Connect with us

What The Fact

รวมคัฟเวอร์เวอร์ชั่นเด่น ๆ เพลง “สุดใจ” ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์

ผู้ชม 1,289 ครั้ง!

แม้ว่าเพลง”มือปืน” จะเป็นเพลงเก่าจากอัลบั้มแรก ๆ ของปู พงษ์สิทธิ์ที่กลับมาฮิตเปรี้ยงปร้างเพราะน้ำเสียงของ ทอม รูม39 ในคราบ”หน้ากากทุเรียน” ที่สร้างยอดวิวไปถึง 118 ล้านวิว แต่ว่ากันตามจริงแล้วเพลง “มือปืน” ก็ไม่ได้เป็นเพลงฮิตในลำดับต้น ๆ ของปู พงษ์สิทธิ์ ด้วยซ้ำไป เพราะถ้าจะให้นึกถึงเพลงเด่น ๆ ของปู พงษ์สิทธิ์แฟน ๆ ก็ต้องนึกถึง ตลอดเวลา , คิดถึง , ไถ่เธอคืนมา , เสมอ และ รักเดียว และแน่นอน “สุดใจ” เพลงรักจากอัลบั้ม มาตามสัญญา ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 4 ออกมาในปี 2535 ปัจจุบันมี 18 อัลบั้มแล้ว

  มิวสิควีดีโอเพลง “สุดใจ” สมัยพี่ปูยังละอ่อน

ในบรรดาเพลงฮิตของ ปู พงษ์สิทธิ์ นอกจากเพลงในแนวเพื่อชีวิตแล้ว หลาย ๆ เพลงรักของพี่ปูก็เป็นเพลงฮิต ด้วยเนื้อร้องที่ใช้ภาษาง่าย ๆ ถ่ายทอดความจริงใจผ่านภาษาชาวบ้าน อย่างท่อน “อย่ารำคาญกันเลย นะเธอจ๋า” ก็เป็นคำซื่อ ๆ สื่อความรู้สึกโดยไม่ต้องประดิดประดอยถ้อยคำสละสลวย แต่เข้าได้ถึงจิตใจผู้ฟัง ซึ่งพี่ปู ก็เล่าว่าเพลงนี้เขาพี่ปูนั่งเขียนในห้องนอนตัวเอง ตั้งใจเป็นตัวแทนถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ชายที่แอบรักผู้หญิง อยากไปหา ไปเห็นหน้า ไปคุยด้วย แต่ก็กลัวเขาจะรำคาญ ก็เลยอ้างนู่นอ้างนี่ไปและชื่อเพลง “สุดใจ”นั้นก็คือชื่อของคุณพ่อพี่ปูเองด้วย

เพราะอยากมาหา มาเพื่อจะถามไถ่
ว่าเป็นอย่างไงรู้สึกดีไหม บอกกันบ้างซิเธอ
เพราะว่าคิดถึง มาพบมาคุยมายิ้มให้
แล้วจะไปเพื่อวันหลัง จะมาใหม่

จึงมาตามห้วงอารมณ์ ผสมกับความคิดถึงกัน
อย่ารำคาญกันเลย นะเธอจ๋า
เพราะอยากจะร้อง คร่ำครวญให้ปานจะเหมือนว่า
เจ็บปวด หนักหนา รันทด หนักหนา
หัวใจแปดเปื้อนเลื่อนลอย

เพราะเศร้าใจนัก อ้างว้างชีวิตดั่งล่องลอย
ไม่มีใครคอย ไม่ให้ใจหงอย
สงสารตัวเองเสมอ
จึงมาตามห้วงอารมณ์ ผสมกับความคิดถึงกัน
อย่ารำคาญกันเลย นะเธอจ๋า

ใช่รักไม่รัก ใช่หลงไม่หลง
ซ่อนในอารมณ์ในซอกหลืบ
ในจิตในฝัน อยากอยู่อย่างนั้น
ไม่แตะไม่ต้องสัมผัสเธอ

ขอเพียงเท่านี้ ได้คงอยู่อย่างนี้
สิ่งดีก็ล้นจนเกินสุข
อารมณ์มันลึก จะเก็บเธอไว้
ให้ลึก สุดใจ..

ด้วยเนื้อหาที่ใช้ภาษาง่าย ๆ แต่เข้าถึงจิตใจนี้ ทำให้”สุดใจ” เป็นหนึ่งในเพลงรักของพี่ปู ที่จัดป็นเพลงอมตะ ถึงวันนี้ก็ 25 ปีแล้วที่สุดใจเป็นเพลงที่อยู่ในใจทั้งคนฟังและศิลปินเพลงแนวหน้าอีกมากมาย หลายคนก็หยิบมาคัฟเวอร์ในคอนเสิร์ตเล็กใหญ่ แต่คนที่คัฟเวอร์ “สุดใจ” เป็นทางการคนแรก และบันทึกออกมาเป็นอัลบั้มก็คือ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ อยู่ในอัลบั้ม “Impression” อัลบั้มที่ 2 อย่างเป็นทางการของเบน ในอัลบั้มนี้เบนเลือกเอาเพลงที่เขาประทับใจในอดีตมาขับร้องใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “สุดใจ” ที่เบนเลือกจะคงอารมณ์เหงา ๆ ไว้ตามต้นฉบับ แต่เน้นถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงร้อง มีเสียงเปียโนและเครื่องสายเป็นแบคกราวด์ที่ไม่โดดเด่นจนแย่งเสียงร้อง

ในช่วงหลังนี้ “สุดใจ” ได้กลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในการร้องโชว์บนเวทีคอนเสิร์ต และกลายเป็นเพลงที่ใช้ในการประกวดร้องเพลงบนหลาย ๆ เวที รวมถึงเวทีเด่น ๆ อย่าง The Voice เด็ก และ ผู้ใหญ่ และล่าสุดในรายการเรตติ้งสูงลิ่วอย่าง The Mask Singer ซีซันที่ 3 ในเทปล่าสุดนี้เราก็ได้ฟัง “สุดใจ” กันไปอีกครั้งหนึ่งด้วยเสียงร้องของหน้ากากแอปเปิ้ลที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ชวนขนลุกขณะฟังบวกกับการอิมโพรไวซ์ในหลาย ๆ ช่วงได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะการลากเสียง ลึกกกกกกกกกกสุดใจ ในช่วงท้ายกลายเป็น “สุดใจ” อีกเวอร์ชั่นที่ไพเราะชวนฟังซ้ำมาก ก็ทำให้ลุ้นกันต่อไปว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังหน้ากากแอปเปิ้ล เจ้าของเสียงทรงพลังนี้

ถ้านับถอยหลังจากนี้ไป 3 ปี “สุดใจ” เวอร์ชั่นบนเวทีที่โดดเด่นสุด และถูกพูดถึงมากสุดก็คือเวอร์ชั่นที่เป็นการร้องประชันกันของ จิมมี่ สุรชัย และ อิงกฤต บนเวที The Voice ซีซัน 3 ทั้งคู่เป็นลูกทีมของโค้ชโจอี้ บอย ซึ่งโดดเด่นอยู่แล้วในเรื่องการทำเพลงทำโชว์ได้ประทับใจคนดู  ซึ่ง “สุดใจ” เวอร์ชั่นนี้ทั้งคู่ก็ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างน่าประทับใจชวนฟังซ้ำได้หลาย ๆ รอบ ส่งผลให้ จิมมี่ มีนามสกุล The Voice ติดตัว และกลายเป็นศิลปินที่มีมีผลงานเพลงของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่อง

และในปี 2560 นี้ บนเวที The Voice Kids ก็แจ้งเกิดศิลปินเด็กขึ้นมาอีกรายหนึ่งคือ น้องแน็ท ที่มีปู พงษ์สิทธิ์ เป็นศิลปินในดวงใจ และเลียนเสียงพี่ปู ได้ละม้ายมาก จนโค้ชรัดเกล้าต้องขอให้แน็ทร้องเพลง “สุดใจ” และขึ้นมาร่วมร้องด้วยกลายเป็นอีกเวอร์ชั่นที่ประทับใจคนดู (ในซีซันนี้ ยังมี”สุดใจ”อีกเวอร์ชั่นหนึ่งของน้องลูกหยี ร้องในรอบ Knock Out เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2560)

และจากเวอร์ชั่นข้างบนนี้ที่น้ำเสียงของรัดเกล้า ได้สร้างความประทับใจคนดูกันมากมาย วู้ดดี้ ก็ทำหน้าที่เสือปืนไวเช่นเคย เชิญรัดเกล้ามาร้อง “สุดใจ” สด ๆ กันในรายการกันเลย ซึ่งเธอก็โชว์พลังเสียงระดับตัวแม่ให้ประจักษ์กันไปในเวอร์ชั่นกะทัดรัดแค่ 2 นาทีแต่มากล้นด้วยอารมณ์และพลัง

นอกเหนือจากรัดเกล้า ยังมีศิลปินในบ้านเราจำนวนมาก ที่เลือกเอาเพลงสุดใจไปร้องในงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ ที่เห็นก็มี ปุยฝ้าย , ซานิ , อ๊อฟ ปองศักดิ์ , เอ๊ะ จิรากร , ชาติ the voice และศิลปินระดับตำนานร็อคในเมืองไทยอย่าง พี่เสก โลโซ ก็เอา”สุดใจ”มาร้องในอัลบั้มรวมเพลงรักในแบบอะคูสติก ออกมา 2 อัลบั้มในปี 2554 ในยุคที่ยังคบกับเมียแรกอยู่ ก็เลยเห็นกานต์มานั่งฟังสามีในมิวสิควีดีโอเพลงนี้ด้วย

ความโด่งดังของเพลง “สุดใจ” เป็นที่รู้จักออกไปนอกประเทศไทย ในฐานะเพลงไทยที่คนไทยชื่นชมกันมายาวนาน ขนาดที่ว่าศิลปินหญิงชาวจีนคนสวยนาม วัง เสี่ยวหมิ่น จากเขตปกครองตัวเองกว่างสีจ้วง ก็เลือกนำ “สุดใจ” มาร้องโชว์ในงานคอนเสิร์ตมิตรภาพจีน-ไทยประจำปี 2558 เป็นคลิปที่กลายเป็นไวรัลส่งต่อกันมากในบ้านเราอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งทุกคนที่ได้ดูก็ชื่นชมในความสวยและความสามารถของเธอที่ร้องภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำ

ไม่เพียงแต่ปล่อยให้ชาวบ้านชาวช่องเอาสุดใจไปร้องกันจนโด่งดัง ปีที่แล้วนี้พี่ปู พงษ์สิทธิ์ ในฐานะเจ้าของเพลง ก็ถูกรับเชิญให้กลับมาคัฟเวอร์เพลงของตัวเอง เพื่อใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์สยองขวัญ “สุขสันต์วันกลับบ้าน” หนังขายชื่อมาริโอ้ เมาร์เร่อ ผลงานของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ เป็นสุดใจที่มีวงเครื่องสายชุดใหญ่เล่นเป็นแบคกราวด์ แต่เน้นเสียงร้องของพี่ปูในอารมณ์ที่เหงากว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับมาก เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศหลอน ๆ ของหนัง

และ”สุขสันต์วันกลับบ้าน” ก็ไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่เลือกใช้ “สุดใจ” มาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ เพราะก่อนหน้านั้นในปี 2557 กันตนา ก็เลือกให้ คิว วงฟลัวร์ มาคัฟเวอร์ “สุดใจ” ในภาพยนตร์เรื่อง “ห้องหุ่น”เป็นเวอร์ชั่นที่ไม่ถูกพูดถึงกันมากนัก น่าสงสัยนะทำไม สุดใจ ต้องกลายเป็นเพลงประกอบหนังผี

เมื่อสุดใจเป็นเพลงรักที่ของปู พงษ์สิทธิ์ ที่แฟนเพลงชื่นชอบ ในทุก ๆ คอนเสิร์ตของพี่ปู ผู้ชมจึงมั่นใจได้ว่าจะต้องได้ฟังพี่ปูร้อง “สุดใจ” ในทุก ๆ คอนเสิร์ตแน่นอน ซึ่งในคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ อย่าง 25ปี(มีหวัง) ,ปู…อยากร้อง เพื่อนพ้องอยากฟัง , รักเดียวเสมอ , ปลั๊กหลุด ต่างก็มี สุดใจ ให้ได้ฟัง หาฟังทุกเวอร์ชั่นได้ใน Youtube นะครับ แต่ในที่นี้เลือกเวอร์ชั่นบนคอนเสิร์ตที่โดดเด่นที่สุดมาก็คือ เวอร์ชั่นที่พี่ปูร้องคู่กับ ลิเดีย จากคอนเสิร์ต คำภีร์เพลงรัก  เมื่อ  24 พฤษภาคม 2557 ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 105

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

Published

on

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (16-18 พ.ย.) : Fantastic Beasts 2 เปิดตัวทั่วโลกกว่า 200 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไป 62.2 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่เปิดตัวไป 74.4 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 253.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

Instant Family ภาพยนตร์ครอบครัวแนวดรามา-คอเมดี นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก และโรส เบิร์น ทำรายได้เปิดอยู่ที่ 14.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 48 ล้านเหรียญ

Widows ผลงานดรามา-อาชญากรรมล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ สตีฟ แม็คควีน นำแสดงโดย วิโอลา เดวิส, มิชล รอดริเกซ เอลิซาเบธ เดบิคกี้ และเลียม นีสัน ทำรายได้เ้ปิดตัวไป 12.3 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 16.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 42 ล้านเหรียญ

และสำหรับแชมป์เก่าอย่าง The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ นั้น ทำรายได้ในสหรัฐฯ ไปแล้ว 126.5 ล้านเหรียญ ซึ่งแซงหน้า The Rolax ที่ดัดแปลงจากหนังสือของ ดร.ซูสส์ เช่นกัน ที่ทำได้ 121.7 ล้านเหรียญ จากการเช้าฉาย 10 วันเท่ากัน ส่วนทั่วโลกนั้นทำไป 151.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

62.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 62.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 191 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 253.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Grinch

38.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 151.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Bohemian Rhapsody

15.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 127.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 256.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 384.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Instant Family

14.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 14.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 48 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Widows

12.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 12.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 7.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 42 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Nutcracker and the Four Realms

4.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 43.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 72.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 116.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : A Star is Born

4.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 7)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 185.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 154.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 340.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Overlord

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 15 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

2.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 29.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ดูก่อนใครชุดใหม่ #Sweat16 ต้อนรับซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง Yakiniku (ปิ้งย่าง)

Published

on

วันนี้ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ตามนัดหมาย น้องๆ Sweat16 นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) , ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ในงาน “SWEAT16! JU JU” ซึ่งประกอบไปด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก กิจกรรม HI-FIVE เริ่มตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น. ทั้งนี้หลังจากจบช่วงกิจกรรม HI-FIVE ในเวลา 18.00 น. และเริ่มมินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.30 น. ออกมาร้อง 3 เพลง วิ่ง, มุ้งมิ้ง, TKO ก่อนที่จะปิดท้ายก็เปิดวีทีอาร์ เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเส้นทางของวง Sweat16 เพื่อรอน้องๆ เตรียมตัวขึ้นมาเปิดตัวชุด และเพลงซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง
1. Yakiniku (ปิ้งย่าง)
2. HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ)
โดยม่านมุก SWEAT16! เป็นเซ็นเตอร์

 

Teaser “Yakiniku (ปิ้งย่าง)”

SWEAT16! 4th Single

ภาพโดย : Sweat16  IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!