Connect with us

What The Fact

5 สิ่งที่สามารถต้านทานพลังของ Lightsaber ได้ มีอะไรบ้างต้องไปดู !!!

Published

on

อย่างที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดีอยู่แล้วว่า ‘ ไลท์เซเบอร์ (Lightsaber) ‘ หรือ ดาบพลังแสงจากภาพยนตร์ในตำนานที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลกอย่าง ‘ สตาร์วอร์ส (Starwars) ‘  นั้น เป็นดาบสุดพิเศษที่มีต้นกำเนิดพลังมาจาก ‘ ไคเบอร์คริสตัล (Kyber Crystal) ‘ ทำให้ลำแสงจากดาบนั้นมีมวลที่บางเบากว่ารังสีความร้อนและพลังงานบริสุทธิ์ทั่วไป ซึงเป็นพลังงานแสงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยที่อนุภาคของดาบพลังแสงนี้มีความรุนแรงมากพอที่จะตัดได้เกือบทุกสิ่งทุกอย่างเลยทีเดียว !!!

แต่เพื่อนๆรู้กันมั้ยครับว่า ในจักรวาลของ Starwars นั้น ยังมีวัตถุพิเศษบางชนิดที่สามารถต่อต้านพลังของไลท์เซเบอร์ได้ นั่นก็คือไลท์เซเบอร์ตัดไม่ขาดนั่นเอง !!! และวันนี้ผมก็ได้รวบรวมวัตถุดิบทั้ง 5 สิ่งมาไว้ที่นี่เรียบร้อยแล้ว ถ้าใครอยากรู้แล้วว่ามันคืออะไร หน้าตาเป็นยังไง ก็ไปชมกันได้เลยย


1 . Cortosis (คอร์โตซิส)

คือวัตถุดิบชนิดหนึ่งในจักรวาลที่ถือว่าหายากมากๆ และมีราคาแพง แต่ก็ยังคงเป็นวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมที่จะนำมาใช้ในการต่อต้านไลท์เซเบอร์ ซึ่งแร่คอร์โตซิสบริสุทธิ์มีความสามารถที่จะหยุดการทำงานของไลท์เซเบอร์ได้ไปชั่วขณะ จึงเป็นการเปิดโอกาสในการโจมตีผู้ถือดาบไลท์เซเบอร์ได้ก่อนที่ดาบจะถูกใช้การได้อีกครั้ง

2 .  Phrink (ฟริ้งค์)

ฟริ้งค์คือสารประกอบโลหะชนิดหนึ่งที่มีชื่อแสนจะฟรุ้งฟริ้ง มันสามารถต้านทานลำแสงจากไลท์เซเบอร์ได้ แม้ว่าจะมีความแตกต่างจาก คอร์โตซิส ตรงที่ว่ามันไม่สามารถหยุดการทำงานของลำแสงจากไลท์เซเบอร์ได้โดยตรงนั่นเอง โดยที่ฟริ้งค์ก็มักจะถูกนำไปเป็นส่วนประกอบในการสร้างอาวุธที่ชื่อ ‘ Electrostaff ‘ ในกองทัพของ ‘นายพลกรีวัส (General Grievous)’ หรือที่สาวกส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ‘ แมกน่า การ์ด (MagnaGuard) ‘ แถมฟริ้งค์ยังถูกนำไปเป็นส่วนประกอบในการสร้างไลท์เซเบอร์ของ ‘ พัลพาทีน (Palpatine) หรือ ดาร์ธ ซิเดียส (Darth Sidious) ‘ อีกต่างหาก

ยังไม่หมดนะครับ เพราะเจ้าฟริ้งนี่ยังถูกไปเป็นวัตถุดิบในการสร้างเกราะของดรอยด์รบของฝ่ายจักรวรรดิอย่าง ‘ดาร์ค ทรูปเปอร์ (Dark troopers)’ อีกด้วยนะ !!!

3 .  Songsteel (ซองสตีล)

ซองสตีลถือว่าเป็นแร่เหล็กที่มีความหายากอย่างมาก ซึ่งเจ้าแร่ตัวนี้เองก็มีคุณสมบัติในการต้านทานลำแสงของไลท์เซเบอร์เช่นเดียวกับเจ้าสองตัวด้านบน แต่ก็ไม่สามารถหยุดการทำงานของไลท์เซเบอร์ได้อีกเช่นกัน โดยที่ซองสตีลนั้นมักจะถูกนำมาสร้างเป็นอาวุธที่มีความงดงามและราคาแพงซึ่งเป็นที่ยากต่อการปลอมแปลง นอกจากนี้แล้วซองสตีลยังมีน้ำหนักเบาและผิวสัมผัสที่แวววายเป็นประกายสวยงามอีกด้วย

4 . Dark Sword (ดาร์ค สวอร์ด)

เป็นอาวุธโบราณชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างจากวัตถุดิบพิเศษซึ่งมีความสามารถในการต้านทานไลท์เซเบอร์ได้ แต่ยังคงไม่สามารถหยุดการทำงานของไลท์เซเบอร์ได้อีกเช่นกันแม้จะสัมผัสโดยตรงก็ตาม

5. Water (น้ำ)

ใช่แล้วล่ะครับ !! ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า ไลท์เซเบอร์จะมาแพ้เจ้าของใกล้ตัวแบบน้ำธรรมดาๆได้ โดยที่ไลท์เซเบอร์ทุกๆอันนั้นจะดับลงทันที เมื่อจมอยู่ใต้น้ำ เนื่องจากปฎิกริยาลูกโซ่ที่เกิดอย่างฉับพลัน ทำให้ปริมาณที่มีอยู่มากของน้ำได้เข้าไปทำให้ลำแสงของไลท์เวเบอร์เย็นตัวลงและไม่สามารถใช้การได้นั่นเอง และในเวลาที่ต้องใช้ไลท์เวเบอร์ในขณะที่เกิดฝนตก ก็จะทำให้ไลท์เวเบอร์เกิดการรวนเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับหยุดการทำงานได้ครับ คงต้องใช้ระวังๆหน่อยเนอะ


เป็นไงกันบ้างครับสำหรับสิ่งที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้ ถือว่าแปลกใหม่ใช้ได้เลยใช่มั้ยล่ะ ถ้าใครอ่านแล้วชอบก็สามารถแชรืเพื่อแบ่งปันให้เพื่อนๆ น้องๆ อ่านกันต่อไปได้จะครับ จะได้มีเรื่องสนุกๆไว้เม้ามอยกันต่อได้ และวันนี้ผมเองก็คงต้องลาไปก่อน สวัสดีครับ !!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ร่วมลุ้นไปกับนิวท์ สคามันเดอร์และผองเพื่อนใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์

Published

on

ระหว่างศาสตร์มืดอันเย้ายวนของ กรินเดลวัลด์ กับ ความสงบสุขของโลก เขาจะเลือกทางไหน..??

Warner Bros. Pictures จัดเต็มอีกครั้ง ด้วยการปล่อยภาพจากหนังชุดใหม่ จากภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์” 

การเดินทางครั้งที่ 2 ในโลกเวทมนตร์..ไม่กี่เดือนหลังจาก “นิวท์ สคามันเดอร์” ได้เปิดหน้ากากและจับตัวพ่อมดศาสตร์มืดตัวร้าย “เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์” อย่างไรก็ดี ตามที่เขาลั่นวาจาไว้ กรินเดลวัลด์หลบหนีไปได้และรวบรวมสมัครพรรคพวกที่เดินตามรอยเขา ยกย่องพวกผู้วิเศษไว้เหนือพวกสิ่งมีชีวิตที่ไร้เวทมนตร์ เพียงผู้เดียวที่อาจหยุดยั้งเขาได้คือพ่อมดที่เขาเคยเรียกว่าเป็นเพื่อนรัก “อัลบัส ดัมเบิลดอร์” แต่ดัมเบิลดอร์จะต้องการความช่วยเหลือจากพ่อมดที่เคยจัดการกรินเดลวัลด์มาแล้วครั้งหนึ่ง นิวท์ สคามันเดอร์ อดีตนักเรียนของเขา การผจญภัยครั้งนี้ทำให้นิวท์และ ทีน่า ควีนนี่ และเจค็อบ ได้กลับมาพบกัน แต่ภารกิจนี้จะรวมถึงการทดสอบความซื่อสัตย์ของพวกเขา กับการได้เผชิญความเสี่ยงใหม่ ๆ ในภยันตรายที่เพิ่มมากขึ้น และโลกของผู้วิเศษที่แตกแยก

ผลงานการกำกับของ เดวิด เยทส์ จากฝีมือรังสรรค์บทของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง อำนวยการสร้างโดย เดวิด เฮย์แมนเจ.เค. โรว์ลิ่งสตีฟ โคลฟส์ และไลโอเนล วิแกรม พร้อมทั้งยังได้นักแสดงมาร่วมทีมอย่างคับคั่ง อาทิ เอ็ดดี้ เรดเมย์น (นิวท์ สคามันเดอร์)จู๊ด ลอว์ (อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เวอร์ชั่นหนุ่ม)จอห์นนี่ เดปป์ (เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์)เอซรา มิลเลอร์ (ครีเดนซ์ แบร์โบน)แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน (ทีน่า โกลด์สตีน)แดน ฟ๊อกเลอร์ (เจคอบ โควัลสกี)อลิสัน ซูดอล (ควีนนี่ โกลด์สตีน) พร้อมด้วย คลอเดีย คิม (มาเลดิกตัส)โซอี้ คราวิทซ์ (ลีตา เลสแตรงจ์)คัลลั่ม เทอร์เนอร์ (ธีซีอุส สคามันเดอร์) เป็นต้น

แล้วมาลุ้นไปกับ นิวท์ สคามันเดอร์ และผองเพื่อน ใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald สัตว์มหัศจรรย์ อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ 15 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ในระบบปกติ 3D, IMAX3D และ 4DX

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (9-11 พ.ย.) : The Grinch เปิดตัวดี 75 ล้านเหรียญทั่วโลก

The Grinch เปิดตัวในช่วงต้นเทศกาลหยุดยาวปลายปีได้ดี

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ ภายใต้งานสร้างของสูดิโอ Illumination เจ้าของผลงานสุดฮิตอย่าง Despicable Me และ Minion ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้ไป 66 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 78.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

  • ผู้กำกับ รอน ฮาร์เวิร์ด เคยดัดแปลงหนังสือดังกล่าวเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2000 ในชื่อ How the Grinch Stole Christmas ซึ่งนำแสดงโดย จิม แครีย์ และประสบความสำเร็จสูงมากด้วยรายได้ 345 ล้านเหรียญทั่วโลก

Overlord ผลงานอำนวยการสร้างของ เจ เจ แอบรัมส์ ที่เน้นบรรยากาศในสงครามโลก ผสานกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และสยองขวัญ คล้ายกับนำองค์ประกอบของภาพยนนตร์เกรดบีในยุคก่อนมาปัดฝุ่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ก็ทำรายได้เปิดตัวไปในระดับกลาง 10.1 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 19.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 38 ล้านเหรียญเท่านั้น

The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story ที่สานต่อเรื่องราวของหญิงสาวรอยสักมังกรจากไตรภาค Millennium ของประเทศสวีเดน ทำรายได้เปิดตัวไปเพียง 8 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไปเพียง 16.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 43 ล้านเหรียญ

และ Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของวง Queen และนักร้องนำ เฟรดดี เมอร์คิวรี ที่เต็มไปด้วยสีสัน ก็ยังคงทำรายได้ดี โดยในสหรัฐอเมริกาทำไปได้กว่า 100 ล้านเหรียญแล้ว ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 285.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 52 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : The Grinch

66 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 12.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 78.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Bohemian Rhapsody

30.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 100 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 185.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 285.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Overlord

10.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 9.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : The Nutcracker and the Four Realms

9.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 35.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 61.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 97 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

8.02 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 16.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : A Star is Born

8.01 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 178 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 144.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 322.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 24.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 24.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Venom

4.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 206.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 467.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 673.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Halloween

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 156.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 88.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 245.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : The Hate U Give

2.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 26.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 2.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 28.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 23 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ผู้กำกับ Bat V Sup เผย ซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังหูทิยพ์หาแม่ เพราะเขาไม่อยาก “เพิกเฉยเสียงผู้คนที่ร้องขอความช่วยเหลือ”

Published

on

Batman V Superman คือภาพยนตร์ซุปเปอร์จากฝั่ง DC อันเป็นฝีมือการกำกับของ Zack Snyder ที่เขาได้แฝงสรรพสิ่งเชื่อมโยงหรืออ้างอิงหนังสือการ์ตูนคอมมิคในรูปแบบสัญญะ นัย และเรื่องราวฉากหลังที่เอาใจแฟน DC แบบสุดๆ แต่ก็เพราะไอความแฟนเซอร์วิสนี่แหละ มันเลยก่อให้เกิดข้อสงสัยและข้อถกเถียงมากมายกับคนดู ซึ่งหนึ่งในฉากที่หลายคนฉงนกันมากเป็นอันดับต้นๆ คือ “ทำไมซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังการได้ยินในการหาแม่ของเขาแทนการก้มหัวทำตามคำสั่ง เล็กซ์ ลูเธอร์ (Lex Luthor)

แต่ดูเหมือนตอนนี้ข้อสงสัยที่ว่า ได้ถูกเฉลยผ่านตัวพี่ Snyder ของเราเองผ่านการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ถามตอบถึงผลงานและความเป็นอยู่ของแกในปัจจุบันบน Twitter ส่วนตัว ซึ่งเขาก็ได้อธิบายว่า

ในฉากกรีนสกรีนที่ซุปเปอร์แมนบินขึ้นเหนือเมืองและกล้องเริ่มหมุนรอบตัวเขา ในจังหวะนั้น เขาจะได้ยินเสียงกรีดร้องของความช่วยเหลือของผู้คน และเสียงของการก่ออาชญากรรม ซึ่งหากสังเกตดูทีสีหน้าของซุปเปอร์แมน คุณก็จะเห็นได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดอยู่ เพราะเขารู้ตัวว่าหากใช้วิธีดังกล่าวหาแม่ เขานั้นจะต้องเพิกเฉยต่อเสียงขอความช่วยเหลือจากทั้งสองเมือง (Metropolis, Gotham) และโลกทั้งใบ

ที่มา: Twitter

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!