Connect with us

What The Fact

แนะนำ 4 เรื่องราวใหม่ล่าสุดจาก WEBTOON บอกเลยว่าห้ามพลาดดดดด !!! (เว็บตูน)

Published

on

 Yo ! กลับมาเจอกันอีกครั้งนะครับ และวันนี้ผมก็หยิบเอาเรื่องราวการ์ตูนใหม่แกะกล่อง จาก WEBTOON แอพพลิเคชั่นอ่านการ์ตูนบนมือถือ ที่แสนจะอ่านง่ายสะดวกสบายมาฝากเพื่อนๆ นักอ่านอีกเช่นเคย !!บอกได้เลยว่า 4 เรื่องที่จะนำมาแนะนำกันในวันนี้ ครบทุกรสชาติ ชวนติดตามทุกเรื่อง แน่นอน !! เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วแล้วก็ตามผมมาเล้ยย


1.Change

  • ผู้แต่ง – Jinone
  • เรตติ้งปัจจุบัน – 9.87
  • คะแนนความชอบส่วนตัว – 7.5 / 10

เรื่องราวของ ‘คิมชอลซู’ เด็กหนุ่มผู้มีความแข็งแกร่งเป็นพรสวรรค์ และเขาก็ช่างภาคภูมิใจกับตำแหน่ง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนคนต่อไป ‘ ซะเหลือเกิน โดยที่เขาฝันไว้ว่าวันหนึ่งเขาจะต้องกลายเป็นที่น่าเกรงขามของทุกคนให้ได้ !!  แต่ก็ฝันได้ไม่นาน เขากลับถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจังจนร่างกายบาดเจ็บสาหัส ความโชคดีที่ยังเหลืออยู่คือเขายังไม่ตาย ! แต่ความโชคร้ายที่ยิ่งกว่าก็คือ เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นผู้หญิงไปซะอย่างนั้น แล้วทีนี้เขาจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปล่ะเนี่ย !!!

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบไอเดียของเนื้อเรื่องนี้ ที่สร้างอุปสรรคให้ตัวเอกได้ปวดสมองมากๆ เราจึงรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ตัวเอกจะต้องเจอสถานการณ์แปลกๆ ที่คนอ่านก็คาดเดาได้ยากเช่นกัน การ์ตูนมีความโดดเด่นด้วยลายเส้นที่มีเอกลักษณ์ และสีสันสดใส ทำให้น่าอ่านมากขึ้น เรียกได้ว่าสวยก็สวยสุดๆ หล่อก็หล่อแสบตาเลยทีเดียวเชียว ในส่วนของเนื้อเรื่องปัจจุบันก็ดำเนินไปไม่ช้าไม่เร็ว เส้นดายที่บางจุดอาจจะดูไม่สมเหตุสมผมเกินไปบ้าง แต่ก็มีมุกตลกสอดแทรกอยู่เรื่อยๆให้คนอ่านใจดีพอที่จะมองข้าม อารมณ์เหมือนเรากำลังอ่านการ์ตูนต่อสู้มันส์ๆ แต่ก็กระชุ่มกระชวยหัวใจไปกับใบหน้าสวยๆ ของตัวเอกไปพร้อมๆ กัน 2 in 1 สุดๆไปเลยครับ (ฮา)

2. Sweet Home

 

  • ผู้แต่ง – Kimcarnby / Youngchan Hwang
  • เรตติ้งปัจจุบัน – 9.87
  • คะแนนความชอบส่วนตัว – 8.50/ 10

และนี่เป็นเรื่องที่ผมภูมิใจนำเสนอเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ เพราะเรื่อง ‘Sweet Home’ นั้น มีเจ้าของเดียวกับการ์ตูนระทึกขวัญเรื่องดังอย่าง ‘Bustard’ ที่เคยฝากผลงานไว้ได้อย่างอย่างยอดเยี่ยม ครองความนิยมอันดับต้นๆใน WEBTOON มาแล้ว ! ผู้เขียนกลับมาคราวนี้ กับเรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้ปิดกั้นตัวเองจากสังคมภายนอก ด้วยเหตุผลบางอย่าง แถมยังขังตัวเองให้อยู่แต่ในห้องแล้วหันไปใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์แทน วันหนึ่งครอบครัวของเขาที่เขาชิงชังมาตลอดกลับประสบอุบัติเหตุตายยกครัวไปซะอย่างนั้น เด็กหนุ่มที่กำลังเสียศูนย์จึงตัดสินใจขายบ้านเพื่อเอาเงินไปตั้งต้นใหม่อย่างไร้อนาคตที่อพาร์ทเม้นต์ชานเมือง แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งเขาเริ่มรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวกำลังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความเงียบสงบกลายเป็นเงียบจนได้ยินเสียงหายใจ แถมเพื่อนบ้านห้องใกล้ๆก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คน !!!

เปิดเรื่องได้อย่างเนิบนาบ แล้วก็ปล่อยหมัดฮุคใส่คนดูเข้าอย่างจังตั้งแต่ช่วงต้นๆเลยสำหรับเรื่องนี้ เรียกได้ว่าทั้งลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ และการเล่าเรื่องด้วยมุมภาพที่ชวนติดตาม ทำให้เรื่องนี้ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย แถมยังไม่สามารถคาดเดาได้ด้วยว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ตัวละครเอกมีคาแร็กเตอร์ที่รักไม่ได้เกลียดไม่ลงแบบสุดๆ (ซึ่งส่วนตัวผมชอบตัวละครแบบนี้นะ) ทำให้เรื่องนี้มีเสหน์ขึ้นมากไปอีก แม้ว่าเรื่องราวในปัจจุบันเพิ่งจะเริ่มต้น แต่ก็ถือได้ว่าน่าติดตามกันไปยาวๆเลยครับ

3. โอปป้าของฉันคือไอดอล

  • ผู้แต่ง – ซองอึน
  • เรตติ้งปัจจุบัน – 9.85
  • ความชอบส่วนตัว – 8 / 10

เรื่องราวโก๊ะๆ ของ ‘ดารึม’ หญิงสาวผู้คลั่งไคล้ในตัวไอดอลหนุ่มหล่ออย่าง ‘อีชาน’ แบบสุดๆ และหวังว่าจะได้ใกล้ชิดกับเขาซักครัง ในที่สุดความฝันของเธอเข้าใกล้เข้าไปอีก เมื่อเธอได้รับการตอบรับเข้าทำงานในบริษัทของโอปป้าในฝัน !! เรื่องราวเหมือนจะดำเนินไปอย่างสวยงาม จนกระทั่งเธอได้พบความจริงว่าท่านประธานบริษัทที่เธอคิดว่าเขาคือโอปป้าของเธอมาโดนตลอด กลับกลายเป็นเพื่อนของเขามาบริหารแทน ! แถมเขาคนนี้กำลังเข้าใจผิดว่าเธอแอบชอบซะงั้น ! แล้วโอปป้าในฝันของดารึมหายไปไหนกันแน่ล่ะเนี่ย !!!

คราวนี้เราเปลี่ยนอารมณ์มาอ่านเรื่องราวโรแมนติก คอมมาดี้กันบ้าง สาวๆคนไหนชอบดูซีรีส์เกาหลีฟินๆ พระเอกหล่อๆ นางเอกสวยๆ เรื่องราวน่ารักๆ (จะ ๆ บ่อยไปละ) ผมแนะนำให้อ่านเรื่องนี้เลยครับ เพราะการเล่าเรื่องที่ลื่นไหล ตัวละครดูเป็นธรรมชาติ ไม่ประดิษฐ์จนเกินไป ทำให้ตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์น่าติดตามมาก เนื้อเรื่องค่อนข้างเข้าใจง่าย เรื่อยๆแต่ไม่น่าเบื่อจนเกินไป ทำให้ชวนติดตาม และโดยเฉพาะเคมีที่ผู้แต่งสร้างขึ้นระหว่างพระเอกกับนางเอกนั้น อบอุ่นหัวใจมาก จนน่าเอาใจช่วยซะเหลือเกิน สาวนักจิ้นได้อ่านนี่คงบิดตัวเกลียวด้วยความเขินแน่ๆ เอาเป็นว่าใครชอบแนวนี้ก็ลุยเลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน !

4. นาทีนั้นที่ใต้น้ำ

 

  • ผู้แต่ง – bubu
  • เรตติ้งปัจจุบัน – 9.86
  • คะแนนความชอบส่วนตัว – 7 /10

เรื่องราวความรักโรแมนติก ที่ค่อยๆก่อนตัวขึ้นระหว่าง ‘เซียงเฉ่า’ เด็กสาวผู้ว่ายน้ำไม่เป็นเอาซะเลย แต่เธอก็ฝันไว้ว่าวันหนึ่งเธอจะเก่งพอที่จะได้ลงไปดำน้ำชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติใต้ทะเลใกล้ๆ ซักครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีใครอดทนมากพอที่สอนเธอให้ว่ายน้ำได้สำเร็จ จนกระทั่งได้พบกับ ‘เฉิงตงเฉิง’ โค้ชหนุ่มสอนว่ายน้ำแสนขี้อาย ที่เธอได้ตกลงสมัครเรียนกับเขาไปแล้วเรียบร้อย แต่ไม่รู้ว่าความฝันเธอจะเกิดขึ้นได้เร็วๆนี้มั้ย เพราะเขาดันเป็นครูสอนว่ายน้ำเด็กซะงั้น ความกังวลว่าคลาสเรียนครั้งนี้อาจจะทำให้เธอเสียเวลาเปล่า ทำให้เธอเริ่มลังเลและอาจจะตัดสินใจเลิกเรียนไปแล้ว ถ้าเขาผู้นั้นไม่ได้ทำให้เธอค่อยๆรู้สึกดีทุกครั้งที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้…

ใครไม่ชอบการ์ตูนรักโรแมนติกหวานเยิ้ม ก็ตัดไปได้เลยนะครับ เพราะเรื่องนี้คนไม่มีคู่จะต้องอ่านไปเหงาไปแน่นอน (ฮา) เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างพอดี ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป มีโมเม้นท์ฟินๆ สำหรับสาวนักจิ้นให้ได้เขินเพียบ ถือว่าทำได้ดีเลยครับสำหรับการสื่ออาารมณ์ตัวละคร ลายเส้นและสีสันก็น่ารัก คุมมู้โทนของเรื่องได้ดี จะติดก็ติดอยู่เรื่องเดียวนี่แหละครับ ว่ามันหวานเจี๊ยบโรแมนติกจ๋าซะเหลือเกิน ใครที่ไม่ชอบแนวนี้คงต้องขอบายแน่ๆ ยังไงก็ต้องลองติดตามกันต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ อ่านได้เรื่อยๆแน่นอนครับ


เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับการ์ตูนน้องใหม่จาก WEBTOON ที่ผมนำมาแนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จักกัน ใครชอบเรื่องไหน สไตล์ไหนก็ไปติดตรมอ่านกันได้ฟรีๆเลยครับ และวันนี้ผมคงต้องลาไปก่อน คราวหน้าผมจะนำสิ่งน่าสนใจอะไรมาแนะนำอีกบ้าง ติดตามได้เลยครับ !!

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว]The First Purge : มาถึงภาค 4 ยังไม่หมดมุก

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

The First Purge ทำหน้าที่ในฐานะผู้เริ่มต้นซีรีส์ใหม่ในจักรวาล The Purge หนังย้อนกลับไปเล่าเหตุการณ์ในคืนล้างบาปปีแรก ที่จำกัดพื้นที่แค่บริเวณเกาะเสตทเท็น เพื่อเป็นโปรเจ็กต์นำร่อง ก่อนที่จะขยายครอบคลุมทั้งประเทศในปีถัดมา หนังเริ่มต้นเรื่องในช่วงใกล้ ๆ จะถึงคืนล้างบาป ลากยาวไปจนถึงนาทีสุดท้ายของคืนอำมหิตนี้ เมื่อเริ่มต้นใหม่ก็ต้องมีการแนะนำตัวละครชุดใหม่ทั้งหมดทั้งทางฝั่งประชาชนและทางฝั่งรัฐบาล

ตัวละครหลักของเรื่องคือ ดิมิทรี่ หัวหน้าแก๊งค้ายาที่มาในมาดสุดเท่ และนางเอกคือ ไนย่า อดีตแฟนของดิมิทรี่ ที่ยังคงมีเยื่อใยอันดีต่อกันแต่เธอบอกลาดิมิทรี่เพราะไม่พอใจกับโลกด้านมืดของเขา และอิไซย่าห์ น้องชายวัยรุ่นของไนย่า ที่อยู่ในวัยห้าวและกำลังเดินเข้าสู่วงการค้ายา ส่วนฝั่งของรัฐบาลที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวร้ายของเรื่อง จะมีหนึ่งเดียวคือ อาร์โล ซาเบียน หัวหน้าคณะผู้ควบคุมดูแลโปรเจ็กต์คืนล้างบาปครั้งแรกนี้ และเขาก็ทำงานประกบคู่กับ ดร.อัปเดล ผู้คิดค้นทฤษฏีคืนล้างบาปนี้ขึ้นมา บทนี้รับบทโดย มาริสา โทเม ที่มาในลุคที่แตกต่างจาก “ป้าเมย์” ที่หลาย ๆ คนหลงรักจาก Spiderman มาก และเป็นดารามีชื่อเสียงคนเดียวในเรื่องนี้ เพราะทีมงานมั่นใจว่าชื่อ The Purge สามารถเรียกคนดูได้โดยไม่ต้องจ้างดาราค่าตัวแพงมาดึงคนดู

เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ The Purge และเป็นผู้กำกับไตรภาคแรก ลดหน้าที่ตัวเองเหลือแค่เขียนบทในภาคนี้แล้วส่งไม้ต่อให้กับ เจอราร์ด แม็คเมอร์เรย์ ผู้กำกับหน้าใหม่ บทของเจมส์ ถือว่าน่าชื่นชมครับที่เล่าเรื่องราวมาถึงภาคที่ 4 แต่ก็ยังไม่หมดมุก หากลเม็ดต่าง ๆ มาเสริมให้แต่ละภาคมีเรื่องราวที่น่าสนใจ อย่างภาคนี้ได้เปรียบตรงที่ว่า ไม่ต้องมีการปูความถึงความโหด โฉดของคืนอำมหิตนี้อีกแล้ว แต่ได้ความสนใจแฟนหนังที่เคยติดตามแฟรนไชส์นี้มาก่อน ให้มาลงลึกถึงเหตุการณ์ในคืนล้างบาปครั้งแรก ว่าเริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร และสามารถขยายกลุ่มคนดูให้กว้างขึ้นได้ เพราะใครที่ไม่เคยดู The Purge มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นกับภาคนี้ได้ง่าย เพราะเรื่องราวไม่มีการโยงใยกับไตรภาคก่อนหน้าแต่อย่างใด

ไอเดียใหม่ที่เติมเข้ามาในภาคนี้ได้อย่างน่าสนใจคือการเล่าเรื่องราวแบบหนังสยองขวัญ โดยมีแบคกราวด์ของเรื่องเป็นเกมการเมืองที่สกปรก เราได้เห็นความร้ายกาจของ New Founding Fathers of America ในหนังตั้งชื่อไทยให้ว่า พรรคพัฒนาชาติใหม่ ที่เจาะจงเลือกเกาะเสตทเท็นเป็นเป้าหมายแรก เพราะเป็นแหล่งรวมของคนผิวสีที่มีฐานะยากจน ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกของพรรคที่อยากกำจัดกลุ่มคนพวกนี้ออกจากสังคม ทางพรรคจึงใช้เงินในการดึงคนเหล่านี้ให้อยู่บนเกาะในคืนล้างบาป และถ้าออกไปร่วมกิจกรรมล้างบาปด้วยการอาละวาด เข่นฆ่าผู้คน ก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้น โดยทางพรรคมีมอนิเตอร์ผ่านคอนแทคเลนส์ของแต่ละคนเพื่อติดตามการเคลื่อนไหว และเจ้าคอนแทคเลนส์เรืองแสงนี่ล่ะ ที่เป็นตัวเสริมความสยองให้กับหนัง เพราะมันเรืองแสงในที่มืด ยิ่งทำให้เหล่าคนกระหายเลือดที่ออกมาเพ่นพ่านในคืนล้างบาปนั้นดูเหมือนอสุรกาย

ตัวที่เป็นสีสันให้กับหนังอย่างมากคือ สเกเลเทอร์ หนุ่มผิวสีโรคจิต ใบหน้ามีแต่รอยแผลเป็น เวลาพูดแสยะยิ้ม น้ำลายฟูฟ่อง ดูเต็มไปด้วยความโรคจิตและบ้าเลือดมาก เมื่อใส่คอนแทคเลนส์เรืองแสงเข้าไปยิ่งทำให้ดูน่ากลัวสุด ๆ พอเริ่มต้นคืนล้างบาปยิ่งทำให้สเกเลเทอร์ เหมือนเด็กที่ได้ลงสนามเด็กเล่น กลายเป็นอสุรกายบ้าเลือดที่น่ากลัวสุดสำหรับภาคนี้ และยิ่งหนังปูเรื่องไว้ว่าสเกเลเทอร์มีความบาดหมางกับอิไซยาห์มาก่อนหน้าแล้ว ก็ทำให้การไล่ล่าระหว่างสเกเลเทอร์ กับอิไซย่าห์ เป็นอีกประเด็นที่น่าติดตามในหนังภาคนี้ แต่ด้วยเหตุที่ว่าหนังมีตัวละครมากหน้า และประเด็นให้พูดถึงมาก ทำให้บทของสเกเลเทอร์ถูกลืมหายไปในช่วงท้ายของหนัง

ทุกสถานการณ์ที่เจมส์ได้วางไว้ ก็ถูกบิดเกลียวให้ตึงเครียดได้มากขึ้นในทุก ๆ นาทีที่หนังเดินหน้าไป ก็เป็นจุดที่น่าชื่นชมในฝีมือการเขียนของเจมส์ เมื่อตัวละครหลักทั้งดิมิทรี่ อิไซย่าห์ และ ไนยา จากที่ต่างก็ดำเนินวิถีทางของตนเองในคืนอำมหิตแล้วก็มารวมกลุ่มกันในตอนท้าย ความตึงเครียดของหนังก็มาถึงจุดสูงสุดในไคลแมกซ์พอดี ถือว่าเป็นไคลแมกซ์ของหนังที่ทั้งมันส์ ทั้งลุ้น ทำออกมาได้สนุกมากเรื่องหนึ่ง

หนังมีองค์ประกอบที่เอาใจคนดูครบ ทั้งในด้านหนังสยองขวัญที่ก็ตอบสนองด้วยฉากโหด แทง กระซวก ปาดคอ หักคอกัน จ่อกบาลยิงกันเลือดกระฉูด นับว่าภาพรุนแรงตามแบบฉบับหนังโหด มีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ท้ายเรื่องกับการเปิดเผยตัวตนของกลุ่มบุคคลลึกลับติดอาวุธหนักที่เข้ามาร่วมวงคืนล้างบาปนี้ด้วย แล้วกลุ่มนี้ก็ยกระดับเป็นตัวร้ายมากพิษสงของเรื่อง กลุ่มคนดูผู้ชายที่ชอบหนังแอ็คชั่นน่าจะมันส์สะใจกับฉากรบท้ายเรื่อง ที่จัดหนักทั้งปืนกลสาดกระสุนกันว่อน และระเบิดมือที่ประสิทธิภาพโคตรน่ากลัว ฉากที่ชอบมากคือฉากต่อสู้มือเปล่าของดิมิทรี่กับกลุ่มทหารลึกลับ 3 คน บนขั้นบันไดหนีไฟ ออกแบบท่าทางการต่อสู้ออกมาดูรุนแรงหนักหน่วงสมจริงมาก

หนังจบแบบค่อนไปทางแฮปปี้นะครับ สานต่อภาคต่อไปได้สบาย ๆ รายได้ 127 ล้าน จากทุนสร้างจุ๋มจิ๋มเพียง 13 ล้าน ก็เป็นหลักประกันแล้วว่าหนังประสบความสำเร็จเพียงใด มันคือหนังตลาดที่สร้างมาเอาใจตลาดนะครับแล้วก็ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้ครบถ้วน อยากเห็นฉากโหดได้เห็น อยากมันส์ก็ได้มันส์ ฉากลุ้น สะดุ้งตุ้งแช่มีครบ ในเวลาพอเหมาะพอเจาะ 98 นาทีครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

แฟน ๆ BNK48 บรรเลงเพลงฤดูใหม่ คลิปไหนโดนใจบ้างมาชมกัน!

Published

on

ยังคงไปได้สวยสำหรับ BNK48 รุ่นที่ 2 ที่ถึงแม้จะยังใหม่แต่ก็ยังคงรุกคืบเข้ากระชับพื้นที่หัวใจแฟน ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยการแสดงฝีมือทั้งในการแสดงในเธียเตอร์ ไลฟ์ตู้ปลา รายการโทรทัศน์ และที่สำคัญคือ MV เพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ ที่สาว ๆ ปล่อยพลังความน่ารักออกมาถึงขีดสุด (อ่านบทความเกี่ยวกับ MV เพลงนี้ได้ที่นี่ครับ)

สำหรับใครที่ตกหลุมรัก BNK48 รุ่นที่ 2 แล้วก็อย่าลืมแวะเวียนไปหาสาว ๆ ได้ที่งานจับมือวันเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ

และกิจกรรมที่แฟน ๆ ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือ ฤดูใหม่ BNK48 Fan Solo Campaign แคมเปญที่ประกาศในงาน BNK48 2nd Generation The Debut เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ให้แฟน ๆ ส่งคลิปบรรเลงเพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ เพื่อชิงปิ๊กกีตาร์พร้อมลายเซ็นของเม็มเบอร์ 16 คนในเพลงนี้ แต่ไม่ต้องกังวลไป ถึงจะไม่ได้ปิ๊กพร้อมลายเซ็น แต่ถ้าทำถูกต้องตามกติกาก็ได้ปิ๊กกีตาร์แน่ ๆ จ้า

จากบรรดาคลิปที่แฟน ๆ BNK48 ส่งเข้าร่วมสนุกมากมายนับไม่ถ้วน วันนี้แบไต๋ขอเลือกบางส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจมาให้ทุกท่านได้ชมกัน โดยเราพยายามนำเสนอเครื่องดนตรีให้ได้หลากหลายชนิดมากที่สุดครับ

เวอร์ชันกีตาร์อคูสติก

เวอร์ชันกีตาร์ไฟฟ้า

เวอร์ชันกีตาร์เบส

เวอร์ชันกลองชุด

เวอร์ชันวงสตริง

เวอร์ชันเปียโน

เวอร์ชันอูคูเลเล

เวอร์ชันแซ็กโซโฟน

เวอร์ชันแอคคอร์เดียน

เวอร์ชันขลุ่ย

เวอร์ชันขิม+จะเข้

เวอร์ชันซอด้วง+ซออู้

เวอร์ชันพิณอีสาน

เวอร์ชันไก่ยาง

เวอร์ชันขวดแก้ว

เวอร์ชันแมว

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีคลิปไหนถูกใจบ้าง ยังมีคลิปอีกมากมายที่เราไม่ได้เลือกมานำเสนอ ณ ที่นี้ ยังไงก็ตามเข้าไปชมกันได้ที่เพจเฟซบุ๊ก BNK48 หรือแฮชแท็ก #BNK48 #ฤดูใหม่ #fanSoloCampaign ได้เลย เยอะจนเชื่อว่าแฟน ๆ และทีมงาน BNK48 จะดูกันตาแฉะแน่นอน และสำหรับใครที่อยากจะร่วมสนุกแต่ยังไม่ได้ส่งคลิป ก็ขอให้เร่งมือเข้า มีเวลาถึงแค่วันที่ 31 สิงหาคมนี้เท่านั้นนะครับ

สุดท้ายขอเชิญชมคลิปจากครูเอ๊ะและครูแมน ไพเราะจับใจ แต่ผิดกติกาครับ 55+

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

Dragon Ball Super: Broly Movie ซูเปอร์ไซย่าในตำนาน ปี 2018 !!

Published

on

สวัสดีครับและวันนี้ก็กลับมาเจอกันอีกเช่นเคย กับการแนะนำ รีวิว การ์ตูนต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านได้เสพกัน ขอเกริ่นก่อนเลยว่าตัวผมนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบ ดราก้อนบอล เอามากๆ เรียกได้ว่าติดตามมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลยก็ว่าได้ วันนี้เรื่องที่ผมจะมาเขียนก็ตามหัวข้อเลย นั่นก็คือ ดราก้อนบอลเดอะมูฟวี่ ภาคล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้ อย่างภาค Dragon Ball Super: Broly Movie วันนี้ผมก็เลยไปรวบรวมข้อมูลต่างๆ คร่าวๆ มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน เอาละถ้าพร้อมแล้วก็เลื่อลงไปอ่านกันได้เลย

อ๊ะๆ แต่ก่อนอื่นเลย ขอเปิดด้วยทีเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของ The Movie ภาคนี้ก่อนละกัน ถ้าใครยังไม่ได้ดูก็ดูก่อนนะครับผม เพื่ออรรถรสมนการอ่าน อิอิ

 


เนื้อเรื่องย่อ

หลังจากจบศึกประชันพลังไปใน ดราก้อนบอลซูเปอร์ โลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง โกคู ได้รับรู้ว่าในจักรวาลแห่งนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเค้าอยู่อีกมาก แต่ทว่าวันนึงก็ได้มีชาวไซย่าที่ทุกคนคิดว่าตายหมดแล้วหลังจากถูก ฟรีเซอร์ ถล่มไปเมื่อหลายสิบปีก่อน จนเหลือแค่โกคูกับเบจิต้า ชายปริศนานามว่า โบลี่ ได้เดินทางมาโลกด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เกิดเหตุการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้นบนโลก ซึ่งแม้แต่ ฟรีเซอร์ ผู้ฟื้นคืนชีพมาจากนรกหลังศึกประชันพลังก็มาแจมด้วย !!


ตัวละครหลักในเรื่อง

 

โบลี่

เปิดมาด้วยตัวละครแรกกันเลย ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นภาค โบลี่ ฉะนั้นตัวร้ายหลักของภาคนี้ก็คงไม่พ้น โบลี่ แน่นอนอยู่แล้ว ตัวละครนี้จัดได้ว่าเป็นตัวละครที่ใครหลายๆ คนชอบมากแน่นอน เพราะว่าเค้าเคยมีบทบาทมาก่อนเมื่อหลายปีที่แล้ว และถูกนำกลับมาสร้างใหม่ในภาคที่กำลังจะมาในปี 2018 นี้ ก็ต้องมาดูกันว่าคาแร็คเตอร์ของเค้าจะถูกปรับเปลี่ยนไปมาน้อยแค่ไหน แต่มีอีกอย่างนึงที่การันตีได้แน่นอนนั้่นก็คือ โบลี่ คนนี้กับคนก่อนคือคนละกันแน่นอน เพราะของภาคเก่าๆ นั้น โบลี่ นั้นได้ตายไปแล้วในตอนที่สู้กับ โกฮัง นั่นเอง

โกคู

มีตัวร้ายก็ต้องมีพระเอก โกคู ของเรานั่นเอง โดยภาคนี้เนื้อเรื่องก็ต่อจากตอนจบของภาค ซูเปอร์ ซึ่งเป็นหลังจากตอนที่เค้าเอาชนะจิเร็นมาแล้ว แถมได้ร่างใหม่เป็นร่าง อัตตนิยม ซะด้วย !! แต่หลังจากจบภาคซูเปอร์ไป โกคู ได้บอกว่าเค้าไม่สามารถใช้ร่างนั้นได้อีก แต่ก็ไม่แน่นะในภาค โบลี่ นี้เราอาจจะได้เห็นเค้าแปรงร่างเป็น อัตตนิยม อีกก็เป็นได้

เบจิต้า

เบจิต้า อีก 1 กำลังรบสำคัญในศึกนี้ ในภาคเก่าเค้าเคยกลัวการที่จะปะทะกับโบลี่เป็นอย่างมาก ถึงขนาดเห็นโบลี่แปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าในตำนานทีเดียว เค้าถึงกับเข่าอ่อนลงไปทรุดกองอยู่กับพื้นเลย แต่ในตัวอย่างแรกที่เราเห็น เค้ายืนยิ้มประชันหน้ากับโบลี่ได้อย่างชิวๆ ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าคราวนี้เค้าจะกลายมาเป็นกระสอบทรายให้โบลี่กระทืบเล่นอีกรึเปล่า (ฮา)

พารากัส

มาถึงอีกตัวละครที่เป็นตัวดำเนินเรื่องของภาคนี้นั่นก็คือ พารากัส พ่อแท้ๆ ของโบลี่ นั่นเอง โดยภาคก่อนนั้นเค้ามาที่โลกเพื่อล้างแค้นเบจิต้า เพราะว่าพ่อของเค้าเคยพยายามที่จะฆ่าโบลี่กับตัวเองเมื่อก่อน แต่ก็รอดชีวิตออกมาได้หลังจากดาวระเบิด แต่ทว่าสุดท้ายเค้าก็โดนโบลี่ฆ่าตายอยู่ดี แต่ภาคนี้ก็ต้องมาดูกันว่า พารากัส จะมาด้วยเหตุผลเดิมและตายแบบเดิมอีกรึเปล่ากัน !!

ฟรีเซอร์

ฟรีเซอร์ เองก็เป็นอีก 1 ตัวละครที่จะมีบทบาทสำคัญในภาคนี้แน่นอน ซึ่งเค้าได้ถูกฟื้นคืนชีพแล้วตามคำสัญญาของโกคูที่ให้ไว้ในศึกประชันพลัง ก็ต้องมาดูกันว่าฟรีเซอร์จะกลายมาเป็นตัวพลิกเกมเหมือนในศึกประชันพลังรึเปล่า หรือจะมาให้โบลี่ต่อยเล่นกันแน่ (ฮา)


เอาล่ะก็จบไปแล้วกับบทความที่มีชื่อว่า Dragon Ball Super: Broly Movie ซูเปอร์ไซย่าในตำนาน ปี 2018 ก็ถ้ามีอะไรผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมาใน ณ ที่นี้ด้วย ส่วนถ้ามีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับตัวโบลี่ หรือเนื้อเรื่องต่างๆ ไว้จะมาเขียนให้อ่านกันสนุกๆ ใหม่นะครับผม ส่วนตอนนี้ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันในบทความต่อไปครับผม !!

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!