Connect with us

What The Fact

เบื้องลึก เบื้องหลัง เพลงธีมในตำนานแห่งประวัติศาสตร์วงการเกม “Super Mario Bros. Theme”

Published

on

หนึ่งในเพลงที่ดังที่สุดในโลก มันพุ่งจากหูมาสู่หัวอย่างรวดเร็ว และอยู่ในนั้นตลอดกาล”

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราเมื่อเล่นเกม Super Mario Bros เกมในตำนาน ที่ไม่ว่าใครก็คงเคยผ่านมือมาแล้ว เมื่อแรกได้ยินบทเพลง ตึ๊ด ตือ ดึ๊ด นี่ก็ชำแรกเข้าจากหูเข้าสู่หัวเราอย่างรวดเร็ว และจากนั้นมาก็ไม่มีวันใดที่เราจะลบลืม “บทเพลงที่เป็นที่จดจำมากที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเกม” เพลงนี้ได้เลย

และต่อไปนี้ผมจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับความเป็นมา เป็นไป และเรื่องราวๆต่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าบทเพลงเพลงนี้ครับ

Super Mario Bros. themeมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าGround Theme”  หรือ Overworld Theme

ตัวเพลงถูกร้อยเรียงในจังหวะคาลิปโซ และ ใช้เสียงของซินธิไซเซอร์ที่เลียนแบบเสียงของ กลองเหล็ก (Steel Drum)

ลักษณะเด่นของดนตรีคาลิปโซนั้น คือ เมื่อเราได้ฟังจะชวนให้คิดถึง ท้องทะเล สายลมและแสงแดด เนื่องจากว่ามันมีถิ่นกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน แต่ทว่ามาเติบโตและรุ่งเรืองจนกลายเป็นดนตรีพื้นเมืองของ “สาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโก” อันเป็นประเทศที่เป็นเกาะอันมีชายหาดและแนวปะการังที่สวยงาม และกลองเหล็กก็คือเครื่องดนตรีชิ้นเอกที่ขาดไม่ได้เลยในดนตรีคาลิปโซอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและจิตวิญญาณแห่งท้องทะเล

นี่คือคาลิปโซมิวสิค และ กลองเหล็ก บรรเลงเพลง Under The Sea จาก “The Little Mermaid”

คราวนี้ลองมาฟัง Overworld Theme ที่บรรเลงด้วยกลองเหล็กดูครับ

เราจะได้ยินเพลงนี้ในฉากแรกของเกม Super mario Bros ที่ออกวางจำหน่ายในปี 1985   (คลอเคลียไปกับเสียงกระโดด โหม่งบล็อค หรือ ธีม Starman เมื่อเก็บดาวได้)

Super Mario Bros. themeเป็นหนึ่งใน 6 เพลงธีมของเกม Super Mario Bros  ซึ่งอีก 5 ธีม ประกอบไปด้วย  Underworld , Underwater , Castle , Starman และ End Credits นอกนั้นจะเป็นซาวด์เอฟเฟค เสริมในส่วนต่างๆของเกมเช่น  Level Complete ใช้ตอนผ่านด่าน หรือ Game Over ใช้ตอนตายนั่นเอง

เพลงธีมทั้งหมดจาก Super Mario Bros

0:01 – Overworld

3:03 – Underworld

4:13 – Underwater

6:13 – Castle

7:19 – Starman

7:45 – Level Complete 1

7:51 – Level Complete 2

8:00 – Hurry Underground

8:22 – Hurry Underwater

8:47 – End Credits

9:33 – Game Over

– ผู้แต่งเพลงธีมให้กับ  Super mario Bros และเกมอื่นๆจาก Nintendo อาทิเช่น Zelda มีนามกรว่า “โคจิ คอนโด” (Koji Kondo)


“โคจิ คอนโด” (Koji Kondo)


โคจิ คอนโด ผู้สร้างสรรค์บทเพลงประกอบเกมในตำนาน

ประวัติ

– โคจิ คอนโด เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1961 ที่เมืองนาโงย่า จังหวัด ไอจิ ปัจจุบันมีอายุ 56 ปี

– เริ่มเรียนออร์แกนไฟฟ้าตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จากนั้นเริ่มทำวงคัฟเวอร์กับเพื่อนๆเล่นแนวแจ๊ซและร็อค

-คอนโด ศึกษาในคณะ Art Planning ที่มหาวิทยาลัยศิลปะโอซาก้า ในช่วงเวลานั้นคอนโดริเริ่มแต่งเพลงด้วยตนเองโดยใช้เปียโนและคอมพิวเตอร์ จนในที่สุดเมื่อ Nintendo ส่งเรื่องมาทางมหาวิทยาลัยว่าต้องการคนแต่งเพลงและทำซาวด์ คอนโดจึงสมัครและได้เข้าทำงานในปี 1984

– คอนโดเป็นคนที่สามที่ถูกนินเทนโดจ้างมาให้แต่งเพลงและซาวด์เอฟเฟคประกอบเกม สองคนแรกคือ ฮิโรคาซุ ทานากะ (Hirokazu Tanaka) และ ยูกิโอะ คาเนโอกะ (Yukio Kaneoka)  แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม คอนโดกลับเป็นคนแรกในนินเทนโดที่ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแต่งดนตรีประกอบเกม เกมแรกที่คอนโดแต่งเพลงให้คือเกมชกมวยที่มีชื่อว่า Punch-Out!!

– ผลงานชิ้นเอกของคอนโดนั้นมีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น

Super Mario Bros. (1985) และ Super Mario Bros. ภาคต่างๆอีกมากมาย

The Legend of Zelda (1986) และ ภาคต่างๆของ Zelda

The Legend of Zelda เกม RPG ชื่อดังที่ คอนโด ทำเพลงประกอบให้

– คอนโด บอกว่าเวลาแต่งเพลงส่วนใหญ่ไอเดียไม่ได้ผุดขึ้นมาในเวลางานแต่มักออกมาตอนทำอย่างอื่น เช่น นอนหลับ เดินเล่นในบ้าน หรือ นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ

– คอนโดจะเล่นเกมที่จะแต่งเพลงให้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมไปถึงคิดหา และลองเล่นเพลงที่ตัวเองแต่งซ้ำไปมา เพื่อดูว่ามันเข้ากับเกมแล้วหรือยัง และมันสามารถสื่อถึง “อารมณ์ขณะเล่น” เกมนั้นได้หรือไม่

แนวคิดในการแต่งเพลง Super Mario Bros. theme

ในตอนที่แต่งเพลงนี้ คอนโดมีแนวคิดว่าหากมันไม่สามารถเข้ากันได้กับแอคชั่นของมาริโอ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การกระโดด หรือเสียงซาวด์เอฟเฟคต่างๆก็ตาม เขาจะไม่ยอมใช้มันอย่างแน่นอน

– คอนโดใช้คีย์บอร์ดเล็กๆตัวเดียวในการแต่งเพลงนี้

– ในตอนแรก คอนโดแต่งเพลงจาก Super Mario Bros. เวอร์ชั่นต้นแบบที่มีแค่มาริโอวิ่งไปวิ่งมาบนพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ ดังนั้นคอนโดจึงให้คำจำกัความเพลงธีมในเวอร์ชั่นแรกว่า “ขี้เกียจ” เพราะมันทั้งช้าและชวนง่วง !!! 

– ต่อมาเมื่อเกมได้ปรับเวอร์ชั่นใหม่ คอนโดจึงพบว่าธีมเดิมที่แต่งมาไม่เข้ากับเกมในเวอร์ชั่นนี้ เขาจึงเพิ่มความเร็วและปรับบางส่วนเพื่อให้เข้ากับเกมมากขึ้น

– ในการทำงานคอนโดมักทำงานร่วมกับเกมไดเร็คเตอร์ “ชิเงรุ มิยาโมโต้” (Shigeru Miyamoto) โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปมาเพื่อให้เกิดไอเดียสดใหม่ โดยมิยาโมโตมักจะแชร์เพลงและโน้ตดนตรีเพลงในแนวที่เขาชอบ แต่จะไม่ชี้นำหรือบังคับคอนโดว่าต้องการเพลงแบบไหน

ชิเงรุ มิยาโมโต้ ผู้กำกับเกมมาริโอ

– ในการประชุมสัมมานาผู้พัฒนาเกมในปี 2007 คอนโดได้แสดงให้เห็นว่า ธีมของ Super Mario Bros นั้นมีจังหวะจะโคน ความสมดุล และตอบโต้กับผู้เล่นได้ เขาได้เปิดคลิปสั้นๆของ Super Mario Brosที่แสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวของตัวละครในเกมและการเล่นของผู้เล่นนั้นผสานกันอย่างลงตัวกับบีทของเพลง

– คอนโดกล่าวว่า เขาไม่รู้ว่าจะแต่งเพลงที่โดนได้เท่ากับเพลงธีมนี้อีกหรือเปล่า แต่เขาจะพยายามทำมันต่อไป

ตัวอย่างงานเพลงประกอบเกมที่แต่งโดย โคจิ คอนโด 

Punch-Out!! 

เป็นเพลงประกอบเกมเพลงแรกที่ คอนโด แต่ง เพลงนี้ประกอบเกม Punch-Out!! ในเวอร์ชั่นอาเขต ตัวเพลงให้ความรู้สึกสนุกสนาน เข้ากับตัวเกมที่ดูฮาๆมันส์ๆดี

The Legend of Zelda: Majora’s Mask – The Song of Storms

Zelda เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์อันโด่งดังของนินเทนโด ซึ่งคอนโดได้แต่งเพลงประกอบให้ทุกภาคของเกม สำหรับ  The Song of Storms นั้นมาจากภาค Majora’s Mask ตัวเพลงบรรเลงในท่วงทำนองแบบวอลซ์ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา

Super Mario World 2: Yoshi’s Island – Athletic

เจ้าโยชิเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในจักรวาลของมาริโอ  ตัวเพลงมาในท่วงทำนองแบบบิ๊ก แบนด์ แจ๊ซให้ความรู้สึกสนุกสนาน ร่าเริง กระชุ่มกระชวยเหมือนเจ้าโยชิเลย

The Mysterious Murasame Castle Soundtrack

เป็นเกมแอคชั่นที่เป็นเรื่องของซามูไรและปราสาทแบบญี่ปุ่น ดังนั้นตัวเพลงจึงมีกลิ่นอายของเมโลดี้แบบเพลงญี่ปุ่นดั้งเดิม เสริมเสน่ห์ของความเป็นแดนอาทิตย์อุทัยให้เข้มข้นยิ่ง ผสานไปกับความเร้าใจของท่วงทำนองให้เข้ากันกับเรื่องราวของเกม ขับเน้นความสนุกสนานไปกับการเล่นเกมเกมนี้เป็นอย่างยิ่ง


ที่มา

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

10 อันดับ Box Office (20-22 เม.ย.) : A Quiet Place เบ่ียดแซง Rampage กลับขึ้นอันดับ 1 อีกครั้ง

A Quiet Place, Rampage, I Feel Pretty, Super Troopers 2 …

Published

on

A Quiet Place ประกาศศักดาความฮิตอย่างต่อเนื่อง ทำรายได้ลดลงเพียง 33% อยู่ที่ 22 ล้านเหรียญ และรายได้รวมทั่วโลกนั้นพุ่งสูงถึง 200 ล้านเหรียญแล้ว จากทุนสร้างเพียง 17 ล้านเหรียญเท่านั้น

Rampage อีกหนึ่งภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ประจำซัมเมอร์นี้ ทำรายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ลดลงไป 41% ทำให้ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 ด้วยรายได้ 21 ล้านเหรียญ แต่รายได้ทั่วโลกนั้นไปไกลถึง 283 ล้านเหรียญแล้ว จากทุนสร้าง 120 ล้านเหรียญ

และสำหรับ Isle of Dogs ผลงานอินดี้ของผู้กำกับ เวส แอนเดอร์สัน ซึ่งเป็นภาพยนตร์อินดี้ที่ทำรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศสูงสุดในปี 2018 นี้ ก็ทำรายได้เพิ่มมากขึ้นมากขึ้นอีก 3.4 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้ทั่วโลกรวมอยู่ที่ 39.6 ล้านเหร่ียญแล้วในขณะนี้

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : A Quiet Place

22 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 132.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 74.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 207.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 17 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Rampage

21 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 216.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 283 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 148.6 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : I Feel Pretty

16.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 16.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 32 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Super Troopers 2

14.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

 

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 14.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ :
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 13.5 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Truth of Dare

7.9 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 30.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 7.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 38.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 3.5 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : Ready Player One

7.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 114.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 360.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 474.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 175 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Blockers

6.9 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 48.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 19.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 67.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 21 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Black Panther

4.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 10)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 681 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 642.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 1,323.9 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Traffik

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 3.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

อันดับที่ 10 : Isle of Dogs

3.4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 24.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 15.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 39.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : –

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

การ์ตูน

มาย้อนอดีต 50 ปีกัน!!! กับคลิป Pv ตัวใหม่ของอนิเมะเรื่อง อสูรน้อยคิทาโร่ เวอร์ชั่นปี 2018

Published

on

มาดูกันว่าตำนานระดับ 50 ปีจะยิ่งใหญ่มากแค่ไหนกัน!!!

Gegege no Kitaro (หรือชื่อไทย อสูรน้อยคิทาโร่) ถือเป็นหนึ่งในอนิเมะที่มีการสร้างใหม่มาหลายเวอร์ชั่น หากย้อนกลับไปเวอร์ชั่นแรกที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1968 ก็นับเป็นเวลา 50 ปีเลยทีเดียวที่อนิเมะเรื่อง Gegege no Kitaro ยังคงถูกนำมาตีความสร้างใหม่เรื่อยๆ และเวอร์ชั่นล่าสุดในปี 2018 ก็ได้มีการปล่อย Pv ตัวใหม่ของอนิเมะที่ย้อนอดีต 50 ปีของฉบับอนิเมะออกมา ถ้าพร้อมกันแล้วเราไปชมกันเลยครับ

ตัวอย่างคลิปย้อนอดีต 50 ปี

สำหรับทีมงานของอนิเมะจะมีรายชื่อดังนี้นะครับ

รายชื่อทีมงานผู้สร้าง

  • Director : Ogawa Kouji (Heartcatch Precure!, Suite Precure)
  • Series Composition : Ohnogi Hiroshi (Fullmetal Alchemist: Brotherhood)
  • Character Design : Shimizu Sorato (Infinite Stratos 2)
  • Chief Animation Director : Shimizu Sorato (Infinite Stratos 2)
  • Music Composing : Takanashi Yasuharu (Fairy Tail), -yaiba- (Naruto Shippuden)
  • Production: Fuji Television Network, Toei Animation, Yomiko Advertising, Inc.

สำหรับอนิเมะเรื่องนี้เริ่มฉายทางช่อง Fuji TV ไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน ปี 2018 เวลา 9.00 น. ตามเวลาในประเทศญี่ปุ่น โดยจะมาแทนช่วงเวลาฉายของเรื่อง Dragon Ball Super นะครับ

ตัวอย่างคลปิ Pv

เนื้อเรื่องย่อ

ผ่านมาเกือบ 20 ปี ในศตวรรษที่ 21 ผู้คนได้หลงลืมการมีอยู่ของ “ภูตผี” ไปหมดสิ้น และเมื่อปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่โลกมนุษย์ด้วยความวุ่นวายสับสน “มานะ” เด็กหญิงอายุ 13 ปี ได้เขียนจดหมายถึงโลกภูตผีเพื่อหาคำตอบ และจดหมายนั้นได้ถูกตอบรับโดย “อสูรน้อยคิทาโร่”

รายละเอียดเพิ่มเติม

สำหรับมังงะเรื่อง Gegege no Kitarou ได้เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 1959 ในชื่อว่า Hakaba Kitarou และเป็นฉบับอนิเมะมาแล้วถึง 7 ภาค, ภาพยนตร์อนิเมะหลายภาค และมีเวอร์ชั่นคนแสดงอีกสองภาค รวมไปถึงละครคนแสดงที่พูดถึงชีวิตของอาจารย์ Mizuki Shigeru และภรรยากลายเป็นละครที่ได้รับความนิยมอย่างมากอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://wowjapan.asia/และ https://myanimelist.net/

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

10 บทเพลงที่ดีที่สุดของ Avicii ที่จะทำให้เราจดจำเขาตลอดไป

Published

on

“One day you’ll leave this world behind
So live a life you will remember.”

( จากเนื้อเพลง The Nights โดย Avicii )

เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอีกเรื่องสำหรับวงการเพลง เมื่อ ดีเจหนุ่มชาวสวีเดน อาวีชี (Avicii) หรือ ทิม เบิร์กลิง (Tim Bergling) ได้จากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 28 ปี

โดย อาวีชี ได้เสียชีวิตลงเมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 20 เมษายนตามเวลาท้องถิ่นที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นยังไม่ระบุแน่ชัด

อาวีชี คือ ดีเจดาวรุ่งแห่งยุค เขาเป็นผู้บุกเบิกดนตรี EDM แนวใหม่ด้วยการผสานกับแนวดนตรีคันทรี่และโฟล์ค “Levels” คือซิงเกิ้ลที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จักกับ อาวีชี และ “Wake Me Up” คือซิงเกิ้ลที่ทำให้รู้ว่า ดนตรีคันทรี่กับแดนซ์มิวสิคนั้นมันไปด้วยกันได้อย่างไร

ถึงแม้ อาวีชี จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่เขากลับรู้สึกอยากจะหยุดพักงานยาว และกลับมาดูแลตัวเอง เนื่องจากเขามีปัญหารุมเร้าหลายอย่างในเรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะโรคตับอ่อนอักเสบอันเนื่องมาจากดื่มหนัก โดยในปี 2014 อาวีชี เคยเข้ารับการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีและไส้ติ่งออกจากร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขารีไทร์ตนเองออกจากการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา และหันมาทำเพลงเพียงอย่างเดียว

เพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปของ อาวีชี เรามาย้อนดูผลงานของเขาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนปัจจุบัน และร่วมสัมผัสมันเพื่อเป็นการแสดงความชื่นชมต่อความทุ่มเทในการทำเพลงที่มีตลอดมาของ อาวีชี กันครับ

1. Tim Berg – “Seek Bromance” , 2010

ผลงานเพลงสุดคลาสสิคเมื่อครั้งยังใช้ชื่อว่า ทิม เบิร์ก ในตอนนั้นทั้งโลกยังไม่ได้รู้จักกับ อาวีชี แต่เพลงนี้เหมือนเป็นรากแก้วสำคัญที่หยั่งรากลึกแนวดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า “Seek Bromance” เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของ อาวีชี นอกจากมันจะติดชาร์ตในกว่า 20 ประเทศ และ ไต่ชาร์ตขึ้นอันดับหนึ่งของ Billboard Dance Clubs แล้ว เพลงนี้ยังถือได้ว่าเป็นเพลงที่ส่งอิทธิพลต่อเพลงเฮ้าส์แบบ “ฟีลกู้ด” ในเวลาต่อมา

2. Avicii – “Levels” , 2010

เพลงนี้ทำให้ อาวีชี ได้รับรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดในสาขาเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี และทำให้ทั่วโลกได้รู้จักเขา ด้วยรูปแบบทางดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่น่าจดจำ จึงทำให้เพลงเป็นหนึ่งในเพลงแดนซ์ที่ดีที่สุดในดวงใจของใครหลายคน  หากคิดจัดปาร์ตี้เมื่อใด อย่าให้งานของคุณไร้ซึ่งเพลงนี้

3. Avicii – “My Feelings For You” feat. Sebastien Drums , 2010

เพลงดิสโก้สุดร้อนแรงอันเกิดจากการรีมิกซ์เพลง “Feeling For You” ของ Cassius วงเฮ้าส์จากประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังได้ Sebastien Drums มาร่วมแจม จึงทำให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงแดนซ์ที่ขาดไม่ได้เลย

4. Avicii – “Street Dancer” , 2011

ถึงแม้เพลงนี้จะไม่ฮิตเหมือนเพลงอื่นๆของ อาวีชี แต่มันก็เป็นเพลงที่ขาดไม่ได้ในลิสต์เพลงที่ดีที่สุดของอาวีชี เอกลักษณ์ของเพลงนี้คือกลิ่นอายของยุค 80 ซึ่ง เพลงนี้ใช้แซมเปิ้ลจากเพลง “Street Dance” ในปี 1983 ของ Break Machine วงแร๊พผิวสีแห่งยุค 80s

5.Avicii – “Fade Into Darkness” 2011

นี่คืออีกหนึ่งเพลงที่แสดงเอกลักษณ์ในงานเพลงของ อาวีชี นั่นคือการผสมผสานแนวดนตรีคันทรี่ให้เข้ากับดนตรี EDM หากคุณลองจินตนาการว่าเสียงเปียโนในเพลงนี้เป็นเสียงกีตาร์อะคูสติค นั่นล่ะใช่เลยมันคือคันทรี่ EDM ดีๆนี่เอง

6.Avicii – “Silhouettes” 2012

บีทกระแทกใจ เมโลดี้สวยๆ พร้อมด้วยเสียงร้องจากนักร้องสาวชาวสวีดิช Salem Al Fakir  ทำให้เพลงนี้อีกหนึ่งเพลงแดนซ์ที่ฟังง่าย สบายหู และเพลินเพลงไปกับท่วงทำนองของบทเพลง

7.Avicii – “I Could Be The One” feat. Nicky Romero 2012

อีกหนึ่งเพลงฮิตจาก อาวีชี ที่ได้ นิกกี โรเมโร ดีเจสายเฮ้าส์ชาวดัตช์มาร่วมแจมด้วย นอกจากนี้ยังได้เสียงร้องใสๆจากนักร้องสาวชาวสวีดิช Noonie Bao ที่มาทำให้บทเพลงนี้น่าฟังมากยิ่งขึ้นไปอีก 

8.Avicii – “Hey Brother” 2013

เพลงนี้มาจากอัลบั้ม True เป็นอีกหนึ่งผลงานที่มีความเป็นคันทรี่ EDM อย่างชัดเจน  เสียงร้องของ Dan Tyminski  องค์ประกอบทางดนตรีแบบบลูกลาส และ ท่วงทำนองของ Avicii เป็นส่วนผสมที่ลงตัวแบบสุดๆแล้ว นอกจากนี้ตัวเอ็มวียังดีมากอีกด้วยนะครับ

9.Avicii – “Wake Me Up” , 2013

เพลงนี้คือเพลงที่ทำให้ใครหลายคนได้รู้จักกับ อาวีชี มันคือมาสเตอร์พีซของการผสมผสานกันระหว่างดนตรีคันทรี่ และ EDM ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครจินตนาการออกเลยว่า เมื่อเพลงคันทรี่ผสมกับเพลงแดนซ์มันจะออกมาเป็นอย่างไรจนกระทั่ง อาวีชี ได้นำพาเพลงนี้มาให้พวกเราฟัง 

10.Avicii – “Without You” feat. Sandro Cavazza 2017

เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม EP Avīci (01) ผลงานจากปีที่แล้วนี่เอง เพลงนี้ได้นักร้องนักแต่งเพลงชาวสวีดิช Sandro Cavazza มาฟีเจอริ่งด้วย ท่วงทำนองแบบโฟล์คคันทรี่ ผสมผสานไปกับเสียงซินธ์และบีทเน้นๆจาก อาวีชี ทำให้เพลงนี้เป็นหนึ่งใน คันทรี่ ป็อป ที่ควรค่าแก่การจดจำยิ่ง

แด่

Avicii

(8 September 1989 – 20 April 2018)

Reference

  • https://www.billboard.com/articles/news/dance/8358389/avicii-dead-tim-bergling
  • https://www.billboard.com/articles/news/dance/7633415/avicii-songs-best-hits-list

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!