Connect with us

What The Fact

แรงบันดาลใจจากฝีแปรง สู่เสียงดนตรี “Vincent” เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพวาดของ วินเซนต์ ฟาน ก๊อก

ผู้ชม 964 ครั้ง!

เพื่อเป็นการต้อนรับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของภาพยนตร์เรื่อง Loving Vincent ภาพยนตร์เชิงชีวประวัติ ที่บอกเล่าเส้นทางชีวิตของศิลปินคนดัง วินเซนต์ ฟาน ก๊อก หนึ่งในศิลปินชาวฮอลแลนด์ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เจ้าของเทคนิคภาพวาดที่เน้นการใช้สีน้ำมันกับจังหวะแปรงอันมีเอกลักษณ์ ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้นำเอาเทคนิคการวาดภาพของฟาน กีอก มาดัดแปลงและใช้ในหนังมากกว่า 65,000 เฟรม ทั้งยังใช้สีน้ำมันไปทั้งสิ้น 3,000 ลิตร และผ้าใบแคนวาสมากกว่า 1,000 ผืน

ในวันนี้ผมจึงมาถ่ายทอดเรื่องราวของบทเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพวาดและชีวิตอันแสนขื่นขมแต่งดงามของจิตรกรเอกของโลกท่านนี้ “วินเซนต์ ฟาน ก๊อก” และเพลงเพลงนี้มีชื่อว่า “Vincent” ครับ

“Vincent” เป็นบทเพลงฮิตของนักร้อง นักแต่งเพลงโฟล์คระดับตำนานชาวอเมริกัน ดอน แมคลีน (Don McLean) ผู้ซึ่งชื่อเสียงมาตั้งแต่ยุค 70s โดยมีเพลง American Pie เป็นอีกหนึ่งเพลงที่เป็นที่รู้จัก

หลายคนอาจเรียกเพลง “Vincent” ว่า “The Starry Starry Night” (ตามชื่อภาพ The Starry Night และท่อนร้องเปิดในเพลง  ดอน แมคลีน เขียนเพลงนี้ขึ้นในปี 1971 หลังจากได้อ่านหนังสือชีวประวัติของ ฟาน ก๊อก จิตรกรแนวโพสต์อิมเพรสชั่นนิสม์ ผู้ปลิดชีพตัวเองและจากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 37 ปี ด้วยความสะเทือนใจและประทับใจในจิตรกรท่านนี้ ดอน แมคลีนจึงแต่งเพลงนี้ขึ้นเพื่ออุทิศให้แด่ฟาน ก๊อก ผู้เป็นศิลปินเอกของโลกใบนี้

ภาพ Starry Night วาดโดย ฟาน ก๊อก

โดย ดอน แมคลีนได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพอันมหัศจรรย์และเป็นที่รู้จักกันดีของ ฟาน ก๊อก นั่นก็คือ ภาพ The Starry Night ซึ่งเป็นภาพที่ฟาน ก๊อกเขียนขึ้นจากวิวหน้าต่างของสถานบำบัดที่เขาเข้าไปรับการรักษา โดยเป็นภาพทิวทัศน์ของเมืองยามค่ำคืน อันมีจุดเด่นคือการใช้สีในโทนมืด ระบายแต้มไปทั่วโดยมีการเคลื่อนไหวของลายอันบิดพลิ้ว มวนขด อันสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะความรู้สึกในจิตใจของ ฟาน ก๊อก มันทั้งดูเศร้าและงดงามไปในเวลาเดียวกัน และยิ่งกว่านั้นแท้จริงแล้วภาพนี้ ฟาน ก๊อกเขียนขึ้นในเวลากลางวัน !!!

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 1970 ผมรับงานร้องเพลงในโรงเรียน และเล่นกีตาร์ในห้องเรียน ในขณะที่ผมนั่งอยู่ตรงระเบียง ผมได้อ่านหนังสือชีวประวัติของฟาน ก๊อก และทันใดนั้นผมก็รู้ในทันทีว่าผมควรเขียนเพลงขึ้นเพื่อบอกว่าจริงๆแล้ว ฟาน ก๊อก ไม่ได้เสียสติ เขาเพียงแต่ป่วยเท่านั้น มันช่างแตกต่างจากความเข้าใจที่ว่าเขาบ้าเพราะโดนหญิงผู้เป็นที่รักปฏิเสธ ดังนั้นผมก็เล่นนั่งลงข้างๆภาพวาด Starry Night และเริ่มลงมือเขียนเนื้อเพลงลงบนถุงกระดาษดอน แมคลีน กล่าวถึงที่มาของแรงบันดาลใจในเพลงนี้

ส่วนในด้านดนตรีนั้นนอกจากเสียงเกากีตาร์สุดพริ้วไหวของดอน แมคลีนแล้วเพลงนี้ยังมีเครื่องดนตรีอื่นๆมาร่วมสร้างสีสันด้วยอันได้แก่ แอคคอเดียน มาริมบา และกลุ่มเครื่องสาย หลายคนที่ชอบเล่นกีตาร์โปร่ง คงต้องเคยผ่านเพลงนี้มาอย่างแน่นอน

ดอน แมคลีน ในวัยหนุ่ม

Starry, starry night

Paint your palette blue and grey

Look out on a summer’s day

With eyes that know the darkness in my soul

ค่ำคืนอันสุกสกาวไปด้วยดวงดาว

ทาทาบสีสันด้วนสีฟ้าและเทา

เฝ้ามองวันหนึ่งในฤดูร้อน

ด้วยดวงตาที่ตระหนักรู้ในความมืดมิดแห่งจิตวิญญาณ

Shadows on the hills

Sketch the trees and the daffodils

Catch the breeze and the winter chills

In colors on the snowy linen land

เงาทาบทับไปบนเขา

ร่างวาดหมู่แมกไม้และดอกแดฟโฟดิล

ฉวยจับลมหายใจและลมหนาวที่พัดโชย

ท่ามกลางสีสันแห่งมวลหิมะนวล

เริ่มแรกบทเพลงได้บรรยายถึงบรรยากาศที่เราสัมผัสได้จากภาพ Starry Night

Now I understand what you tried to say to me

How you suffered for your sanity

How you tried to set them free

They would not listen, they did not know how

Perhaps they’ll listen now

และในตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคุณต้องการเอ่ยสิ่งใดกับผม

ว่าคุณต้องทนทุกข์มากมายเพียงใด

ว่าคุณพยายามแค่ไหนที่จะเป็นอิสระ

พวกเขาคงไม่เคยฟัง พวกเขาคงไม่เคยรับรู้

แต่บางทีคราวนี้พวกเขาคงจะได้รับฟัง

ดอน แมคลีน กลั่นกรองความรู้สึกข้างในออกมา มันเป็นความอัดอั้นที่เขาอยากบอกให้โลกรู้ว่า ฟาน ก๊อก นั้นเจ็บปวดจากสิ่งที่เป็นมากเพียงใด เขาไม่ใช่คนบ้า เขาก็เหมือนพวกเรา ที่มีความเจ็บปวดอยู่ในใจ แต่ไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยมันออกไปเช่นไร ภาพวาดของเขาบอกเราได้เป็นอย่างดี แต่พวกเราต่างหากที่ไม่เคย “ฟัง” มันเลย ในคราวนี้ ดอน แมคลีน จึงถ่ายทอดความรู้สึกนี้ผ่านบทเพลงเพื่อให้พวกเราได้ “ฟัง”

ภาพเหมือนของฟาน ก๊อก

และนี่ก็คือเรื่องราวจากหนึ่งงานเพลงระดับ มาสเตอร์พีซของศิลปินระดับตำนานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนึ่งผลงานมาสเตอร์พีซจากจิตรกรเอกระดับตำนานเช่นกัน

ได้อ่านเรื่องราวของเพลงนี้แล้วก็อย่าลืมเปิดฟัง “Vincent” อีกสักหลายๆรอบนะครับ และก็ห้ามพลาดเลยกับภาพยนตร์เรื่อง “Loving Vincent”  ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ เข้าฉายวันแรก 21 ธันวาคมนี้ครับ ซึ่งในภาพยนตร์ก็ได้มีการนำเพลง “Vincent” มาคัฟเวอร์ใหม่และขับร้องโดยนักร้องสาวชาวอังกฤษ ลีแอน ลา ฮาวาส (Lianne La Havas) โดยใช้ชื่อเพลงว่า “Starry Starry Night” โดยมีกลิ่นอายของโซลและอาร์ แอนด์ บีให้อารมณ์ล่องลอยแกมเศร้าไปอีกแบบนะครับ เพราะมากเลย ลองฟังกันดูครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

Published

on

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (16-18 พ.ย.) : Fantastic Beasts 2 เปิดตัวทั่วโลกกว่า 200 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไป 62.2 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่เปิดตัวไป 74.4 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 253.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

Instant Family ภาพยนตร์ครอบครัวแนวดรามา-คอเมดี นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก และโรส เบิร์น ทำรายได้เปิดอยู่ที่ 14.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 48 ล้านเหรียญ

Widows ผลงานดรามา-อาชญากรรมล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ สตีฟ แม็คควีน นำแสดงโดย วิโอลา เดวิส, มิชล รอดริเกซ เอลิซาเบธ เดบิคกี้ และเลียม นีสัน ทำรายได้เ้ปิดตัวไป 12.3 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 16.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 42 ล้านเหรียญ

และสำหรับแชมป์เก่าอย่าง The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ นั้น ทำรายได้ในสหรัฐฯ ไปแล้ว 126.5 ล้านเหรียญ ซึ่งแซงหน้า The Rolax ที่ดัดแปลงจากหนังสือของ ดร.ซูสส์ เช่นกัน ที่ทำได้ 121.7 ล้านเหรียญ จากการเช้าฉาย 10 วันเท่ากัน ส่วนทั่วโลกนั้นทำไป 151.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

62.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 62.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 191 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 253.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Grinch

38.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 151.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Bohemian Rhapsody

15.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 127.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 256.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 384.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Instant Family

14.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 14.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 48 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Widows

12.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 12.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 7.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 42 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Nutcracker and the Four Realms

4.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 43.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 72.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 116.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : A Star is Born

4.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 7)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 185.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 154.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 340.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Overlord

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 15 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

2.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 29.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ดูก่อนใครชุดใหม่ #Sweat16 ต้อนรับซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง Yakiniku (ปิ้งย่าง)

Published

on

วันนี้ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ตามนัดหมาย น้องๆ Sweat16 นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) , ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ในงาน “SWEAT16! JU JU” ซึ่งประกอบไปด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก กิจกรรม HI-FIVE เริ่มตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น. ทั้งนี้หลังจากจบช่วงกิจกรรม HI-FIVE ในเวลา 18.00 น. และเริ่มมินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.30 น. ออกมาร้อง 3 เพลง วิ่ง, มุ้งมิ้ง, TKO ก่อนที่จะปิดท้ายก็เปิดวีทีอาร์ เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเส้นทางของวง Sweat16 เพื่อรอน้องๆ เตรียมตัวขึ้นมาเปิดตัวชุด และเพลงซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง
1. Yakiniku (ปิ้งย่าง)
2. HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ)
โดยม่านมุก SWEAT16! เป็นเซ็นเตอร์

 

Teaser “Yakiniku (ปิ้งย่าง)”

SWEAT16! 4th Single

ภาพโดย : Sweat16  IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!