Connect with us

What The Fact

มารู้จักกับ Vitas นักร้องผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการร้อง “อ๊ะอะอ้าา อ๊ะอะอ้าา”

ผู้ชม 5,550 ครั้ง!

ช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าใครหลายคนอาจโดนคนรอบตัว มาร้องกรอกหูด้วยเสียงแหลมสูงว่า “อ๊ะอะอ้าา อ๊ะอะอ้าา” และในตอนแรกคงสงสัยว่า มันเพลงอะไรกันวะ แต่เมื่อได้รู้ที่มาและได้ฟังด้วยตัวเองแล้วอาจถึงขนาดต้องมนต์สะกด และไม่อาจเอาเสียงร้องแหลมสูงนี้ออกไปจากหัวได้เลย (555)

ใช่แล้วครับ เจ้าของเสียงร้องแหลมสูงที่ว่านี้ก็คือ วีตัส (Vitas) ที่เราได้รู้จักเขาผ่านคลิปที่กันในโลกโซเชี่ยลนั่นเอง ซึ่งเค้าเป็นใคร มีที่มาจากไหน วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับนักร้องหนุ่มคนนี้กันครับ

วีตัสกับชุดสุดล้ำ

เขาผู้นี้มีนามว่า “วีตัส”

วีตัส มีชื่อจริงอันยาวเหยียดว่า วีทาลี วาลดาโซวิช กราชอฟ เกิดเมื่อวันที่19 กุมภาพันธ์ 1979 เป็นนักร้องรัสเซียเชื้อสายลัตเวียน เขาเป็นที่รู้จักจากเสียงร้องอันแหลมสูงและมีช่วงเสียงกว้างถึง 5 ออคเตฟ (มนุษย์ทั่วไป 2 ออคเตฟนี่ก็ว่าแน่แล้ว) งานดนตรีอันแปลกแหวกแนวของวีตัสเป็นการผสมผสานกันระหว่าง เทคโน แดนซ์ คลาสสิค แจ๊ซ และโฟล์ค วีตัสเป็นที่โด่งดังในโลกโซเชียลจากเพลง “Opera 2” และ “The 7th Element” ที่ถูกแชร์กันอย่างแพร่หลายจนโด่งดังไปทั่วโลก รวมไปถึงในประเทศไทยด้วย โดยช่วงที่ผ่านมามีคนเปิดแชร์เพลงของวีตัสมาให้ฟังจนเสียงอ๊ะอานี่วนอยู่ในหัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ชุดที่วีตัสใส่ในการแสดงสดของเขานั้นวีตัสเป็นคนออกแบบเอง DIVA คือแบรนด์เสื้อผ้าที่ดูแลทุกชุดในการแสดงของวีตัส แรกเริ่มวีตัสเป็นที่รู้จักดีในรัสเซียแต่ต่อมาเขาก็เริ่มไปเปิดการแสดงในเอเชีย ทั้งในไต้หวัน จีน และประเทศอื่นๆอีกมากมาย

และต่อไปนี้คือสรรพคุณของนักร้องผู้นี้

  • เขาได้รับรางวัลเกียรติยศของรัสเซียกว่า 10 ครั้งจากการประกวดมากมายหลากหลายเวที
  • เขาเป็นนักร้องที่มีงานชุกที่สุดในรัสเซียในช่วงปี 2001-2003
  • เขาเป็นนักร้องที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้แสดงเดี่ยวในเครมลิน
  • เขาได้รับรางวัลนักร้องต่างชาติที่มีการแสดงยอดเยี่มของ MTV เอเชียในปี 2011
  • นอกจากนี้วีตัสยังเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ และเคยจัดแสดง Autumn Dreams คอลเลคชั่นในปี 2002 ที่เครมลินด้วย
  • อัลบั้ม A kiss As Long As Eternity ขายได้กว่า 2 ล้านอัลบั้มภายในเวลาไม่เกินครึ่งปี
  • เขามีสตูดิโออัลบั้มมาแล้วกว่า 16 อัลบั้ม !!!

เป็นรอยยิ้มที่ไม่สามารถหาคำบรรยายได้ ฮาาา

วีตัสเกิดที่เมือง Daugavpils เมืองทางตอนใต้ของลัตเวียอันเป็นเมืองที่พูดภาษารัสเซียกัน วีตัสมีความสนใจในดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ เขาเข้าศึกษาในโรงเรียนศิลปะใน โอเดซซา และ ร่วมแสดงละครเวทีหลายเรื่องในช่วงวัยรุ่น

วีตัสเริ่มเป็นที่รู้จักในรัสเซียช่วงปี 2000 จากเพลง “Opera #2” ที่นำเสนอสไตล์การร้องอันเป็นเอกลักษณ์ เสียงร้องแหลมปรี๊ด และเอ็มวีสุดล้ำที่วีตัสแสดงเป็นชายหนุ่มผู้มีเหงือกปลา และแก้ผ้าเล่นแอคคอเดียน จากนั้นมาชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนไป

นอกจากการเป็นนักร้องแล้ววีตัสยังแสดงในละครโทรทัศน์แนวฆาตกรรมลึกลับเรื่อง “Beloved Scoundrel” ซึ่งเขารับบทเป็นนักร้องเพลงป็อปที่มีเสียงแหลมสูงปรี๊ด นอกจากนี้เขายังแสดงละครโทรทัศน์แนวคอมิดี้เรื่อง Crazy Day ด้วย

วีตัสไม่เปิดเผยเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเขา และหลีกเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ เขาแต่งงานกับ Svetlana ภรรยาของเขาในปี 2006 และมีลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายหนึ่งคน

ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2010 ระหว่างกำลังเล่นคอนเสิร์ตในเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก วีตัสได้ร้องเพลง “Lullaby” มอบให้แด่ลูกสาวของเขา และในเดือนมกราคมปี 2012 วีตัสและครอบครัวของเขายอมให้สัมภาษณ์ในรายการทอลค์โชว์ชื่อว่า “Let Them Talk” ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2007 เขาเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Everybody Is At Home ซึ่งวีตัสได้เล่าให้ฟังถึงประวัติชีวิตของเขาและการก้าวเข้ามาเป็นศิลปิน และในเดือนมีนาคมของปีเดียวกันได้มีเรื่องมีราวเกิดขึ้นเมื่อมีชายคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นพ่อแท้ๆของวีตัส ซึ่งเพื่อนๆและครอบครัวของเขาต่างยี้และไม่เชื่อว่าชายคนนี้เป็นพ่อแท้ๆของวีตัส และต่อมาเมื่อผลตรวจ DNA ปรากฏชายผู้นี้จึงต้องยอมรับแต่โดยดีว่าที่ผ่านมามันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ แต่วีตัสก็ไม่ได้ถือสาหาความและเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการให้อภัย วีตัสจึงร่วมร้องเพลงและเต้นไปกับแม่ของชายผู้นั้น

ช่างเป็นบุรุษลึกลับและมีเรื่องราวน่าสนใจไม่แพ้บทเพลงของเขาเลยนะครับ ว่าแล้วเราก็มาฟังเพลงของวีตัสและเสพย์รับเสียงร้องแหลมสูงปรี๊ดของเขากันดีกว่าครับ

บทเพลงสุดล้ำของวีตัส !!!

เปิดด้วยเพลงแรกกันเลยกับ The 7th Element กับท่อนร้อง“อ๊ะอะอ้าา อ๊ะอะอ้าา”  ที่ทำให้ทุกคนจดจำเขาได้เป็นอย่างดี ใครจะร้องตามเพลงนี้อาจต้องฝึกรัวลิ้นกันหน่อยนะครับ

มาต่อกันด้วย “Smile!” รอยยิ้มกระชากใจกับลีลาสะบัดไมค์สุดแนว และ สังเกตใบหน้าของคุณป้าเสื้อแดงในนาทีที่ 2.14 ให้ดี บอกเลยว่าฮาาา

เมื่อมี Opera 2 ก็ต้องมี Opera 1  เพลงนี้แนวไม่แพ้เพลงอื่นเลยแถมเอ็มวียังถ่ายที่ไทยอีกด้วย ผมก็ได้แต่สงสัยว่าหากมาร้องเสียงแหลมปรี๊ดแบบนี้ในวัด จะไม่โดนหลวงพี่มาไล่ หรือหมาในวัดหอนไล่เลยหรอ 555

มาดูเวอร์ชั่นแสดงสดกันบ้างนะครับ ลองสังเกตใบหน้าผู้ชมในนาทีที่ 2.06 และ 2.45 ใบหน้าหมือนคนโดนมนต์สะกดเลยนะครับ ดูซาบซึ้งกับบทเพลงและเสียงร้องของวีตัสมาก ฮาาาา

มาฟังเพลงช้ากันบ้างดีกว่าครับ กับเพลงนี้ “Soul” เพลงแห่งห้วงอารมณ์หม่นอันลึกลับ ที่มีท่อนปลดปล่อยอันทรงพลัง ท่อนร้อง ฮ้าาา ฮา นี่ฟังๆดูแล้วให้อารมณืหลอนเหมือนฟังเพลงเปิดรายการ “ชมรมขนหัวลุก” ในสมัยก่อนเลยทีเดียว

ต่อมาเป็นเพลงช้าเศร้าในยุคกลางของ Vitas ที่พี่เค้าเปลี่ยนจากการแต่งกายด้วยชุดอวกาศสุดล้ำมาเป็นชุดสูสุดหรูคลาสสิค กับเพลงนี้ “Crane’s Crying” หรือ กระเรียนร่ำไห้ เป็นการกู่ร้องถ้อยคำรักผ่านท่วงทำนองอันแสนเศร้า

อีกหนึ่งเพลงดังในยุคกลางของ Vitas กับเพลงนี้ “Lucia Di Lammermoor” งานเพลงในปี 2006 ที่มีส่วนผสมของเพลงคลาสสิคและโอเปร่า

“I’d Like To Go Up To Sky” งานเพลงในปี 2012  ได้ Ksenona Ksenia นักร้องสาวมาร่วมฟีเจอริ่งด้วย

เพลงนี้เป็นงานเพลงในยุคหลังของ Vitas เพลงนี้เป็นผลงานในปี 2016  “Made in China”  จะเห็นได้ว่าพี่เค้าอุดมสมบูรณ์ขึ้นเยอะ หน้ากลมเลยทีเดียว และก็ลดความล้ำให้เหลือเป็นความเรียบง่ายสบายๆมากขึ้น เพลงนี้ได้ Sergey Pudovkin โปรดิวเซอร์ชาวรัสเซีย มาร่วมรำทำเพลงด้วย

 

ปิดท้ายด้วยเพลง The 7th Elements  เวอร์ชั่นนี้เลยครับ ทำให้รู้เลยว่าเพลงพี่เค้าดังขนาดไหน ขนาดพี่ๆทหารไทยยังเอามาคัฟเวอร์เลย เล่นกับซะเป๊ะเลยครับฮามาก

และนี่ก็คือเรื่องราวและผลงานของศิลปินหนุ่มชาวรัสเซียสุดล้ำ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่พวกเราได้รู้จักเขาผ่านโลกโซเชียล เพราะมิเช่นนั้นแล้วเราอาจจะพลาดที่จะได้รู้จักกับศิลปินเก่งๆและมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคนนี้ คนที่ทำให้เสียง “อ๊ะอะอ้าา อ๊ะอะอ้าา” ดังก้องอยู่ในหัวเราจนต้องร้องตามออกมา.

อย่าลืมฟังเพลงของผมนะคร้าบบ “อ๊ะอะอ้าา อ๊ะอะอ้าา”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Wildlife: เข้มแข็งไว้ถึงแม้ ‘พ่อแม่จะรังแกฉัน’

Published

on

ในช่วงเวลาที่ด้านมืดของชีวิตคู่ เริ่มถูกพูดถึง เริ่มกลายมาเป็น topic อันโอชะของบรรดาสื่อมวลชนที่เอามาหากินเรียกยอดวิวบนหน้าฝีดโซเชียล ขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากยังติดกับดักภาพจำจากหนัง ละคร ที่มาพร้อมพลอตโลกสวย โตมาฝังใจกับโลกที่มีเพียง พระเอกเพียบพร้อม นางเอกแสนดี ตัวร้าย ตัวอิจฉา ที่ชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันสมหวัง และเส้นชัยที่ตัดสิน ‘ผู้ชนะ’ ที่งานแต่งงาน ซึ่ง Wildlife ถือว่ามาถูกจังหวะมาก กับหนังที่โอบอุ้มเอาเหรียญอีกด้านอันหมองหม่นของชีวิตครอบครัวมาเล่าผ่านมุมมองของตัวละครที่อยู่สถานะ ‘ลูก’ ท่ามกลางความขัดแย้งกันของพ่อแม่

น่าสนใจไม่น้อยเลยตรงที่ Wildlife เป็นหนังที่ พอล ดาโน่ มาทำหน้าที่เขียนบท และกำกับเองเรื่องแรก ซึ่งงานของนายฝรั่งหน้างง ๆ คนนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ต่างประเทศในระดับดีเลยทีเดียว โดย Wildlife ถูกแปลงมาจากนิยายของเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ริชาร์ด ฟอร์ด พูดถึงครอบครัวบรินสัน ที่ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในมอนทานา สหรัฐอเมริกา มีเจอร์รี (เจค จิลเลนฮาล) เสาหลักครอบครัวทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามกอล์ฟ, เจนเนต (แครี มัลลิแกน) ภรรยา รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน และลูกชาย โจ (เอ็ด อ็อกเซนโบลด์) 

จุดเปลี่ยนสำคัญสำคัญของครอบครัว คือ การที่ เจอร์รี ต้องตกงานกระทันหัน ทำให้ครอบครัวเจอปัญหาการเงิน ซึ่งเจอร์รีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินเพียงชั่วโมงละเหรียญฯ และจะต้องห่างครอบครัวไปไกล ทำให้ เจนเนต ต้องออกไปหางานทำเพิ่มเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว มุมมองและการตัดสินใจที่ไม่ลงรอยกันของชายหญิงทั้ง 2 กลายเป็นความคุกรุ่นของความสัมพันธ์ในครอบครัว ความไกลห่าง ความไม่เชื่อใจกันและกันที่ก่อตัวขึ้น สร้างรอยแตกร้าวครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของทั้ง 3 คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Wildlife เดินเรื่องไปแบบเรียบ ๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความเนือยอะไรเลย ทุกโมเมนต์ของหนังเรียงลำดับแต่ละซีนได้น่าสนใจ โดยเฉพาะการดึงอารมณ์ของตัวละครพุ่งออกมาแทรกซึมมาถึงคนดูทีละเล็กละน้อยจนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วง ความกดดัน ความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ซึ่งแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะไม่ได้ตัดสินใจกระทำอะไรที่เซอร์ไพรส์ออกไปมากนัก แต่มันก็สวยงามกลมกล่อมในพื้นฐานของความเป็นจริง As a matter of fact นั่นแหละ ไม่มีฟุ้งเฟ้อ ไม่หลุดกรอบ เน้นไปที่อารมณ์ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความกดดันล้วน ๆ เรียกว่ามีพลอตที่รัดกุมดีเยี่ยมเลยสำหรับเรื่องแรกของ พอล ดาโน่

Wildlife เผยให้เห็นถึงความเปราะบางในครอบครัว ที่มันละเอียดอ่อนในเรื่องของความเข้าใจ การให้อภัยและโอกาสกันและกันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง การพิพากษา การตัดสินคน ๆ หนึ่งในวันนี้ว่าเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดมีอยู่จริง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกำลังที่เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจและใจกว้างดั่งอุดมคติ ฉะนั้นแล้วมันเหลือเพียงความไม่แน่นอน การจากลาและการดำรงอยู่หลังความเจ็บปวดของมนุษย์ เราจะอยู่กับมันได้แค่ไหน หนังเรื่องนี้ตั้งคำถามและทิ้งข้อคิดหนัก ๆ ไว้ดีเกินคาดจริง ๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (16-18 พ.ย.) : Fantastic Beasts 2 เปิดตัวทั่วโลกกว่า 200 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาไป 62.2 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า Fantastic Beasts and Where to Find Them ที่เปิดตัวไป 74.4 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 253.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

Instant Family ภาพยนตร์ครอบครัวแนวดรามา-คอเมดี นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก และโรส เบิร์น ทำรายได้เปิดอยู่ที่ 14.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 48 ล้านเหรียญ

Widows ผลงานดรามา-อาชญากรรมล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ สตีฟ แม็คควีน นำแสดงโดย วิโอลา เดวิส, มิชล รอดริเกซ เอลิซาเบธ เดบิคกี้ และเลียม นีสัน ทำรายได้เ้ปิดตัวไป 12.3 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 16.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 42 ล้านเหรียญ

และสำหรับแชมป์เก่าอย่าง The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ นั้น ทำรายได้ในสหรัฐฯ ไปแล้ว 126.5 ล้านเหรียญ ซึ่งแซงหน้า The Rolax ที่ดัดแปลงจากหนังสือของ ดร.ซูสส์ เช่นกัน ที่ทำได้ 121.7 ล้านเหรียญ จากการเช้าฉาย 10 วันเท่ากัน ส่วนทั่วโลกนั้นทำไป 151.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

62.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 62.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 191 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 253.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Grinch

38.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 151.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Bohemian Rhapsody

15.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 127.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 256.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 384.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Instant Family

14.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 14.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 48 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Widows

12.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 12.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 7.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 42 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Nutcracker and the Four Realms

4.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 43.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 72.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 116.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : A Star is Born

4.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 7)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 185.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 154.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 340.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Overlord

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 15 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

2.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 29.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ดูก่อนใครชุดใหม่ #Sweat16 ต้อนรับซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง Yakiniku (ปิ้งย่าง)

Published

on

วันนี้ 18 พ.ย. 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ตามนัดหมาย น้องๆ Sweat16 นำทีมโดย
วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) , จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) , ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) , อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) , ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ในงาน “SWEAT16! JU JU” ซึ่งประกอบไปด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก กิจกรรม HI-FIVE เริ่มตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น. ทั้งนี้หลังจากจบช่วงกิจกรรม HI-FIVE ในเวลา 18.00 น. และเริ่มมินิคอนเสิร์ตในเวลา 18.30 น. ออกมาร้อง 3 เพลง วิ่ง, มุ้งมิ้ง, TKO ก่อนที่จะปิดท้ายก็เปิดวีทีอาร์ เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเส้นทางของวง Sweat16 เพื่อรอน้องๆ เตรียมตัวขึ้นมาเปิดตัวชุด และเพลงซิงเกิ้ลที่ 4 เพลง
1. Yakiniku (ปิ้งย่าง)
2. HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ)
โดยม่านมุก SWEAT16! เป็นเซ็นเตอร์

 

Teaser “Yakiniku (ปิ้งย่าง)”

SWEAT16! 4th Single

ภาพโดย : Sweat16  IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!