Connect with us

What The Fact

[รีวิว] รุ่นเล็กหลบไป รุ่นใหญ่กลับมาแล้ว !!! มาฟัง “FUNK” อัลบั้มใหม่ล่าสุดจาก ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ

ผู้ชม 1,001 ครั้ง!

กลับมาอีกครั้งกับงานเพลง EP อัลบั้มใหม่ในชื่อว่า “FUNK” อันเป็นแนวดนตรีโปรดของมือเบสรุ่นใหญ่สายดิสโก้ฟังก์ ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ หรือที่บางคนรู้จักจากผลงานร่วมกับวง Groove Rider คราวนี้ พี่ก้อกลับมาอีกครั้งในศิลปินเดี่ยวแต่ไม่ได้มาคนเดียว เพราะคราวนี้พี่ก้อได้ชวนเพื่อนพ้องน้องพี่นักดนตรีมาร่วมแจมกันด้วย

ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ

นอกจากเสียงเบสอันเป็นเอลักษณ์ของพี่ก้อแล้ว คราวนี้เราจะได้ฟังเสียงร้องและฝีไม้ลายมือการแต่งเพลงจากศิลปินท่านอื่นๆที่พี่ก้อชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น พี่คงเดช สี่เต่าเธอ (คงเดช จาตุรันต์รัศมี) อุ๋ย  Buddha Bless ตู่ ภพธร, เป้ MILD, นะ POLYCAT, กานต์ The Parkinson, จีน กษิดิษ, ตุลย์ อพาร์ตเม้นคุณป้า และนุ้ย วิริยาภา

โดยแนวเพลงยังคงเป็นดิสโก้ฟังก์อันเป็นสไตล์ของพี่ก้อ โดยหยิบดิสโก้ฟังก์ในยุค 70s-80s มาทำใหม่ในสไตล์ของพี่ก้อ อันมีส่วนผสมของดนตรีสดและดนตรีอิเล็คทรอนิค เพิ่มสีสันและความร่วมสมัยให้แก่บทเพลง

คราวนี้พี่ก้ออยู่ในฐานะโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลง ซึ่งในพาร์ทดนตรีนั้นพี่ก้อ เป็นคนทำเองทั้งหมดส่วนเนื้อร้องนั้นจะปล่อยให้นักดนตรีที่มาร่วมฟีเจอริ่งเป็นคนแต่งเอง หากได้ยินดนตรีและเมโลดี้ที่พี่ก้อแต่งมาแล้วรู้สึกอย่างไร คิดถึงเรื่องอะไรก็สามารถแต่งเนื้อเพื่อถ่ายทอดสิ่งนั้นออกมาได้อย่างอิสระ ทำให้งานเพลงทั้ง 6 ในอัลบั้มมีเสน่ห์อย่างเหลือล้นเพราะมีส่วนผสมของ เจ้าของอัลบั้มและของนักดนตรีรับเชิญทีมาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อมและสดใหม่

เปิดมาด้วยบทเพลงที่มีชื่อว่า “FUNK” อันเป็นชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม กับท่วงทำนองหนึบๆ ชวนโยก และเติมสีสันอันดุดันและหนักแน่นในกลิ่นอายแบบร็อค ผ่านเนื้อร้องคมๆจาก ตุลย์ อพาร์ตเม้นคุณป้า ที่นอกจากจะแต่งเนื้อร้องแล้วยังร้องร่วมกันกับและนุ้ย วิริยาภา ด้วย

“รุ่นใหญ่” พี่คงเดช สี่เต่าเธอ จับมือกับอุ๋ย บุดดาเบลส ร่วมประกาศศักดาความเก๋าของรุ่นใหญ่ เพลงนี้สนุกและฮามาก การร้องของพี่คงเดช ได้อารมณ์ Yeahhh มาก ยิ่งถูกเติมด้วยการแร็พจาก อุ๋ย บุดดาเบลส ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ เพลงนี้ต้องลองไปฟังกันดูครับ แนะนำๆ

“Evil”  เพลงนี้ได้ จีน กษิดิศ มาร่วมแจม ตัวดนตรีมีความเป็นอิเล็คทรอนิคอย่างชัดเจน มาพร้อมกับเนื้อร้องภาษาอังกฤษและเสียงร้องในสไตล์ของจีน ทำให้เพลงนี้มีความคูลอย่างยิ่ง

“The Diary” เหมือนเป็นเพลงของ Polycat ที่มีพี่ก้อ เล่นเบสให้ นะ Polycat มาร่วมร้องและเขียนเนื้อเพลงถ่ายทอด ความอยากรู้ความรู้สึกในใจของคนที่เราแอบชอบผ่านไดอารี่เล่มนั้นของเธอ ที่ฉันอยากรู้เหลือเกินว่า ”จะมีเรื่องของฉันบ้างไหม แม้สักหน้าหนึ่งก็ยังดี ประโยคเดียวที่พูดถึง แม้หน้าเดียวก็ได้” ตัวเพลงมีความหวาน ฟังเพลินเลยทีเดียว

“เพื่อนซี้” เพลงนี้ได้ตู่ ภพธร และ เป้วง Mild มาร่วมแจม ถ่ายทอดความรู้สึกแอบรักที่เรามีต่อเพื่อนสนิทหรือเพื่อนซี้ของเรา ที่เราอยากจะลบคำว่าเพื่อนออกไปเหลือเกิน เพื่อเริ่มใหม่กับคำอื่น ความสัมพันธ์แบบอื่น ตู่ ภพธร ร้องในท่อนร้อง (เสียงร้องของ ตู่ ภพธร เข้ากับสไตล์เพลงนี้มากๆ) ส่วนเป้ วง Mild มาแจมในท่อนแร็พ เป็นสีสันที่แปลกใหม่ และชวนฟังนัก

“สักวัน” เพลงซึ้งที่สุดของอัลบั้มและเป็นเพลงปิดท้าย ได้กานต์ The Parkinson มาถ่ายทอดบทเพลงผ่านน้ำเสียงเปี่ยมเสน่ห์ที่เป็นสไตล์ของเขา บอกเล่าเรื่องราวของการรอคอยใครคนนั้นที่เราแอบรัก ที่ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่เราก็เชื่อว่า จะต้องมี “สักวัน” วันนั้นที่เธอหันมามองเราบ้าง

นับว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มน่าฟังสำหรับปีนี้นะครับ อย่างไรก็ไม่ควรพลาดนะครับ สามารถหาฟังอัลบั้ม “FUNK” ได้ทางช่องทางต่อไปนี้เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

Published

on

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (16-18 พ.ย.) : Fantastic Beasts 2 เปิดตัวทั่วโลกกว่า 200 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไป 62.2 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่เปิดตัวไป 74.4 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 253.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

Instant Family ภาพยนตร์ครอบครัวแนวดรามา-คอเมดี นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก และโรส เบิร์น ทำรายได้เปิดอยู่ที่ 14.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 48 ล้านเหรียญ

Widows ผลงานดรามา-อาชญากรรมล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ สตีฟ แม็คควีน นำแสดงโดย วิโอลา เดวิส, มิชล รอดริเกซ เอลิซาเบธ เดบิคกี้ และเลียม นีสัน ทำรายได้เ้ปิดตัวไป 12.3 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 16.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 42 ล้านเหรียญ

และสำหรับแชมป์เก่าอย่าง The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ นั้น ทำรายได้ในสหรัฐฯ ไปแล้ว 126.5 ล้านเหรียญ ซึ่งแซงหน้า The Rolax ที่ดัดแปลงจากหนังสือของ ดร.ซูสส์ เช่นกัน ที่ทำได้ 121.7 ล้านเหรียญ จากการเช้าฉาย 10 วันเท่ากัน ส่วนทั่วโลกนั้นทำไป 151.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

62.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 62.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 191 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 253.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Grinch

38.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 151.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Bohemian Rhapsody

15.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 127.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 256.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 384.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Instant Family

14.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 14.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 48 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Widows

12.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 12.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 7.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 42 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Nutcracker and the Four Realms

4.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 43.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 72.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 116.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : A Star is Born

4.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 7)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 185.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 154.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 340.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Overlord

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 15 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

2.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 29.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ดูก่อนใครชุดใหม่ #Sweat16 ต้อนรับซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง Yakiniku (ปิ้งย่าง)

Published

on

วันนี้ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ตามนัดหมาย น้องๆ Sweat16 นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) , ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ในงาน “SWEAT16! JU JU” ซึ่งประกอบไปด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก กิจกรรม HI-FIVE เริ่มตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น. ทั้งนี้หลังจากจบช่วงกิจกรรม HI-FIVE ในเวลา 18.00 น. และเริ่มมินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.30 น. ออกมาร้อง 3 เพลง วิ่ง, มุ้งมิ้ง, TKO ก่อนที่จะปิดท้ายก็เปิดวีทีอาร์ เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเส้นทางของวง Sweat16 เพื่อรอน้องๆ เตรียมตัวขึ้นมาเปิดตัวชุด และเพลงซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง
1. Yakiniku (ปิ้งย่าง)
2. HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ)
โดยม่านมุก SWEAT16! เป็นเซ็นเตอร์

 

Teaser “Yakiniku (ปิ้งย่าง)”

SWEAT16! 4th Single

ภาพโดย : Sweat16  IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!