Connect with us

What The Fact

รวมคัฟเวอร์เวอร์ชั่นเด่น ๆ เพลง “สุดใจ” ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์

Published

on

แม้ว่าเพลง”มือปืน” จะเป็นเพลงเก่าจากอัลบั้มแรก ๆ ของปู พงษ์สิทธิ์ที่กลับมาฮิตเปรี้ยงปร้างเพราะน้ำเสียงของ ทอม รูม39 ในคราบ”หน้ากากทุเรียน” ที่สร้างยอดวิวไปถึง 118 ล้านวิว แต่ว่ากันตามจริงแล้วเพลง “มือปืน” ก็ไม่ได้เป็นเพลงฮิตในลำดับต้น ๆ ของปู พงษ์สิทธิ์ ด้วยซ้ำไป เพราะถ้าจะให้นึกถึงเพลงเด่น ๆ ของปู พงษ์สิทธิ์แฟน ๆ ก็ต้องนึกถึง ตลอดเวลา , คิดถึง , ไถ่เธอคืนมา , เสมอ และ รักเดียว และแน่นอน “สุดใจ” เพลงรักจากอัลบั้ม มาตามสัญญา ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 4 ออกมาในปี 2535 ปัจจุบันมี 18 อัลบั้มแล้ว

  มิวสิควีดีโอเพลง “สุดใจ” สมัยพี่ปูยังละอ่อน

ในบรรดาเพลงฮิตของ ปู พงษ์สิทธิ์ นอกจากเพลงในแนวเพื่อชีวิตแล้ว หลาย ๆ เพลงรักของพี่ปูก็เป็นเพลงฮิต ด้วยเนื้อร้องที่ใช้ภาษาง่าย ๆ ถ่ายทอดความจริงใจผ่านภาษาชาวบ้าน อย่างท่อน “อย่ารำคาญกันเลย นะเธอจ๋า” ก็เป็นคำซื่อ ๆ สื่อความรู้สึกโดยไม่ต้องประดิดประดอยถ้อยคำสละสลวย แต่เข้าได้ถึงจิตใจผู้ฟัง ซึ่งพี่ปู ก็เล่าว่าเพลงนี้เขาพี่ปูนั่งเขียนในห้องนอนตัวเอง ตั้งใจเป็นตัวแทนถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ชายที่แอบรักผู้หญิง อยากไปหา ไปเห็นหน้า ไปคุยด้วย แต่ก็กลัวเขาจะรำคาญ ก็เลยอ้างนู่นอ้างนี่ไปและชื่อเพลง “สุดใจ”นั้นก็คือชื่อของคุณพ่อพี่ปูเองด้วย

เพราะอยากมาหา มาเพื่อจะถามไถ่
ว่าเป็นอย่างไงรู้สึกดีไหม บอกกันบ้างซิเธอ
เพราะว่าคิดถึง มาพบมาคุยมายิ้มให้
แล้วจะไปเพื่อวันหลัง จะมาใหม่

จึงมาตามห้วงอารมณ์ ผสมกับความคิดถึงกัน
อย่ารำคาญกันเลย นะเธอจ๋า
เพราะอยากจะร้อง คร่ำครวญให้ปานจะเหมือนว่า
เจ็บปวด หนักหนา รันทด หนักหนา
หัวใจแปดเปื้อนเลื่อนลอย

เพราะเศร้าใจนัก อ้างว้างชีวิตดั่งล่องลอย
ไม่มีใครคอย ไม่ให้ใจหงอย
สงสารตัวเองเสมอ
จึงมาตามห้วงอารมณ์ ผสมกับความคิดถึงกัน
อย่ารำคาญกันเลย นะเธอจ๋า

ใช่รักไม่รัก ใช่หลงไม่หลง
ซ่อนในอารมณ์ในซอกหลืบ
ในจิตในฝัน อยากอยู่อย่างนั้น
ไม่แตะไม่ต้องสัมผัสเธอ

ขอเพียงเท่านี้ ได้คงอยู่อย่างนี้
สิ่งดีก็ล้นจนเกินสุข
อารมณ์มันลึก จะเก็บเธอไว้
ให้ลึก สุดใจ..

ด้วยเนื้อหาที่ใช้ภาษาง่าย ๆ แต่เข้าถึงจิตใจนี้ ทำให้”สุดใจ” เป็นหนึ่งในเพลงรักของพี่ปู ที่จัดป็นเพลงอมตะ ถึงวันนี้ก็ 25 ปีแล้วที่สุดใจเป็นเพลงที่อยู่ในใจทั้งคนฟังและศิลปินเพลงแนวหน้าอีกมากมาย หลายคนก็หยิบมาคัฟเวอร์ในคอนเสิร์ตเล็กใหญ่ แต่คนที่คัฟเวอร์ “สุดใจ” เป็นทางการคนแรก และบันทึกออกมาเป็นอัลบั้มก็คือ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ อยู่ในอัลบั้ม “Impression” อัลบั้มที่ 2 อย่างเป็นทางการของเบน ในอัลบั้มนี้เบนเลือกเอาเพลงที่เขาประทับใจในอดีตมาขับร้องใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “สุดใจ” ที่เบนเลือกจะคงอารมณ์เหงา ๆ ไว้ตามต้นฉบับ แต่เน้นถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงร้อง มีเสียงเปียโนและเครื่องสายเป็นแบคกราวด์ที่ไม่โดดเด่นจนแย่งเสียงร้อง

ในช่วงหลังนี้ “สุดใจ” ได้กลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในการร้องโชว์บนเวทีคอนเสิร์ต และกลายเป็นเพลงที่ใช้ในการประกวดร้องเพลงบนหลาย ๆ เวที รวมถึงเวทีเด่น ๆ อย่าง The Voice เด็ก และ ผู้ใหญ่ และล่าสุดในรายการเรตติ้งสูงลิ่วอย่าง The Mask Singer ซีซันที่ 3 ในเทปล่าสุดนี้เราก็ได้ฟัง “สุดใจ” กันไปอีกครั้งหนึ่งด้วยเสียงร้องของหน้ากากแอปเปิ้ลที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ชวนขนลุกขณะฟังบวกกับการอิมโพรไวซ์ในหลาย ๆ ช่วงได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะการลากเสียง ลึกกกกกกกกกกสุดใจ ในช่วงท้ายกลายเป็น “สุดใจ” อีกเวอร์ชั่นที่ไพเราะชวนฟังซ้ำมาก ก็ทำให้ลุ้นกันต่อไปว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังหน้ากากแอปเปิ้ล เจ้าของเสียงทรงพลังนี้

ถ้านับถอยหลังจากนี้ไป 3 ปี “สุดใจ” เวอร์ชั่นบนเวทีที่โดดเด่นสุด และถูกพูดถึงมากสุดก็คือเวอร์ชั่นที่เป็นการร้องประชันกันของ จิมมี่ สุรชัย และ อิงกฤต บนเวที The Voice ซีซัน 3 ทั้งคู่เป็นลูกทีมของโค้ชโจอี้ บอย ซึ่งโดดเด่นอยู่แล้วในเรื่องการทำเพลงทำโชว์ได้ประทับใจคนดู  ซึ่ง “สุดใจ” เวอร์ชั่นนี้ทั้งคู่ก็ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างน่าประทับใจชวนฟังซ้ำได้หลาย ๆ รอบ ส่งผลให้ จิมมี่ มีนามสกุล The Voice ติดตัว และกลายเป็นศิลปินที่มีมีผลงานเพลงของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่อง

และในปี 2560 นี้ บนเวที The Voice Kids ก็แจ้งเกิดศิลปินเด็กขึ้นมาอีกรายหนึ่งคือ น้องแน็ท ที่มีปู พงษ์สิทธิ์ เป็นศิลปินในดวงใจ และเลียนเสียงพี่ปู ได้ละม้ายมาก จนโค้ชรัดเกล้าต้องขอให้แน็ทร้องเพลง “สุดใจ” และขึ้นมาร่วมร้องด้วยกลายเป็นอีกเวอร์ชั่นที่ประทับใจคนดู (ในซีซันนี้ ยังมี”สุดใจ”อีกเวอร์ชั่นหนึ่งของน้องลูกหยี ร้องในรอบ Knock Out เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2560)

และจากเวอร์ชั่นข้างบนนี้ที่น้ำเสียงของรัดเกล้า ได้สร้างความประทับใจคนดูกันมากมาย วู้ดดี้ ก็ทำหน้าที่เสือปืนไวเช่นเคย เชิญรัดเกล้ามาร้อง “สุดใจ” สด ๆ กันในรายการกันเลย ซึ่งเธอก็โชว์พลังเสียงระดับตัวแม่ให้ประจักษ์กันไปในเวอร์ชั่นกะทัดรัดแค่ 2 นาทีแต่มากล้นด้วยอารมณ์และพลัง

นอกเหนือจากรัดเกล้า ยังมีศิลปินในบ้านเราจำนวนมาก ที่เลือกเอาเพลงสุดใจไปร้องในงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ ที่เห็นก็มี ปุยฝ้าย , ซานิ , อ๊อฟ ปองศักดิ์ , เอ๊ะ จิรากร , ชาติ the voice และศิลปินระดับตำนานร็อคในเมืองไทยอย่าง พี่เสก โลโซ ก็เอา”สุดใจ”มาร้องในอัลบั้มรวมเพลงรักในแบบอะคูสติก ออกมา 2 อัลบั้มในปี 2554 ในยุคที่ยังคบกับเมียแรกอยู่ ก็เลยเห็นกานต์มานั่งฟังสามีในมิวสิควีดีโอเพลงนี้ด้วย

ความโด่งดังของเพลง “สุดใจ” เป็นที่รู้จักออกไปนอกประเทศไทย ในฐานะเพลงไทยที่คนไทยชื่นชมกันมายาวนาน ขนาดที่ว่าศิลปินหญิงชาวจีนคนสวยนาม วัง เสี่ยวหมิ่น จากเขตปกครองตัวเองกว่างสีจ้วง ก็เลือกนำ “สุดใจ” มาร้องโชว์ในงานคอนเสิร์ตมิตรภาพจีน-ไทยประจำปี 2558 เป็นคลิปที่กลายเป็นไวรัลส่งต่อกันมากในบ้านเราอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งทุกคนที่ได้ดูก็ชื่นชมในความสวยและความสามารถของเธอที่ร้องภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำ

ไม่เพียงแต่ปล่อยให้ชาวบ้านชาวช่องเอาสุดใจไปร้องกันจนโด่งดัง ปีที่แล้วนี้พี่ปู พงษ์สิทธิ์ ในฐานะเจ้าของเพลง ก็ถูกรับเชิญให้กลับมาคัฟเวอร์เพลงของตัวเอง เพื่อใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์สยองขวัญ “สุขสันต์วันกลับบ้าน” หนังขายชื่อมาริโอ้ เมาร์เร่อ ผลงานของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ เป็นสุดใจที่มีวงเครื่องสายชุดใหญ่เล่นเป็นแบคกราวด์ แต่เน้นเสียงร้องของพี่ปูในอารมณ์ที่เหงากว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับมาก เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศหลอน ๆ ของหนัง

และ”สุขสันต์วันกลับบ้าน” ก็ไม่ใช่หนังเรื่องแรกที่เลือกใช้ “สุดใจ” มาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ เพราะก่อนหน้านั้นในปี 2557 กันตนา ก็เลือกให้ คิว วงฟลัวร์ มาคัฟเวอร์ “สุดใจ” ในภาพยนตร์เรื่อง “ห้องหุ่น”เป็นเวอร์ชั่นที่ไม่ถูกพูดถึงกันมากนัก น่าสงสัยนะทำไม สุดใจ ต้องกลายเป็นเพลงประกอบหนังผี

เมื่อสุดใจเป็นเพลงรักที่ของปู พงษ์สิทธิ์ ที่แฟนเพลงชื่นชอบ ในทุก ๆ คอนเสิร์ตของพี่ปู ผู้ชมจึงมั่นใจได้ว่าจะต้องได้ฟังพี่ปูร้อง “สุดใจ” ในทุก ๆ คอนเสิร์ตแน่นอน ซึ่งในคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ อย่าง 25ปี(มีหวัง) ,ปู…อยากร้อง เพื่อนพ้องอยากฟัง , รักเดียวเสมอ , ปลั๊กหลุด ต่างก็มี สุดใจ ให้ได้ฟัง หาฟังทุกเวอร์ชั่นได้ใน Youtube นะครับ แต่ในที่นี้เลือกเวอร์ชั่นบนคอนเสิร์ตที่โดดเด่นที่สุดมาก็คือ เวอร์ชั่นที่พี่ปูร้องคู่กับ ลิเดีย จากคอนเสิร์ต คำภีร์เพลงรัก  เมื่อ  24 พฤษภาคม 2557 ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 105

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

Winchester : บทดี ผีไม่ค่อยน่ากลัว

Published

on

หนังผีไม่เคยห่างหายไปจากฮอลลีวู้ด และต่อให้ไม่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศแต่ก็ขายง่ายและได้รับความสนใจจากผู้ชมในบ้านเราเสมอ โดยเฉพาะหนังเกี่ยวกับคฤหาสน์ผีสิงแบบนี้ด้วย Winchester เป็นหนังที่อ้างอิงจากเรื่องจริงของคฤหาสน์วินเชสเตอร์ เป็นชื่อเดียวกับยี่ห้อปืนที่คุ้นหูหลายคนดี เพราะเป็นเจ้าของบริษัทผลิตปืนรายใหญ่ในอเมริกา เจ้าของคฤหาสน์คือ ซาราห์ วินเชสเตอร์ หญิงชราที่เก็บตัวเงียบในคฤหาสน์หลังมหึมานี้ ไปไหนมาไหนด้วยชุดดำและผ้าคลุมลูกไม้ปิดหน้าอยู่เสมอ มีภาพถ่ายจริงของซาราห์ตัวจริงเพียงภาพเดียว และถูกนำมาใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับเฮเลน มิเรน ผู้รับบทเป็นเธอในเรื่องนี้

ซาราห์ วินเชสเตอร์ ในเรื่องนี้ถือหุ้นบริษัทวินเชสเตอร์อยู่ 51% และด้วยพฤติกรรมประหลาดที่ชอบเก็บตัวและรื้อบ้านสร้างบ้านอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลว่าเธอสร้างบ้านตามคำสั่งผี ผู้ถือหุ้นจึงจ้างหมออีริค ไพรซ์ให้มาประเมินสภาพจิตของเธอ หวังว่าหมอจะประเมินว่าเธอไม่สมประกอบทางจิตและบังคับให้ถอนหุ้นออกจากบริษัทไปเสีย เรื่องราวหลักของเรื่องก็คือประสบการณ์หนึ่งสัปดาห์ของหมอในคฤหาสน์วินเชสเตอร์ที่ได้พบกับบรรดาภูติผีหลายตนและกิจวัตรอันสุดประหลาดของซาราห์ ก็คาดเดากันไปว่าสุดท้ายหมออีริค จะประเมินสภาพจิตของซาราห์ว่าปกติดีหรือไม่?

ภาพล่าสุดจากคฤหาสน์วินเชสเตอร์ของจริง ถ่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2017

มองในมาตรฐานของหนังผี ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ผีออกมาเยอะ และออกมาให้ลุ้นกันตั้งแต่ต้นเรื่อง ฉากตุ้งแช่ถี่มาก แต่ส่วนใหญ่จะตกใจจากเสียงซาวนด์เอฟเฟ็คต์เสียมากกว่าตกใจกับการปรากฏตัวของผี ซึ่งต้องบอกเลยว่าผีไม่ค่อยน่ากลัวนัก ยิ่งท้ายเรื่องออกมาเดินเล่นให้เห็นกันชัด ๆ ไป ส่วนที่อ่อนด้อยไปอย่างเห็นได้ชัดคือการดึงความน่ากลัวของคฤหาสน์วินเชสเตอร์ออกมาไม่ได้ ทั้งที่คฤหาสน์นี้เปรียบเสมือนหัวใจของเรื่อง  ผลก็คือเราเห็นสภาพภายนอกของคฤหาสน์ที่กว้างขวางซับซ้อน แต่ตลอดเรื่องเราได้เห็นอยู่แค่บริเวณย่อย ๆ ของคฤหาสน์เท่านั้น และสภาพมุมกว้างภายนอกก็ดูสวยงามน่าสนใจเสียมากกว่าน่ากลัว และน่าจะทำหน้าที่ปูบรรยากาศสยองก่อนพาคนดูลงลึกไปกับเนื้อหา พี่น้องสเปียริก สร้างชื่อมาจาก
หนังเล็กอย่าง Predestination (2014) และ โดดมาทำหนังสยองขวัญเลือดท่วม Jigsaw เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ยังดูโอเคอยู่ แต่พอมาถึง Winchester ก็ต้องบอกเลยว่าพี่น้องสเปียริกยังไม่ชำนาญนักกับการเล่นกับจังหวะจะโคนของหนังผี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ Annabelle Creation ที่มีธีมของความเป็นหนังบ้านผีเช่นกันแต่ก็ทำได้ชวนลุ้นกว่าหลายเท่านัก

จุดที่ดีของ Winchester คือการได้ยอดฝีมือ เฮเลน มิเรน มาช่วยพยุงหนังไว้ ให้มีความน่าดูตั้งแต่การปรากฏตัวของป้า บุคลิกภาพลักษณ์ของเฮเลนดูเข้าตากับมาดเศรษฐินีจอมลึกลับ นับว่าเป็นคุณยายวัย 73 ที่ยังดูดีอยู่มาก ส่วนเจสัน คลาร์ค ในบทคุณหมออีริค ไพรซ์ เป็นบทที่เสมอตัวไม่ค่อยมีอะไรให้ชื่นชมนัก ด้วยมาดคนกล้าไม่ค่อยกลัวผี เวลาโดนผีหลอกก็เลยไม่ดูน่าสงสารและไม่ชวนให้ลุ้นตามนัก และแน่นอนที่ว่าหนังต้องดำเนินตามกฏเหล็กของหนังผี คือตัวละครต้องมีความเผือกในตัวสูง หมออีริคก็ดำเนินตามกฏนั้นด้วยการออกมาเดินเล่นในคฤหาสน์ตอนเที่ยงคืน แล้วก็ต้องเจอดีเข้าจนได้ ดารานำอีกคนก็คือ ซาราห์ สนุ้ก ดาราขาประจำของผู้กำกับสเปียริกก็ตามมารับบทเป็น เมเรียน แมเรียต หลานสาวของคุณป้าซาราห์ ที่ปูมาเหมือนว่าจะกุมความลับอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็เปล่า

ส่วนดีอีกอย่างคือลูกเล่นของบท ที่ผูกเรื่องราวในอดีตของหมออีริค ไพรซ์ กับความลึกลับของคฤหาสน์วินเชสเตอร์แล้วมาเผยในช่วงท้าย การปูคุณลักษณ์เฉพาะตนของหมอที่ทำให้มีความสามารถพิเศษในการกำราบผีก็ดูน่าสนใจ การล่อหลอกของผีตัวร้ายสุดของเรื่องที่เผยตัวตนมาได้เซอร์ไพรส์นิด ๆ หลาย ๆ ประเด็นที่อยู่ในบทถือว่าผูกปมและคลี่ออกได้อย่างสวยงาม และช่วยชดเชยความน่ากลัวที่ค่อนข้างหย่อนไปสักนิด  สำหรับหนังผีที่ตัวอย่างสร้างความคาดหวังไว้ค่อนข้างมาก และผีหลาย ๆ ตัวที่ปล่อยมาเรี่ยราดแต่สุดท้ายไม่ได้เฉลยที่ไปที่มา ผลก็ออกมาเป็นหนังผีที่ชวนให้ปิดตาลุ้นเก้อไปเสียมาก ยังดีที่ไคลแมกซ์ท้ายที่ลากกันยาว ๆ พอให้ชวนลุ้นไปสะดุ้งไปกับหนังได้ ส่วนดีที่สุดในบทหนังก็คือการปูพื้นหลังตัวละครทั้งคนทั้งผีแล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้ดีในบทสรุปของหนัง

สรุปได้ว่า Winchester เป็นหนังผีที่มีบทภาพยนตร์ในเกณฑ์ดี ช่วยยกระดับเรื่องราวได้น่าสนใจ แต่ในด้านความเป็นหนังผี ความน่ากลัวฉากลุ้นยังด้อยกว่ามาตรฐานหนังผีด้วยกันในยุคหลัง อย่าคาดหวังมาก ดูฆ่าเวลาได้ไม่ถึงกับเสียดายตังค์ พลาดไปก็ไม่น่าเสียดายครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2 Part I: ภาคต่อสุดกระแทกใจ

Published

on

By

หนังพัฒนาโตขึ้นจากภาคเก่ามากกก จนเกือบตั้งตัวไม่ทัน มันไม่ใช่หนังวัยรุ่นไม่ประสาโลกอีกแล้ว แต่เป็นหนังคนที่เผชิญความทุกข์หนัก ๆ ด้วยรอยยิ้มด้วยเสียงหัวเราะแทน ใครอกหักหรือสูญเสียสิ่งที่รักควรดูมาก ๆ

ไทบ้านเดอะซีรีส์ คือหนังอีสานอินดี้ (ในแง่เงินทุน แต่เนื้อหาตลาดตลกมาก) เมื่อต้อนปีก่อน หนังคือเซอร์ไพร้สฮิตแบบป่าล้อมเมือง เริ่มจากตีหัวเมืองฝั่งอีสานก่อกระแสปากต่อปากจนในที่สุด โรงหนังต้องเอาเข้ามาฉายให้คนกรุงได้ดูกันจนได้ และหลังจากหลายคนที่พลาดดูในโรงไป เมื่อหนังลงแผ่นก็กลายเป็นกระแสความสนใจ และเสียงบ่นเสียดายที่ไม่ได้ไปดูในโรงตั้งแต่แรกของหลาย ๆ คนด้วยเช่นกัน ครั้งนี้ทีมงานชุดเดิมได้กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวที่ต่อจากภาคที่แล้วเลยใน ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2 ซึ่งจะออกฉายแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2 Part I และกลางปีนี้ในชื่อ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2

ย้อนความจากภาคที่แล้วเล็กน้อย เพราะหนังแทบไม่เกริ่นเนื้อหาเดิมให้เลย จาลอด พระเอกคนซื่อที่ฝึกวิชาเจ้าชู้จากเพื่อนอย่าง เซี่ยง แบดบอยประจำหมู่บ้าน เพื่อหวังจะมีแฟนกับเขาสักคน จนมีสาวมาติดมากหน้าหลายตา เช่น แนน ลูกสาวเศรษฐี และ หมอปลาวาฬ อนามัยสาวประจำตำบล แต่แล้วที่สุดเขาก็เลือกตกลงปลงใจกับครูฝึกสอนอย่าง ครูแก้ว ในภาค 2 นี้ จาลอดก็เริ่มแอบใช้ชีวิตตู่ร่วมกับครูแก้วโดยที่พ่อฝั่งสาวเจ้ายังไม่รู้เรื่อง และหนังเริ่มแบ่งพื้นที่ไปให้ตัวละครอื่น ๆ ได้อย่างสนุกและแปลกใหม่ขึ้น

ทั้ง เซี่ยง ที่ภาคนี้เขาแทบจะเป็นตัวเอกแทนเลย จากแบดบอยประจำหมู่บ้าน เขาพบความอกหักจากใบข้าวแฟนสาวที่แอบไปแต่งงานกับชายอื่น จนเขารับไม่ได้ต้องหนีไปบวชเพื่อรักษาหัวใจ หลวงพี่เซี่ยงยังต้องเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนมากฝันอย่าง ป่อง ที่ล้มเลิกความคิดทำร้านเซเว่นและหนีออกจากบ้านมาพึ่งกำลังตนเองพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ก็นั่นล่ะธุรกิจสโตร์ผักที่เขาตั้งใจไว้ก็ดูฝันเฟื่องเหลือเกิน ในขณะที่ จาลอด ภาคนี้อาจไม่มีบทบาทสำคัญแต่เราก็จะได้เห็นชีวิตหลังจากคบกับ ครูแก้ว แล้ว เขาต้องหางานรายได้พอมาจุนเจือครอบครัว อีกทั้ง มืด น้องชายก็เริ่มริจีบสาวและเรียกร้องเงินจากพี่ชายมากขึ้นด้วย ส่วนอีกฝั่งหนึ่งหนังก้พาเราไปแวะเวียนเยี่ยมชีวิตของ เฮิร์ป ฝรั่งหนุ่มที่มาติดพัน เจ๊สวย จนมีลูกด้วยกันและไม่ยอมกลับประเทศ ส่วนน้องสาวของเจ๊สวยก็เริ่มมีหนุ่มมาติดพันให้เจ๊สวยเหนื่อยใจ ไหนจะ โรเบิร์ด ที่เจอวิบากกรรมในชีวิตตั้งแต่ต้นเรื่องจนกลายเป็นคนบ้าที่ทั้งป่วนทั้งน่าสงสารจับใจ

ความตลกอาจลดลงนิดหน่อย เพราะหนังดูให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องมากขึ้น ซึ่งทำได้ดีเลยล่ะ เพราะมันอิ่มขึ้นดูจับหัวใจเราได้มากกว่าเดิมด้วย จุดแข็งของหนังยังคงเป็นความเด็ดดวงในการกำกับตัวละครต่าง ๆ ได้อย่างมีสีสันและน่าเชื่อว่ามีอยุ่จริง ความธรรมชาติแบบชีวิตจริงมาก ๆ ทั้งวิธีการแสดงและบริบทการดำเนินชีวิตก็เป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สร้างหนังอีสานเรื่องนี้โดดเด้งเหนือหนังตลกดาด ๆ ตีหัวเข้าบ้านทั่วไป ต้องยอมใจทั้งผู้กำกับและมือเขียนบท ตลอดจนทีมนักแสดงว่าทำได้ไงขนาดนี้ มันถ่ายทอดอารมณ์ได้พุ่งตรงใส่คนดูมาก ๆ ยิ่งการแสดงของพระเซี่ยง กับโรเบิร์ด นี่คือการแสดงที่เหนือไปอีกชั้นแล้ว คือจะเอาชื่อเข้าชิงดาราสมทบชายยอดเยี่ยมนี่ก็สมศักดิ์ศรีเลยล่ะ

อีกอย่างที่อยากพูดถึงในส่วนโปรดักชั่นคือการเคลื่อนกล้องที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ฉากลองเทคที่โชว์ฝีมือแบบเหนือ ๆ ก็ทำให้เราเห็นว่ามันสร้างสรรค์นะ ไม่ได้แค่ถ่าย ๆ ไป ส่วนข้อด้อยงานภาพคงเป็นเรื่องของการจัดแสงที่ใช้ไฟอัดทั้งฉากแบบละครช่อง 7 มากไปจนดูไม่ธรรมชาตินัก

ส่วนเรื่องเพลงที่เป็นไม้ตายประจำของหนังชุดนี้ แม้จะไม่ได้มีมากมายและแทบจะปล่อยหมัดมาเกือบหนังจะจบ แต่ต้องบอกว่าเป็นหมัดน๊อกกันเลยทีเดียวล่ะ เพราะวิธีการใช้เพลงก็ไม่ธรรมดา แถมเนื้อหาเพลงยังพอดีกับจังหวะหนัง คือโดนไปเต็ม ๆ ส่วนที่ยกให้เป็นท่าใหม่ของหนัง แถมเป็นท่าที่ยกระดับหนังไปสู่หนังรางวัลคือ ความเซอร์ไพร้สเรื่องความทุกข์ยาก วิบากกรรมของชีวิตที่แต่ละตัวละครต้องเจอไม่ต่างจากชีวิตคนจริงๆ ที่เราเจอจับต้องได้ มันคือรสชาติที่ตราตรึงใจ บอกเลยว่าแค่ฉากเปิดเรื่องก็ทำเอาเหวอแล้วจริง ๆ

จุดด้อยหลักคงเป็นความล้นบ้างหลายฉากที่ไม่จำเป็นของหนัง ที่ทำให้หนังลากยาวไปถึงสองชั่วโมง แม้เราจะดูเพลินมาก ๆ ก็เถอะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังนานไปนิด อีกอย่างคือคนดูควรมีพื้นจากภาคแรกมาด้วยถึงจะเข้าใจเนื้อหาเพราะอย่างที่บอกว่าหนังไม่ค่อยเกริ่นความเดิมนัก ส่วนความตลกยังมีมุกขำ ๆ และรอยยิ้มเรี่ยราดกระจัดกระจายทั้งเรื่องเช่นเดิม ยิ่งถ้าฟังสำเนียงอีสานสด ๆ ได้รุ้เรื่องจะสนุกกว่าอ่านซับไทยอีก 1.5 เท่าเลยทีเดียว

และสุดท้ายที่เสียดายคือหนังถูกแบ่งเป็นสองภาค ต้องรอดูภาค 2.2 ต่ออีกไม่รู้นานเท่าไหร่ เพราะตอนจบภาค 2.1 นี้มันทิ้งได้แบบพายุก่อตัวก่อนจะไคลแม็กซ์มาก อยากรู้ตอนต่อสุด ๆ จริง ๆ คือไม่อยากสปอยล์ แต่บอกเลยว่าตั้งแต่ฉากต้นเรื่อง กับฉากจบหนังเล่นหนักมือมากครับ สุด ๆ อ่ะ พูดไม่ออกเลย จุกใจ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

[รีวิว] All The Money In The World ฆ่า ไถ่ อำมหิต – การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาสันดานก่อนตัดสินใจ

Published

on

สิ่งที่ดูจะเป็นจุดขายแบบไม่ตั้งใจจนเกินหน้าเกินตาตัวหนังเห็นจะเป็นการแก้ปัญหาแบบสุดโต่งของผู้สร้าง All The Money In The World ที่ตัดสินใจควักเงินถึง 10 ล้านเหรียญถ่ายซ่อมทุกฉากของ เควิน สเปซีย์ ในบท จอห์น พอล เก็ตตี้ หลังเกิดข่าวล่วงละเมิดทางเพศอันฉาวโฉ่ โดยเลือก คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ มาแสดงแทนทั้งที่มีเวลาถ่ายทำเพียง 8 วันจนได้เข้าชิงรางวัลด้านการแสดงแทบทุกสถาบัน เหลืออย่างเดียวที่หนังต้องพิสูจน์นั่นคือการหยิบเรื่องราวการลักพาตัวหลานของมหาเศรษฐีที่รวยล้นฟ้าแต่ตีราคากับของทุกสิ่งจนแม่แท้ๆต้องพยายามอ้อนวอนขอเงินปู่มาไถ่ชีวิตลูกตัวเองจะทำออกมาอีท่าไหนกันแน่


ภาพเทียบ เควิน สเปซีย์ (ซ้าย) กับ คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ (ขวา) ในบท จอห์น พอล เก็ตตี้


โดยเรื่องราวที่ว่าเกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อ จอห์น พอล เก็ตตี้ที่สาม (ชาร์ลี พลัมเมอร์) ถูกจับไปเรียกค่าไถ่กลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี และด้วยเป็นหน่อเนื้อสกุลเก็ตตี้ทำให้ เกล (มิเชลล์ วิลเลียมส์) แม่ของพอลพยายามทำทุกทางเพื่อหวังให้ จอห์น พอล เก็ตตี้ ซีเนียร์ (คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์) คุณปู่มหาเศรษฐีสุดเย็นชา ยอมเจียดเงินมาจ่ายค่าไถ่ให้โจรแต่การจะเปลี่ยนใจคนใจหินที่เห็นเงินดีกว่าหลานนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายโดยงานนี้เกลหวังพี่งพาได้เพียงเฟลตเชอร์ เชส (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) อดีตซีไอเอผู้ช่วยที่เก็ตตี้คนปู่หวังให้ไปเจรจาลดค่าไถ่จากโจร



แน่นอนล่ะว่าการได้เรื่องราวเรียกค่าไถ่สะเทือนประวัติศาสตร์มาทำเป็นหนังย่อมมีความน่าสนใจในตัวเองอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผู้กำกับอย่างริดลีย์ สก็อตต์ ปรุงแต่งให้เรื่องราวมีความแตกต่างจากหนังเรียกค่าไถ่อื่นๆก็ตรงที่การใส่รายละเอียดและสร้างมิติให้ตัวละครทุกตัวด้วยภาษาภาพยนตร์จนเรื่องราวดูสมจริงและแทบไม่มีใครเป็นฮีโร่หรือผู้ร้ายที่แท้จริงในเหตุการณ์นี้ได้เลยสักคนโดยเฉพาะออกแบบสภาวะแวดล้อมตัวละครตัวละครอย่าง จอห์น พอล เกตตี้ ซีเนียร์ ที่มีทั้งความเย็นชาและว้าเหว่ ภายใต้บ้านหลังใหญ่โตเต็มไปด้วยสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลแต่กลับมีแสงเพียงเล็กน้อยพอสาดส่องให้เขาเห็นเพียงมูลค่าน้ำมันบนกระดาษเพื่อสะท้อนความเป็นเศรษฐีที่หมดความเชื่อใจและไม่เห็นคุณค่าของมนุษย์ ทำให้ทั้งเรื่องนอกจากจะต้องมานั่งลุ้นว่าเกลและเฟลตเชอร์จะช่วยพอลได้ไหม เรายังต้องมาลุ้นให้คุณปู่ขี้ตืดยอมใจอ่อนและมีมนุษยธรรมซักทีซึ่งนับว่าเป็นการสร้างตัวละครที่ชาญฉลาดมาก ไม่เพียงเท่านั้นตัวละครฝั่งโจรอย่างซินควอนต้า (โรแมง ดูริส) ที่แม้ใบหน้าจะดูโหดเหี้ยมแต่กลับเปี่ยมน้ำใจจนเป็นเพียงทางรอดเดียวของพอลท่ามกลางคนโฉดที่ลักพาตัวเขามาก็ยังสร้างทั้งความขบขันและไม่น่าไว้วางใจให้กับเรื่องราวได้ลุ้นระทึกกันไปอีกขั้นอีกด้วย



ไม่เพียงเท่านั้น ริดลีย์ สก็อตต์ ยังสามารถควบคุมจังหวะจะโคนในแต่ละฉากให้คนดูได้ลุ้นระทึกกันตลอดแถมยังล่อหลอกคนดูกันไม่เว้นแต่ละซีน ทั้งการใช้โมทีฟหรือวัตถุกระตุ้นเรื่องอย่างรูปสลักที่ถูกวางให้กลายเป็นของมีค่าในต้นเรื่องก่อนความจริงจะเปิดเผยซึ่งนอกจากจะช่วยก่อร่างสร้างความระทึกให้กับเรื่องราวแล้วมันยังส่งเสริมกับธีมหลักของเรื่องอันว่าด้วยคุณค่าที่มนุษย์ปั้นแต่งให้สิ่งต่างๆและช่วยเปิดปมตัวละครในตระกูลเก็ตตี้ที่แทบไม่ได้ผูกพันธ์กันด้วยสิ่งใดนอกจากทรัพย์สินเงินทองเพียงเท่านั้น แถมหนังยังมีจุดชวนหัวอย่างความโง่เขลาเบาปัญญาของโจรหรือแม้กระทั่งจุดที่ล่อหลอกคนดูให้เชื่อว่า พอล ปลอดภัยแล้ว ก่อนจะตลบหลังคนดูจนเราไม่อาจคาดเดาทิศทางของเรื่องราวได้อีก ซึ่งส่วนนี้คงต้องชื่นชม เดวิด สการ์ปา มือเขียนบท The Last Castle (2001) ที่สามารถสรุปเรื่องราวจากหนังสือบันทึกความทรงจำสู่บทหนังระทึกขวัญครบรสทั้งความบันเทิงและไม่ด้อยด่าในแง่การส่งเสริมให้คนเกิดพุทธิปัญญา



ท้ายสุด แน่นอนล่ะว่าใครก็คงต้องชื่นชม คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ที่สามารถสวม จอห์น พอล เก็ตตี้ ซีเนียร์ ได้อย่างลุ่มลึกและสามารถขโมยซีนได้ทุกฉากที่ปรากฎตัว โดยแทบจะกลืนกินและกลายเป็นตัวละครมหาเศรษฐีใจหินได้อย่างแทบไม่ต้องพยายาม แต่กระนั้นเราก็ยังไม่อาจมองข้าม มิเชลล์ วิลเลียมส์ ในบท เกล แม่ผู้พยายามทำทุกทางให้ได้ลูกกลับมา ทั้งสีหน้าแววตาและการแสดงที่นำพาอารมณ์ตัวละครให้คนดูได้รู้สึกพังทลายตามเธอทุกครั้งที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ได้จริงๆ จนบางทีสาเหตุที่มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ยอมบริจาคส่วนต่างจากการถ่ายซ่อมถึงหนึ่งล้านห้าแสนเหรียญเข้ากองทุนต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศในนามมิเชลล์ วิลเลี่ยมส์ น่าจะเพื่อชดเชยกับความอยุติธรรมของค่าจ้างที่เขาได้มากกว่ามิเชลล์เป็นร้อยเท่านั่นเอง

สรุปแล้ว All The Money In The World นับเป็นหนังระทึกขวัญที่มีการแสดงระดับเข้าชิงรางวัลออสการ์ของคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ เป็นไฮไลต์สำคัญในหนังที่ล่อหลอกคนดูจนเดาทางไม่ถูก และยังสอนสัจธรรมเรื่องทรัพย์สินเงินทองอันเป็นของนอกกายตายไปก็เอาไปไม่ได้อย่างเห็นภาพที่สุด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!