Connect with us

What The Fact

[รีวิว] BLISS EP เต็มอิ่มกับเพลงรักหลากรสในสไตล์ซินธ์ป็อปผ่านเสียงร้องใสๆของ “อิ้งค์ วรันธร”

Published

on

BLISS เป็น EP อัลบั้มแรกในชีวิตของ อิ้งค์วรันธร เปานิล นักร้องสาวหน้าใสเสียงสวย รวยรอยยิ้ม ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์จากมุมมองของผู้หญิง ที่เริ่มจากความเหงา มาสู่การเริ่มตกหลุมรักชอบใครสักคน เริ่มมีความสัมพันธ์และสงสัย ตั้งคำถามในความสัมพันธ์นั้นไปจนถึงการผ่านพ้นมันไปและระลึกถึงความรู้สึกที่เคยมีมา

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้อิ้งค์ ถ่ายทอดมันออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใส สวยงาม ชวนเบิกบาน ในเพลงสนุกร่าเริง ก็ฟังแล้วกระชุ่มกระชวย ส่วนเพลงช้า แฝงอารมณ์เศร้าก็เป็นความเศร้าที่งดงาม ผ่านท่วงทำนองในสไตล์ Synth Pop ที่มีซินธิไซเซอร์และซาวด์อิเล็คทรอนิคเป็นตัวสร้างเฉดสีให้กับบทเพลง หรือถ้าจะให้ถูกก็คือ เพลงของอิ้งค์จะเป็นเพลงป็อป ที่มีซินธ์เป็นตัวชูโรงนั่นเอง

BLISS EP นั้นมีทั้งหมด 5 เพลง 4 เพลงเป็นซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้จนกลายเป็นเพลงฮิตติดหูไปแล้ว ส่วนอีกเพลงที่เพิ่มมาเป็นเพลงใหม่ที่มาเติมให้อัลบั้มนี้มีความกลมกล่อมครบรสมากขึ้น ว่าแล้วลองไปดูรายชื่อเพลงทั้ง 5 และฟัง sample กันก่อนเลยครับ

BLISS EP

  1. หงา เหงา (Insomnia)
  2. ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน (Cloudy)
  3. เกี่ยวกันไหม (You?)
  4. Snap
  5. 5. ยังรู้สึก (Old Feelings)

คราวนี้เรามาเจาะลึกในแต่ละเพลงกันครับ


เหงา เหงา (Insomnia)


“ที่เราห่างกันอย่างนี้ไม่รู้ว่าเธอนั้นรู้สึกอย่างไร

เหงาเหมือนฉันบ้างไหม”

เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกจากอิ้ง วรันธร เป็นเพลงที่ทำให้เราไดเรู้จักกับน้ำเสียงและตัวตนของเธอ บทเพลงถ่ายทอดอารมณ์เหงาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องไกลห่างจากคนรัก บทเพลงมีการบรรยายบรรยากาศที่ชวนเหงาได้ดี

แสงดวงดาวที่ดูอบอุ่น

ทำไมยิ่งมองยิ่งหนาว

เสียงบรรเลงบทเพลงเก่าๆ

ยิ่งฟังยิ่งคิดถึงใคร

สายลมพัดปลิวมาเบาๆ

พาใจลอยไปถึงไหน

ผู้คนรอบตัวมีมากมาย

ทำไมยิ่งเจอยิ่งเหงา

ผนวกกับเสียงซินธ์ที่เป็นเหมือนกับลมหนาวที่พัดพาอารมณ์เหงาให้ฟุ้งกระจายล่องลอยไปมากขึ้น ยิ่งทำให้เพลงนี้เหงาจับใจ แต่มีบรรยากาศที่สว่างใส ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาเราคิดถึงใคร ยามอยู่ในเมืองที่มีแสงไฟยามค่ำคืน และผู้คนมากมายรายล้อมเรา

เพลงนี้เอ็มวี มีความเก๋ ด้วยการถ่าย long take และ split screen ให้เห็นสองมุมมองทั้งจากผู้ชายและผู้หญิง ได้กันต์ ชุณหวัตร นักแสดงวัยรุ่นจากซีรีย์ Hormones (ซึ่งเป็นเพื่อนกับอิ้งค์มาตั้งแต่ ม.1) มาเล่นเป็นพระเอกเอ็มวี ซึ่งกำกับโดย คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง SNAP ที่อิ้งค์แสดงเป็นนางเอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังได้ ศิวโรจณ์ คงสกุล อีกหนึ่งผู้กำกับสายอินดี้มาเป็นคนตัดต่อลำดับภาพ และ ราสิเกติ์ สุขกาล Production Designer ที่ร่วมงานกับผู้กำกับอินดี้มาแล้วมากมายมาเป็นผู้ออกแบบงานสร้างอีกด้วย


ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน (Cloudy)


บางวันก็เหมือนว่าฉันนั้นมีเธออยู่ แต่ในบางวันก็เหมือนไม่มี

ใจมันหวั่นไหวโปรดเธอนั้นช่วยบอกกันสักที”

เป็นซิงเกิ้ลที่ 3 ที่ปล่อยออกมา แต่ในอัลบั้มจะเป็นเพลงที่ 2 เข้ามาเปลี่ยนอารมณ์จากเพลงแรกได้พอดี เพลงนี้มีท่วงทำนองที่เศร้า เหงา และถ่ายทอดเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนระหว่างคนสองคน จนเกิดคำถามมากมายในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ แต่สับสนในสถานะว่าระหว่างเราคืออะไร

“อยากจะรู้ว่าฉันควรทำยังไง ต้องคิดถึงเธอแบบไหน 

แค่คนรู้จักหรือคนรู้ใจ บอกได้ไหมว่าที่ที่ฉันจะยืน 

ควรจะอยู่ตรงไหน (จะมีเธออยู่ไหม

แค่ซักคำให้ฉันแน่ใจ เธอคิดกับฉันแบบไหน” 

เพลงนี้ยังได้ คงเดช จาตุรันต์รัศมี มากำกับให้เช่นเคย และตัวเอ็มวีก็มีความเก๋ด้วยการเล่าเรื่องในห้องตัดและอิ้งค์เป็นฟุตเทจที่กำลังตัดต่ออยู่


เกี่ยวกันไหม (You?)


“มันเกี่ยวกันไหม ที่เธอได้เดินเข้ามา

ที่เธอได้มาสบตา ตัวฉันถึงเป็นแบบนี้

 

เพลงต่อมาเบรคด้วยอารมณ์สดใสร่าเริงเสียก่อนที่จะเศร้าไปมากกว่านี้ เพลวนี้เป็นซิงเกิ้ลล่าสุดที่เพิ่งปล่อยออกมา เป็นเพลงที่พูดถึงความสงสัยของผู้หญิงคนหนึ่งอันก่อเกิดจากความรู้สึกว่าตนเองนั้นแปลกไป ดูไม่เป็นตัวเองเลย หรือว่าจริงๆเรานั้นกำลังตกหลุมรักใช่หรือเปล่านะ ? หรือว่าเธอนั้นคือต้นเหตุของความแปลกในตัวฉัน เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น เกี่ยวกับเธอรึเปล่า

“มันเกี่ยวกันไหม ที่เธอได้เดินเข้ามา

ที่เธอได้มาสบตา ตัวฉันถึงเป็นแบบนี้

มันเกี่ยวกันไหม เมื่อไหร่ที่เธอนั้นยิ้มให้ฉัน

เหมือนโลกดูเปลี่ยนไป

เหตุผลก็เพราะว่าเธอ ใช่หรือเปล่า”

เพลงนี้ได้ แทน Lipta มาเป็นโปรดิวเซอร์ แต่งทำนองและเรียบเรียงให้ นอกจากนี้ยังเขียนเนื้อเพลงร่วมกับ ข้าว วง Fellow Fellow ด้วย

ส่วนตัวเอ็มวีนั้นได้ วรรณแวว และแวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Wish Us Luck  และมือเขียนบทซีรีย์ Hormones วัยว้าวุ่น  มากำกับให้ โดยถ่ายทอดความสดใสราเริงของอิ้งค์ออกมาได้เป็นธรรมชาติมาก เป็นเอ็มวีที่ดูเพลินจริงๆครับ (ฮา)


Snap


“อยากหยุดเวลาไว้จะได้ไหม

 ปล่อยให้หัวใจ ได้ใกล้ๆเธอ “

เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ที่ปล่อยออกมาแต่เรียงไว้เป็นแทร็คที่ 4 ของอัลบั้ม เป็นเพลงที่มีชื่อเดียวกันกับหนังที่อิ้งค์แสดง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่ประการใด (แต่อิ้งค์ก็ได้ไปขออนุญาตพี่คงเดช ผู้กำกับเรื่อง SNAP ก่อนที่จะใช้ชื่อนี้ ซึ่งพี่คงเดชพอได้ฟังเพลงก็บอกว่าเพลงนดี อนุญาต (ฮา)

Snap เป็นเพลงที่อิ้งค์ถ่ายทอดอารมณ์ของการแอบชอบใครคนหนึ่งที่รู้ว่ายังไงเขาก็ไม่สนใจ แต่เราก็บอกเขาด้วยสายตาตลอด แต่ว่าเขาไม่เคยหันมามอง แต่แล้วเมื่อมีโอกาสที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน ก็เลยอยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้  เปรียบเหมือนกับการ SNAP ภาพเพื่อหยุดช่วงเวลาที่อยู่ตรงหน้านั้นไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

“อยากหยุดเวลาไว้จะได้ไหม

ปล่อยให้หัวใจ ได้ใกล้ๆเธอ

จะเก็บเธอเอาไว้ใช้นอนเพ้อ

แค่เป็นเธอ แค่เป็นเธอ โอ๊ะโอว แค่นี้ก็คงพอ”

Snap มาด้วยจังหวะและท่วงทำนองชวนขยับซึ่งนอกจากจะใช้ Synthesizer  ที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับดนตรีของอิ้งค์มาสร้างสีสันแล้ว ยังเพิ่มความพิเศษด้วยการใช้ Vocoder (ว็อคคอร์ดเดอร์) ในเพลง เพิ่มสีสันความเป็นดนตรีอิเล็คทรอนิค เก๋ๆ คูลๆมากขึ้น

เพลงนี้ได้ ปิง เกรียงไกร  วชิรธรรมพร ผู้กำกับซีรีย์ Hormones มากำกับให้


ยังรู้สึก (Old Feelings)


“ไม่ว่าจะนานแค่ไหนฉันนั้นยังรู้สึก

ข้างในส่วนลึกในใจเหมือนยังคงไม่ลืม”

เป็นเพลงที่ยังไม่ได้ตัดมาเป็นซิงเกิ้ลและเป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้มนี้ อาจจะเป็นการปิดอัลบั้มด้วยอารมณ์เศร้า เหงาเสียหน่อย แต่ก็ช่วยให้อัลบั้มนี้มีความกลมกล่อมครบรส

แค่ขึ้นอินโทรมาก็เศร้าแล้วพอเสียงร้องเหงาๆของอิ้งค์แทรกเข้ามา ถ้าใครมีอารมณ์แบบเพลงนี้อาจถึงน้ำตาซึมได้ เพลงนี้ถ่ายทอดห้วงอารมณ์ของความคิดถึงที่เรามีต่อรักที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความรู้สึกนั้นยังคงติดตรึงในหัวใจไม่รู้ลืม มีคำหนึ่งในเนื้อร้องที่ผมชอบมากเลย มันบอกความรู้สึกของห้วงอารมณ์แบบนี้ได้ดีเลย คือคำว่า​“สับสนในสับสน”

สับสนในสับสน

เหตุผลคืออะไร…

ไม่ว่าจะนานแค่ไหนฉันนั้นยังรู้สึก

ข้างในส่วนลึกในใจเหมือนยังคงไม่ลืม

เรื่องราววันนั้นของฉันกับเธอ

นั้นยังคงชัดเสมอ จดจำในใจฉัน…ตลอดไป


อิ้งค์ วรันธร ได้พิสูจน์ความเป็นนักร้องและศิลปินคุณภาพคนหนึ่งของวงการ จากเด็กผู้หญิงหนึ่งที่รักในการร้องเพลงมากๆสู่การเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง Chilli White Choc แห่งค่ายกามิกาเซ่ และเป็นนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกดนตรีตะวันตกที่ทำให้เธอได้เรียนรู้ทักษะการร้องเพลงรวมไปถึงการร้องโอเปร่าด้วย จนมาสู่วันนี้ในฐานะศิลปินเดี่ยวที่มีผลงานของตัวเอง

อิ้งค์ วรันธร ไม่เคยทอดทิ้งสิ่งที่เธอรัก อีกทั้งเธอยังทำมันให้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งเชื่อได้ว่าในอนาคตข้างหน้าเธอจะมีอัลบั้มเต็มเป็นของตนเองและมีผลงานคุณภาพออกมาให้พวกเราได้ฟังกันอีกอย่างแน่นอน.

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

เจาะทุกโปรแกรมเด็ด Netflix จากงาน See What’s Next Asia ณ. สิงคโปร์

Published

on

เมื่อวันที่ 8-9 พฤศจิกายนที่ผ่านมาทาง What The Fact ได้รับเชิญจาก Netflix ให้เดินทางไกลถึงสิงคโปร์ เพื่อร่วมงาน See What’s Next Asia ณ. Marina Bay Sands Expo and Convention Center ร่วมกับสื่อมวลชนจากทั่วเอเซีย แต่งานจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามผมเดินดูทีละโซนเลยครับ

บูธเกร๋ๆจากหนัง-ซีรีส์ดัง

บูธแรกมาจาก The Umbrella Academy  บูธนี้จะให้สื่อมวลชนถ่ายรูปคู่กับแบคดรอปที่ประดับด้วยร่ม 7 คัน แทนตัวละคร 7 ตัวที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเพื่อเป็น superheroes นะครับ โดยมีการแจกหน้ากากให้สวมบทฮีโร่กันด้วย

บูธต่อมาครับ เป็นกระโจมศิราณี นะครับ ด้านในจะมีหมอดูที่สื่อหลายสำนักคอนเฟิร์มว่าแม่นจริง ฟันธง! ซึ่งกระโจมนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งจากซีรีส์ A series of unfortunate events ที่ซีซัน2 เด็กๆบ้านโบเดอแลร์ ต้องหนีเคาต์โอลาฟไปแฝงกายในคณะละครสัตว์ที่มีศิราณีเป็นหัวหน้าคณะ

บูธนี้ทีเด็ดเลยครับ จาก Mowgli Legend of the jungle หนังฟอร์มยักษ์ที่ แอนดี้ เซอร์กิส หรือ พี่กอลลัม ของเรากำกับนะครับ บูธนี้จะให้เราได้วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่าด้วย เซลฟี่วีดีโอ 360 องศา กับฉากหลังที่มีพี่เสือดำ บาเคียร่า โผล่หน้ามาด้วยนะครับ  พอถ่ายเสร็จก็เอาลงโซเชียลได้เลย

ขยับมาหน่อยกับบูธซีรีส์สุดดาร์ค  Narcos : Mexico บ้านเราป้ายอาจโดนเซนเซอร์นะครับ แต่ที่นี่จัดเป็นครัวบริการมารีฮัวน่ากันห่อเป้งๆ แหม่..ชวนเคลิ้มจริงๆ ไม่ใช่! มันเป็นแซนด์วิชนะฮะ แหม่ทำซะเหมือนเลย

ถัดมากับบูธ Selection Day ซีรีส์อินเดียฟอร์มยักษ์ ว่าด้วยความฝันของวัยรุ่นกับกีฬาคริกเกต ที่ให้เราได้สวมชุดเล่นคริกเกต์จัดเต็ม แถมมีโค้ชสอนตีลูกให้เราเต๊ะท่าถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียได้ด้วย

ปิดท้ายแบบ สยองๆหน่อย กับ Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ยุคโชซอน กับแบคดรอปหน้าห้องบรรธมของกษัตริย์ที่เปราะเปื้อนไปด้วยเลือดมนุษย์ แถมมีอวัยวะทั้งแขนขาหลุดอีก  ยัง.ยังไม่พอมีผีดิบทึ่คอยวิ่งไล่แฮร่ ใส่นักข่าวอีกบอกเลย น่าจัวมั่กๆ

พาเนลเปิดตัวหนังและซีรีส์ดัง

สำหรับบนเวทีใหญ่ เท็ด ซารานดอส หัวหน้าผู้ดูแลด้านคอนเทนต์ของ Netflix  นำทัพเปิดตัวคอนเทนต์มากมายทั้งหนังและซีรีส์ใหม่ๆที่จะให้บริการสตรีมมิงกันตั้งแต่ปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า หนังฟอร์มยักษ์ของ Netflix ชูจุดขายดาราและผู้กำกับดัง

Narcos : Mexico กับซีซันที่ 4 ของซีรีส์สุดฮิตกับเจ้าพ่อคนใหม่ที่ขอท้าทายอำนาจกฎหมายด้วยปฏิบัติการขนกัญชาล็อตมหาศาลเข้าสู่สหรัฐอเมริกาโดยมีตำรวจนายหนึ่งปฏิญาณจะทำทุกวิถีทางเพื่อขวางมันให้จงได้ งานนี้ได้ 2 นักแสดงนำทั้ง ไมเคิล เพ็นย่า และ ดิเอโก้ ลูน่า มาร่วมพูดคุยบนเวทีอีกด้วย โดยซีรีส์พร้อมให้สตรีมแล้ววันนี้

Mowgli Legend of the jungle เมาคลี ตำนานแห่งเจ้าป่า ของ แอนดี้ เซอร์กิส ที่ชูเทคโนโลยี โมชัน แคปเจอร์ ที่ตนเองถนัด   ลงให้สตรีมมิงทาง Netflix 7 ธันวาคมนี้

ROMA หนังขาวดำของผู้กำกับ อัลฟองโซ กัวรอง จาก Gravity  ที่กวาดคำชมทุกเทศกาลก็จะเข้าฉายที่เฮาส์พร้อมลงสตรีมทาง Netflix วันที่ 14 ธันวาคมนี้

Bird Box มองอย่าให้เห็น  หนังใหม่ของซานดรา บูลลอค ที่จะลงสตรีมมิง 21 ธันวาคมนี้ก็ได้ ซูซาน เบีย ผู้กำกับรางวัลออสการ์มาทำ

The Umbrella Academy ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่เรื่องราวเริ่มจากเด็ก 7 คนที่เกิดจากผู้หญิงบริสุทธิ์ และพวกเขาต่างเกิดมาพร้อมพลังพิเศษจนชายคนหนึ่งอุปการะพวกเขา แต่เมื่อวันหนึ่งพ่อของพวกเขาถูกฆาตกรรมอย่างเป็นปริศนา พวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่อสืบหาต้นตอคนที่ฆ่าพ่อของพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีหนังน่าสนใจในปีหน้ามากมายนะครับ ทั้ง The Irishman ของมาร์ติน สกอร์เซซี   Triple Frontier หนังใหม่ของ เบน แอฟเฟล็ก  และที่น่าจะทำให้คอหนังโรแมนติกฟินสุดๆหนีไม่พ้น Always be my maybe ที่ได้เจ้าแม่เดี่ยวไมโครโฟนสุดฮา อาลี หว่อง กับเรื่องราวของเชฟสาวที่ต้องเลือกระหว่างคู่หมั้นโปรไฟล์หรูกับรักครั้งแรกที่แทบไม่มีแต้มต่อใดๆมาป่วนหัวใจให้แฟนๆได้ฟิน

Always be my maybe หนังตลกของเจ้าแม่เดี่ยวไมโครโฟน อาลี หว่อง

คอนเทนต์เด็ดจาก เอเซีย

ด้านคอนเทนต์เอเชียที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของงานก็เรียกได้ว่า ทีมหาคอนเทนต์ของ Netflix งัดไม้เด็ดมานำเสนอกันมากมายอย่างคุณเอริกา นอร์ธ นี่เปิดตัวมาก็ปังสุดๆแล้วนะครับกับ ซีรีส์ Netflix Original ของไทย 2 เรื่องแนวเขย่าขวัญได้แก่ เคว้ง หรือ The Stranded กำกับโดย โสภณ ศักดาพิสิษฎ์ จาก ลัดดาแลนด์ และ อุบัติกาฬ หรือ Shimmers  กำกับโดย วิศิษฎ์ ศาสนาเที่ยง และสิทธิศิริ มงคลศิริ จาก เปนชู้กับผี และ Last Summer ฤดูร้อนนั้นฉันตายรวมถึง ซีรีส์ไต้หวันอย่าง Triad Princess กับลูกสาวมาเฟียที่แอบไปรับงานบอดีการ์ดให้ดาราสาวจนเกิดเรื่องวุ่นวายขี้น

ทีมนักแสดงและทีมงานจาก Kingdom

ด้าน คิมมินยอง ก็งัดไม้เด็ดมาเอาใจสาวก ซีรีส์เกาหลี ทั้งซีซัน 2 ของ Busted เกมโชว์ผสมเรื่องราวสืบสวนสุดแปลกใหม่ Kingdom ซีรีส์สยองขวัญเอาใจคอหนัง ซอมบี้ แต่ปรับเรื่องราวให้อยู่ในยุคโชซอน โบราณ มีบรรยากาศการเมืองเข้ามาทำให้เรื่องราวเข้มข้นมากขึ้น

หรือแนะนำซีรีส์จาก Webtoon อย่าง Love Alarm ที่น่าจะโดนใจคอซีรีส์โรแมนติกเกาหลีแน่นอน

Cagaster of an insect cage

TRESE

ด้าน ไทโตะ โอกิอูระ ก็ขนอนิเมะซีรีส์มาเรียกเสียงกรี๊ดทั้ง Pacific Rim, Altered Carbon 2 อนิเมะจากหนังและซีรีส์ดัง, Cagaster of an insect cage เรื่องราวของพี่น้องที่ต้องเอาตัวรอดในโลกหลังล่มสลาย. Yasuke ศึกแห่งศักดิ์ศรีของซามูไรคนนอกที่เกิดในแอฟริกา และปิดท้ายด้วย Trese ดัดแปลงจากกราฟิกโนเวลของ ฟิลิปปินส์ กับภารกิจปกป้องมนุษย์จากสัตว์ประหลาดของ ฮีโร่สาวนาม อเล็กซานดรา เทรส

ปิดท้ายวันที่สองกับพาเนลแนะนำคอนเทนต์อินเดียงานนี้ ซิมราน เศรษฐี  ภูมิใจเสนอซีรีส์จากหนังดัง Bahuubali before the beginning ที่จะนำเสนอเหตุการณ์ก่อนหน้าหนังภาคแรกกับความเป็นวีรสตรีของพระนาง บาฮูบาลี กับการปกป้องบ้านเมือง  Leila เลย์ลา ซีรีส์ไซไฟโลกหลังล่มสลายของประเทศอินเดีย  Selection Day ซีรีส์กีฬาคริกเกตต์ กับเรื่องราวของสองหนุ่มพี่น้องที่โตมาในครอบครัวที่มีพ่อสุดเข้มงวด ที่หวังให้พวกเขาใช้กีฬาคริกเกต์เป็นใบเบิกทางสู่ชีวิตที่ดีกว่า Rajma Chawal ราชมา ชาวาล ซีรีส์ตลกสะท้อนสังคมอินเดีย

ช่วง What The Fact พบผู้บริหาร

รีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในส่วนของผู้บริหารเน็ตฟลิกซ์เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยทั้ง คุณรีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO คนสำคัญ ที่มาแถลงถึงความมั่นใจของ Netflix ในตลาดสตรีมมิงที่ปีหน้าจะมี Disney Plus มาเป็น คู่แข่งสำคัญ

เท็ด ซาแรนดอส (Ted Sarandos) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์

คุณเท็ด ซาแรนดอส (Ted Sarandos) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์ ที่มาพร้อมความหลากหลายทั้งเรื่องราวและวัฒนธรรมที่ทำให้ เน็ตฟลิกซ์ ต่างจากคู่แข่ง

แอนน์ อารอน

คุณแอนน์ อารอน ผู้ดูแลด้านผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมวิวัฒนาการจากการเอ็นโค๊ดหรือเข้ารหัสแบบไซส์เดียวใช้ทุกอุปกรณ์เปลี่ยนเป็นการเข้ารหัสต่อเฟรมภาพเพื่อแก้ปัญหาการรีบัฟเฟอร์ที่ก่อกวนการรับชมและก้าวต่อไปของเน็ตฟลิกซ์ที่การชมผ่านอินเตอร์เน็ตดาต้าจะใช้เพียง 270 กิโลบิตเปอร์เซ็คโดยเทียบง่ายๆว่าถ้าเราใช้แพ็คเกจ 4 GB เราจะชมเน็ตฟลิกซ์ได้ถึง 26 ชั่วโมงและกำลังพัฒนาระบบบีบอัดข้อมูลแบบ AV1 ที่น่าจะเพิ่มเป็น 33 ชั่วโมง ในอนาคตครับ

และพิเศษสุดๆครับ คุณ ท็อดด์ เยลลิน รองประธานบริษัทดูแลด้านผลิตภัณฑ์ ที่เราได้มีโอกาสพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ที่ช่วยคลายข้อสงสัยถึงก้าวต่อไปของ Netflix ได้ดีมากทีเดียวจะพิเศษแค่นี้มาอ่านกันเลย

Q : คราวที่แล้วคุณได้บอกพี่หนุ่ย พงศ์สุข ว่ามีการส่งสัญญาณภาพ 4K มาจาก ลอส การ์ตอสอยากรู้ว่า คุณมีปัญหาในการส่งสัญญาณบ้างไหม.

T: คุณรู้มั้ย internet มันทรงพลังมากไม่ว่าเราจะผลิตคอนเทนต์ใน เอเซียผลิตในอเมริกา หรือ ยุโรป เราส่งไฟล์ไปทั่วโลกสู่เซิฟเวอร์ที่ใกล้กับผู้บริโภคของเราที่สุดพูดง่ายๆเวลาเราผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ ไม่ว่า หนัง ซีรีส์ หรือ รายการบันเทิงเราไม่ได้ส่งตรงแต่จากที่อเมริกาเท่านั้นเพราะเรามีเซิฟเวอร์ที่ประเทศไทย อินเดีย ไต้หวัน เพื่อเราจะได้ส่งสัญญาณภาพผ่านอินเตอร์เน็ตในประเทศนั้นๆได้เลย

Q: จะมีการพัฒนาส่งสัญญาณภาพที่ละเอียดขึ้นในระดับ 6K หรือ 8K ต่อไปไหม

T: ภาพ 4 K ให้รายละเอียดดีมากอยู่แล้ว ด้วยจำนวนพิกเซลกว่า 4,000 พิกเซลแต่สำหรับ 8K ถ้าบ้านคุณมีทีวีจอแค่นี้คงไม่เห็นความแตกต่างมากนักคุณภาพในการรับชมเท่ากันแน่นอนเว้นแต่คุณจะมีทีวีจอยักษ์ ความละเอียด 8K ก็คงจำเป็นแล้วล่ะที่เราสนใจจริงๆคือ HDR หรือ High Dynamic Range เพราะมันทำให้จำนวนพิกเซลบนภาพเพิ่มขึ้นแสดงผลบนจอภาพได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าฉากนั้นจะจัดไฟสว่าง หรือเล่นกับความมืดภาพก็ยังคมชัด ดูสมจริง นั่นต่างหากที่เราสนใจ

Q: เราจะมีโอกาสได้ดูหนัง 4K ที่ไม่ใช่ของ Netflix เพิ่มมากขึ้นมั้ย

T: คุณจะได้ดูทุกคอนเทนต์ที่เราได้รับลิขสิทธิ์แบบ 4K แน่นอนลองหาหนังใน แคตตาล็อกเราดูได้เลย มีหลายเรื่องที่ให้ดูแบบ 4K ได้แล้ว

Q: Netflix ให้ความสำคัญกับการตอบสนองการใช้งานบุคคลหรือ Personalization ในก้าวต่อไป Netflix มีนโยบายสร้าง ชุมชนของคนดู (community)เช่นให้เราใส่เป็นรูปตัวเองเป็นโปรไฟล์ แชร์บนเฟซบุ๊คหรือ ทำคล้ายๆเพลย์สเตชั่นว่าเรา กำลังดูหนังเรื่องอะไรอยู่บนโซเชียล มีเดีย อะไรแบบนี้น่ะครับ

T: เป็นคำถามที่ดีเลยครับ โซเชียลทีวี เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เราทดลองอะไรใหม่ๆกับเน็ตฟลิกซ์มาหลายต่อหลายครั้ง ทำยังไงให้เน็ตฟลิกซ์กลายเป็นหนึ่งในสื่อโซเชียล ให้เรากดแชร์สิ่งที่เราดูบนNetflix ให้เพื่อนๆได้รับรู้ด้วยปุ่มเพียงปุ่มเดียว แต่การเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์รูปเล็กๆ ผมไม่คิดว่าเราจะเอาหน้าเราไปใส่ได้นะผู้ชมชอบการใส่ภาพ Avatar เป็นตัวละครที่ชอบใน Netflix เราเพิ่มรูปให้ใส่ในโปรไฟล์ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นของใหม่ที่เราทำปีนี้ เรามีรูปAvatar มากมายให้เลือกใส่บนโปรไฟล์ ถ้าคุณอยากได้หน้าตัวละครเรื่องไหน หน้านักแสดงคนโปรด หรือรูปไก่ ก็ใส่ได้เลย

Q: ผมรู้ว่าเป็นคำถามที่ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่คุณมีนโยบายรับมือการละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ตัวเองโดยเฉพาะในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นตอนนี้มีเว็บเถื่อน เอาหนังมาปล่อยให้ดูฟรีๆ เพื่อเก็บค่าโฆษณา.คุณมีมาตรการต่อสู้กับปัญหานี้ในอนาคตยังไงบ้าง

T: ผมขอพูดเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วโลกหน่อยนะ ตั้งแต่ Netflix เปิดให้บริการทั่วโลก ตอนนี้เรามีสมาชิกกว่า 190 ประเทศทั่วโลกปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์กลับลดลง ยิ่งมี Netflix ยิ่งลด เหตุผลที่ลดลงก็เพราะว่า ทั้ง Netflix และ อินเตอร์เน็ต ได้มอบให้ผู้บริโภคคือคลังคอนเทนต์เป็นพันๆที่รอให้คุณเลือกมาดูตอนไหนก็ได้ก่อน Netflix หรือ Internet TV ไม่ใช่แค่เรานะ ตอนนั้นแผ่นผีคือทางเลือกเดียวที่เราจะได้ดูหนัง ซีรีส์ ที่อยากดูซึ่งคนก็ไม่ได้อยากดูจากแผ่นผีนักหรอก หลายคนรู้สึกผิดแถมไว้ใจด้านคุณภาพไม่ได้เลยเวลาจะโหลดหนังมาดู เราก็ไว้ใจไม่ได้ว่าเด็กๆจะได้ดูหนังโป๊ก่อนวัยอันควรมั้ยเป็นประสบการณ์แย่ๆที่ใครก็ไม่อยากเจอแต่ตอนนี้เราเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เปิดเผยกว่าแถมมีคอนเทนต์ดีๆรออยู่เพียบเลย สิ่งที่เราตั้งใจคือมอบคอนเทนต์ดีๆคุ้มค่าเงินที่ทุกคนจ่ายมา ให้ได้ประสบการณ์ที่ดีจนตัดสินใจเป็นสมาชิกของ Netflix และผู้ให้บริการอื่นๆ

Q: อยากให้คุณทิ้งท้าย กล่าวอะไรกับแฟนๆของ Netflix ชาวไทยหน่อยว่า Netflix ทำอะไรอยู่และอยากบอกอะไรพวกเขา

T: อยากบอกว่า เรามีคอนเทนต์ดีๆมากมายอย่าง Black Mirror ซีรีส์โปรดของผม เหมาะกับทุกคนมั้ย..ไม่หรอก มีหลายคนชอบมันนะ แต่ถ้าไม่ชอบลองดูซีรีส์ Money Heist มั้ยเป็นซีรีส์ตื่นเต้นจนหยุดดูไม่ได้เลยล่ะอยากให้รู้จัก Netflix ว่าใช้งานง่ายมากทั้งการค้นหาหนัง ซีรีส์คุณอาจจะมีรสนิยมที่เหมือนหรือต่างจากผมก็ได้คุณอาจชอบคอนเทนต์เหมือนผู้ชมข้างบ้าน
หรืออาจเหมือนคนอีกมุมโลกเราจะพยายามหาคอนเทนต์ดีๆมาให้คุณได้ดู

ทิ้งท้ายให้อิจฉาเล่น

ทิ้งท้ายให้อิจฉาเล่นว่าเราได้ดูซีรีส์ KINGDOM 2 ตอนแรกแล้ว โดยทาง Netflix ได้จัดฉายที่โรงละคร Capitol Theater อันสวยงามแต่เนื่องจากยังติดสัญญางดเผยแพร่หรือ Embargo เลยไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆได้ ไว้ต้นปีหน้าเรามาสยองพร้อมกันเน้อ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

หนังเรื่องนี้พี่ดูระบบไหนดี Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald ในระบบ IMAX3D

Published

on

ต้อนรับ Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald ภาคต่อตำนานโลกเวทย์มนตร์ของ เจ.เค.โรวลิ่ง ที่คราวนี้จัดเต็มในระบบ IMAX3D ภาพ 3 มิติบนจอยักษ์ ซึ่งทาง What The Fact ของเราได้รับเชิญจากทาง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ให้ชมรอบสื่อเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมาในระบบ IMAX3D ที่โรงกรุงศรีไอแมกซ์ สาขาสยามพารากอน โดยผมขอเกริ่นนำก่อนว่าในวันรอบสื่อที่ผ่านมาทางเราได้ที่นั่งในแถว G ริมทางเดินซึ่งถือเป็นที่นั่งด้านล่าง อาจไม่ได้สะดวกสบายมากนักแต่ข้อดีคือจะทำให้เราได้ทดสอบในส่วนของอาการวิงเวียนศีรษะจากการรับชมได้ด้วย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปเจาะลึกตัดเกรดกันเป็นข้อๆเลยดีกว่า

เหมาะมั้ยกับระบบ IMAX3D

จากข้อมูลในเบื้องต้นอ้างอิงจากข้อมูลเชิงเทคนิคจากเว็บไซต์ IMDB ระบุว่าหนังใช้กล้อง Arri Alexa65 ซึ่งถือเป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพแบบฟอร์แมตใหญ่ (Large Format) แต่ตัวหนังถ่ายทำมาในอัตราส่วนเดียวคือ 2.39:1 เพื่อให้เหมาะกับการฉายโรงทุกรูปแบบ แต่กระนั้นผู็สร้างก็ยังอุตส่าห์แปลงภาพให้เหมาะกับการฉายโรงใหญ่ด้วยเทคนิค เฟรมเบรค หรือ การทำเอฟเฟกต์ให้ภาพบางส่วนทะลุขอบดำบนล่าง ผลลัพธ์เลยทำให้ประสบการณ์การชมไอแมกซ์ค่อนข้างแตกต่างจากโรงทั่วไปพอสมควร ส่วนเรื่องเสียงตามข้อมูลระบุว่ามีการมิกซ์ในระบบ IMAX 12 Track ซึ่งจากการฟังจริงในโรงก็สัมผัสได้ถึงความกระหึ่มและมิติเสียงในแบบที่โรงไอแมกซ์ควรจะเป็นจริงๆ

สัมผัสมิติภาพด้านลึก

ในการดูหนัง 3 มิติ มิติของภาพระหว่างฉากหน้าหลังนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภาพที่ปรากฎตรงหน้าเกิดความเหลื่อมซ้อนของภาพฉากหน้าและฉากหลัง สำหรับ Fantastic Beasts ภาคนี้ต้องยอมรับว่าเขาออกแบบงานภาพมาให้เห็นมิติต่างๆดีจริงๆทั้งฉากพูดคุยกันที่เน้นถ่ายผ่านไหล่บ้าง หรือวางตำแหน่งให้มีความเหลื่อมซ้อนกันบ้างเพื่อให้เห็นมิติต่างๆได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงมิติของฉากหลังที่เป็นเมืองต่างๆก็ทำออกมาได้ดีมากๆครับ

เอฟเฟกต์เด้งทะลุจอ

คนดูหนัง 3 มิติย่อมต้องการเห็นภาพเอฟเฟกต์ทะลุจอกันแน่นอน และสำหรับ Fantastic Beasts ภาคนี้ก็ขยันใส่เอฟเฟกต์ทะลุจอต่างๆ ทั้งลำแสงเฮ้ากวง เอ้ย ลำแสงเวทย์มนตร์จากไม้กายสิทธิ์ หรือฉากระเบิดที่ต้องมีเศษไม้ทะลุเฟรมออกมา เรียกได้ง่ายๆว่าการตัดสินใจใช้เทคนิคเฟรมเบรคนี่คือถูกต้องมากๆเลย เพราะทำให้เห็นมิติภาพที่มันลอยหน้าคนดูได้ชัดเจนขึ้นจริงๆ แถมภาคนี้ตัวนิฟเลอร์ยังมีโอกาสได้เด้งทะลุจอมาขโมยหัวใจคนดูอีกด้วย

ถอดแว่นมองภาพเบลอ

การเช็คว่าหนังเป็น 3 มิติแท้หรือไม่ เวลาถอดแว่นจะต้องเห็นเป็นภาพซ้อนและเบลอ ซึ่งจากที่ได้ทดสอบถอดแว่นในแต่ละซีนก็พบว่า Fantastic Beasts ภาคนี้แปลงภาพมาทุกเฟรมจริงๆ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมผลลัพธ์ด้านภาพทั้งมิติด้านลึกและเอฟเฟกต์เด้งหาคนดูถึงทำได้อย่างไร้ที่ติแบบนี้

ความปลอดภัยต่ออาการเวียนศีรษะ

หลายคนดูหนัง 3 มิติแล้วมักมีอาการเมาภาพ เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ซึ่งอย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าผมได้ที่นั่งแถว G ซึ่งถือเป็นที่นั่งแถวล่าง เวลาดูจอต้องแหงนหน้าพอสมควร แต่จากการพิสูจน์ทั้งเรื่องพบว่า หลังซีนเปิดเรื่องที่เป็นการหลบหนีของกรินเดลวัลด์ที่ภาพค่อนข้างตัดต่อรวดเร็วฉึบฉับแล้ว ในส่วนอื่นของหนังก็ไม่ได้มีภาพที่คนดูต้องทรมานสายตาแต่อย่างใด จึงนับว่างานภาพ 3 มิติของหนังทำมาได้ปลอดภัยจากการรับชมพอใช้ได้เลย

สรุปแล้วคงต้องบอกว่าหากเป็นแฟน Harry Potter และ Fantastic Beasts และหลงไหลในโลกเวทย์มนตร์ของเจ เค โรวลิ่ง IMAX3D คงเป็นประตูแห่งโลกเวทย์มนตร์ที่จะพาเราไปสัมผัสประสบการณ์ร่วมได้ดีที่สุดแล้ว

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald (2018) : สัตว์น่ารักน้อยหน่อย แอ็คชั่นมากหน่อย มืดหม่นกำลังเหมาะ

มาถึงภาคที่ 2 แล้วกับแฟรนไชส์ Fantastic Beasts ที่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผู้ประพันธ์วางแผนไว้ว่าจะจบใน 5 ภาค หลังจากภาคแรกเธอได้ดึงตัวละคร นิวท์ สคาแมนเดอร์ บุรุษในตำนานที่ถูกกล่าวถึงไว้ในแฟรนไชส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้ออกมามีตัวตนบนจอภาพยนตร์ในฐานะพ่อมดผู้ชื่นชอบในบรรดาสัตว์มหัศจรรย์และเดินทางรวบรวมศึกษามันไปทั่วโลก จนกลายมาเป็นหนังสือเรียนที่นักเรียนฮอกวอตส์ทุกคนรู้จักกันดี หนังเปิดภาคแรกมาด้วยบรรยากาศสดใสอารมณ์ดี ได้รู้จักตัวตนของนิวท์ เป็นพ่อมดที่เก่งแต่อ่อนน้อมถ่อมตนขี้อาย ได้รู้จักสังคมพ่อมดทางฝั่งอเมริกา แต่ก็จบด้วยการปรากฏตัวของกรินเดลวอลด์พ่อมดร้ายในตำนาน และการโผล่มาเซอร์ไพรส์คนดูของจอห์นนี่ เด็ปป์

Published

on

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

มาถึงภาคที่ 2 แล้วกับแฟรนไชส์ Fantastic Beasts ที่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผู้ประพันธ์วางแผนไว้ว่าจะจบใน 5 ภาค หลังจากภาคแรกเธอได้ดึงตัวละคร นิวท์ สคาแมนเดอร์ บุรุษในตำนานที่ถูกกล่าวถึงไว้ในแฟรนไชส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้ออกมามีตัวตนบนจอภาพยนตร์ในฐานะพ่อมดผู้ชื่นชอบในบรรดาสัตว์มหัศจรรย์และเดินทางรวบรวมศึกษามันไปทั่วโลก จนกลายมาเป็นหนังสือเรียนที่นักเรียนฮอกวอตส์ทุกคนรู้จักกันดี หนังเปิดภาคแรกมาด้วยบรรยากาศสดใสอารมณ์ดี ได้รู้จักตัวตนของนิวท์ เป็นพ่อมดที่เก่งแต่อ่อนน้อมถ่อมตนขี้อาย ได้รู้จักสังคมพ่อมดทางฝั่งอเมริกา แต่ก็จบด้วยการปรากฏตัวของกรินเดลวอลด์พ่อมดร้ายในตำนาน และการโผล่มาเซอร์ไพรส์คนดูของจอห์นนี่ เด็ปป์

มาถึงภาค 2 หนังสานต่อเหตุการณ์จากภาคแรกทันที เมื่อกรินเดลวัลด์โดนควบคุมตัวโดยเหล่ามือปราบมารอย่างเข้มงวดรัดกุม แต่ด้วยความเป็นพ่อมดร้ายอันดับ 1 ในยุคนั้นมีหรือจะยอมจำนนง่าย ๆ กรินเดลวัลด์ก็หลบหนีได้อย่างไม่ยากเย็นเปิดโอกาสให้หนังใส่ฉากแอ็คชั่นระทึกตาตั้งแต่เปิดเรื่อง เมื่อกรินเดลวอลด์ปรากฏตัว โทนของหนัง Fantastic Beasts ก็ดูเปลี่ยนไปในทันที โทนหนังตึงเครียดขึ้นอย่างชัดเจน แม้ว่าชื่อเรื่องจะว่าด้วยบรรดาเหล่าสัตว์มหัศจรรย์แต่ประเด็นของหนังย้ายไปเน้นหนักที่สงครามเวทมนตร์ระหว่าง 2 สุดยอดพ่อมดในยุคนั้น อัลบัส ดัมเบิลดอร์ และ กรินเดลวอลด์ ที่เจ.เค. เกริ่นมาแล้วว่าตลอด 5 ภาคของ Fantastic Beasts จะเล่าเรื่องราวสงครามของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่นี้ที่กินเวลา 19 ปี

ในภาคนี้เส้นเรื่องหลัก คือการขึ้นเถลิงอำนาจในฐานะพ่อมดโลกมืดของกรินเดลวอลด์ที่รวบรวมสมัครพรรคพวกมากมาย แต่เป้าหมายของเขาคือ ครีเซนด์ เด็กหนุ่มจากภาคแรกที่มีพลังมืดสิงสู่อยู่ในตัว ทำให้กรินเดลวอลด์ต้องการดึงมาเป็นกำลังสำคัญของเขา ทางมือปราบมารรู้ถึงแผนการของกรินเดลวอลด์จึงมุ่งมั่นตามกำจัดครีเดนซ์เสียก่อนที่กรินเดลวอลด์จะได้ตัวไป ในภาคแรกตัวละครก็มากพอดูแล้ว ในภาคต่อนี้ตัวละครจากภาคแรกกลับมาเกือบครบ แล้วยังเพิ่มตัวละครใหม่อีกมากเลตา เลสเตรงจ์ เพื่อนสาวที่มีอดีตผูกพันกับนิวท์ , ธีซีอุส พี่ชายของนิวท์ทำงานอยู่ในกระทรวงเวทมนตร์ , อัลบัส ดัมเบิลดอร์ในวัยหนุ่ม , นิโคลาส ฟลาเมล นักเล่นแร่แปรธาตุที่เคยถูกพูดถึงใน Harry Potter and the Philosopher’s Stone หนังภาคแรก นิโคลาสเป็นคนแก่ที่น่ารักและเรียกเสียงหัวเราะได้มาก แถมยังมีฉากโชว์เท่ของตัวเองด้วย และ นากินี งูยักษ์ที่รู้จักกันดีว่าเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กายของโวลเดอร์มอต ภาคนี้เธอปรากฏตัวร่างหญิงสาวสวยที่ชวนติดตามว่าเธอไปพัวพันกับโวลเดอร์มอตได้อย่างไร

รวมถึง กิลเลิร์ต กรินเดลวอลด์ ที่ภาคนี้เปิดเผยตัวเองเต็มตัวทำให้เป็นตัวละครหลักที่ได้เวลาปรากฏตัวบนจอมามากพอควรสำหรับหนังที่มีตัวละครแออัดกันขนาดนี้ ดูแล้วชื่นชมจอห์นนี่ เด็ปป์ครับ ที่สลัดภาพพระเอกตลอดกาล มาเป็นผู้ร้ายได้อย่างสนิทใจ จับจอห์นนี่มาย้อมผม หนวดเคราสีขาว ใส่คอนแทคเลนส์สีขาวข้างเดียว ทำให้จอห์นนี่ เด็ปป์ เป็นกรินเดลวอลด์ที่น่ากลัวและเกรงขามสมศักดิ์ศรีพ่อมดร้ายในตำนาน เอาว่าแค่ยืนเฉย ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความร้ายกาจแล้ว ในขณะที่กรินเดลวอลด์มีบทบาทมากขึ้น พระเอกอย่างนิวท์ กลับถูกลดบทบาทความสำคัญอย่างเห็นได้ชัดเพราะต้องแบ่งเวลาให้กับตัวละครอีกมากที่ล้วนมีส่วนสำคัญกับเนื้อหาในภาคนี้

ตัวละครเก่าก็มากแถมเพิ่มตัวละครใหม่ที่ส่วนสำคัญกับเนื้อหาอีกหลายตัว ทำให้ 2 ชั่วโมง 14 นาทีของหนังต้องเล่าเรื่องราวมากมาย ความสัมพันธ์ที่ดูจะคืบหน้าของนิวท์และทีน่า , พื้นเพความสัมพันธ์ในอดีตกาลของดัมเบิลดอร์ และ กรินเดลวอลด์ที่เป็นสาเหตุของความบาดหมางในปัจจุบันที่เกริ่น ๆ ไว้แต่ยังไม่เล่าชัดเจน และ อดีตของเลตา และ นิวท์ ในช่วงที่เรียนฮอกวอตส์ ทำให้เราต้องดู The Crimes of Grindelwald แบบต้องเรียบเรียงสมองให้เข้าใจถึง 3 ช่วงเหตุการณ์ของจักรวาลแฮร์รี่ พอตเตอร์ เหตุการณ์ปัจจุบันในหนังที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ 70 ปีหลังจากนี้ในแฟรนไชส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่จบลงไปนานแล้ว และยังมีหลาย ๆ ช่วงที่หนังแฟลชแบ็คย้อนไปถึงอดีตของหลาย ๆ ตัวละครทั้ง ครีเดนซ์ , นิวท์ , เลตา ,ดัมเบิลดอร์ และ กรินเดลวอลด์ บอกเลยว่าถ้าไม่มีพื้นฐานจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาหรือไม่ได้ดู Fantastic Beasts ภาคที่แล้วมา ยากที่จะเข้าใจครับ นี่คือหนังที่สร้างมาเพื่อตอบสนองแฟนเดนตายของจักรวาลแฮร์รี่ พอตเตอร์ เท่านั้น ที่เจ.เค. ตั้งชื่อจักรวาลของเธอว่า Wizarding World

อย่างที่กล่าวว่าโทนหนังของภาคนี้เปลี่ยนไปจากภาคแรกพอดู เพราะมันว่าด้วยสงครามที่กำลังก่อตัวของพ่อมดด้านมืดและด้านสว่าง ทำให้หนังอัดฉากแอ็คชั่นมาได้ถี่ ๆ และแต่ละฉากก็ทำได้สนุกน่าตื่นตา แม้ว่าเราจะดูการต่อสู้ของพ่อมดมาถึง 10 เรื่องแล้วก็ตาม โดยเฉพาะฉากไคลแมกซ์ท้ายเรื่องที่เล่นใหญ่และลากยาว เอาให้คุ้มค่าเงินทุนมหาศาล 200 ล้านเหรียญ มากกว่าภาคที่แล้วที่ใช้ไป 180 ล้านเหรียญ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเงินทุนน่าจะหมดไปบรรดาซีจีที่อัดแน่น เรียกได้ว่าทุก ๆ นาทีของหนังล้วนมีแต่ภาพซีจี

แต่ด้วยเหตุที่ว่าหนังเรื่องนี้ชื่อ Fantastic Beasts ก็จำต้องคงไว้ซึ่งความน่ารักของบรรดาสัตว์มหัศจรรย์ ที่ภาคนี้เลือกเก็บไว้แค่บางตัวที่คนดูรักอย่างเจ้า พิก มนุษย์ต้นไม้ตัวจิ๋วเพื่อนคู่ใจของนิวท์ที่ไปไหนมาไหนด้วยตลอด และเจ้านิฟเฟลอร์ ตัวตุ่นสีฟ้าจอมซนที่ภาคนี้ก็ยังมีบทบาทสำคัญพอควร โผล่มาทีไรก็ได้เสียงวีดวิ้วของคนดูที่ตอบรับความน่ารักของมัน ภาคนี้นิฟเฟลอร์มีลูก ๆ น่ารักด้วยนะครับ และ “โซวู” แมวผสมมังกรสัตว์ในตำนานจีน สัตว์มหัศจรรย์ตัวใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในภาคนี้พอควร ทีมงานทำการบ้านมาดีครับกับการออกแบบให้โซวูมีทั้งด้านน่ากลัวและน่ารักในตัวเดียวกัน ที่ไม่ชอบสุดคือบรรดาแก๊งแมวเฝ้าสุสานนี่แหละ ที่ทำออกมาหยาบมาก สงสัยงบจะหมดพอดี

สรุปได้ว่า Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald เป็นภาคต่อที่โทนหนังหม่นกว่าภาคแรกมาก หนังแอ็คชั่นมากขึ้น ตัวละครมากขึ้น แต่ถ้ามองตามไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ภาคนี้ยังไม่ได้คืบหน้าไปเท่าใดนักเหมือนเป็นปฐมบทเข้าสู่สงครามเวทมนตร์ของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ ปริศนาใหม่ ๆ ก็ถูกสร้างขึ้นมาในภาคนี้ เพื่อดึงคนดูให้ติดตามบทเฉลยในภาคต่อ ๆ ไป แต่หลาย ๆ ปริศนานภาคแรกถูกเฉลย โดยเฉพาะตัวตนของครีเดนซ์ที่ถูกเปรยออกมาในวินาทีสุดท้ายของหนังก็เรียกเสียงฮือฮาได้พอควร ช้าระวังจะถูกสปอยล์นะครับ

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!