEOSTORM IMAX3D

300, 320, 1200
GEOSTORM IMAX3D
9.8

ความเหมาะสมกับระบบIMAX3D

9.0/10

มิติภาพด้านลึกของระบบสามมิติ

10.0/10

ความพุ่งของภาพสามมิติ

10.0/10

ถอดแว่นมองภาพเบลอ

10.0/10

ปลอดจากการเวียนหัว

10.0/10

สัปดาห์ที่แล้ว โรงไอแมกซ์ได้ต้อนรับหนังไซไฟโลกอนาคตอย่าง Blade Runner 2049 ไปแล้ว และสัปดาห์นี้ก็ถึงคราวของ Geostorm หนังไซไฟโลกาวินาศที่เต็มไปด้วยฉากถล่มโลกสุดยิ่งใหญ่ฝีมือประเดิมงานกำกับของ ดีน เดฟลิน โปรดิวเซอร์มือทองผู้เคยร่วมงานกับผู้กำกับ โรแลนด์ เอ็มเมอริช เจ้าพ่อหนังล้างโลกอยู่บ่อยครั้ง และแน่นอนว่า WHAT THE FACT ต้องไม่พลาดที่จะรีวิวมาให้ชมกัน

จากข้อมูลด้านเทคนิคของ Geostorm จะเห็นได้ว่าผู้กำกับภาพอย่าง โรเบอร์โต แชฟเฟอร์ (Roberto Schaefer) เลือกใช้กล้อง Red Epic Dragon ซึ่งไม่ใช่รุ่นใหม่ล่าสุดของ Red แต่อย่างใด แถมถ่ายด้วยอัตราส่วน 2.35:1 นั้นหมายความว่าตัวหนังไม่ได้ถ่ายและมีการแปลงภาพให้เป็นสัดส่วน IMAX ที่ 1:90 เหมือน Blade Runner 2049 แต่อย่างใด ภาพที่ปรากฏบนจอจึงไม่เต็มเฟรม แต่กระนั้นก็สามารถทดแทนได้ด้วยการมิกซ์เสียงในระบบ 12 แทร็คของไอแมกซ์ ที่ให้ความกระหึ่มได้เป็นอย่างดี บวกกับตัวหนังเองก็มีการโชว์ฉากแอ็คชั่นวินาศสันตะโรอยู่แทบทั้งเรื่องจึงคุ้มค่าที่จะดูในโรงไอแมกซ์อยู่ดี

แม้ตัวหนังจะไม่ได้ถ่ายเป็น 3มิติมาตั้งแต่ต้น กระนั้นก็ต้องยอมรับในผลงานการแปลงภาพของ คัมพานีทรี (Company 3) ที่สามารถแปลงภาพเป็นสามมิติได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมีผลมาจากการวางเฟรมของ แชฟเฟอร์ ผู้กำกับภาพของหนังที่มักถ่ายแต่ละคัตให้มีฉากหน้าฉากหลัง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นไมโครโฟนที่อยู่หน้าคณะกรรมการที่สอบสวนเจคตอนต้นเรื่อง หรือการถ่ายผ่านไหล่ก็แทบทำให้ทุกเฟรมมีมิติภาพด้านลึกทั้งเรื่อง

ต้องถือว่า Geostorm ให้ประสบการณ์การชมหนังสามมิติที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในรอบปี อย่างที่บอกไว้ในหัวข้อที่แล้ว ว่าตัวหนังแปลงภาพมาดีมาก และนั่นรวมถึงสิ่งที่คนดูคาดหวังว่าจะได้เห็นจากหนังสามมิติอย่างการที่ภาพบนจอเด้งออกมาหาคนดู ซึ่งหนังก็ทำได้ดีขนาดหนังอวกาศแท้ๆอย่าง Star Wars : The Force Awaken (2015) ยังมีซีนยานอวกาศลอยตรงหน้าไม่เท่าหนังเรื่องนี้เลย และไม่เฉพาะบนอวกาศเท่านั้น ในฉากบนภาคพื้นทั้งหิมะ ทั้งซากอาคารที่กำลังถล่ม ภาพสามมิติก็ให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจนอาจมีพลิกหลบกันทั้งโรงเลยทีเดียว

วิธีพิสูจน์ว่าภาพหนังเป็นสามมิติจริงมั้ยก็คือการถอดแว่น เพราะภาพที่ถูกแปลงจะมีลักษณะการซ้อนกันของภาพจนดูไม่รู้เรื่องหากมองตาเปล่า ซึ่ง Geostorm ก็เป็นเช่นนั้นเมื่อลองถอดแว่นเป็นระยะในแต่ละซีน แม้แต่ซีนคุยกันหนังก็ยังออกแบบให้มีการเบลอบางส่วนให้ภาพมีความลึก นับว่าตัวหนังตั้งใจให้คนดูแบบสามมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

สำหรับใครที่กลัวว่าการดูหนังสามมิติจะทำให้เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ก็เบาใจได้เลยเพราะ Geostorm มีการออกแบบงานภาพที่ไม่ทำร้ายสายตาคนดู ไม่มีการถ่ายแบบมือถือหรือเฮนด์เฮลด์กล้อง ไม่มีภาพสั่นไหวเป็นเวลานาน จึงนับว่าสามารถชมได้อย่างสบายใจเลยทีเดียว

สรุปแล้ว Geostorm ถือว่าสอบผ่าน แม้หนังจะไม่มีฉากขยาย แต่ด้วยประสิทธิภาพของภาพสามมิติและการมิกซ์เสียงในระบบ 12 แทรคของไอแมกซ์ก็ทำให้คนดูได้ประสบการณ์ที่สมจริง ได้ลุ้นเอาใจช่วยพระเอกให้กู้โลกจากมหันตภัยล้างโลกได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

แสดงความคิดเห็น

การ์ตูน

ประกาศมังงะจากภาพยนตร์อมตะเรื่อง Back to the Future โดยผู้วาด One Punch Man !!!

Published

on

GEOSTORM IMAX3D

300, 320, 1200
GEOSTORM IMAX3D
9.8

ความเหมาะสมกับระบบIMAX3D

9.0/10

มิติภาพด้านลึกของระบบสามมิติ

10.0/10

ความพุ่งของภาพสามมิติ

10.0/10

ถอดแว่นมองภาพเบลอ

10.0/10

ปลอดจากการเวียนหัว

10.0/10

มาดูรายละเอียดความน่าสนใจครั้งนี้กันเลย

หากใครเป็นคอภาพยนตร์ต้องเคยดูหรือผ่านตาไตรภาคของเรื่อง Back to the Future หรือชื่อไทยว่า เจาะเวลาหาอดีต กันอย่างแน่นอน ด้วยเนื้อหาที่สนุกและล้ำยุคอย่างมากจนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ทรงคุณค่าของโลกอีกเรื่องหนึ่ง และมีแฟนคลับมากมายทั่วโลก ในวันนี้แฟนๆภาพยนตร์พบกับข่าวดีสุดๆที่ทำให้หัวใจพองโตแน่นอน

ในงานฉลองภาพยนตร์ Ready Player One ที่โตเกียวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา อาจารย์ Murata Yuusuke ผู้วาด One-Punch Man, Eyeshield 21 ได้ประกาศว่าเขาจะวาดมังงะเรื่อง Back to the Future ลงในเว็บไซต์มังงะ Kono Manga ga Sugoi! และยังได้ผู้เขียนบทภาพยนตร์คุณ Bob Gale มาช่วยดูแลงานอีกด้วย โดยในมังงะจะมีเนื้อหาที่ไม่ได้นำเสนอในภาพยนตร์มาก่อน สำหรับวันที่จะปล่อยให้อ่านยังไม่มีกำหนด แต่ว่าเว็บไซต์ Kono Manga ga Sugoi! ได้เปิดเผยภาพสีของมังงะเรื่องนี้ตามภาพด้านล่างเลยนะครับ

โดยอาจารย์ Murata ยอมรับว่าการวาดเรื่องนี้โดยเฉพาะตัวเอกของเรื่อง Marty McFly ที่นำแสดงโดย Michael J. Fox เป็นงานที่ยากเอามากๆ แต่เขาก็จะพยายามให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้

ภาพยนตร์ชุด Back to the Future เป็นผลงานกำกับของคุณ Robert Zemeckis และโปรดิวเซอร์โดย Steven Spielberg เริ่มฉายไปเมื่อปี 1985 เป็นเรื่องราวของ Marty McFly และ Dr. Emmett Brown ที่กำลังทดสอบเครื่องไทม์แมชชีนและเกิดเหตุทำให้ Marty ย้อนเวลากลับไปปี 1955 และพบพ่อแม่ของเขาในตอนที่ยังไม่แต่งงานกัน ทำให้เขาต้องทำให้พ่อแม่รักกันและกลับไปช่วงเวลาปัจจุบันให้ได้ ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถทำรายได้ทั่วโลกเกือบ 400 ล้านเหรียญ และมีภาคต่อออกมาอีกสองภาค เพื่อนๆคนไหนชื่นชอบหรือสนใจก็มาร่วมพูดคุยกันได้ที่ Fanpage WhatTheFact นะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/และ https://natalie.mu/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

(อัปเดท) ทุกสถิติที่ Black Panther เดินหน้าทำลายอย่างต่อเนื่อง

Marvel Studios คงปลาบปลื้มใจไม่น้อย เมื่อ Black Panther ประสบความสำเร็จากการเปิดตัวในสัปดาห์แรก และดูแล้วไม่มีทีท่าจะอ่อนแรงลงเลย

Published

on

GEOSTORM IMAX3D

300, 320, 1200
GEOSTORM IMAX3D
9.8

ความเหมาะสมกับระบบIMAX3D

9.0/10

มิติภาพด้านลึกของระบบสามมิติ

10.0/10

ความพุ่งของภาพสามมิติ

10.0/10

ถอดแว่นมองภาพเบลอ

10.0/10

ปลอดจากการเวียนหัว

10.0/10

จากการเปิดตัว 3 วันแรกนั้น Black Panther สามารถทำลายสถิติของภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์หลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

  1. เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ได้คะแนนจาก Rotten Tomatoes สูงสุดตลอดกาล
  2. จำหน่ายตัวล่วงหน้าสูงสุด เหนือภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ทุกเรื่อง
  3. ยอดจำหน่ายตั๋ว IMAX ล่วงหน้าสูงสุด เหนือภาพยนตร์ Marvel ทุกเรื่อง
  4. เปิดตัวคืนวันพฤหัสบดีของเดือนกุมภาพันธ์ สูงสุดตลอดกาล

ในขณะนี้ Black Panther ได้ฉายมาครบ 1 สัปดาห์แรกแล้ว และได้ทำลายสถิติลงอีกหลายรายการ ดังนี้

5. เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฉายเดี่ยว ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุด

ในวันเปิดตัว (ศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2018) Black Panther ได้ทำรายได้ไป 75.81 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าแชมป์เก่าอย่าง Iron Man 3 ที่ทำได้ 68.85 ล้านเหรียญ

6. ทำสถิติเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ สูงสุดตลอดกาล

จากการฉาย 4 วันแรก (คืนวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์) น้้น Black Panther ทำรายได้อย่างเป็นทางการไป 201.7 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าแชมป์เก่าอย่าง Deadpool ที่ทำรายได้ 4 วันแรกไป 152 ล้านเหร่ียญ (เปิดตัวช่วงเดียวกันเมื่อปี 2016)

7. เป็นภาพยนตร์ของผู้กำกับ แอฟริกัน-อเมริกัน ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาล

ด้วยรายได้เปิดตัว 201.7 ล้านเหรียญ ทำให้ผู้กำกับ ไรอัน คู๊กเลอร์ กลายเป็นผู้กำกับเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุด มากกว่า เอฟ. แกรี เกรย์ จาก The Fate of the Furious ที่ทำรายได้เปิดตัวไป 98 ล้านเหร่ียญ เมื่อเดือนเมษายน 2017

8. ทำรายได้ใน “วันจันทร์” สูงสุดตลอดกาล

เมื่อวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา Black Panther ทำรายได้ไป 40.176 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า Star Wars: The Force Awakens ที่ทำได้ 40.11 ล้าเหรียญ

9. เป็นภาพยนตร์ MCU ที่ทำรายได้ “วันอังคาร” สูงสุดตลอดกาล

เมื่อวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา Black Panther ทำรายได้ไป 21.07 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า The Avengers ที่ทำได้ 17.6 ล้านเหรียญ

สำหรับภาพยนตร์ที่ทำรายได้วันอังคารสูงสุดตลอดกาลคือ Star Wars: The Force Awakens ซึ่งทำได้ 37.36 ล้านเหรียญ

10. เป็นภาพยนตร์ MCU ที่ทำรายได้ “วันพุธ” สูงสุดตลอดกาล

เมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา Black Panther ทำรายได้ไป 14.5 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า The Avengers ที่ทำได้ 13.6 ล้านเหร่ียญ และกำลังจะทำรายได้ทั่วโลกถึง 1 พันล้านเหรียญ

11. เป็นภาพยนตร์ MCU ที่ทำรายได้ “วันพฤหัสบดี” สูงสุดตลอดกาล

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา Black Panther ทำรายได้ไป 14.3 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า The Avengers ที่ทำได้ 12.4 ล้านเหร่ียญ ถ้าไม่นับรวม Spider-Man 2 ซึ่งเป็นผลงานในนามของ Sony ที่ทำไป 23.8 ล้านเหรียญ

12. เป็นภาพยนตร์ MCU ที่ทำรายได้ “สัปดาห์แรก” สูงสุดตลอดกาล

นับจากคืนวันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ – วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา Black Panther ทำรายได้ไป 292 ล้าานเหรียญ ซึ่งมากกว่าสถิติเดิมที่ The Avengers ทำไว้ที่ 270 ล้านเหรียญ

ต้องรอดูกันว่า Black Panther จะทำสถิติใดเพิ่มเติมอีกในสัปดาห์ที่ 2 นี้ และสำหรับ Avengers: Infinity War ที่กำลังจะฉายนั้น จะสามารถทำลายสถิติของ Black Panther ได้หรือไม่

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

การ์ตูน

พบสุดยอดการพากย์ 353 คำใน 30 วินาทีของคุณฮายามินในโฆษณามังงะ เปลี่ยนยัยหน้าจืดให้เป็นสาวป็อป!!!

Published

on

GEOSTORM IMAX3D

300, 320, 1200
GEOSTORM IMAX3D
9.8

ความเหมาะสมกับระบบIMAX3D

9.0/10

มิติภาพด้านลึกของระบบสามมิติ

10.0/10

ความพุ่งของภาพสามมิติ

10.0/10

ถอดแว่นมองภาพเบลอ

10.0/10

ปลอดจากการเวียนหัว

10.0/10

มาดูรายละเอียดที่น่าสนใจกันเลย

หากคุณชื่นชอบการพากย์เสียงของคุณ Hayami Saori ผู้ให้เสียง Atalanta จากเรื่อง Fate/Apocrypha และ Yuki Misaki จากเรื่อง Juni Taisen คุณลองมาชมการพากย์โฆษณามังงะเรื่อง Hoshino, Close Your Eyes (หรือชื่อไทย เปลี่ยนยัยหน้าจืดให้เป็นสาวป็อป) ที่เราต้องอึ้งhttps://youtu.be/mtqS73igagQเพราะเธอสามารถพากย์เสียงได้ 353 คำภายใน 30 วินาทีเท่านั้น!!! เราลองไปชมพร้อมกันเลยดีกว่าครับ

หากคุณยังไม่เชื่อว่านี่คือเสียงของคุณ Hayami Saori จริงๆเรามาดูคลิปเบื้องหลังการพากย์ของเธอที่ต้องบอกเลยว่าอึ้งสุดๆครับ

เนื้อเรื่องย่อ

โฮชิโนะ เด็กสาวป๊อปปูลาร์ประจำกลุ่ม คนเด่นคนดังในชั้นเรียน เธอคนนั้นมีความลับที่บอกใครไม่ได้ โคบายาคาวะ เด็กหนุ่มชมรมศิลปะอันแสนจืดชืดผู้แกล้งงีบตอนพักเบรกเขาหันหลังให้กับชีวิตในรั้วโรงเรียนที่น่าเบื่อหน่าย ยามเย็นวันหนึ่ง ช่วงเวลาที่มีเพียงแค่สองคนอยู่ใต้สะพานเมื่อเขาได้ล่วงรู้ความลับของเจ้าหลานแล้ว ชีวิตประจำวันของเด็กหนุ่มก็เกิดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่! เด็กสาวผู้มีความลับ x เด็กหนุ่มผู้ใช้ชีวิตไปวันๆด้วยความเหนื่อยหน่าย

เชิญพบกับเรื่องราว “การปฏิวัติชีวิตประจำวันแบบ Boy Meets Girl” ที่ทั้งสองเป็นผู้ถักทอ !!

สำหรับมังงะเรื่อง Hoshino, Close Your Eyes เป็นผลงานของอาจารย์ Nagashii Kohei วางจำหน่ายบนนิตยสาร Weekly Shounen Magazine ปัจจุบันออกฉบับรวมเล่มมาแล้ว 9 เล่ม ในประเทศไทยเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์ Luckpim

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://natalie.mu/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!