Connect with us

What The Fact

20 อีสเตอร์เอ้ก Avengers: Infinity War และจุดเชื่อมโยงเนื้อหาในการ์ตูนมาร์เวล

เป็นธรรมดาของหนังจากจักรวาลมาร์เวล ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนหลากหลายเรื่องของค่ายเอง ที่มักจะแอบซ่อนอีสเตอร์เอ้ก ไว้ให้แฟน ๆ เดนตายของหนังสืบหาว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่ตรงไหน หลาย ๆ จุดก็มักจะเชื่อมโยงเหตุการณ์จากหนังสือการ์ตูน ถอดเรื่องราวมาเป๊ะ ๆ บ้าง ดัดแปลงบ้างตามความเหมาะสมและปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ บางจุดก็มาจากไอเดียผู้กำกับเองที่แอบเอามาใส่ หรือความสนุกความซนของคนเขียนบทที่อยากจะใส่อะไรแอบเข้าไปในหนัง หรือบางจุดก็มาจากความพยายามเชื่อมโยงเอาเองของแฟน ๆ หนัง บางทีผู้สร้างอาจจะไม่ตั้งใจก็ได้ การดูแบบเก็บรายละเอียดก็เป็นความสนุกอีกอย่างนอกเหนือจากความเพลิดเพลินกับเนื้อหาของหนัง มาดูกันสิว่าใครมองเห็นอีสเตอร์เอ้กเหล่านี้บ้าง หรือเห็นแล้วแต่ไม่เข้าใจความหมายที่มา บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น และบางทีก็ทำให้อยากดูภาคต่อเร็ว ๆ แล้วด้วยสิ

20. ที่สุดของความสมดุล

ไม่น่าจะมีโปสเตอร์หนังเรื่องไหนที่มีผู้แสดงมารวมอยู่บนโปสเตอร์ได้เท่าเรื่องนี้แล้ว แม้ว่าจะมีตัวละครมากมายบนโปสเตอร์ แต่ก็ผ่านการออกแบบที่ยอดเยี่ยม วางตัวละครไว้2ฝั่งได้อย่างสมดุลมากและดูไม่รก นอกเหนือจากความสมดุลบนโปสเตอร์แล้ว ทั้งเรื่องของ Avengers : Infinity War ก็ยังมีการวางความสมดุลไว้อีกหลายจุด เช่น คอร์วัส เกลฟ สมุนของธานอส เข้าจู่โจมและแทงวิชั่นในตอนต้นเรื่อง พอตอนท้ายวิชั่นก็ได้ทีเอาคืนแทง คอร์วัน เกลฟ จนตาย , เป้าหมายของธานอส ที่ต้องการจะปลิดชีวิตครึ่งหนึ่งของจักรวาลหลังจากรวบรวม อินฟินิตี้สโตนส์ ได้สำเร็จ แล้วตอนจบเรื่องธานอสก็ทำเช่นนั้นจริง ถ้าสังเกตโปสเตอร์เราจะเห็นว่ามีตัวละครบนโปสเตอร์ถึง 24 คน และ 12 คนบนโปสเตอร์นั้นตายระหว่างเรื่องและระเหยเป็นฝุ่นในตอนจบ ส่วนอีก 12 คนบนโปสเตอร์นั้นยังรอดต่อไป สมดุลมั้ยละ

19. คุณลุงมอร์แกน

ในตอนต้นเรื่องฉากที่โทนี่ สตาร์ค วิ่งออกกำลังกายกับเปปเปอร์ พอตต์ บทสนทนาของทั้งคู่คุยกันเรื่องแต่งงานและจะมีลูกด้วยกัน โทนี่ บอกกับเปปเปอร์ว่าเขาจะตั้งชื่อลูกว่า “มอร์แกน” ตามชื่อคุณลุงของเขา ที่จริงแล้วลุงมอร์แกน เป็นตัวละครที่เคยปรากฏตัวมาจริงในฉบับการ์ตูน Tales of Suspense #68 ออกจำหน่ายเมื่อปี 1959 การปรากฏตัวของมอร์แกน นั้นมาแบบแฝงจุดประสงค์ร้าย เพราะลุงมอร์แกนอิจฉาที่โทนี่ หลานชายของเขาประสบความสำเร็จและร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ในขณะที่มอร์แกน ก็เกิดมาในตระกูลสตาร์คเช่นกัน แต่เขาเป็นผีพนันที่เล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัว และมีแผนการร้ายจะฮุบสมบัติของโทนี่ สตาร์ค สุดท้ายมอร์แกนก็กลายเป็นวายร้ายนาม “อัลติโม”

18. จากซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ กลายมาเป็น บรู๊ซ แบนเนอร์

ในหนังสือการ์ตูน หลังจากธานอสรวบรวมอินฟินิตี้ สโตนส์ ได้ครบแล้ว ซูเปอร์ฮีโร่รายแรกที่ธานอสลงมือจัดการคือ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ ซึ่งธานอสเอาชนะได้ง่าย ๆ และซัดเขาจนร่วงลงมาบนผืนโลก มาตกลงที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ของ ดอกเตอร์ เสตรงจ์ และคำแรกที่เขาเอ่ยบอกสเตรงจ์ก็คือ “ธานอส มันกำลังมา” แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ตัวซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์นั้น เป็นตัวละครที่ฟอกซ์ยังคงถือลิขสิทธิ์อยู่ และเคยปรากฏตัวมาแล้วใน Fantastic Four: Rise of the Silver Surfer (2007) ก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนฉากนี้ให้กลายเป็นบรู๊ซ แบนเนอร์ ทำหน้าที่ผู้นำข่าวสำคัญมาบอก ดอกเตอร์ สเตรงจ์ แทน

17. สคิดวอร์ด ตัวการ์ตูนดังจากเรื่อง spongebob

ในฉากโจมตีต้นเรื่อง ที่กลุ่ม แบล็ค ออเดอร์ ชื่อของกลุ่มขุนพลแถวหน้าของธานอส ลงมาโจมตีนิวยอร์ค ไอออนแมน และ ดอกเตอร์สเตรงจ์ ต้องออกมารับมือกับ อีโบนี่ มอว์ ขุนพลจอมประจบประแจงของธานอส ในฉากเผชิญหน้านั้น โทนี่ สตาร์คบอกกับ อีโบนี่ มอว์ ว่า “กลับบ้านไปได้แล้ว สคิดวอร์ด วันนี้โลกปิดทำการ” หลายคนอาจจะงงกับคำพูดของโทนี่ ว่า สคิดวอร์ดคือใคร , สควิดวอร์ด คือตัวการ์ตูนชื่อดังจากเรื่อง Spongebob Squarepants เขาเป็นเพื่อนรักของเจ้าฟองน้ำ สปองจ์บ็อบ เอกลักษณ์ของเจ้าสควิดวอร์ดก็คือ มันมีหัวสีเทาและมีจมูกใหญ่ห้อยลงมาจากใบหน้า ทำให้ดูละม้ายกับหน้าของ อีโบนี่ มอว์ , โทนี่ สตาร์ค เห็นว่าเหมือนกันก็เลยเอามาล้อเล่น

16. เควิน เบคอน คือซูเปอร์ฮีโร่

ปีเตอร์ ควิลล์ หรือ สตาร์ลอร์ด ชื่นชอบหนัง Footloose (1984)เวอร์ชั่นต้นฉบับที่เป็นหนังเปิดตัว เควิน เบคอน มาก และเขาพูดถึงอยู่หลายครั้ง ใน Guardians of the Galaxy ภาคแรก เขาก็เล่าเรื่องราวของ Footloose ว่า “บนดาวของฉันนะ มีตำนานเกียวกับวีรบุรุษที่ชื่อ เควิน เบคอน เขาสอนผู้คนทั้งเมืองให้ลุกขึ้นมาเต้นกันได้ มันช่างเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่มาก” แม้กระทั่งตอนจบที่อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ขณะที่ทีมการ์เดี้ยนกำลังเผชิญหน้ากับ โรแนน ตัวร้ายในภาคนั้น ปีเตอร์ ควิลล์ ก็ยังท้าให้โรแนน ออกมาเต้นแข่งกับเขา จนมาถึงใน Avengers : Infinity War หลังจากปีเตอร์ ควิลล์ได้เจอกับ ธอร์ และธอร์บอกว่า “ไมนด์สโตน กับ ไทม์สโตน อยู่กับเหล่าอเวนเจอร์” ปีเตอร์ ควิลล์ ก็เลยถามทวนว่า อเวนเจอร์ส คือใคร? ธอร์ก็ตอบว่า “พวกเขาคือซูเปอร์ฮีโร่ทรงพลังที่คุ้มครองโลก” ถึงตรงนี้แมนทิส คงจะโดนปีเตอร์ ควิลล์ ปลูกฝังเรื่องราวเควิน เบคอนไว้มาก ก็เลยถามธอร์ “อเวนเจอร์นี่ก็เหมือนกับ เควิน เบคอน ใช่ไหม?
 

15. พลังของ reality Stone

ในฉากต่อสู้ที่ “โนแวร์” เมื่อแก๊ง การ์เดียน ออฟ เดอะ แกแล็กซี่ บุกไปถึง และพยายามจะชิง เรียลลิตี้ สโตน จากธานอส แต่แล้วธานอส ก็แสดงความสามารถของ เรียลลิตี้ สโตน ใส่แมนทิส และ แดรกซ์ พอโดนพลังยิงใส่ร่างแมนทิสก็กลายเป็นริบบิ้น ส่วนแดรกซ์ก็กลายเป็นอิฐก้อนสี่เหลี่ยม ในฉากนี้ถูกอ้างอิงมาจากหนังสือการ์ตูน แต่ในการ์ตูนคนที่โดนก็คือ เนบิลว่า และ สตาร์ฟอกซ์ (น้องชายของธานอส) ฉากนี้เป็นไอเดียของ รอน ลิม ผู้เขียน ซึ่งเขาน่าจะดีใจที่ได้เห็นไอเดียของเขาถูกนำมาใช้ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ด้วย
.

14. บัคกี้ บาร์น กลายเป็น ไวท์ วูลฟ์

ตั้งแต่ฉากโพสต์เครดิตใน Black Panther ได้เผยโฉมบัคกี้ บาร์น ที่ทีชัลล่านำมารักษาตัวที่วากันด้า , บัคกี้ บาร์น เดินออกมาจากกระท่อม แล้วเด็ก ๆ ก็เรียกเขาว่า “ไวท์วูล์ฟ” ฉายาใหม่ของบัคกี้ บาร์น นับว่าเป็นความประหลาดใจของแฟน ๆ มาร์เวล ที่ผู้สร้างตัดสินใจเปลี่ยนบัคกี้ บาร์น ให้เป็นไวท์ วูลฟ์ อีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่แห่งวากันด้า เพราะในเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน ไวท์ วูล์ฟ คือ “ฮันเตอร์” เด็กผิวขาวที่รอดชีวิตมาจากเหตุเครื่องบินตกใกล้กับเขตแดนวากันด้า แล้วกษัตริย์ทีชาก้า ก็รับมาดูแลรักษาในวากันด้า ฮันเตอร์เติบโตขึ้นมาและได้ฉายาว่า “ไวท์วูล์ฟ” เป็นผู้นำหน่วยตำรวจลับแห่งวากันด้า จนถึงรัชสมัยของกษัตริย์ทีชัลล่า ถึงได้ยกเลิกหน่วยตำรวจลับ และไวท์วูล์ฟก็กลายมาเป็นทหารรับจ้างแทน

13. ผู้ครอบครองค้อน “สตอร์มเบรคเกอร์”

สืบเนื่องจากเหตุการ์ใน Thor:Ragnarok เมื่อธอร์ต้องเสียค้อนและดวงตาไปให้กับเฮลา สานต่อมาถึงเรื่องราวใน Avengers : Infinity War เมื่อธอร์ตัดสินใจเดินทางไปดาว “นิดาเวลเลียร์” เพื่อตามหาหัวหน้าคนแคระ “อีทรี” ที่เหลือรอดเพียงคนเดียว หลังจากธานอสบุกมาสังหารเหล่าคนแคระช่างเหล็กเสียหมดสิ้น และธอร์ก็หว่านล้อมจนอีทรียอมตีค้อนสายฟ้าอันใหม่ที่ทรงพลัง สามารถต่อกรกับธานอสได้ และค้อนอันใหม่มีชื่อว่า “สตอร์มเบรคเกอร์” ที่ออกแบบให้มีลักษณะผสมกันของค้อนและขวาน อ้างอิงถึงฉบับการ์ตูน “สตอร์มเบรคเกอร์” เป็นค้อนที่อีทรีตีให้กับโอดิน แล้วโอดินก็มอบให้กับ “เบต้า เรย์ บิล” มนุษย์ต่างดาวที่เคยเอาชนะธอร์ได้ และได้รับมอบสตรอ์มเบรคเกอร์เป็นอาวุธคู่มือ
.

12. ตัวละครจากซีรีส์ฮิต Arrested Development แอบมาโผล่ในหนังด้วย

ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับหนังทุนสร้าง 300 ล้านเหรียญ อย่างAvengers : Infinity War พี่น้องรุสโซ ก็มาจากผู้กำกับหนังทีวีซีรีส์ เคยมีผลงานเป็นที่รู้จักอย่างเช่น Community , Happy Endings และ Arrested Development , ใน Captain America : Civil Warผู้กำกับ โจ และ แอนโธนีย์ ก็เคยแอบเอา “บลูธ”รถติดบันไดสำหรับผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน มาแอบไว้ในฉากต่อสู้ในสนามบินครั้งหนึ่งแล้ว พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็มีคนสังเกตเห็น ดร.โทเบียส ฟันเก ตัวละครสำคัญจาก Arrested Development ในภาพลักษณ์ย้อมสีน้ำเงินทั้งตัว อยู่ในฉากที่โนแวร์ ขณะที่กาโมร่า กำลังแอบย่องไปหาธานอส
.

11. แผนการจากหนัง “Aliens”

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เป็นเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบหนังเก่ามาก และนำมันมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์คับขันได้ดี ในฉากที่ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ขึ้นมาบนยานอวกาศเพื่อช่วย ดร.สเตรงจ์ เมื่อเขาใช้แผนการระเบิดผนังยานอวกาศให้เป็นรูแล้ว อีโบนี่ มอว์ ก็ถูกดูดออกไปในอวกาศนอกยาน เป็นแผนการเดียวกับในหนัง “Aliens”(1986) เมื่อริปลีย์ปลดแอร์ล็อค แล้วเอเลี่ยนตัวแม่ก็ถูกดูดออกไปนอกยานเช่นกัน
.

10. ชุดของกัปตันอเมริกา เริ่มจะคล้ายกับชุดของ Nomad

การปรากฏตัวในภาพลักษณ์ใหม่ของสตีฟ โรเจอร์ เริ่มทำให้แฟน ๆ เริ่มรู้สึกว่า กัปตันอเมริกา กำลังจะกลายเป็น Nomad ตามเนื้อหาในฉบับการ์ตูน “secret empire” เมื่อสตีฟ โรเจอร์ ค้นพบว่ามีองค์กรลึกลับชื่อว่า secret empire แทรกซึมอยู่ในรัฐบาล และพยายามจะขับเขาออกจากประเทศด้วยการปลอมแปลงข่าวหนังสือพิมพ์และข่าวทีวีป้ายสีให้กับปตันอเมริกา และเมื่อกัปตันสืบพบความจริงที่สุดช็อคก็คือประธานาธิบดีก็ยังเป็นพวก secret empire และยิงใส่เขา ทำให้กัปตันอเมริกาถอดใจ และประกาศตัวเองเป็น”คนที่ไรัสัญชาติ”
เปลี่ยนเครื่องแบบของตัวเอง ไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันอีกต่อไป และขนานนามตัวเองใหม่ว่า “Nomad” ซึ่งชุดของสตีฟ โรเจอร์ใน Avengers : Infinity War ก็เป็นชุดสีเข้มและไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันแล้ว และมีหลาย ๆ จุดที่ละม้ายคล้ายคลึงกับชุดของ Nomad แล้ว

9. อีโบนี่ มอว์ มาแทน เมฟิสโต

อีกหนึ่งตัวละครจากการ์ตูนที่ถูกสลับบทเมื่อมาเป็นภาพยนตร์ ก็คือ อีโบนี่ มอว์ สมุนเอกของธานอส ที่ทำหน้าที่แทน “เมฟิสโต” ในฉบับการ์ตูนนั้นเป็นตัวร้ายระดับจักรวาล เมฟิสโต ถูกแนะนำตัวในการ์ตูนซีรีส์ของ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ เป็นวายร้ายที่ปรารถนาจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ และคอยตามล่าเขาอยู่ ในหนังสือการ์ตูนตอน “Infinity Gauntlet”นัน เมฟิสโต ทำหน้าที่เป็นมือขวาของธานอส ในการรวบรวมอินฟินิตี้สโตนส์ แต่พอมาเป็นฉบับภาพยนตร์ บทของเมฟิสโตก็กลายเป็นอีโบนี่ มอว์ไปแทน แม้กระทั่งบทพูดที่เมฟิสโตเคยพูดไว้ในฉบับการ์ตูน ก็ยังคงกลายมาเป็นบทพูดเดียวกันของอีโบนี่ มอว์ ดังในประโยคที่กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่อง “ข้าน้อยขอคารวะต่อเบื้องหน้าท่านราชันย์ผู้สูงศักดิ์” ในฉบับการ์ตูนนั้น เมฟิสโต ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์กว่าอีโบนี่ มอว์ มากมายนัก เขายอมเป็นข้ารับใช้แต่เป้าหมายจริง ๆ ของเมฟิสโต คือต้องการชิงถุงมืออัญมณีมาเป็นของตัวเอง

8. ชุด “Iron Spider Legs”

เป็นอีกหนึ่งชุดที่อ้างอิงตามฉบับการ์ตูน การได้สไปเดอร์แมน กลับมาร่วมในจักรวาลมาร์เวล ล้วนทำให้แฟน ๆ มาร์เวลตื่นเต้นที่จะได้เห็นการร่วมมือกันของ ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ที่โทนี่ สตาร์ค เอื้อเฟื้อเทคโนโลยีของสตาร์คมาสร้างชุดใหม่ ๆ อันทรงพลังให้กับสไปเดอร์แมนมากมาย ในการ์ตูนนั้นเรียกชุดที่ได้จากสตาร์คว่า “ไอออนสไปเดอร์” เป็นชุดสีแดงและเงิน ส่วนในหนัง Civil War นั้นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็ได้ชุดเกราะ ไอออนสไปเดอร์ จากโทนี่ สตาร์ค แต่ก็ดูต่างจากหน้าตาที่เห็นในการ์ตูนมาก แต่พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็เริ่มเข้าใกล้เนื้อหาในการ์ตุนล่ะ เมื่อสไปเดอร์แมนได้ชุดใหม่จากโทนี่ สตาร์ค คือชุดที่มีขาแมงมุมโรบอตออกมาจากด้านหลัง และเป็นชุดที่มีบทบาทมากในหนัง Avengers : Infinity War
.

7. มนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ 

หนึ่งในท่าไม้ตายของ ดร.สเตรนจ์ ก็คือ ‘IMAGES OF IKONN’ ที่เขาเอามาใช้สู้กับธานอส เพราะดร.สเตรนจ์ รู้ตัวดีเสมอว่าถ้าเขาเข้าใกล้ธานอส มีสิทธิ์พ่ายแพ้แน่นอน ดร.สเตรนจ์ จึงเลือกใช้ท่าไม้ตาย ‘IMAGES OF IKONN’ มันคือมนตร์แยกร่าง ที่สามารถสร้างร่างกีอปปี้ของ ดร.สเตรนจ์ ออกมามากมายนับไม่ถ้วน เพื่อทำให้ธานอสสับสนมีนงงแล้วก็จะใช้ร่างจริงเข้าโจมตี แรกเห็นดร.สเตรนจ์ ใช้มนตร์นี้ก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจ และอดเชียร์ไม่ได้ว่าธานอสจะต้องเสร็จแน่ แต่เอาเข้าจริงธานอส ที่มีอินฟินิตี้ สโตนส์ หลายดวงแล้วขณะนั้นก็มีพลังอำนาจมากพอที่จะทำลายมนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ ได้เพียงชัวพริบตา , ในหนังสือการ์ตูนนั้น ดร.สเตรงจ์ เริ่มใช้มนตร์นี้ใน Strange #42 ในตอนนั้น ดร.สเตรนจ์ใช้มนตร์นี้ต่อสู้กับมังกร แต่มังกรก็พ่นไฟใส่ทุกร่างก๊อปปี้ของดร.สเตรนจ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำลายมนตร์นี้ได้ง่ายดาย สรุปว่ามนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ นี่ดูเท่ แต่ใช้ไม่ค่อยได้ผลเลย
.

6. หม้อมนตร์มิติจักรวาล

อีกหนึ่งของศักดิ์สิทธิ์ของ ดร.สเตรนจ์ ที่โผล่มาแวบ ๆ ในตอนต้นเรื่อง เมื่อโทนี่ สตาร์ค ถูกเชิญตัวมาที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ เขาไปยืนเกาะหม้อขนาดใหญ่และยืดแข้งยืดขาเพราะเพิ่งวิ่งจ็อกกิ้งมา แล้วก็โดน ดร.สเตรนจ์ตีตักเตือนเข้าให้เหตุที่ไม่เคารพหม้อน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์
หม้อมนตร์มิติจักรวาล The Cauldron of the Cosmos นั้นเป็นอีกภาชนะศักดิ์สิทธิ์ของดร.สเตรนจ์ มีบทบาทสำคัญในหนังสือการ์ตูน ดร.สเตรนจ์ จะสามารถมองเห็นความเป็นไปในแต่ละเส้นทางเวลาหรือมิติคู่ขนานได้ เมื่อหม้อมนตร์มิติจักรวาลปรากฏมาบนจอภาพยนตร์แล้ว เราคงได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหม้อนี้ในเรื่องต่อ ๆ ไปของจักรวาลมาร์เวลเป็นแน่
.

5. การกลับมาของ เรด สกัลล์

เรด สกัลล์ เป็นผู้นำของกลุ่มไฮดรา แก๊งวายร้ายใน Captain America : The First Avenger(2011) ในตอนท้ายเรื่อง เรด สกัลล์ จับเทสเซอร์แรคต์ หรือ สเปซสโตน ด้วยมือเปล่า แต่แล้วก็รับพลังของอัญมณีไม่ไหว ถูกดูดหายไปในจักรวาลหายไป 7 ปี แล้วเรด สกัลล์ ก็มปรากฏตัวอย่างน่าประหลาดใจใน Avengers : Infinity War เมื่อเขากลายเป็นผู้อารักขาโซลสโตน อยู่บนดาววอร์เมีย และเป็นผู้คอยให้คำแนะนำแก่คนที่ต้องการมาตามหาโซลสโตน ซึ่งเราอาจจะได้เห็นการกลับมาของวายร้ายผู้นี้ ในเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวล เรด สกัลล์ ใน Captain America : The First Avenger(2011) รับบทโดย ฮิวโก้ วีฟวิ่ง ดาราเจ้าบทบาท แต่ใน Avengers : Infinity War ฮิวโก้ไม่กลับมารับบทเดิม บทเรด สกัลล์ ก็เลยตกเป็นของ รอสส์ มาร์ควอน หรือแฟน ๆ ซีรีส์ฮิต The Walking Dead จะคุ้นหน้าตาของเขาในบท “อารอน”
.

4. ภาพลักษณ์ใหม่ของวิชั่น

ในฉากที่ธานอสถอดไมนด์สโตน ออกจากหน้าผากของวิชั่น แล้วร่างของวิชั่นก็พลันซีดเผือดเหลือแต่เพียงสีขาว-เทา ภาพลักษณ์ของวิชั่นในร่างขาวนี้ ก็ตรงกับภาพลักษณ์ของวิชั่นในหนังสือการ์ตูนเช่นกัน ในตอน “Avengers West Coast” ที่ออกมาในช่วงปลายยุค 80s ต้น 90s วิชั่นโดนเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลจับตัวไป และถอดร่างเขาเป็นชิ้น ๆ แต่ภายหลังเมื่อร่างเขาโดนประกอบใหม่ วิชั่นก็อยู่ในสภาพขาวซีดทั้งตัว และอยู่ในภาพลักษณ์นี้ไปตลอด ในขณะที่เข้าร่วมทีมกับ Avengers West Coast
.

3. ธานอสกลายเป็นชาวนา

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คล้ายกับในหนังสือการ์ตูนคือฉากจบในหนัง ที่เราเห็นธานอสเดินออกมาจากกระท่อมมองวิวอันสวยงามเบื้องหน้า ด้วยสีหน้าท่าทางที่รู้สึกผ่อนคลาย กับภารกิจที่เพิ่งเสร็จสิ้น ในหนังสือการ์ตูน Infinity Gauntlet ธานอสก็ทำเช่นนี้ หลังดับสิ้นชีวิตไปครึ่งจักรวาล ธานอสก็ไปลงหลักปักฐานอยู่บนดาวไหนสักดวง แล้วเขาก็กลายเป็นชาวนาใช้ชีวิตสงบ ในขณะที่เหล่าอเวนเจอร์สที่ยังรอดชีวิตก็ร่วมมือกับ อดัม วอร์ลอค หาทางกู้คืนชีวิตที่ดับสูญไป
.

2. เอ’ลารส์ บิดาของธานอส

นี่คือชื่อใหม่ที่ไม่เคยถูกเอ่ยถึงมาก่อนในหนังมาร์เวล เมื่อธานอสและกาโมร่ามาถึงดาววอร์เมีย เรดสกัลล์ผู้ทำหน้าที่อารักขาประตู ก็ทักทายธานอสว่า “ธานอส บุตรของเอ’ลารส์” การที่ใส่ชื่อนี้เข้าไปในบท อาจจะมีความหมายแอบแฝงว่า เอ’ลารส์ อาจจะปรากฏขึ้นมาในหนังเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวลก็เป็นได้ เอ’ลารส์ ในการ์ตูนมีฉายาว่า “ท่านที่ปรึกษา” เขาเป็นมนุษย์อมตะ เป็นสายพันธุ์มนุษย์ทีทรงพลัง ส่วนแม่ของธานอสคือ “ซุย-ซาน” มีพื้นเพมาจากดวงจันทร์ เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการสังเคราะห์พันธุกรรม ทั้งคู่ให้กำเนิดธานอส หนึ่งในสิ่งชั่วร้ายของจักรวาล ที่ทั้งคู่รู้สึกอับอายและพยายามยับยั้งการกระทำของธานอสมาตลอด ในหนังสือการ์ตูนนั้นธานอสสังหารพ่อแม่ของเขาไปแล้ว แต่ไม่แน่ในหนังเราอาจจะได้เห็น เอ’ลารส์ มาช่วยปราบธานอสก็เป็นได้
.

1. กัปตันมาร์เวล ความหวังของผู้กอบกู้สถานการณ์

ถ้าใครได้ดูฉากโพสต์เครดิต ก็จะได้เห็นว่าก่อน นิค ฟิวรี่ จะสูญสลายกลายเป็นเถ้าเขาได้ใช้เพจเจอร์เรียกตัวอีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ให้มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ร้าย และเพจเจอร์ที่ตกอยู่ก็ขึ้นเป็นโลโก้ของ “กัปตันมาร์เวล” ซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ของจักรวาลมาร์เวล ซึ่งล้วนสร้างคำถามน่าสงสัยว่าถ้าเธอเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่มีตัวตนอยู่นานแล้ว เธอไปแอบอยู่ที่ไหน แล้วทำไมนิคไม่พยายามติดต่อเธอก่อนหน้านี้ คำถามนี้อาจจะถูกทิ้งค้างไว้และไม่ได้รับคำตอบก็เป็นได้ ซึ่งหลาย ๆ คนก็น่าจะได้เห็นภาพโปรโมทไปแล้วกับ บรี ลาร์สัน ดาราดีกรีออสการ์นักแสดงนำหญิง ที่ได้สวมชุดกัปตันมาร์เวล เราจะได้เห็นหนังเดี่ยวของเธอในเดือนมีนาคม 2019 ก่อนหน้า Avengers 4 เพียงแค่ 2 เดือน
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

“6 สิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น” ใน Avengers: Endgame

Published

on

Avengers: Endgame ใกล้จะเข้าฉายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งแฟน ๆ ต่างตั้งคำถามว่า บทสรุปของ Marvel Cinematic Universe Phase 3 จะเป็นอย่างไร ?

ก่อนหน้านี้ Marvel Studios ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาเพื่อเรียกระแสจากผู้ชม และตามมาด้วยคำให้สัมภาษณ์จาก 2 ผู้กำกับ พี่น้องรุสโซ ว่า Avengers: Endgame อาจมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะดำเนินเรื่องให้สู่บทสุดท้ายของภาพยนตร์โดยสมบูรณ์

เรามาดู 6 เหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อให้ Avengers: Endgame กลายเป็นบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ของ Marvel Cinematic Universe และเป็นการส่งไม้ต่อไปยัง Phase 4 ต่อไป

1. Captain America และ Iron Man สงบศึกกัน

Captain America และ Iron Man เป็น 2 ตัวละครหลักของแฟรนไชส์ MCU มากนานถึง 10 ปี ถึงแม้ว่าจะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่ทั้ง 2 คน ก็ไม่เคยเกลียดกันเลยจริง ๆ

นับจากเกิดความขัดแย้งใน Captain America: Civil War แล้วนั้น 3 ต่อมาใน Avengers: Infinity War ทั้ง 2 คน ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย และนั่นหมายความว่า Avengers: Endgame จะเป็นการขมวดปมให้ทั้ง 2 ตัวละคร ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

2. Thanos ต้องตาย

ถึงแม้ว่า Thanos จะทำในสิ่งที่ตัวร้ายน้อยคนนักใน MCU (Marvel Cinematic Universe) จะทำได้สำเร็จ แต่เพื่อให้ MCU เดินหน้าต่อไปได้ และเพื่อให้อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของ Thanos ยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมต่อไป การที่จะเลือกให้ Thanos ต้องสลายหายไปก็อาจเป็นการปิดฉากตัวละครนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีอย่างที่ควรจะเป็น

3. จักรวาลต้องได้รับการแก้ไข

ถึงแม้ว่าจะมีทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อไปหลังจาก Avengers: Endgame แต่สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์หรือสมดุลอย่างที่ Thanos เฝ้าหวัง แต่มันก็คือธรรมชาติของทุกสิ่ง

ทฤษฏีที่แฟน ๆ ค่อนข้างมั่นใจมากที่สุดคือ การย้อนเวลากลับไปช่วง Avengers ภาคแรก เพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ถึงกระนั้น Marvel Studios ก็ยังมิได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

4. เกิดอะไรขึ้นกับคนที่สลายหายไป …ต่อไป

แฟน ๆ จำนวนมากเชื่อว่า ผู้ที่สูญสลายไปเป็นฝุ่นใน Avengers: Infinity War จะกลับมามีชีวิตตามปกติอีกครั้ง เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นอาจไปอยู่ใน Soul Stone

ถ้าหากทีม Avengers สามารถลบล้างสิ่งที่ Thanos ทำไปแล้วได้จริง (หมายถึงการล้างชีวิตครี่งหนึ่งของทั้งจักรวาล) มันก็จะตอบโจทย์สำคัญของ Avengers: Endgame ได้เป็นอย่างดี

5. บอกลาตัวละครที่คุ้นเคยมานานถึง 10 ปี

ชัดเจนแล้วว่า ตัวละครบางตัวจะบอกลาไป หลังจาก Avengers: Endgame ได้จบสิ้นลง และนั่นหมายความว่าภาพยนตร์เรื่องจะเป็นการบอกลาตัวละครที่อยู่ร่วมกับแฟรนไชส์นี้มานานถึง 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น Captain America (คริส อีแวนส์), Iron Man (รอเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) และ Thor (คริส เฮมสวอร์ธ)

6. ปูทางต่อไปยัง Phase 4

เมื่อ MCU Phase 3 ได้สิ้นสุดลงที่ Avengers: Endgame สิ่งที่ผู้สร้างจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ การปูทางในตอนท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปยัง Phase 4 ซึ่งอาจประกอบไปด้วยสมาชิกใหม่ของทีม Avengers และตัวร้ายชุดใหม่

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงทฤษฏีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์สำคัญที่ควรเกิดขึ้นใน Avengers: Endgame โดยอ้างอิงจากรายงานและข่าวลือต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นจริงมากน้อยเพียงไรนั้น ต้องรอพิสูจน์ในวันที่ 24 เมษายน 2019 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

FRIEND ZONE จัดรอบพิเศษขอบคุณแฟนคลับฉลองรายได้ 100 ล้าน มุ่งสู่ 190 ล้าน!

Published

on

By

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ จาก GDH อย่าง FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน เข้าฉาย

21 กุมภาพันธ์ 7 วันหลังจากนั้นพวกเขากวาดรายได้ในกรุงเทพฯ ไปราว ๆ 80 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศจะอยู่ทีประมาณ 140 ล้านบาท

เพื่อฉลองความสำเร็จนี้ทีมงานจึงจัดฉายรอบพิเศษ ‘FRIEND ZONE ข้ามเส้น 100 ล้าน.. เอาหร่อยเก้าซิบ(190 ล้าน)’ เพื่อขอบคุณทุกคน ซึ่งตั๋ว SOLD OUT ภายใน 10 ชั่วโมง… และรอบพิเศษที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เริ่มแรกภาพยนตร์จะฉายประมาณ 13.00 น. ก่อนจะจบที่ราว ๆ 15.00 น. โดยที่ตั๋วทุกใบจะได้รับเสื้อลิมิเต็ด อิดิชั่น จากนั้นทีมนักแสดงและผู้กำกับก็จะเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ชม นำโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ พร้อมด้วย เจสัน ยัง, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

เจสัน ยัง

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ

คุณชยนพ ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ถือว่าทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขเหลือเกิน โดยมุ่งเป้าวันเสาร์นี้รายได้ในกรุงเทพมหานคร หวังให้ถึง 100 ล้าน ส่วนภาพยนตร์ก็เตรียมจะออกฉายทั่วเอเชีย 13 ประเทศ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ลาว, ฮ่องกง, พม่า และ จีน เริ่มฉายที่แรก สปป.ลาว ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

โดยคุณน้ำฝน ศิลปินจากประเทศลาวที่ได้รับเชิญให้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาแสดงความยินดีด้วย

น้ำฝน

เนื่องด้วยนี่เป็นรอบพิเศษ รายได้ทั้งหมดจากการฉายรอบนี้ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นจำนวนเงิน 255,559 บาท

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจากทีมนักแสดงด้วยการร้องเพลง คิดมาก ในเวอร์ชั่น FRIEND ZONE ให้ทุกคนฟัง โดยมีวง CAPELLA เป็นแบ็คอัพ

วง CAPELLA

ยัง ยังไม่หมด! มีเซอร์ไพรส์แฟนคลับทุกคนด้วยการให้ทุกที่นั่งได้ถ่ายรูปหมู่กับนักแสดง และสามารถไปรับรูปได้เลยบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าเลยละ

เฟรนด์โซน และ แฟนคลับ

ประสบความสำเร็จจริง ๆ กับ FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ที่เปิดซิงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี 62 ที่รายได้แตะ 100 ล้านบาท และดูจากการออกฉายที่เพิ่งผ่านไป 1 อาทิตย์ และแผนการที่จะตะลุยเอเชียแล้ว มีลุ้นกันยาว ๆ เลยละครับ

ส่วนใครที่สนใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่นี่

คลิกอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ลองของกันหน่อย! กับนมเมจิกลิ่นสาคูแคนตาลูปและกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน

Published

on

เคยมั้ยเวลาไปตู้ขายนมในร้านสะดวกซื้อก็เห็นรสเดิมๆวนไปทุกวัน จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ นานๆทีจะมีรสแปลกอย่างรสแคนตาลูป รสกล้วย หรือรสกาแฟที่ตอนนี้ไม่ใช่ของแปลกแต่อย่างใด แต่ล่าสุดผมก็แอบสะดุดกับนม 2 รสชาติใหม่ ของ เมจิ ทั้งกลิ่น สาคูแคนตาลูป และ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน เรียกได้ว่าแค่อ่านชื่อก็นึกถึงขนมหวานเย็นๆแล้ว แต่รสชาติจะโดนหรือน่าลองหรือเปล่าเรามาพิสูจน์กันเลย

การออกแบบแพ็คเกจ

อันนี้ต้องชมเมจิเขานะจ๊ะ ทั้งสีสันและกราฟิกรูปแคนตาลูปและลูกมะพร้าวช่วยให้เราจินตนาการรสชาติออกได้เลยว่า กลิ่นสาคูแคนตาลูปจะได้รสหวานหอมแคนตาลูปและ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนต้องได้กลิ่นมะพร้าวอ่อนจางๆแน่นอน

สำรวจส่วนประกอบ

ทั้ง กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน และ กลิ่นสาคูแคนตาลูป ประกอบด้วยน้ำนมโคพร่องมันเนย 73% น้ำตาล 3.8% มันเนย 1% เวย์ผง 0.7% นมผงขาดมันเนย 0.05%  ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ส่วนผสมไม่ได้ต่างกันเลย เอาล่ะสิ ลางร้ายเริ่มมาเยือนแล้ว เพราะปกตินมที่รสชาติต่างกันจะมีปริมาณส่วนผสมที่ลดหลั่นกันไป แต่นี่อะไรเนี่ย! ส่วนผสมเหมือนกันเด๊ะๆ

ข้อมูลโภชนาการ

ไม่เพียงส่วนประกอบจะแทบก็อบวางกันมา แต่ทั้ง 2 รสชาติยังระบุข้อมูลโภชนาการเหมือนกันอีก โดยจากพลังงาน 110 กิโลแคลลอรี่ มีพลังงานจากไขมันอยู่ 25 กิโลแคลอรี่ ซึ่งก็นับว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ หากบริโภคก็ควรต้องออกกำลังกายกันด้วยนะครับ

แรกเปิดฟรอยด์

สิ่งที่โดดเด่นมากสำหรับนมทั้งสองรสชาติคือสีสันของนมครับ สำหรับกลิ่นสาคูแคนตาลูปจะมาในสีส้มคล้ายเนื้อแคนตาลูป ส่วนทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนจะมาในสีชมพู ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันทำให้นึกถึงทับทิมกรอบยังไง แต่เอาเถอะ พอเป็นสีชมพูก็ดูน่ารักน่าทานคล้ายๆนมสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกัน แต่นั่นก็มาอีกหนึ่งลางร้ายเพราะทั้งรสชาติเมื่อเปิดมาเราจะได้กลิ่นมะพร้าวเหมือนกันเด๊ะอีกแล้ว

เมื่อแรกชิม

เริ่มที่กลิ่นสาคูแคนตาลูปก่อน บอกได้เลยว่า หวานมาก และที่จินตนาการไว้ว่าจะได้กลิ่นและรสเหมือนเราได้ทานแคนตาลูปอร่อยๆ คือไม่ได้เลย รสแคนตาลูปจางมาก เพราะนอกจากรสหวานและกลิ่นที่เหมือนกะทิอบควันเทียนแล้ว ก็แทบไม่มีรสอื่นแทรกเลย

ส่วนกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน ก็หวานในเลเวลเดียวกันเลย มิน่าล่ะส่วนประกอบเหมือนกันซะเบอร์นั้น ยิ่งได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนแล้วนี่ ให้ความรู้สึกเหมือนไปซื้อกะทิกล่องมาซดมากเลยครับ

สรุป

โดยส่วนตัวในฐานะคนไม่ชอบดื่มนมที่มีรสหวานจัดๆแล้วต้องบอกเลยว่า ครั้งเดียวพอ จริงๆครับสำหรับทั้ง 2 รสชาติ ไม่ได้เลย ยิ่งพอนึกถึงรสชาติน้ำกะทิอบควันเทียนที่ทั้ง 2 รสชาติมีเหมือนกันแล้วนี่ ขอบายจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!