Connect with us

What The Fact

รีวิวการใช้ UberEATS ครั้งแรก จะพังหรือจะปัง มาดูกัน!!

Published

on

เหตุเกิดจากคืน 27 ธันวาคมที่ผ่านมา มีความรู้สึกหิวโหยรอบดึกเกิดขึ้น แต่ขี้เกียจเดินไปเซเว่น บวกกับระลึกได้ว่า Uber ส่งข้อความโปรโมชั่นอะไรสักอย่างมา แผนการการลองสั่งอาหารกับ UberEATS เลยเริ่มขึ้นแบบงงๆ (จริงๆ เคยใช้บริการแอปอื่นแล้ว แต่วันนี้งก อยากได้ส่วนลดจาก Uber)

ต้องบอกก่อนว่าเดิมทีเป็นลูกค้าเจ้าประจำของ Uber อยู่แล้ว เจอทั้งประสบการณ์ดีๆ และเลวร้ายผสมกัน คนขับน่ารักก็เยอะ โหดๆ ก็แยะ พาอ้อมบ้างและขับผิดก็บ่อย บางทีเกินไป 300-400 แบบงงๆ หรือส่งข้อความมาจีบก็มี ก็ต้องรีพอร์ตกันไป.. แต่โดยรวมเขาก็รักษามาตรฐาน Uber ได้ดีกันอยู่ ก็เลยใช้บริการมาโดยตลอด

พอมีข้อความโปรโมชั่นของ UberEATS ส่งมา บอกว่ามีโปรโมชั่นส่งฟรีช่วงธันวาคม มีหรอที่เราจะพลาด ลองใช้สักหน่อยแล้วกัน..
จากนั้นก็รีบทำการดาวน์โหลดแอป UberEATS ทันที ! เมื่อโหลดมาแล้วก็พบว่า หน้าตาแอปมีความสะอาดสะอ้าน น่าใช้งาน สามารถตั้งค่าในการเลือกอาหารของเราได้ อยากได้อาหารเรทราคาเท่าไหร่ ระยะเวลานานแค่ไหนในการจัดส่ง เป็นมังสวิรัติรึเปล่า เป็นต้น


ในตัวแอปมีร้านอาหารให้เลือกเยอะพอสมควร มีทั้งการจัดแบ่งตามความนิยม ความใกล้ไกลของร้าน ราคาโปรโมชั่น ฯลฯ

ข้อดีอีกอย่างคือมีภาพอาหารอย่างชัดเจน รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง ไม่ต้องจินตนาการกันไป ซึ่งบางแอปที่ทำงานคล้ายๆ กัน จะไม่ได้มีรูปอาหารให้ ซึ่งข้อนี้ UberEATS ได้เปรียบไปเต็มๆ

นอกจากนี้คงต้องยกให้กับการมี UberBox ที่จัดเซ็ทอาหารมาให้ เป็นหลายๆ อย่างผสมกัน ซึ่งราคาน่ารัก น่าคบหาพอสมควร

สั่ง 2 ร้านเลยแล้วกัน หิว!

จัดการสั่งอาหารเรียบร้อย รับส่วนลด 60 บาท ประหยัดไปได้เยอะ

พิซซ่า รวมส่ง ในราคา 69 บาท


เซ็ทข้าวมันไก่ น้ำเก๊กฮวย และเฉาก๊วย 69 เท่ากัน

มื้อนี้รอกินอยู่บ้านสบายๆ ในราคา 138 บาท! แถมตัดเงินผ่านบัตรเครดิตได้ด้วย 

หลังสั่งอาหารไปแล้วสักพัก อยากสั่งร้านเดียวกันเพิ่มอีก เลยพยายามหาทางติดต่อพนักงาน แต่ดูเหมือนจะทำไม่ได้ เพราะพนักงานจะไม่ได้สแตนด์บายรอ นั่นหมายความว่า อดสั่งเพิ่ม! และเราจะสามารถติดต่อพนักงานได้อีกครั้งเมื่อพนักงานของ UberEATS เริ่มทำการขนส่ง

ข้อดีคือเราสามารถติดตามเวลาในการขนส่งได้ตลอด และนั่นทำให้สังเกตเห็นว่าเวลาเปลี่ยนไปมา ขึ้นลงพอสมควร จากตอนแรกที่ขึ้นว่า 10.05 PM ก็ปรับมาเป็น 10.20 PM ซึ่งเดาว่าอาจขึ้นกับตัวแปรหลายๆ อย่าง เช่น จำนวนลูกค้าที่ร้าน ปริมาณรถบนถนน ฯลฯ

ขณะรอก็เล่นโทรศัพท์ไปเพลินๆ ครึ่งชั่วโมง เห็นว่าอาหารใกล้ถึง เลยโทรถามพนักงานสักหน่อย เผื่อมาคอนโดไม่ถูก จึงพบข้อเสียอย่างนึง ซึ่งเกิดขึ้นในแอป Uber คือ ไม่มีฟีเจอร์แชทในตัวแอปเอง นั่นทำให้ต้องเสียค่าโทรและค่าข้อความเอง

สักพักอาหารมาส่ง พนักงานโทรมาว่าอาหารถึงแล้ว ขอถ่ายรูปพนักงานไว้สักหน่อย ดูใจดีและเป็นมิตร และสักพักอีกเจ้าก็ตามมาติดๆ ได้อาหารครบเรียบร้อย

ภาพมันเบลอ หรือเธอไม่ชัดเจน

มาแกะดูกันดีกว่า

เจ้าพิซซ่ามีความเย็นชืด ไม่แน่ใจว่าเพราะขนส่งนานหรือร้านอาหารทำไว้สักพักแล้ว แต่รสชาติจัดว่าใช้ได้ แถมคิดว่าราคา 69 บาท ก็ยอมๆ เถอะ

ข้าวมันไก่ ถูกห่อมาอย่างดี พร้อมกับถุง UberEATS และยังร้อนๆ อยู่เลย ไม่มีการหก เปื้อน เอียงซ้าย เอียงขวา จัดว่าเยี่ยม!

ข้าวมันไก่จัดว่าดี แต่น้ำซุปยังไม่ถึงขั้นเท่าไหร่ แต่พอหิวๆ ก็ฟาดเรียบไม่เหลือสักหยดเลย

เสร็จแล้วตัวแอปก็จะให้เราทำการกดโหวตให้กับพนักงาน UberEATS แต่จะต่างกับการโหวตให้พนักงานขับรถของ Uber ทั่วไปตรงที่ เราไม่สามารถให้คะแนนเป็นดาวได้ แต่จะให้เป็นถูกใจหรือไม่ถูกใจแทน และกดโหวตให้กับร้านอาหารที่เราสั่ง โดยสามารถให้เป็นดาวได้ และกดถูกใจหรือไม่ถูกใจเมนูที่เราสั่ง ซึ่งการให้คะแนนฟีดแบคแบบนี้ก็ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของ Uber

ดาวน์โหลด

หลังฟาดเรียบในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าดี ไม่ต้องแต่งหน้าออกไปหาอะไรกิน ถ้าเที่ยงๆ ก็ไม่ต้องฝ่ารถติด แถมยังมีโปรโมชั่นบ่อยด้วย ภาพรวมโอเคใช้ได้เลย ส่วนสิ่งที่คิดว่าแอปน่าจะพัฒนาให้ดีขึ้น คงเป็นเรื่องของการที่สามารถติดต่อพนักงานที่ร้านเพิ่มเติมได้ เผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่น สั่งอาหารเพิ่ม เป็นต้น และแอบหวังหน่อยๆ ว่าในอนาคต Uber จะมีฟีเจอร์แชทในตัวแอป จะได้ไม่ต้องเสียเงินในการโทรหรือส่งข้อความ

คงต้องรอดูกันต่อไป แต่บอกได้เลยว่าประทับใจกับการใช้งานครั้งนี้พอสมควรเลย

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว]Kuntilanak : ผีรังแกเด็ก

หนังทวีปเอเซียที่เข้ามาฉายบ้านเราประจำส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นหลัก น้านนานถึงจะมีหนังสิงคโปร์ อินโดนีเซียเข้ามาฉายสักเรื่อง และถ้ามีหลงเข้ามา ก็แน่นอนว่าหนังเรื่องนั้นต้องมีอะไรดี น่าจับตามอง ตัวอย่างเช่น The Raid : Redemption หนังแอ็คชั่นสัญชาติอินโดนีเซีย ที่มาในฐานะหนังสร้างปรากฏการณ์ของวงการหนังอินโดเลยก็ว่าได้ แล้วหนังก็สนุกจริง มันส์จริง สร้างชื่อให้ทั้งผู้กำกับ และ อิโค อูเวส พระเอกของเรื่อง ถึงขั้นได้ไปโลดแล่นในฮอลลีวู้ด และปลายเดือนนี้ก็จะได้ประกบกับ มาร์ค วาห์ลเบิร์ก ใน Mile22 ด้วย ผ่านมาถึง 7 ปี วันนี้มีหนังอินโดนีเซียเรื่องใหม่ Kuntilanak หนังผีที่มาแบบเงียบ ๆ เช่นเคย หนังสร้างความคาดหวังให้ผมว่ามาแบบนี้หนังต้องมีอะไรดีแน่นอน

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

หนังทวีปเอเซียที่เข้ามาฉายบ้านเราประจำส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นหลัก น้านนานถึงจะมีหนังสิงคโปร์ อินโดนีเซียเข้ามาฉายสักเรื่อง และถ้ามีหลงเข้ามา ก็แน่นอนว่าหนังเรื่องนั้นต้องมีอะไรดี น่าจับตามอง ตัวอย่างเช่น The Raid : Redemption หนังแอ็คชั่นสัญชาติอินโดนีเซีย ที่มาในฐานะหนังสร้างปรากฏการณ์ของวงการหนังอินโดเลยก็ว่าได้ แล้วหนังก็สนุกจริง มันส์จริง สร้างชื่อให้ทั้งผู้กำกับ และ อิโค อูเวส พระเอกของเรื่อง ถึงขั้นได้ไปโลดแล่นในฮอลลีวู้ด และปลายเดือนนี้ก็จะได้ประกบกับ มาร์ค วาห์ลเบิร์ก ใน Mile22 ด้วย ผ่านมาถึง 7 ปี วันนี้มีหนังอินโดนีเซียเรื่องใหม่ Kuntilanak หนังผีที่มาแบบเงียบ ๆ เช่นเคย หนังสร้างความคาดหวังให้ผมว่ามาแบบนี้หนังต้องมีอะไรดีแน่นอน

กุนตีลานัก เป็นผีพื้นบ้านในตำนานของอินโดนีเซีย น่าจะเลเวลเดียวกับ “แม่นาก” ของบ้านเรา เพราะเรื่องราวของกุนตีลานัก ถูกสร้างออกมาเป็นหนังเยอะมาก แต่กุนตีลานักในเวอร์ชั่นนี้ถูกตีความต่างจากเรื่องราวในตำนานเยอะมาก ถ้าเสิร์ชอ่านจะพบว่ากุนตีลานักเป็น ผีตายทั้งกลม ผสม กับผีนางตานี ที่โหดดุมาก ชอบควักไส้มาอวด และมีนิสัยชอบควักลูกตาเหยื่อ และดูดสมองเหยื่อมากิน แต่กับ “kuntilanak 2018” หรือในชื่อไทย “กระจกส่องตาย” ก็ตีความใหม่ ให้กุนตีลานัก เป็นผีต่างมิติ แล้วมีกระจกโบราณเป็นตัวเชื่อมมิติ เด็กที่ขาดความอบอุ่น ต้องการแม่ จะเป็นเป้าหมายที่กุนตีลานักโปรดปราน จะถูกกุนตีลานักจับไปอยู่ด้วย

หนังเปิดเรื่องที่ครอบครัวของ อันยาส เด็กชายที่เพิ่งสูญเสียแม่ อยู่กับพ่อที่คอยปลอบใจ แต่อันยาสก็ยังทำใจไม่ได้และโหยหาแม่ แล้วกุนตีลานักก็ออกจากกระจกมาในภาพแม่ของอันยาส และนั่นคือเหยื่อรายแรก กลายเป็นข่าวโด่งดัง บ้านของอันยาสกลายเป็นบ้านร้าง และกลายเป็นที่สนใจของมวลชน มีสำนักข่าว รายการบันเทิงมากมายมาถ่ายทำ และหนึ่งในนั้นคือ เกล็น พิธีกรหนุ่มที่มาถ่ายทำรายการเยี่ยมชมบ้านผี ขากลับเกล็นก็ยังหยิบเอา”กระจกผี”กลับไปฝาก ลิเดีย แฟนสาวเสียด้วย ลิเดีย เป็นสาววัยรุ่นที่รับจ๊อบดูแลเด็กกำพร้า 5 คน ในช่วงที่เจ้าของสถานเลี้ยงเด็กต้องเดินทางไปซานฟรานซิสโก เด็กกำพร้า 5 คนที่โหยหาความรักความอบอุ่นจึงเป็นเป้าหมายที่ดีของกุนตีลานัก ทำให้เธอออกมาอาละวาดตั้งแต่คืนแรก

ริซาล มันโตวานี่ เป็นผู้กำกับขาเก๋าของอินโดนีเซีย ต้องเรียกว่าคร่ำหวอดในวงการเลย เพราะกำกับหนังมาแล้ว 28 เรื่อง เคยหากินกับกุนตีลานักมาแล้ว ถึงขั้นทำเป็นไตรภาคเมื่อปี 2006 แต่ฝีมือดูจะสวนทางกับประสบการณ์นัก เห็นได้ชัดกับฉากสยองขวัญ ที่ก๊อปปี้สไตล์ของเจมส์ วาน มาอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลที่ได้กลับต่างกันลิบ หนังเต็มไปด้วยฉากที่เราเห็นกันมาแล้วจาก Annabell Creation ประตูเปิดดัง “แอ๊ดดดดดดด” มีเสียงผีเรียกชื่อเด็ก แล้วเด็กก็เดินตามเสียงเรียกเข้าห้องไปหาผี หนังเล่นมุกเดิมแบบนี้ซ้ำ ๆ วน ๆ กับเด็กทั้ง 5 คน จนน่าอึดอัด กับพฤติกรรมโง่ ๆ ที่ดูขัดกับความเป็นจริงจนเกินไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับหลาย ๆ ฉาก

ฉากที่หงุดหงิดสุด คือมีเสียงเรียก “ดินดา” เด็กหญิงเดินตามเสียงเรียกออกจากห้องนอนในกลางดึก เจอว่าทีวีเปิดทิ้งไว้ หน้าจอไร้สัญญาณเป็นภาพ “ซ่าาาาา” สิ่งที่ดินดาทำคือเดินไปหน้าจอทีวีแล้วเอามือทาบหน้าจอ เพื่อ………………… พอผีออกมา สิ่งที่เธอทำคือ…………….ยืนดู โอ๊ยยยย อึดอัด แล้วไม่ใช่ดินดาคนเดียว เด็กคืนอื่น ๆ ในเรื่องนี้ไม่มีต่อมความกลัวผี เจอผีแต่ละทีก็ยืนคุย ยืนดู ผ้าคลุมหล่น ประตูเปิดปิดเอง เก้าอี้โยกเอง น้องเดินไปจับเก้าอี้ ซึ่งมันควรวิ่งเตลิดไปตั้งแต่ผ้าคลุมหล่นแล้วมั้ย ถูกเลี้ยงดูกันมาอย่างไรนะ ใน Annabell ก็มีเด็กไร้ต่อมความกลัวแบบนี้นะ แต่ไม่ได้เล่นถี่จนเฝือขนาดนี้ แล้วแต่ละฉากมันก็น่ากลัวชวนลุ้นมากจนกลบความด้อยในเรื่องผิดวิสัยเด็กไปได้บ้าง

ข้อดีเล็ก ๆ อีกจุดหนึ่ง คือการคัดบรรดาเด็ก ๆ ในเรื่องมาได้หน้าตาน่ารัก หน้าตาเด็กหญิงแต่ละคนดูหน้าตาฝรั่งกันหมด คงจะรสนิยมเดียวกับบ้านเรากระมัง ที่นิยมบรรดาดาราลูกครึ่ง ส่วนฝีมือการแสดงก็พอเอาตัวรอดผ่านไปได้ ไม่โดดเด่น และไม่ถึงกับแย่ มีเด็กชายใส่แว่น ที่พอเป็นสีสันของเรื่องได้ดี กับหน้าที่ตัวปล่อยมุก ที่ได้เสียงหัวเราะอยู่หลายครั้ง ฉากที่ชอบสุดคือฉากข้าวโพดคั่วครับ

หนังเล่นกับฉากตุ้งแช่บ่อยมาก ตกใจมั้ย ตกใจนะ แต่ไม่ได้ตกใจกับภาพ แต่ตกใจกับเสียงซาวนด์เอ็ฟเฟ็กต์ที่ดังมาก ผีกุนตีลานักออกมาถี่ ออกมาทุกคืนรังแกเด็กเวียนไปทีละคน เวลาปรากฏตัวก็คืบคลานออกมาจากกระจก ท่าเดียวกับผีซาดาโกะ จาก Ringu ที่คลานออกมาจากทีวีเลย แล้วมาในชุดนอนยาวสีขาวมอซอแบบเดียวกัน ตกลงจะคิดอะไรใหม่บ้างไหมเนี่ย มีบางฉากที่กุนตีลานัก ออกมาในชุดนางรำประจำชาติ ร้องเพลงภาษาอินโดมีดนตรีชวนหลอน ซึ่งก็เข้าท่ากว่านะดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่า แต่ก็กลับไม่เน้น

ยังมีข้อดีที่มีการออกแบบใบหน้าของผีกุนตีลานักที่ดูน่ากลัวและมีเอกลักษณ์ของตัวเองจริง ๆ กุนตีลานัก เป็นผีที่ดูไร้เหตุผลในการพยาบาทพอควร เหมือนจะดุ แต่พอจะปราบก็ง่ายดายเสียเหลือเกิน งานแสง งานภาพ อยู่ในคุณภาพเดียวกับละครบ้านเรา ดูเห็นชัดว่าเป็นหนังทุนต่ำ

หนังยังอุตส่าห์จะทิ้งท้ายไว้ต่อภาค 2 อีกนะ แต่ดูแววแล้วน่าจะจบแค่ภาคนี้ล่ะ ตัวหนังเองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรในอินโดนีเซียเลยแม้แต่น้อย มีคนดูล้านกว่าคน อยู่ในอันดับที่ 42 ของหนังที่เข้าฉายในปีนี้ อะไรดลใจให้ซื้อมาฉายเหรอครับ? ถ้ารู้สึกว่าชีวิตมันสดใส ราบรื่นเกินไป อยากสัมผัสความหงุดหงิด อึดอัด เชิญครับ……………….

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว]The First Purge : มาถึงภาค 4 ยังไม่หมดมุก

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

The First Purge ทำหน้าที่ในฐานะผู้เริ่มต้นซีรีส์ใหม่ในจักรวาล The Purge หนังย้อนกลับไปเล่าเหตุการณ์ในคืนล้างบาปปีแรก ที่จำกัดพื้นที่แค่บริเวณเกาะเสตทเท็น เพื่อเป็นโปรเจ็กต์นำร่อง ก่อนที่จะขยายครอบคลุมทั้งประเทศในปีถัดมา หนังเริ่มต้นเรื่องในช่วงใกล้ ๆ จะถึงคืนล้างบาป ลากยาวไปจนถึงนาทีสุดท้ายของคืนอำมหิตนี้ เมื่อเริ่มต้นใหม่ก็ต้องมีการแนะนำตัวละครชุดใหม่ทั้งหมดทั้งทางฝั่งประชาชนและทางฝั่งรัฐบาล

ตัวละครหลักของเรื่องคือ ดิมิทรี่ หัวหน้าแก๊งค้ายาที่มาในมาดสุดเท่ และนางเอกคือ ไนย่า อดีตแฟนของดิมิทรี่ ที่ยังคงมีเยื่อใยอันดีต่อกันแต่เธอบอกลาดิมิทรี่เพราะไม่พอใจกับโลกด้านมืดของเขา และอิไซย่าห์ น้องชายวัยรุ่นของไนย่า ที่อยู่ในวัยห้าวและกำลังเดินเข้าสู่วงการค้ายา ส่วนฝั่งของรัฐบาลที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวร้ายของเรื่อง จะมีหนึ่งเดียวคือ อาร์โล ซาเบียน หัวหน้าคณะผู้ควบคุมดูแลโปรเจ็กต์คืนล้างบาปครั้งแรกนี้ และเขาก็ทำงานประกบคู่กับ ดร.อัปเดล ผู้คิดค้นทฤษฏีคืนล้างบาปนี้ขึ้นมา บทนี้รับบทโดย มาริสา โทเม ที่มาในลุคที่แตกต่างจาก “ป้าเมย์” ที่หลาย ๆ คนหลงรักจาก Spiderman มาก และเป็นดารามีชื่อเสียงคนเดียวในเรื่องนี้ เพราะทีมงานมั่นใจว่าชื่อ The Purge สามารถเรียกคนดูได้โดยไม่ต้องจ้างดาราค่าตัวแพงมาดึงคนดู

เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ The Purge และเป็นผู้กำกับไตรภาคแรก ลดหน้าที่ตัวเองเหลือแค่เขียนบทในภาคนี้แล้วส่งไม้ต่อให้กับ เจอราร์ด แม็คเมอร์เรย์ ผู้กำกับหน้าใหม่ บทของเจมส์ ถือว่าน่าชื่นชมครับที่เล่าเรื่องราวมาถึงภาคที่ 4 แต่ก็ยังไม่หมดมุก หากลเม็ดต่าง ๆ มาเสริมให้แต่ละภาคมีเรื่องราวที่น่าสนใจ อย่างภาคนี้ได้เปรียบตรงที่ว่า ไม่ต้องมีการปูความถึงความโหด โฉดของคืนอำมหิตนี้อีกแล้ว แต่ได้ความสนใจแฟนหนังที่เคยติดตามแฟรนไชส์นี้มาก่อน ให้มาลงลึกถึงเหตุการณ์ในคืนล้างบาปครั้งแรก ว่าเริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร และสามารถขยายกลุ่มคนดูให้กว้างขึ้นได้ เพราะใครที่ไม่เคยดู The Purge มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นกับภาคนี้ได้ง่าย เพราะเรื่องราวไม่มีการโยงใยกับไตรภาคก่อนหน้าแต่อย่างใด

ไอเดียใหม่ที่เติมเข้ามาในภาคนี้ได้อย่างน่าสนใจคือการเล่าเรื่องราวแบบหนังสยองขวัญ โดยมีแบคกราวด์ของเรื่องเป็นเกมการเมืองที่สกปรก เราได้เห็นความร้ายกาจของ New Founding Fathers of America ในหนังตั้งชื่อไทยให้ว่า พรรคพัฒนาชาติใหม่ ที่เจาะจงเลือกเกาะเสตทเท็นเป็นเป้าหมายแรก เพราะเป็นแหล่งรวมของคนผิวสีที่มีฐานะยากจน ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกของพรรคที่อยากกำจัดกลุ่มคนพวกนี้ออกจากสังคม ทางพรรคจึงใช้เงินในการดึงคนเหล่านี้ให้อยู่บนเกาะในคืนล้างบาป และถ้าออกไปร่วมกิจกรรมล้างบาปด้วยการอาละวาด เข่นฆ่าผู้คน ก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้น โดยทางพรรคมีมอนิเตอร์ผ่านคอนแทคเลนส์ของแต่ละคนเพื่อติดตามการเคลื่อนไหว และเจ้าคอนแทคเลนส์เรืองแสงนี่ล่ะ ที่เป็นตัวเสริมความสยองให้กับหนัง เพราะมันเรืองแสงในที่มืด ยิ่งทำให้เหล่าคนกระหายเลือดที่ออกมาเพ่นพ่านในคืนล้างบาปนั้นดูเหมือนอสุรกาย

ตัวที่เป็นสีสันให้กับหนังอย่างมากคือ สเกเลเทอร์ หนุ่มผิวสีโรคจิต ใบหน้ามีแต่รอยแผลเป็น เวลาพูดแสยะยิ้ม น้ำลายฟูฟ่อง ดูเต็มไปด้วยความโรคจิตและบ้าเลือดมาก เมื่อใส่คอนแทคเลนส์เรืองแสงเข้าไปยิ่งทำให้ดูน่ากลัวสุด ๆ พอเริ่มต้นคืนล้างบาปยิ่งทำให้สเกเลเทอร์ เหมือนเด็กที่ได้ลงสนามเด็กเล่น กลายเป็นอสุรกายบ้าเลือดที่น่ากลัวสุดสำหรับภาคนี้ และยิ่งหนังปูเรื่องไว้ว่าสเกเลเทอร์มีความบาดหมางกับอิไซยาห์มาก่อนหน้าแล้ว ก็ทำให้การไล่ล่าระหว่างสเกเลเทอร์ กับอิไซย่าห์ เป็นอีกประเด็นที่น่าติดตามในหนังภาคนี้ แต่ด้วยเหตุที่ว่าหนังมีตัวละครมากหน้า และประเด็นให้พูดถึงมาก ทำให้บทของสเกเลเทอร์ถูกลืมหายไปในช่วงท้ายของหนัง

ทุกสถานการณ์ที่เจมส์ได้วางไว้ ก็ถูกบิดเกลียวให้ตึงเครียดได้มากขึ้นในทุก ๆ นาทีที่หนังเดินหน้าไป ก็เป็นจุดที่น่าชื่นชมในฝีมือการเขียนของเจมส์ เมื่อตัวละครหลักทั้งดิมิทรี่ อิไซย่าห์ และ ไนยา จากที่ต่างก็ดำเนินวิถีทางของตนเองในคืนอำมหิตแล้วก็มารวมกลุ่มกันในตอนท้าย ความตึงเครียดของหนังก็มาถึงจุดสูงสุดในไคลแมกซ์พอดี ถือว่าเป็นไคลแมกซ์ของหนังที่ทั้งมันส์ ทั้งลุ้น ทำออกมาได้สนุกมากเรื่องหนึ่ง

หนังมีองค์ประกอบที่เอาใจคนดูครบ ทั้งในด้านหนังสยองขวัญที่ก็ตอบสนองด้วยฉากโหด แทง กระซวก ปาดคอ หักคอกัน จ่อกบาลยิงกันเลือดกระฉูด นับว่าภาพรุนแรงตามแบบฉบับหนังโหด มีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ท้ายเรื่องกับการเปิดเผยตัวตนของกลุ่มบุคคลลึกลับติดอาวุธหนักที่เข้ามาร่วมวงคืนล้างบาปนี้ด้วย แล้วกลุ่มนี้ก็ยกระดับเป็นตัวร้ายมากพิษสงของเรื่อง กลุ่มคนดูผู้ชายที่ชอบหนังแอ็คชั่นน่าจะมันส์สะใจกับฉากรบท้ายเรื่อง ที่จัดหนักทั้งปืนกลสาดกระสุนกันว่อน และระเบิดมือที่ประสิทธิภาพโคตรน่ากลัว ฉากที่ชอบมากคือฉากต่อสู้มือเปล่าของดิมิทรี่กับกลุ่มทหารลึกลับ 3 คน บนขั้นบันไดหนีไฟ ออกแบบท่าทางการต่อสู้ออกมาดูรุนแรงหนักหน่วงสมจริงมาก

หนังจบแบบค่อนไปทางแฮปปี้นะครับ สานต่อภาคต่อไปได้สบาย ๆ รายได้ 127 ล้าน จากทุนสร้างจุ๋มจิ๋มเพียง 13 ล้าน ก็เป็นหลักประกันแล้วว่าหนังประสบความสำเร็จเพียงใด มันคือหนังตลาดที่สร้างมาเอาใจตลาดนะครับแล้วก็ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้ครบถ้วน อยากเห็นฉากโหดได้เห็น อยากมันส์ก็ได้มันส์ ฉากลุ้น สะดุ้งตุ้งแช่มีครบ ในเวลาพอเหมาะพอเจาะ 98 นาทีครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

แฟน ๆ BNK48 บรรเลงเพลงฤดูใหม่ คลิปไหนโดนใจบ้างมาชมกัน!

Published

on

ยังคงไปได้สวยสำหรับ BNK48 รุ่นที่ 2 ที่ถึงแม้จะยังใหม่แต่ก็ยังคงรุกคืบเข้ากระชับพื้นที่หัวใจแฟน ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยการแสดงฝีมือทั้งในการแสดงในเธียเตอร์ ไลฟ์ตู้ปลา รายการโทรทัศน์ และที่สำคัญคือ MV เพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ ที่สาว ๆ ปล่อยพลังความน่ารักออกมาถึงขีดสุด (อ่านบทความเกี่ยวกับ MV เพลงนี้ได้ที่นี่ครับ)

สำหรับใครที่ตกหลุมรัก BNK48 รุ่นที่ 2 แล้วก็อย่าลืมแวะเวียนไปหาสาว ๆ ได้ที่งานจับมือวันเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ

และกิจกรรมที่แฟน ๆ ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือ ฤดูใหม่ BNK48 Fan Solo Campaign แคมเปญที่ประกาศในงาน BNK48 2nd Generation The Debut เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ให้แฟน ๆ ส่งคลิปบรรเลงเพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ เพื่อชิงปิ๊กกีตาร์พร้อมลายเซ็นของเม็มเบอร์ 16 คนในเพลงนี้ แต่ไม่ต้องกังวลไป ถึงจะไม่ได้ปิ๊กพร้อมลายเซ็น แต่ถ้าทำถูกต้องตามกติกาก็ได้ปิ๊กกีตาร์แน่ ๆ จ้า

จากบรรดาคลิปที่แฟน ๆ BNK48 ส่งเข้าร่วมสนุกมากมายนับไม่ถ้วน วันนี้แบไต๋ขอเลือกบางส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจมาให้ทุกท่านได้ชมกัน โดยเราพยายามนำเสนอเครื่องดนตรีให้ได้หลากหลายชนิดมากที่สุดครับ

เวอร์ชันกีตาร์อคูสติก

เวอร์ชันกีตาร์ไฟฟ้า

เวอร์ชันกีตาร์เบส

เวอร์ชันกลองชุด

เวอร์ชันวงสตริง

เวอร์ชันเปียโน

เวอร์ชันอูคูเลเล

เวอร์ชันแซ็กโซโฟน

เวอร์ชันแอคคอร์เดียน

เวอร์ชันขลุ่ย

เวอร์ชันขิม+จะเข้

เวอร์ชันซอด้วง+ซออู้

เวอร์ชันพิณอีสาน

เวอร์ชันไก่ยาง

เวอร์ชันขวดแก้ว

เวอร์ชันแมว

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีคลิปไหนถูกใจบ้าง ยังมีคลิปอีกมากมายที่เราไม่ได้เลือกมานำเสนอ ณ ที่นี้ ยังไงก็ตามเข้าไปชมกันได้ที่เพจเฟซบุ๊ก BNK48 หรือแฮชแท็ก #BNK48 #ฤดูใหม่ #fanSoloCampaign ได้เลย เยอะจนเชื่อว่าแฟน ๆ และทีมงาน BNK48 จะดูกันตาแฉะแน่นอน และสำหรับใครที่อยากจะร่วมสนุกแต่ยังไม่ได้ส่งคลิป ก็ขอให้เร่งมือเข้า มีเวลาถึงแค่วันที่ 31 สิงหาคมนี้เท่านั้นนะครับ

สุดท้ายขอเชิญชมคลิปจากครูเอ๊ะและครูแมน ไพเราะจับใจ แต่ผิดกติกาครับ 55+

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!