Connect with us

What The Fact

เบื้องลึก เบื้องหลัง เพลงธีมในตำนานแห่งประวัติศาสตร์วงการเกม “Super Mario Bros. Theme”

Published

on

หนึ่งในเพลงที่ดังที่สุดในโลก มันพุ่งจากหูมาสู่หัวอย่างรวดเร็ว และอยู่ในนั้นตลอดกาล”

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราเมื่อเล่นเกม Super Mario Bros เกมในตำนาน ที่ไม่ว่าใครก็คงเคยผ่านมือมาแล้ว เมื่อแรกได้ยินบทเพลง ตึ๊ด ตือ ดึ๊ด นี่ก็ชำแรกเข้าจากหูเข้าสู่หัวเราอย่างรวดเร็ว และจากนั้นมาก็ไม่มีวันใดที่เราจะลบลืม “บทเพลงที่เป็นที่จดจำมากที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเกม” เพลงนี้ได้เลย

และต่อไปนี้ผมจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับความเป็นมา เป็นไป และเรื่องราวๆต่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าบทเพลงเพลงนี้ครับ

Super Mario Bros. themeมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าGround Theme”  หรือ Overworld Theme

ตัวเพลงถูกร้อยเรียงในจังหวะคาลิปโซ และ ใช้เสียงของซินธิไซเซอร์ที่เลียนแบบเสียงของ กลองเหล็ก (Steel Drum)

ลักษณะเด่นของดนตรีคาลิปโซนั้น คือ เมื่อเราได้ฟังจะชวนให้คิดถึง ท้องทะเล สายลมและแสงแดด เนื่องจากว่ามันมีถิ่นกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน แต่ทว่ามาเติบโตและรุ่งเรืองจนกลายเป็นดนตรีพื้นเมืองของ “สาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโก” อันเป็นประเทศที่เป็นเกาะอันมีชายหาดและแนวปะการังที่สวยงาม และกลองเหล็กก็คือเครื่องดนตรีชิ้นเอกที่ขาดไม่ได้เลยในดนตรีคาลิปโซอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและจิตวิญญาณแห่งท้องทะเล

นี่คือคาลิปโซมิวสิค และ กลองเหล็ก บรรเลงเพลง Under The Sea จาก “The Little Mermaid”

คราวนี้ลองมาฟัง Overworld Theme ที่บรรเลงด้วยกลองเหล็กดูครับ

เราจะได้ยินเพลงนี้ในฉากแรกของเกม Super mario Bros ที่ออกวางจำหน่ายในปี 1985   (คลอเคลียไปกับเสียงกระโดด โหม่งบล็อค หรือ ธีม Starman เมื่อเก็บดาวได้)

Super Mario Bros. themeเป็นหนึ่งใน 6 เพลงธีมของเกม Super Mario Bros  ซึ่งอีก 5 ธีม ประกอบไปด้วย  Underworld , Underwater , Castle , Starman และ End Credits นอกนั้นจะเป็นซาวด์เอฟเฟค เสริมในส่วนต่างๆของเกมเช่น  Level Complete ใช้ตอนผ่านด่าน หรือ Game Over ใช้ตอนตายนั่นเอง

เพลงธีมทั้งหมดจาก Super Mario Bros

0:01 – Overworld

3:03 – Underworld

4:13 – Underwater

6:13 – Castle

7:19 – Starman

7:45 – Level Complete 1

7:51 – Level Complete 2

8:00 – Hurry Underground

8:22 – Hurry Underwater

8:47 – End Credits

9:33 – Game Over

– ผู้แต่งเพลงธีมให้กับ  Super mario Bros และเกมอื่นๆจาก Nintendo อาทิเช่น Zelda มีนามกรว่า “โคจิ คอนโด” (Koji Kondo)


“โคจิ คอนโด” (Koji Kondo)


โคจิ คอนโด ผู้สร้างสรรค์บทเพลงประกอบเกมในตำนาน

ประวัติ

– โคจิ คอนโด เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1961 ที่เมืองนาโงย่า จังหวัด ไอจิ ปัจจุบันมีอายุ 56 ปี

– เริ่มเรียนออร์แกนไฟฟ้าตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จากนั้นเริ่มทำวงคัฟเวอร์กับเพื่อนๆเล่นแนวแจ๊ซและร็อค

-คอนโด ศึกษาในคณะ Art Planning ที่มหาวิทยาลัยศิลปะโอซาก้า ในช่วงเวลานั้นคอนโดริเริ่มแต่งเพลงด้วยตนเองโดยใช้เปียโนและคอมพิวเตอร์ จนในที่สุดเมื่อ Nintendo ส่งเรื่องมาทางมหาวิทยาลัยว่าต้องการคนแต่งเพลงและทำซาวด์ คอนโดจึงสมัครและได้เข้าทำงานในปี 1984

– คอนโดเป็นคนที่สามที่ถูกนินเทนโดจ้างมาให้แต่งเพลงและซาวด์เอฟเฟคประกอบเกม สองคนแรกคือ ฮิโรคาซุ ทานากะ (Hirokazu Tanaka) และ ยูกิโอะ คาเนโอกะ (Yukio Kaneoka)  แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม คอนโดกลับเป็นคนแรกในนินเทนโดที่ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแต่งดนตรีประกอบเกม เกมแรกที่คอนโดแต่งเพลงให้คือเกมชกมวยที่มีชื่อว่า Punch-Out!!

– ผลงานชิ้นเอกของคอนโดนั้นมีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น

Super Mario Bros. (1985) และ Super Mario Bros. ภาคต่างๆอีกมากมาย

The Legend of Zelda (1986) และ ภาคต่างๆของ Zelda

The Legend of Zelda เกม RPG ชื่อดังที่ คอนโด ทำเพลงประกอบให้

– คอนโด บอกว่าเวลาแต่งเพลงส่วนใหญ่ไอเดียไม่ได้ผุดขึ้นมาในเวลางานแต่มักออกมาตอนทำอย่างอื่น เช่น นอนหลับ เดินเล่นในบ้าน หรือ นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ

– คอนโดจะเล่นเกมที่จะแต่งเพลงให้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมไปถึงคิดหา และลองเล่นเพลงที่ตัวเองแต่งซ้ำไปมา เพื่อดูว่ามันเข้ากับเกมแล้วหรือยัง และมันสามารถสื่อถึง “อารมณ์ขณะเล่น” เกมนั้นได้หรือไม่

แนวคิดในการแต่งเพลง Super Mario Bros. theme

ในตอนที่แต่งเพลงนี้ คอนโดมีแนวคิดว่าหากมันไม่สามารถเข้ากันได้กับแอคชั่นของมาริโอ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การกระโดด หรือเสียงซาวด์เอฟเฟคต่างๆก็ตาม เขาจะไม่ยอมใช้มันอย่างแน่นอน

– คอนโดใช้คีย์บอร์ดเล็กๆตัวเดียวในการแต่งเพลงนี้

– ในตอนแรก คอนโดแต่งเพลงจาก Super Mario Bros. เวอร์ชั่นต้นแบบที่มีแค่มาริโอวิ่งไปวิ่งมาบนพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ ดังนั้นคอนโดจึงให้คำจำกัความเพลงธีมในเวอร์ชั่นแรกว่า “ขี้เกียจ” เพราะมันทั้งช้าและชวนง่วง !!! 

– ต่อมาเมื่อเกมได้ปรับเวอร์ชั่นใหม่ คอนโดจึงพบว่าธีมเดิมที่แต่งมาไม่เข้ากับเกมในเวอร์ชั่นนี้ เขาจึงเพิ่มความเร็วและปรับบางส่วนเพื่อให้เข้ากับเกมมากขึ้น

– ในการทำงานคอนโดมักทำงานร่วมกับเกมไดเร็คเตอร์ “ชิเงรุ มิยาโมโต้” (Shigeru Miyamoto) โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปมาเพื่อให้เกิดไอเดียสดใหม่ โดยมิยาโมโตมักจะแชร์เพลงและโน้ตดนตรีเพลงในแนวที่เขาชอบ แต่จะไม่ชี้นำหรือบังคับคอนโดว่าต้องการเพลงแบบไหน

ชิเงรุ มิยาโมโต้ ผู้กำกับเกมมาริโอ

– ในการประชุมสัมมานาผู้พัฒนาเกมในปี 2007 คอนโดได้แสดงให้เห็นว่า ธีมของ Super Mario Bros นั้นมีจังหวะจะโคน ความสมดุล และตอบโต้กับผู้เล่นได้ เขาได้เปิดคลิปสั้นๆของ Super Mario Brosที่แสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวของตัวละครในเกมและการเล่นของผู้เล่นนั้นผสานกันอย่างลงตัวกับบีทของเพลง

– คอนโดกล่าวว่า เขาไม่รู้ว่าจะแต่งเพลงที่โดนได้เท่ากับเพลงธีมนี้อีกหรือเปล่า แต่เขาจะพยายามทำมันต่อไป

ตัวอย่างงานเพลงประกอบเกมที่แต่งโดย โคจิ คอนโด 

Punch-Out!! 

เป็นเพลงประกอบเกมเพลงแรกที่ คอนโด แต่ง เพลงนี้ประกอบเกม Punch-Out!! ในเวอร์ชั่นอาเขต ตัวเพลงให้ความรู้สึกสนุกสนาน เข้ากับตัวเกมที่ดูฮาๆมันส์ๆดี

The Legend of Zelda: Majora’s Mask – The Song of Storms

Zelda เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์อันโด่งดังของนินเทนโด ซึ่งคอนโดได้แต่งเพลงประกอบให้ทุกภาคของเกม สำหรับ  The Song of Storms นั้นมาจากภาค Majora’s Mask ตัวเพลงบรรเลงในท่วงทำนองแบบวอลซ์ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา

Super Mario World 2: Yoshi’s Island – Athletic

เจ้าโยชิเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในจักรวาลของมาริโอ  ตัวเพลงมาในท่วงทำนองแบบบิ๊ก แบนด์ แจ๊ซให้ความรู้สึกสนุกสนาน ร่าเริง กระชุ่มกระชวยเหมือนเจ้าโยชิเลย

The Mysterious Murasame Castle Soundtrack

เป็นเกมแอคชั่นที่เป็นเรื่องของซามูไรและปราสาทแบบญี่ปุ่น ดังนั้นตัวเพลงจึงมีกลิ่นอายของเมโลดี้แบบเพลงญี่ปุ่นดั้งเดิม เสริมเสน่ห์ของความเป็นแดนอาทิตย์อุทัยให้เข้มข้นยิ่ง ผสานไปกับความเร้าใจของท่วงทำนองให้เข้ากันกับเรื่องราวของเกม ขับเน้นความสนุกสนานไปกับการเล่นเกมเกมนี้เป็นอย่างยิ่ง


ที่มา

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

7th Sense เปิดตัว MV เพลง สัมผัสรัก พร้อมภาพเบื้องหลังสุด Exclusive แบบจุใจ

Published

on

อย่างที่เคยรายงานความคืบหน้ามาตามลำดับกับความเคลื่อนไหวของวง 7th Sense T-Pop Idol Girl Group เริ่มต้นจากเข้าชมการซ้อมของน้องๆ วง 7th Sense อย่างสุด Exclusive บุกบ้าน 7th Sense ดูน้องๆ ซ้อมร้องสด สัมภาษณ์ผู้บริหาร พูดคุยกับน้องๆ 7 สาว 7th Sense ไปจนถึงการเปิดขาย Photo Set First Date ของวง 7th Sense ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ผลิตออกมาจำนวน 1,500 ชุด หมดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

และก่อนหน้านี้ไม่นานนัก เราได้พูดคุยกันน้องๆ ถึงความรู้สึกในการถ่ายทำ MV ของตัวเองเป็นครั้งแรก ใช้เวลากว่า 21 ชั่วโมง >>> Exclusive เปิดใจ 20 สาว 7th Sense กับ Photo Set & Mv ครั้งแรก และในวันที่ 15 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมาเพจอย่างเป็นทางการของวง 7th Sense ก็ได้เผยแพร่ TEASER เพลง สัมผัสรัก (Seventh Sense) – 7th Sense เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งนัดหมายให้มาชม Mv เพลงสัมผัสรัก ไปพร้อมๆ กันในวันนี้ 19 ก.ค. เวลา 20.00 น.

 

Official Music Video เพลง สัมผัสรัก [4K]

 

 

ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ Official Music Video เพลง สัมผัสรัก

 

 

 

 

 

 

 

 

งานขิง ก็มี SSR ก็มา กับ Photo Set First Date ของวง 7th Sense

 

Exclusive เปิดใจ 20 สาว 7th Sense กับ Photo Set & Mv ครั้งแรก (มีคลิป)

 

สัมผัสที่คุณต้องหลงรักกับ 7 สาว 7th Sense T-Pop Idol Girl Group

ถามตรง ตอบจริง เปิดใจผู้บริหาร 7th Sense T-Pop Idol Girl Group สัญชาติไทย

 

Exclusive บุกบ้าน 7th Sense ดูน้องๆ ซ้อมร้อง สด (มีคลิป)

 

ที่มา : 7th Sense

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

สัมภาษณ์ จ๊อบซัง ยันความพร้อมน้องๆ BNK48 รุ่นที่ 2 [มีคลิป]

Published

on

หลังเสร็จสิ้นงาน BNK48 2nd Generation The Debut น้องๆ BNK48 รุ่นที่ 2 ก็ออกมาให้สัมภาษณ์พี่ๆ สื่อมวลชน หลังสัมภาษณ์เสร็จ ก็เป็นตัวแทนพี่ๆ BNK48 รุ่นที่ 1 ออกมาให้สัมภาษณ์ ผมก็มองหาจ๊อบซังไปไหนอยู่สักพักก็เห็นพี่นักข่าวอีกสำนักกำลังคุยอยู่ ก็ยืนรอสักครู่ก็ได้คุย ได้ข้อความมาฝากแฟนๆ ประมาณนี้ครับ

บรรยากาศงานวันนี้
วันนี้ต้องขอขอบคุณแฟนคลับที่มา ผมอยู่บนเวทีและอยู่ด้านหลังตลอด พอขึ้นไปบนเวทีแล้วพอเห็น เยอะกว่าปีที่แล้วเยอะมาก ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่มาให้กำลังใจ น้องๆ BNK48 รุ่นที่ 2

เปิดตัวเร็วมาก
เป็นช่วงของจังหวะเวลา เรื่องของกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ทำให้ระยะเวลาเปิดตัวต้องเลื่อนขึ้นมาเร็วกว่าปกติ ทุกอย่างมีจังหวะเวลาในการปล่อยข้อมูลออกไป เรารู้ว่างานนี้จะต้องปล่อยข้อมูลอะไร ที่เกี่ยวกับการตลาด

น้องๆ BNK48 รุ่นที่ 2 พร้อมแค่ไหน
จริงๆ แล้วด้วยศักยภาพของน้องๆ BNK48 รุ่นที่ 2 เอง ไม่ใช่ว่าแตกต่างจาก BNK48 รุ่นที่ 1 มากนัก แต่เขามีตัวอย่างให้เห็นมากกว่า เขารู้ว่าเส้นทางที่เขาจะเดินมันคืออะไร ช่วงระยะเวลามีความรวดเร็วกว่า BNK48 รุ่นที่ 1 แน่นอน เพราะเค้ามีการฝึกซ้อมมาตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามาใน BNK48 ซะด้วยซ้ำ ฉะนั้นเรามองว่าเด็กที่ผ่านการคัดเลือกมีลักษณะของความพร้อมที่จะแสดงโชว์ได้มากกว่า ถ้าเทียบระหว่างวันแรกของ BNK48 รุ่นที่ 1 กับวันแรกของ BNK48 รุ่นที่ 2 ต่างกันแน่นอน

มีติดต่อเป็นพรีเซนเตอร์ หรือยัง
ก็มีครับ แต่จริงๆ แล้วพรีเซนเตอร์เราพูดในภาพรวม ไม่ว่าคุณจะเป็น BNK48 รุ่นที่ 1 หรือ BNK48 รุ่นที่ 2 แต่เวลาที่จะเข้ามาสนับสนุนมันเป็นภาพรวมทั้ง BNK48 คำว่า BNK48 รุ่นที่ 1 กับ BNK48 รุ่นที่ 2 มันมีซีเนียริตี้เข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น ลำดับคนที่เข้ามาก่อน เข้ามาหลัง เวลาเราขายเราขายเป็นครอบครัว BNK48 ไม่ได้ขายเป็น BNK48 รุ่นที่ 1 หรือ BNK48 รุ่นที่ 2

BNK48 รุ่นที่ 1 & BNK48 รุ่นที่ 2 จะทำงานร่วมกัน
จะมีการผสมกันระหว่าง BNK48 รุ่นที่ 1 BNK48 รุ่นที่ 2 ในการแสดงโชว์บ้าง หรือมันอาจจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่าเค้าควรที่ BNK48 รุ่นที่ 2 จะต้องพิสูจน์ด้วยตัวของเขาเองในหลายๆ ส่วน อย่างเช่น ในงานกิจกรรมของเราเอง อันนี้ BNK48 รุ่นที่ 2 ต้อง แต่ในลักษณะของงานขาย ผมขายเป็นครอบครัว แต่งานของเราเอง เราจะใช้กิจกรรมที่เราจะสร้างขึ้นมาเองในการที่จะพิสูจน์ว่าฐานของน้อง BNK48 รุ่น 2 มาน้อยขนาดไหน

 

หลังจากนี้ก็ฝากถึง “BNK48 Fan Solo Campaign”  และทิ้งท้ายด้วยฝากน้องๆ BNK48 ไว้ให้พี่ๆ แฟนคลับช่วยเอ็นดูน้องๆ ด้วยนะครับ

 

คลิปสัมภาษณ์

 

 

“BNK48 Fan Solo Campaign”

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] When I Get Home, My Wife Always Pretends to Be Dead

Published

on

สนับสนุนโดย

เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีหน้าหนังเด่นแปลกตามาก เรียกว่าใคร ๆ ต่างก็ฮือฮากับทีเซอร์ของ When I Get Home, My Wife Always Pretends to Be Dead หรือชื่อไทย ผมล่ะเพลีย..เมียแกล้งตาย!? ฟอร์มหนังรอมคอมญี่ปุ่นที่มีที่มาจากกระทู้ไวรัลของยูเซอร์ที่ชื่อ K.Kajunsky  ใน Yahoo! Answer ซึ่งกระทู้ตำนานนี้มีคนตามกว่า 4 ล้านคน ว่าด้วยเรื่องของคุณภรรยาสุดเพี้ยนที่ทำตัวแปลก ๆ คือแกล้งตายเวลาสามีกลับถึงบ้าน ก่อนที่จะมาทำเป็นการ์ตูน ต่อยอดมาไกลเป็นหนังโรงได้!

หนังซ่อนเมสเซจที่แท้จริงเอาไว้ ภายใต้หน้าหนังติงต๊องและความโก๊ะของ จิเอะ (นานะ อิกุระ) ที่อยู่กินฉันสามีภรรยาใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับ จุน (เคน ยาซุดะ) มานาน 3 ปี โดยในช่วงแรกเราจะได้เห็น จิเอะ สรรหาวิธีการตายต่าง ๆ สุดครีเอทมานับไม่ถ้วนให้สามีต้องผวาทุกครั้ง และแน่นอนว่าเมื่อทำไปนาน ๆ ไม่ว่าจะทุ่มทุนสร้างแค่ไหน จุน และคนดูเองก็เริ่มเลี่ยน นำพาไปสู่คำถามว่า เธอต้องการสื่ออะไรถึงจุน? ซึ่งเอาจริง ๆ ใครที่ดูมาถึงระยะหนึ่งก็คงเดาได้ไม่ยาก

ตัวละครของพระนางคู่นี้ มีความคลับคล้ายคลับคลากับซีรีส์โนะดาเมะเหมือนกัน ถึงแม้ว่า performance ของทั้ง นานะ และ เคน จะยังห่างจาก จูริ อูเอะโนะ กับ ฮิโรชิ ทามากิ อยู่หลายช่วงตัว แต่ยังดีที่หนังยังมี subplot ที่เข้ามาเสริมให้คนดูอินกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเข้ามาถึงจุดอึน ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเพื่อนที่ทำงานของจุนกับภรรยา คุณลุงในร้านซักรีดที่สูญเสียภรรยาไป มาจนถึงพ่อของจิเอะเอง ทุกอย่างคือตัวอย่างรอบตัวของจิเอะที่ตอกย้ำความสำคัญของวันเวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน และนั่นเป็นหน้าที่ของ จุน จะต้องทำความเข้าใจและเติบโตขึ้นอีกครั้งในฐานะสามีที่ดีกว่าเดิม

เสียดายที่ตัวหนังมีลูกเล่น ลูกล่อลูกชนน้อยไปหน่อย โทนหนังมันเลยดูธรรมดา ไม่อินอะไรได้สุดสักทางเท่าไหร่ ช่วงที่ดีที่สุดของหนังเห็นจะเป็นช่วงที่หนังถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตรักของเพื่อนร่วมงานของจุนที่พอจะกระชากอารมณ์ได้บ้าง ส่วนในแง่ของโปรดักชันก็ถือว่าธรรมดามาก ถ้ามองในภาพรวมหนังเรื่องนี้เริ่มต้นมาด้วยความหวือหวาแปลกตา แต่เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ มันก็เนือย จนกลายเป็นออกเลี่ยนในแบบหนังซีรีส์รอมคอมทั่วไปมากกว่า รู้สึกว่ามันยังขาดชั้นเชิงอย่างที่ควรจะเป็น จุดแข็งของหนังเรื่องนี้อยู่ที่ประเด็นที่เอามาจับ การพยายามสื่อถึงการเอาใจใส่กับความรัก คนที่จับมือกับคุณอยู่ในตอนนี้ให้ดีที่สุด ใส่ใจเขาเป็นคนแรกของชีวิต

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!