Connect with us

What The Fact

ออสการ์ปีนี้ เพลงไหนดี เพลงไหนโดน เพลงไหนน่าจะได้รับรางวัล !!!

Published

on

หนึ่งปีกำลังจะเวียนมาบรรจบอีกแล้ว สำหรับงานประกาศผลรางวัลที่จัดขึ้นโดย สถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ หรือที่เราเรียกกันด้วยชื่อที่คุ้นเคยว่า “รางวัลออสการ์” ซึ่งครั้งนี้เป็นปีที่ 90 แล้ว โดยพิธีจะมีขึ้นในวันที่ 4 มีนาคม .. 2561 โรงมหรสพดอลบีเธียเตอร์ ในฮอลลีวูดรัฐแคลิฟอร์เนีย

ซึ่งก็ตามธรรมเนียมที่ในช่วงต้นปีก็จะมีการประกาศรายชื่อหนังและนักแสดงที่เข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ ซึ่งเพลงประกอบภาพยนตร์ก็เป็นสาขาหนึ่งในรางวัลนี้ด้วย

โดยในปีนี้มีบทเพลงที่เข้าชิงรางวัลในสาขา “เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song)” ด้วยกัน 5 เรื่อง ซึ่งจะมีเพลงอะไร จากหนังเรื่องอะไร และแต่ละมีเพลงมีความโดดเด้งน่าสนใจอย่างไรบ้างจึงได้เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ


1. Sufjan Stevens, “Mystery of Love” (Call Me By Your Name)

  • Call Me By Your Name เป็นผลงานการกำกับของ ลูกา กัวดาญีโน โดยดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง “Call Me By Your Name” ของอังเดร อาซีมาน เป็นเรื่องราวในฤดูร้อนปี 1983 ทางตอนเหนือของอิตาลี เอลิโอ เด็กหนุ่มวัย 17 ที่ใช้ชีวิตในคฤหาสน์เก่าแก่กับพ่อและแม่ที่เป็นนักวิชาการ จนมาวันหนึ่ง โอลิเวอร์ นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกันเดินทางมาช่วยงานวิจัยของพ่อเขา การปรากฏตัวของโอลิเวอร์ทำให้เอลิโอได้คเนพบกับพรมแดนทางจิตใจที่ไม่เคยสำรวจมาก่อน
  • “Mystery of Love” เป็นผลงานเพลงของ ซุฟยอน สตีเว่นส์ นักร้องนักแต่งเพลงหนุ่มชาวอเมริกัน ผู้มีพรสวรรค์ในการแต่งเพลงและบรรเลงดนตรีได้อย่างสดใหม่ ไพเราะ และรุ่มรวยไปด้วยอารมณ์ โดยแนวเพลงส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นแนวอินดี้โฟล์ค
  • “Mystery of Love” มาในท่วงทำนองแบบอินดี้โฟล์ค ที่เรียบง่ายในสไตล์ของซุฟยอน เสียงดนตรีหลักมาจากแบนโจ อันเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของดนตรีโฟล์ค เพลงนี้ซุฟยอนมีการนำเอารูปแบบของดนตรีคลาสสิคมาใช้ในการเรียบเรียงดนตรี เมื่อผสมกับแนวโฟล์คที่มีอยู่เดิมจึงกลายเป็นแนวที่เรียกว่า “บาโรค ป็อป” ท่วงทำนองเพลงนี้มีกลิ่นอายของความฟุ้งฝัน และแสดงออกถึงอารมณ์อันละเมียดละเอียดอ่อนของตัวละครเอลิโอที่มีต่อโอลิเวอร์ ผ่านน้ำเสียงโศกซึ้งของซุฟยอนที่ราวกับสวมวิญญาณของเอลิโอมาถ่ายทอดห้วงอารมณ์ของตนเองผ่านบทเพลงนี้เลย
  • เนื้อหาของเพลงซุฟยอนแต่งได้งดงามราวบทกวี มันถ่ายทอดความรู้สึกที่เอลิโอมีต่อโอลิเวอร์ได้อย่างละเมียดละไม เป็นห้วงอารมณ์ของความหลงใหลในรักอันแสนลี้ลับและน่าพิศวงสงสัย

Oh, oh woe-oh-woah is me
The first time that you touched me
Oh, will wonders ever cease?
Blessed be the mystery of love

โอ้วมันช่าง…
สัมผัสแรกของคุณนั้น
โอ้ มันจะมีวันจางหายไปไหม?
รักอันแสนเร้นลับนั้นช่างน่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน

  • ซุฟยอนแต่งท่อน oh woe-oh-woah is me ได้อย่างมีลูกเล่น มันเป็นการผสมกันระหว่าง “woe is me” กับ “woah is me” ซึ่ง “woe is me” นั้นเป็นคำอุทานที่แสดงถึงความเศร้าเสียใจ ส่วน “woah is me” นั้นก็คือ Woah! ที่เป้นคำอุทานแสดงความดีใจ อัศจรรย์ใจ สุขใจ ซึ่งสองสิ่งนี้มันสื่อถึงความรู้สึกของเอลิโอที่มีต่อสัมผัสแรกและสัมผัสสุดท้ายจากชายคนรักนั่นเอง
  • เพลงนี้ถือได้ว่าเป็นตัวเต็งสำหรับสาขานี้เลยก็ว่าได้ ด้วยท่วงทำนองพลิ้วไหวสุดไพเราะของบทเพลงที่เข้ากันดีกับตัวหนัง อันว่าด้วยเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มน้อยกับหนุ่มใหญ่อันอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความฝัน แห่ง ฤดูร้อนของเมือง… ซึ่งเพลงกับหนังมันช่างเสริมส่งกันดียิ่งนัก และ“Call Me By Your Name” ก็ถือเป็นหนึ่งในหนังที่กระแสมาแรงมากในปีนี้อีกทั้งตัวหนังเองยังได้เข้าชิงในสาขา “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)” และสาขาอื่นๆอีกด้วย จึงทำให้น่าลุ้นมากกว่าบทเพลงนี้ของหนุ่ม ซุฟยอน สตีเว่นส์ น่าจะมาวินในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแน่ๆ

2. Mary J. Blige, “Mighty River” (Mudbound)

  • “Mighty River” ขับร้องโดยนักร้องสาว  แมรี เจ ไบลจ์ (Mary J. Blige ) ซึ่งเพลงนี้เธอแต่งเนื้อร้องร่วมกับ ราฟาเอล ซาดิค (Rafael Saadiq) ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของเพลงนี้ด้วย
  • Mudbound เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าจาก NETFLIX อันว่าด้วยเรื่องของหนุ่มผิวสีสองคนที่กลับบ้านมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลงเพื่อมาทำไร่ ณ ดินแดนห่างไกลในมิสซิสซิปปีที่ซึ่งทั้งคู่จะได้พบกับความทุกข์ยากและปัญหาจากการเหยียดเชื้อชาติและความลำบากในการปรับตัวกับชีวิตหลังสงคราม
  • Mighty River มาในท่วงทำนองแบบบัลลาดช้าๆ อาร์ แอนด์ บี ผสมกับน้ำเสียงของแมรี จึงทำให้เป็นเพลงที่ฟังดูเศร้าแต่ก็เคล้าไปด้วยความเข้มแข็งหนักแน่นของผู้ที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรคและความยากลำบาก
  • เนื้อหาของเพลงสะท้อนให้เห็นถึงการเรียนรู้สิ่งที่ชีวิตได้ประสบมาจากปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาอันเราได้ฟันฝ่าไปด้วยความเข้มแข็งแห่งรัก

Life is a teacher, time is a healer
And I’m a believer like a river wild
Ego’s a killer, greed is a monster
But love is stronger, stronger than them all

ชีวิตเป็นดั่งครู เวลาคือสิ่งเยียวยา
และฉันคือผู้มีความเชื่อมั่นดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก
อัตตาคือฆาตกร โลภะคือปัศาจร้าย
แต่ความรักนั้นคือสิ่งที่เข้มแข็งกว่าสิ่งใดทั้งมวล

Love is the answer, hate is a cancer
Hope of forgiveness, it waters the soul
Our blood is red, we’re not so different
‘Cause underneath our skin we’re identical

ความรักคือคำตอบ ความเกลียดชังคือมะเร็งร้าย
ความหวังของการให้อภัย เป็นดั่งสายน้ำอันรินรดจิตวิญญาณ
เลือดของเราทั้งผองเป็นสีแดง เรานั้นไม่ได้ต่างกันเลย
เพราะภายใต้เนื้อหนังของเรานั้น เราเป็นเช่นเดียวกัน

Mighty River นอกจากจะเข้าชิงสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์แล้วยังเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award) ในสาขาเดียวกันนี้ด้วยแต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ “This is Me” บทเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Showman ซึ่งก็ถือว่างานนี้ Might River อาจจะมีลุ้น เพราะเป็นหนึ่งในสองเพลงที่เข้าชิงในสาขานี้ของทั้งออสการ์และลูกโลกทองคำ โดยอีกเพลงที่เข้าชิงทั้งคู่เหมือนเพลงนี้ก็คือเพลง “Remember Me” จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Coco


3. Miguel Featuring ft. Natalia Lafourcade, “Remember Me (Dúo)” (Coco)

  • COCO เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดจาก พิกซาร์ สตูดิโอ เล่าถึงเด็กชายชื่อว่า มิเกล ผู้มีความรักและความฝันที่จะเป็นนักดนตรี แต่สำหรับครอบครัวของมิเกล ดนตรีเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะมันเคยสร้างบาดแผลให้กับ คุณย่าทวดของเขา แม้จะถูกห้ามปรามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ทำให้มิเกลถอดใจ หากยิ่งทำให้มิเกลพยายามจะสานความฝันที่จะเป็นนักร้องด้วยการขึ้นประกวดบนเวทีดนตรี  และมิเกลได้แอบเข้าไปในสุสานของนักร้องชื่อดังเพื่อขอยืมกีต้าร์ตัวโปรด ทำให้เขาได้พบกับเหตุการณ์ลี้ลับน่ามหัศจรรย์อันนำเขาไปสู่โลกของคนตายในช่วงของเทศกาลแห่งความตายที่ดวงวิญญาณจะเดินทางกลับจากอีกโลกมาเยี่ยมญาติ จากนั้นการผจญภัยเพื่อความฝันและครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น 
  • Coco เป็นภาพยนตร์อันมีแก่นเรื่องที่ว่าด้วยเรื่องของครอบครัว ในประเด็นที่ว่าคำว่าครอบครัวนั้น ไม่ควรมีใครถูกลืม  คำว่าตายจากชีวิตแต่อย่าให้ตายจาก “ความทรงจำ” ดูเหมือนว่าจะเป็นสารที่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดประทับใจเรื่องนี้ได้บอกกับเรา และบทเพลง “Remember Me” ก็เป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ตอกย้ำถ้อยความนี้ให้ฝังแน่นอยู่ในใจเรา
  • เวอร์ชั่นที่ได้เข้าชิงนี้เป็นเวอร์ชั่นร้องคู่โดย Miguel และ Natalia Lafourcade  โดย Miguel ร้องท่อนภาษาอังกฤษ และ Natalie ร้องท่อนภาษาสเปน ผ่านท่วงทำนองแบบดนตรีอะคูสติค อันมีส่วนผสมของดนตรีสเปน อันมีเสน่ห์และสอดคล้องกับบริบทของเรื่องราวในภาพยนตร์

Recuérdame, si en tu mente vivo estoy
Recuérdame, mis sueños yo te doy
Te llevo en mi corazón y te acompañaré
Unidos en nuestra canción, contigo ahí estaré

จดจำฉันเอาไว้นะ หากฉันยังอยู่ในใจเธอ ฉันก็จะยังมีชีวิตอยู่ได้
จดจำฉันเอาไว้ ฉันขอมอบความฝันของฉันให้กับเธอ
ฉันจะเก็บเธอไว้ในใจ และจะคอยอยู่เคียงข้างเธอ
รวมเป็นหนึ่งเดียวกันในเพลงของเรา ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเอง

(ขอขอบคุณคำแปลจากเว็บ Aelitax Translate ครับ) 

  • นอกจากเวอร์ชั่นนี้ก็จะมีอีกเวอร์ชั่นที่ร้องโดย Iñigo Pascual ซึ่งฟังดูแล้วจะออกไปในโทนไบรท์ๆกว่า เวอร์ชั่นร้องคู่ที่มีฟีลซึ้ง นวลๆกว่า

“Remember Me “  เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้เข้าชิงในสาขานี้จากทั้งสองสถาบันอีกทั้ง ตัวหนังเจ้าของเพลงประกอบยังได้รับรางวัลในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมอีกด้วย และเชื่อว่าหนังเองก็อาจจะได้รับรางวัลในสาขาเดียวกันนี้จากออสการ์ด้วยเช่นกัน จึงน่าลุ้นว่าจากการเป็นผู้เข้าชิงสาขาเพลงในลูกโลกทองคำ อาจได้กลายเป็นผู้ชนะเลิศจากออสการ์ก็เป็นได้


4. Andra Day Featuring Common, “Stand Up For Something” (Marshall)

  • “Stand Up For Something” เป็นบทเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Marshall อันสร้างจากเรื่องราวของบุคคลจริงในประวัติศาสตร์อเมริกัน Thurgood Marshall” ทนายความชาวอเมริกันที่กลายเป็นผู้พิพากษาอเมริกัน-แอฟริกันคนแรกของอเมริกา
  • ด้วยเรื่องราวที่เล่าถึงบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ผู้ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง บทเพลงจึงต้องยิ่งใหญ่และหนักแน่นตามไปด้วย “Stand Up For Something” แปลตรงตัวก็คือยืนหยัดเพื่อบางสิ่ง เพลงนี้ได้นักร้องนักแต่งเพลงสาวชาวอเมริกัน Andra Day มาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านน้ำเสียงอันหนักแน่น เข้มแข็งของเธอ ทำให้ฟังแล้วเกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาในทันที  ผลงานเพลง Andra Day เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขาอัลบั้ม R&B ยอดเยี่ยมแห่งปี เพลงของ Andra Day หลักๆเป็นแนว R&B ที่มีส่วนผสมของ โซล บลูส์  อันเป็นแนวดนตรีของ “Stand Up For Something” ด้วย
  • เพลงนี้ได้แร็พเปอร์หนุ่มชาวอเมริกัน Lonnie Rashid Lynn, Jr. หรือชื่อในวงการคือ Common มาร่วมฟีเจอริ่ง เนื้อหาของเพลงพูดถึงการยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชีวิตจะมีค่าเมื่อมันได้ดำรงอยู่เพื่อทำในสิ่งดีงามอันคือความถูกต้องนั่นเอง

You can have all the money in your hands
All the possessions anyone can ever have
But it’s all worthless treasure, true worth is only measured
Not by what you got, but what you got in your heart
You can have, you can have everything
What does it, what does it mean?

คุณสามารถครอบครองเงินทั้งหมดในมือของคุณ
ทรัพย์สมบัติทั้งหมดเท่าที่คุณจะหามาได้
แต่มันจะไม่มีค่าอะไรเลย
เพราะคุณค่าที่แท้จริงนั้นไม่ได้วัดจากสิ่งที่คุณมี
แต่วัดจากสิ่งที่คุณมีในหัวใจ
คุณสามารถมีทุกๆสิ่งได้
แต่มันจะมีค่าอะไรล่ะ มันจะมีความหมายใด?

สำหรับเพลงนี้บ้านเราอาจยังไม่รู้จักกันนัก เพราะว่าตัวหนังเองก็ยังไม่ได้ฉายในบ้านเราด้วย ส่วนตัวมองว่าถึงแม้จะเป็นเพลงที่ดีทั้งท่วงทำนองและเนื้อหาแต่ก็ไม่ได้มีความป็อปปูล่าพอที่จะตราตรึงสมแก่การได้รับรางวัลในสาขานี้ จึงทำให้เพลงนี้อาจไม่ใช่ตัวเต็งที่จะได้รับรางวัลออสการ์ในสาขานี้ไป


5. “This Is Me” (The Greatest Showman)

  • “The Greatest Showman” เป็นภาพยนตร์แนวมิวสิคัลอันได้แรงบันดาลใจจากความมุ่งมั่นและจินตนาการของ พี.ที. บาร์นัม ผู้ริเริ่มคณะละครสัตว์สุดยิ่งใหญ่ โดยถ่ายทอดเรื่องราวของคนช่างฝันที่มาจากศูนย์ และได้สร้างการแสดงอันชวนตะลึงจนสร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก กำกับโดย ไมเคิล กราซีย์  นำแสดงโดย ฮิวจ์ แจ็คแมน
  • ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จะแตกต่าง แปลกแยกจากผู้อื่นมากแค่ไหน  “จงภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น” นี่คือแก่นสารสำคัญของบทเพลงเพลงนี้ อันรังสรรค์เนื้อร้องและท่วงทำนองโดย เบ็น พาเซค และ จัสติน พอล ผู้เคยฝากผลงานได้ในภาพยนตร์มิวสิคัลสุดฮ็อตอย่าง “La La Land”    บทเพลงนี้ขับร้องโดยตัวละคร “สาวหนวด” ผู้มีน้ำเสียงอันเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ แต่กลับเลือกที่จะปิดบังรูปลักษณ์ที่คนรอบข้างมองว่าแปลกประหลาด แต่พี.ที. บาร์นัม เจ้าของโรงละครได้มองเห็นความสามารถและชักชวนเธอมาร่วมทำการแสดง และนั่นคือก้าวแรกที่ทำให้เธอมองเห็นคุณค่าของตัวเอง ตัวละครนี้รับบทโดย  Keala Settle ผู้เป็นนักแสดงหญิงเจ้าของเสียงร้องในเพลงนี้
  • ด้วยเนื้อหาของเพลงที่เป็นกำลังใจให้กับบุคคลทุกคนได้ยืนหยัดและมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น อันถูกถ่ายทอดผ่านเสียงร้องและท่วงทำนองปลุกใจชวนให้ฮึกเหิมจึงทำให้เพลงนี้คว้ารางวัลลูกโลกทองคำในสาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยมไป

I’m not scared to be seen
I make no apologies, this is me

ฉันจะไม่หวาดกลัวที่จะถูกพบเห็นอีกต่อไป
และฉันจะไม่ขอโทษต่อสิ่งใด เพราะนี่คือ “สิ่งที่ฉันเป็น”

This is Me นั้นคว้ารางวัลในสาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยมจากลูกโลกทองคำในปีนี้ไปแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะได้รางวัลจากสองสถาบันซ้อน เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าจะรางวัลในสาขาไหน ออสการ์มักจะไม่ค่อยตามลูกโลกทองคำเท่าไหร่ (มันเหมือนเป็นการเสียเชิงนิดๆ) จึงคิดว่าโอกาสอาจจะเป็นของสองเพลงที่เข้าชิงทั้งสองสถาบัน อย่าง “Mighty River” และ “Remember Me” หรือไม่งั้นก็ต้องเป็นน้องใหม่ไฟแรงอย่าง “Mystery of Love”


วิเคราะห์แนวโน้มเพลงที่น่าจะได้รับรางวัลจากสาขา “เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” ในปีนี้


ส่วนใหญ่แล้วเพลงที่ได้ชนะรางวัลในสาขานี้จากปีก่อนๆมักจะมีแนวโน้มว่าเป็นดังนี้

  • เป็นเพลงที่ไพเราะจนปฏิเสธไม่ได้
  • เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่โด่งดัง ผู้คนจดจำได้ และอาจร้องโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง
  • ภาพยนตร์ที่เพลงนั้นไปประกอบเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังและได้รับความนิยมในวงกว้าง

ยกตัวอย่างเช่นเพลงเหล่านี้

“Falling Slowly” จากภาพยนตร์เรื่อง Once

มันเป็นเพลงที่เรียบง่ายแต่ไพเราะโคตรๆ ที่มาพร้อมกับหนังอินดี้สุดประเสริฐที่แจ้งเกิดให้กับผู้กำกับที่มีใจรักในเสียงดนตรีอย่าง John Carney ที่ต่อมาหนังทุกเรื่องก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับดนตรีหมด ไม่ว่าจะเป็น Begin Again หรือ Sing Street ก็ตาม นอกจากนี้เพลงนี้ยังดังข้ามปีและอาจจะข้ามภพข้ามชาติกันไปเลย ซึ่งในทุกวันนี้ก็ยังมีคนเอาเพลงนี้ไปร้องประกวดตามเวทีต่างๆอย่างไม่ขาดช่วงกันเลยทีเดียว

“Let It Go” จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Frozen

  • จะไม่ให้ได้รางวัลได้อย่างไร ก็เล่นร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองขนาดนี้ ไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดงบ้านไหนก็ต้องร้อง “ Let It Go , Let It Go…” พร้อมเต้นพลิ้วไปตามๆกัน
  • ตัวเพลงดี แอนิเมชั่นเด่น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งเพลงและหนังดังคู่กันไปเลย

Writing’s On The Wall” จากภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ภาค “Spectre”

  • จะไม่ให้ได้รางวัลได้อย่างไร ก็เล่น เอาพี่แซม สมิธมาร้องแถมเขียนเนื้อเพลงร่วมด้วยอีกต่างหาก และเพลงกับหนังก็มาแบบปังๆเสียด้วย เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วทั้งหนังและเพลงดูดร็อปกว่าใช้ได้เลย จึงทำให้เพลงนี้ได้รับรางวัลไปอย่างสวยๆเลย
  • เพลงนี้ไม่ใช่เพลงแรกของหนังเจมส์ บอนด์ที่ได้รับรางวัลในสาขานี้ เพราะก่อนหน้านี้มี “Skyfall” ที่ขับร้องและร่วมแต่งเนื้อเพลงโดย Adele นักร้องสาวร่วมชาติเดียวกันกับแซม สมิธ คนอังกฤษก็ต้องร้องเพลงหนังอังกฤษเป็นธรรมดา และทั้งสองคนนี้ก็พีคทั้งคู่ จึงดูเหมือนว่า “Spectre” นี่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เดินตมสูตรภาคก่อนอย่าง “Skyfall” เลยก็ว่าได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีปีที่ตัวเพลงเข้าเกณฑ์ตามที่พูดมาหมดเลย คือ ไพเราะด้วย ดังด้วย นักร้องก็ดัง หนังก็ดัง แต่ก็ได้เพียงแค่เข้าชิง อาทิเช่น

“Lost Stars” จากภาพยนตร์เรื่อง Begin Again

  • เป็นอีกครั้งที่เพลงจากหนังของ John Carney ได้เข้าชิงในสาขานี้ ซึ่งเรื่องก่อนของเขาคือ Once ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศไปจากเพลง “Falling Slowly”  ซึ่งออสการ์เองก็คงรู้สึกว่า มันจะมาคว้ารางวัลอะไรกันทุกครั้งฟระ ปีนี้รางวัลก็เลยตกเป็นของเพลง “Glory” จากภาพยนตร์เรื่อง Selma ไป

ฟันธง!!!


คราวนี้มาสู่ช่วงฟันธงกันแล้วนะครับ ซึ่งถ้าจะให้วิเคราะห์ (กันแบบมั่วๆแต่มีหลักการ) แล้วล่ะก็ผมคิดว่า ผู้ที่จะคว้ารางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนี้กลัยไปนอนกอดที่บ้านน่าจะเป็น…

“Mystery of Love” ของ Sufjan Stevens ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Call Me By Your Name นั่นเองครับ !!!

ซึ่งการฟันธง (แบบมั่วๆแต่มีหลักการ)นี้มีเหตุผลมาจาก

  • ออสการ์มักไม่ค่อยให้รางวัลซ้ำกับลูกโลกทองคำเท่าไหร่ จึงคิดว่า “This is Me” ไม่น่าจะได้รับรางวัลนี้ในเวทีออสการ์อีก
  • ส่วนสองเพลงคือ “Mighty River” และ “Remember Me” ต่างก็ได้เข้าชิงจากทั้งสองสถาบัน แต่ถึงกระนั้นผมเองก็ยังรู้สึกว่ารางวัลอาจจะไม่ตกเป็นของเพลงทั้งสองนี้ การได้เข้าชิงจากทั้งสองสถาบันนั้นถือว่าเท่พอแล้ว (ตรรกะอะไรวะเนี่ย)
  • เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่ารางวัลจะต้องตกเป็นของ “Mystery of Love”  อย่างแน่นวล เนื่องจาก 1. เพลงเพราะ เรียบง่ายแต่งดงาม และมีเอกลักษณ์ 2. เนื้อหาลึกซึ้งกินใจ ช่วงเล่าเรื่องและช่วยให้เข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี 3. หนังเป็นอินดี้มามืดมาเงียบๆ แต่ค่อยๆถูกพูดถึงในวงที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ และตัวเพลงก็ถูกแชร์ต่อกันไปในฐานะเพลงประกอบหนังที่น่าสนใจและมีความไพเราะโดนใจ   

สุดท้ายแล้วผลจะเป็นอย่างไรเราก็ต้องไปลุ้นกันในเดือนมีนาคมนี้นะครับ ไว้ตอนนั้นเรามาลุ้นกันอีกทีดีกว่านะครัย ว่าเพลงไหนจะได้รับรางวัลนี้ไป !!!

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

เซอร์ไพรส์ล่าสุดจาก BNK48 x PAUL ทำงงลบภาพ & วีดีโอที่โพสต์ไปแล้ว

Published

on

เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19:30 น. ของวันนี้ 25 มิ.ย. 2561 สมาชิกในวง BNK48 จำนวน 6 คนได้แก่ เฌอปราง/ อร/ มิวสิค / โมบายล์ / ปัญ และเจนนิษฐ์ ได้โพสต์ภาพพร้อมๆ กัน โดยด้านบนของภาพปรากฏข้อความ PAUL depuis 1889 / the BAKING MOMENT X BNK48 ในภาพทุกคนกำลังทำท่าจะทานขนมที่มีโลโก้ PAUL อยู่ในมือ พร้อมโพสต์ข้อความเดี่ยวกัน รวมทั้งเชิญชวนให้มีการชมวีดีโอ ผ่าน Facebook & IG PAUL Thailand อีกด้วย

ข้อความที่โพสต์
ความเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ของ BNK48 กับร้าน PAUL ใน Project สุด cute “BNK48 x PAUL” : The Baking Moment ของ เฌอปราง/ อร/ มิวสิค/ โมบายล์/ ปัญ และเจนนิษฐ์ ที่จะมา Bake ขนมเมนูใหม่และ signature ของร้าน PAUL แบบสนุกๆ น่ารักๆ ตามสไตล์ของแต่ละคน VDO มี 3 ตัว ดูกันให้ครบและแชร์กันเลย ดู VDO ได้ทั้งใน FB/IG PAUL Thailand
#PAUL #PAULxBNK48 #PAULthebakingmoment #PAULSiamParagon

เวลาประมาณ 20:10น. ก็เกิดเหตุการณ์ชวนให้สงสัย เพราะระหว่างที่เขียนบนความนี้อยู่นั้น กำลังจะเช็คภาพอีกครั้ง ก่อนดำเนินการโพสต์ข่าว อยู่ๆ ภาพชุดดังกล่าวก็ถูกลบออกจากเพจของน้องๆ BNK48 ทั้ง 6 คน รวมไปจนถึง วีดีโอ ที่โพสต์ไว้บนเพจ PAUL Thailand ด้วย คาดว่าน่าจะมีการประสานงานผิดพลาดบางอย่าง กลับไปตรวจสอบที่เพจ BNK48 ก็ไม่มีความเคลื่อนไหว เพจ PAUL Thailand ก็เช่นกัน แต่ด้วยความนิยมสูงของน้องๆ BNK48 การที่โพสต์ผ่านสื่อไปแล้วก็จะถึงมือทุกคนโดยทันทีเป็นเรื่องปกติ รอประกาศอย่างเป็นทางการกันต่อไปครับว่าจะมีความเคลื่อนไหวใดใดหรือไม่ หากมีความเคลื่อนไหวใดใด จะนำมาเสนอให้ทราบกันต่อไป

ลิ้งค์วีดีโอ : https://www.facebook.com/paul1889.thailand/videos/2076810499197554/

ที่มา : PAUL Thailand CherPrangBNK48 MusicBNK48 OrnBNK48 MobileBNK48 PunBNK48 JennisBNK48

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

10 อันดับ Box Office (22-24 มิ.ย.) : Jurassic World 2 กวาดรายได้ทั่วโลกกว่า 700 ล้านเหรียญ

Jurassic World: Fallen Kingdom ได้เข้าฉายในประเทศบ้านเกิดเป็นสัปดาห์แรก

Published

on

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Jurassic World: Fallen Kingdom ได้เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเป็นสัปดาห์แรก ทำรายได้ไป 150 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไปแล้วถึง 711.5 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 170 ล้านเหรียญ

Incredibles 2 ทำรายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ลดลงกว่า 55% รวมทั่วโลกทำไปแล้วถึง 485 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Jurassic World: Fallen Kingdom

150 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1 *สหรัฐอเมริกา*)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 150 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 561.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 711.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 170 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Incredibles 2

80.9 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 350.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 134.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 485.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Ocean’s 8

11.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 100.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 70.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 171 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 70 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Tag

8.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 30.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 1.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 31.9 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 28 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Deadpool 2

5.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 304.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 403 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 707.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 110 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : Solo: A Star Wars Story

4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 202.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 151.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 353.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 250 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Hereditary

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 35 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 13.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 48.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Superfly

6.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 15.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 16 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Avengers: Infinity War

2.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 9)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 669.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 1,361.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 2,030.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 300 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Won’t You Be My Neighbor?

1.9 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 4.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

WorkPoint เผยตัวอย่างรายการ Victory BNK48

Published

on

หลังจากที่มีข่าวกันมาสักระยะ จนกระทั่งประกาศจับมือร่วมเดินไปด้วยกันอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อ วันที่ 11 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา

Workpoint จับมือ BNK48 ตั้งบริษัท ผลิตรายการทีวี – จัดงานอีเวนต์

Workpoint จับมือ BNK48 ตั้งบริษัท ผลิตรายการทีวี – จัดงานอีเวนต์

วันนี้ 24 มิ.ย. 2561 เพจอย่างเป็นทางการของ WorkPoint ก็ได้อัพโหลดตัวอย่างรายการ Victory BNK48 เรียกน้ำย่อย ก่อนออกอากาศจริงวันที่ 3 ก.ค. 2561 เวลา 21:00 น. เท่าที่ดูตัวอย่างก็โอ้ววว ภาพเบื้องหลังในมุมที่เราไม่เคยเห็น เล่นเกมกันแบบฮา ต้องมาคอยติดตามกันว่าจะสามารถสร้างกระแสความนิยมได้มากน้อยแค่ไหน ไปรอลุ้นกันวันจริงในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้แล้ว

ชมตัวอย่างแรก ของรายการ วาไรตี้ #victorybnk48 ไปพร้อมกัน น่ารักสดใส เฮฮา ในแบบที่คุณไม่เคยเห็นกันมาก่อน พร้อม idol และ icon ทั่วฟ้าเมืองไทยเริ่มออกอากาศ อังคาร ที่ 3 กรกฎาคม นี้ เวลา 21:00 แล้วคุณจะหลงรักพวกเธอและทุกๆคนในรายการนี้

ที่มา : WorkPoint

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!