Connect with us

What The Fact

20 อีสเตอร์เอ้ก Avengers: Infinity War และจุดเชื่อมโยงเนื้อหาในการ์ตูนมาร์เวล

Published

on

เป็นธรรมดาของหนังจากจักรวาลมาร์เวล ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนหลากหลายเรื่องของค่ายเอง ที่มักจะแอบซ่อนอีสเตอร์เอ้ก ไว้ให้แฟน ๆ เดนตายของหนังสืบหาว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่ตรงไหน หลาย ๆ จุดก็มักจะเชื่อมโยงเหตุการณ์จากหนังสือการ์ตูน ถอดเรื่องราวมาเป๊ะ ๆ บ้าง ดัดแปลงบ้างตามความเหมาะสมและปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ บางจุดก็มาจากไอเดียผู้กำกับเองที่แอบเอามาใส่ หรือความสนุกความซนของคนเขียนบทที่อยากจะใส่อะไรแอบเข้าไปในหนัง หรือบางจุดก็มาจากความพยายามเชื่อมโยงเอาเองของแฟน ๆ หนัง บางทีผู้สร้างอาจจะไม่ตั้งใจก็ได้ การดูแบบเก็บรายละเอียดก็เป็นความสนุกอีกอย่างนอกเหนือจากความเพลิดเพลินกับเนื้อหาของหนัง มาดูกันสิว่าใครมองเห็นอีสเตอร์เอ้กเหล่านี้บ้าง หรือเห็นแล้วแต่ไม่เข้าใจความหมายที่มา บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น และบางทีก็ทำให้อยากดูภาคต่อเร็ว ๆ แล้วด้วยสิ

20. ที่สุดของความสมดุล

ไม่น่าจะมีโปสเตอร์หนังเรื่องไหนที่มีผู้แสดงมารวมอยู่บนโปสเตอร์ได้เท่าเรื่องนี้แล้ว แม้ว่าจะมีตัวละครมากมายบนโปสเตอร์ แต่ก็ผ่านการออกแบบที่ยอดเยี่ยม วางตัวละครไว้2ฝั่งได้อย่างสมดุลมากและดูไม่รก นอกเหนือจากความสมดุลบนโปสเตอร์แล้ว ทั้งเรื่องของ Avengers : Infinity War ก็ยังมีการวางความสมดุลไว้อีกหลายจุด เช่น คอร์วัส เกลฟ สมุนของธานอส เข้าจู่โจมและแทงวิชั่นในตอนต้นเรื่อง พอตอนท้ายวิชั่นก็ได้ทีเอาคืนแทง คอร์วัน เกลฟ จนตาย , เป้าหมายของธานอส ที่ต้องการจะปลิดชีวิตครึ่งหนึ่งของจักรวาลหลังจากรวบรวม อินฟินิตี้สโตนส์ ได้สำเร็จ แล้วตอนจบเรื่องธานอสก็ทำเช่นนั้นจริง ถ้าสังเกตโปสเตอร์เราจะเห็นว่ามีตัวละครบนโปสเตอร์ถึง 24 คน และ 12 คนบนโปสเตอร์นั้นตายระหว่างเรื่องและระเหยเป็นฝุ่นในตอนจบ ส่วนอีก 12 คนบนโปสเตอร์นั้นยังรอดต่อไป สมดุลมั้ยละ

19. คุณลุงมอร์แกน

ในตอนต้นเรื่องฉากที่โทนี่ สตาร์ค วิ่งออกกำลังกายกับเปปเปอร์ พอตต์ บทสนทนาของทั้งคู่คุยกันเรื่องแต่งงานและจะมีลูกด้วยกัน โทนี่ บอกกับเปปเปอร์ว่าเขาจะตั้งชื่อลูกว่า “มอร์แกน” ตามชื่อคุณลุงของเขา ที่จริงแล้วลุงมอร์แกน เป็นตัวละครที่เคยปรากฏตัวมาจริงในฉบับการ์ตูน Tales of Suspense #68 ออกจำหน่ายเมื่อปี 1959 การปรากฏตัวของมอร์แกน นั้นมาแบบแฝงจุดประสงค์ร้าย เพราะลุงมอร์แกนอิจฉาที่โทนี่ หลานชายของเขาประสบความสำเร็จและร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ในขณะที่มอร์แกน ก็เกิดมาในตระกูลสตาร์คเช่นกัน แต่เขาเป็นผีพนันที่เล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัว และมีแผนการร้ายจะฮุบสมบัติของโทนี่ สตาร์ค สุดท้ายมอร์แกนก็กลายเป็นวายร้ายนาม “อัลติโม”

18. จากซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ กลายมาเป็น บรู๊ซ แบนเนอร์

ในหนังสือการ์ตูน หลังจากธานอสรวบรวมอินฟินิตี้ สโตนส์ ได้ครบแล้ว ซูเปอร์ฮีโร่รายแรกที่ธานอสลงมือจัดการคือ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ ซึ่งธานอสเอาชนะได้ง่าย ๆ และซัดเขาจนร่วงลงมาบนผืนโลก มาตกลงที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ของ ดอกเตอร์ เสตรงจ์ และคำแรกที่เขาเอ่ยบอกสเตรงจ์ก็คือ “ธานอส มันกำลังมา” แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ตัวซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์นั้น เป็นตัวละครที่ฟอกซ์ยังคงถือลิขสิทธิ์อยู่ และเคยปรากฏตัวมาแล้วใน Fantastic Four: Rise of the Silver Surfer (2007) ก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนฉากนี้ให้กลายเป็นบรู๊ซ แบนเนอร์ ทำหน้าที่ผู้นำข่าวสำคัญมาบอก ดอกเตอร์ สเตรงจ์ แทน

17. สคิดวอร์ด ตัวการ์ตูนดังจากเรื่อง spongebob

ในฉากโจมตีต้นเรื่อง ที่กลุ่ม แบล็ค ออเดอร์ ชื่อของกลุ่มขุนพลแถวหน้าของธานอส ลงมาโจมตีนิวยอร์ค ไอออนแมน และ ดอกเตอร์สเตรงจ์ ต้องออกมารับมือกับ อีโบนี่ มอว์ ขุนพลจอมประจบประแจงของธานอส ในฉากเผชิญหน้านั้น โทนี่ สตาร์คบอกกับ อีโบนี่ มอว์ ว่า “กลับบ้านไปได้แล้ว สคิดวอร์ด วันนี้โลกปิดทำการ” หลายคนอาจจะงงกับคำพูดของโทนี่ ว่า สคิดวอร์ดคือใคร , สควิดวอร์ด คือตัวการ์ตูนชื่อดังจากเรื่อง Spongebob Squarepants เขาเป็นเพื่อนรักของเจ้าฟองน้ำ สปองจ์บ็อบ เอกลักษณ์ของเจ้าสควิดวอร์ดก็คือ มันมีหัวสีเทาและมีจมูกใหญ่ห้อยลงมาจากใบหน้า ทำให้ดูละม้ายกับหน้าของ อีโบนี่ มอว์ , โทนี่ สตาร์ค เห็นว่าเหมือนกันก็เลยเอามาล้อเล่น

16. เควิน เบคอน คือซูเปอร์ฮีโร่

ปีเตอร์ ควิลล์ หรือ สตาร์ลอร์ด ชื่นชอบหนัง Footloose (1984)เวอร์ชั่นต้นฉบับที่เป็นหนังเปิดตัว เควิน เบคอน มาก และเขาพูดถึงอยู่หลายครั้ง ใน Guardians of the Galaxy ภาคแรก เขาก็เล่าเรื่องราวของ Footloose ว่า “บนดาวของฉันนะ มีตำนานเกียวกับวีรบุรุษที่ชื่อ เควิน เบคอน เขาสอนผู้คนทั้งเมืองให้ลุกขึ้นมาเต้นกันได้ มันช่างเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่มาก” แม้กระทั่งตอนจบที่อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ขณะที่ทีมการ์เดี้ยนกำลังเผชิญหน้ากับ โรแนน ตัวร้ายในภาคนั้น ปีเตอร์ ควิลล์ ก็ยังท้าให้โรแนน ออกมาเต้นแข่งกับเขา จนมาถึงใน Avengers : Infinity War หลังจากปีเตอร์ ควิลล์ได้เจอกับ ธอร์ และธอร์บอกว่า “ไมนด์สโตน กับ ไทม์สโตน อยู่กับเหล่าอเวนเจอร์” ปีเตอร์ ควิลล์ ก็เลยถามทวนว่า อเวนเจอร์ส คือใคร? ธอร์ก็ตอบว่า “พวกเขาคือซูเปอร์ฮีโร่ทรงพลังที่คุ้มครองโลก” ถึงตรงนี้แมนทิส คงจะโดนปีเตอร์ ควิลล์ ปลูกฝังเรื่องราวเควิน เบคอนไว้มาก ก็เลยถามธอร์ “อเวนเจอร์นี่ก็เหมือนกับ เควิน เบคอน ใช่ไหม?
 

15. พลังของ reality Stone

ในฉากต่อสู้ที่ “โนแวร์” เมื่อแก๊ง การ์เดียน ออฟ เดอะ แกแล็กซี่ บุกไปถึง และพยายามจะชิง เรียลลิตี้ สโตน จากธานอส แต่แล้วธานอส ก็แสดงความสามารถของ เรียลลิตี้ สโตน ใส่แมนทิส และ แดรกซ์ พอโดนพลังยิงใส่ร่างแมนทิสก็กลายเป็นริบบิ้น ส่วนแดรกซ์ก็กลายเป็นอิฐก้อนสี่เหลี่ยม ในฉากนี้ถูกอ้างอิงมาจากหนังสือการ์ตูน แต่ในการ์ตูนคนที่โดนก็คือ เนบิลว่า และ สตาร์ฟอกซ์ (น้องชายของธานอส) ฉากนี้เป็นไอเดียของ รอน ลิม ผู้เขียน ซึ่งเขาน่าจะดีใจที่ได้เห็นไอเดียของเขาถูกนำมาใช้ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ด้วย
.

14. บัคกี้ บาร์น กลายเป็น ไวท์ วูลฟ์

ตั้งแต่ฉากโพสต์เครดิตใน Black Panther ได้เผยโฉมบัคกี้ บาร์น ที่ทีชัลล่านำมารักษาตัวที่วากันด้า , บัคกี้ บาร์น เดินออกมาจากกระท่อม แล้วเด็ก ๆ ก็เรียกเขาว่า “ไวท์วูล์ฟ” ฉายาใหม่ของบัคกี้ บาร์น นับว่าเป็นความประหลาดใจของแฟน ๆ มาร์เวล ที่ผู้สร้างตัดสินใจเปลี่ยนบัคกี้ บาร์น ให้เป็นไวท์ วูลฟ์ อีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่แห่งวากันด้า เพราะในเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน ไวท์ วูล์ฟ คือ “ฮันเตอร์” เด็กผิวขาวที่รอดชีวิตมาจากเหตุเครื่องบินตกใกล้กับเขตแดนวากันด้า แล้วกษัตริย์ทีชาก้า ก็รับมาดูแลรักษาในวากันด้า ฮันเตอร์เติบโตขึ้นมาและได้ฉายาว่า “ไวท์วูล์ฟ” เป็นผู้นำหน่วยตำรวจลับแห่งวากันด้า จนถึงรัชสมัยของกษัตริย์ทีชัลล่า ถึงได้ยกเลิกหน่วยตำรวจลับ และไวท์วูล์ฟก็กลายมาเป็นทหารรับจ้างแทน

13. ผู้ครอบครองค้อน “สตอร์มเบรคเกอร์”

สืบเนื่องจากเหตุการ์ใน Thor:Ragnarok เมื่อธอร์ต้องเสียค้อนและดวงตาไปให้กับเฮลา สานต่อมาถึงเรื่องราวใน Avengers : Infinity War เมื่อธอร์ตัดสินใจเดินทางไปดาว “นิดาเวลเลียร์” เพื่อตามหาหัวหน้าคนแคระ “อีทรี” ที่เหลือรอดเพียงคนเดียว หลังจากธานอสบุกมาสังหารเหล่าคนแคระช่างเหล็กเสียหมดสิ้น และธอร์ก็หว่านล้อมจนอีทรียอมตีค้อนสายฟ้าอันใหม่ที่ทรงพลัง สามารถต่อกรกับธานอสได้ และค้อนอันใหม่มีชื่อว่า “สตอร์มเบรคเกอร์” ที่ออกแบบให้มีลักษณะผสมกันของค้อนและขวาน อ้างอิงถึงฉบับการ์ตูน “สตอร์มเบรคเกอร์” เป็นค้อนที่อีทรีตีให้กับโอดิน แล้วโอดินก็มอบให้กับ “เบต้า เรย์ บิล” มนุษย์ต่างดาวที่เคยเอาชนะธอร์ได้ และได้รับมอบสตรอ์มเบรคเกอร์เป็นอาวุธคู่มือ
.

12. ตัวละครจากซีรีส์ฮิต Arrested Development แอบมาโผล่ในหนังด้วย

ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับหนังทุนสร้าง 300 ล้านเหรียญ อย่างAvengers : Infinity War พี่น้องรุสโซ ก็มาจากผู้กำกับหนังทีวีซีรีส์ เคยมีผลงานเป็นที่รู้จักอย่างเช่น Community , Happy Endings และ Arrested Development , ใน Captain America : Civil Warผู้กำกับ โจ และ แอนโธนีย์ ก็เคยแอบเอา “บลูธ”รถติดบันไดสำหรับผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน มาแอบไว้ในฉากต่อสู้ในสนามบินครั้งหนึ่งแล้ว พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็มีคนสังเกตเห็น ดร.โทเบียส ฟันเก ตัวละครสำคัญจาก Arrested Development ในภาพลักษณ์ย้อมสีน้ำเงินทั้งตัว อยู่ในฉากที่โนแวร์ ขณะที่กาโมร่า กำลังแอบย่องไปหาธานอส
.

11. แผนการจากหนัง “Aliens”

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เป็นเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบหนังเก่ามาก และนำมันมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์คับขันได้ดี ในฉากที่ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ขึ้นมาบนยานอวกาศเพื่อช่วย ดร.สเตรงจ์ เมื่อเขาใช้แผนการระเบิดผนังยานอวกาศให้เป็นรูแล้ว อีโบนี่ มอว์ ก็ถูกดูดออกไปในอวกาศนอกยาน เป็นแผนการเดียวกับในหนัง “Aliens”(1986) เมื่อริปลีย์ปลดแอร์ล็อค แล้วเอเลี่ยนตัวแม่ก็ถูกดูดออกไปนอกยานเช่นกัน
.

10. ชุดของกัปตันอเมริกา เริ่มจะคล้ายกับชุดของ Nomad

การปรากฏตัวในภาพลักษณ์ใหม่ของสตีฟ โรเจอร์ เริ่มทำให้แฟน ๆ เริ่มรู้สึกว่า กัปตันอเมริกา กำลังจะกลายเป็น Nomad ตามเนื้อหาในฉบับการ์ตูน “secret empire” เมื่อสตีฟ โรเจอร์ ค้นพบว่ามีองค์กรลึกลับชื่อว่า secret empire แทรกซึมอยู่ในรัฐบาล และพยายามจะขับเขาออกจากประเทศด้วยการปลอมแปลงข่าวหนังสือพิมพ์และข่าวทีวีป้ายสีให้กับปตันอเมริกา และเมื่อกัปตันสืบพบความจริงที่สุดช็อคก็คือประธานาธิบดีก็ยังเป็นพวก secret empire และยิงใส่เขา ทำให้กัปตันอเมริกาถอดใจ และประกาศตัวเองเป็น”คนที่ไรัสัญชาติ”
เปลี่ยนเครื่องแบบของตัวเอง ไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันอีกต่อไป และขนานนามตัวเองใหม่ว่า “Nomad” ซึ่งชุดของสตีฟ โรเจอร์ใน Avengers : Infinity War ก็เป็นชุดสีเข้มและไม่มีสัญลักษณ์ของธงชาติอเมริกันแล้ว และมีหลาย ๆ จุดที่ละม้ายคล้ายคลึงกับชุดของ Nomad แล้ว

9. อีโบนี่ มอว์ มาแทน เมฟิสโต

อีกหนึ่งตัวละครจากการ์ตูนที่ถูกสลับบทเมื่อมาเป็นภาพยนตร์ ก็คือ อีโบนี่ มอว์ สมุนเอกของธานอส ที่ทำหน้าที่แทน “เมฟิสโต” ในฉบับการ์ตูนนั้นเป็นตัวร้ายระดับจักรวาล เมฟิสโต ถูกแนะนำตัวในการ์ตูนซีรีส์ของ ซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ เป็นวายร้ายที่ปรารถนาจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของซิลเวอร์ เซิร์ฟเฟอร์ และคอยตามล่าเขาอยู่ ในหนังสือการ์ตูนตอน “Infinity Gauntlet”นัน เมฟิสโต ทำหน้าที่เป็นมือขวาของธานอส ในการรวบรวมอินฟินิตี้สโตนส์ แต่พอมาเป็นฉบับภาพยนตร์ บทของเมฟิสโตก็กลายเป็นอีโบนี่ มอว์ไปแทน แม้กระทั่งบทพูดที่เมฟิสโตเคยพูดไว้ในฉบับการ์ตูน ก็ยังคงกลายมาเป็นบทพูดเดียวกันของอีโบนี่ มอว์ ดังในประโยคที่กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่อง “ข้าน้อยขอคารวะต่อเบื้องหน้าท่านราชันย์ผู้สูงศักดิ์” ในฉบับการ์ตูนนั้น เมฟิสโต ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์กว่าอีโบนี่ มอว์ มากมายนัก เขายอมเป็นข้ารับใช้แต่เป้าหมายจริง ๆ ของเมฟิสโต คือต้องการชิงถุงมืออัญมณีมาเป็นของตัวเอง

8. ชุด “Iron Spider Legs”

เป็นอีกหนึ่งชุดที่อ้างอิงตามฉบับการ์ตูน การได้สไปเดอร์แมน กลับมาร่วมในจักรวาลมาร์เวล ล้วนทำให้แฟน ๆ มาร์เวลตื่นเต้นที่จะได้เห็นการร่วมมือกันของ ไอออนแมน และ สไปเดอร์แมน ที่โทนี่ สตาร์ค เอื้อเฟื้อเทคโนโลยีของสตาร์คมาสร้างชุดใหม่ ๆ อันทรงพลังให้กับสไปเดอร์แมนมากมาย ในการ์ตูนนั้นเรียกชุดที่ได้จากสตาร์คว่า “ไอออนสไปเดอร์” เป็นชุดสีแดงและเงิน ส่วนในหนัง Civil War นั้นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็ได้ชุดเกราะ ไอออนสไปเดอร์ จากโทนี่ สตาร์ค แต่ก็ดูต่างจากหน้าตาที่เห็นในการ์ตูนมาก แต่พอมาถึง Avengers : Infinity War ก็เริ่มเข้าใกล้เนื้อหาในการ์ตุนล่ะ เมื่อสไปเดอร์แมนได้ชุดใหม่จากโทนี่ สตาร์ค คือชุดที่มีขาแมงมุมโรบอตออกมาจากด้านหลัง และเป็นชุดที่มีบทบาทมากในหนัง Avengers : Infinity War
.

7. มนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ 

หนึ่งในท่าไม้ตายของ ดร.สเตรนจ์ ก็คือ ‘IMAGES OF IKONN’ ที่เขาเอามาใช้สู้กับธานอส เพราะดร.สเตรนจ์ รู้ตัวดีเสมอว่าถ้าเขาเข้าใกล้ธานอส มีสิทธิ์พ่ายแพ้แน่นอน ดร.สเตรนจ์ จึงเลือกใช้ท่าไม้ตาย ‘IMAGES OF IKONN’ มันคือมนตร์แยกร่าง ที่สามารถสร้างร่างกีอปปี้ของ ดร.สเตรนจ์ ออกมามากมายนับไม่ถ้วน เพื่อทำให้ธานอสสับสนมีนงงแล้วก็จะใช้ร่างจริงเข้าโจมตี แรกเห็นดร.สเตรนจ์ ใช้มนตร์นี้ก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจ และอดเชียร์ไม่ได้ว่าธานอสจะต้องเสร็จแน่ แต่เอาเข้าจริงธานอส ที่มีอินฟินิตี้ สโตนส์ หลายดวงแล้วขณะนั้นก็มีพลังอำนาจมากพอที่จะทำลายมนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ ได้เพียงชัวพริบตา , ในหนังสือการ์ตูนนั้น ดร.สเตรงจ์ เริ่มใช้มนตร์นี้ใน Strange #42 ในตอนนั้น ดร.สเตรนจ์ใช้มนตร์นี้ต่อสู้กับมังกร แต่มังกรก็พ่นไฟใส่ทุกร่างก๊อปปี้ของดร.สเตรนจ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำลายมนตร์นี้ได้ง่ายดาย สรุปว่ามนตร์ ‘IMAGES OF IKONN’ นี่ดูเท่ แต่ใช้ไม่ค่อยได้ผลเลย
.

6. หม้อมนตร์มิติจักรวาล

อีกหนึ่งของศักดิ์สิทธิ์ของ ดร.สเตรนจ์ ที่โผล่มาแวบ ๆ ในตอนต้นเรื่อง เมื่อโทนี่ สตาร์ค ถูกเชิญตัวมาที่แมนชั่นศักดิ์สิทธิ์ เขาไปยืนเกาะหม้อขนาดใหญ่และยืดแข้งยืดขาเพราะเพิ่งวิ่งจ็อกกิ้งมา แล้วก็โดน ดร.สเตรนจ์ตีตักเตือนเข้าให้เหตุที่ไม่เคารพหม้อน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์
หม้อมนตร์มิติจักรวาล The Cauldron of the Cosmos นั้นเป็นอีกภาชนะศักดิ์สิทธิ์ของดร.สเตรนจ์ มีบทบาทสำคัญในหนังสือการ์ตูน ดร.สเตรนจ์ จะสามารถมองเห็นความเป็นไปในแต่ละเส้นทางเวลาหรือมิติคู่ขนานได้ เมื่อหม้อมนตร์มิติจักรวาลปรากฏมาบนจอภาพยนตร์แล้ว เราคงได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของหม้อนี้ในเรื่องต่อ ๆ ไปของจักรวาลมาร์เวลเป็นแน่
.

5. การกลับมาของ เรด สกัลล์

เรด สกัลล์ เป็นผู้นำของกลุ่มไฮดรา แก๊งวายร้ายใน Captain America : The First Avenger(2011) ในตอนท้ายเรื่อง เรด สกัลล์ จับเทสเซอร์แรคต์ หรือ สเปซสโตน ด้วยมือเปล่า แต่แล้วก็รับพลังของอัญมณีไม่ไหว ถูกดูดหายไปในจักรวาลหายไป 7 ปี แล้วเรด สกัลล์ ก็มปรากฏตัวอย่างน่าประหลาดใจใน Avengers : Infinity War เมื่อเขากลายเป็นผู้อารักขาโซลสโตน อยู่บนดาววอร์เมีย และเป็นผู้คอยให้คำแนะนำแก่คนที่ต้องการมาตามหาโซลสโตน ซึ่งเราอาจจะได้เห็นการกลับมาของวายร้ายผู้นี้ ในเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวล เรด สกัลล์ ใน Captain America : The First Avenger(2011) รับบทโดย ฮิวโก้ วีฟวิ่ง ดาราเจ้าบทบาท แต่ใน Avengers : Infinity War ฮิวโก้ไม่กลับมารับบทเดิม บทเรด สกัลล์ ก็เลยตกเป็นของ รอสส์ มาร์ควอน หรือแฟน ๆ ซีรีส์ฮิต The Walking Dead จะคุ้นหน้าตาของเขาในบท “อารอน”
.

4. ภาพลักษณ์ใหม่ของวิชั่น

ในฉากที่ธานอสถอดไมนด์สโตน ออกจากหน้าผากของวิชั่น แล้วร่างของวิชั่นก็พลันซีดเผือดเหลือแต่เพียงสีขาว-เทา ภาพลักษณ์ของวิชั่นในร่างขาวนี้ ก็ตรงกับภาพลักษณ์ของวิชั่นในหนังสือการ์ตูนเช่นกัน ในตอน “Avengers West Coast” ที่ออกมาในช่วงปลายยุค 80s ต้น 90s วิชั่นโดนเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลจับตัวไป และถอดร่างเขาเป็นชิ้น ๆ แต่ภายหลังเมื่อร่างเขาโดนประกอบใหม่ วิชั่นก็อยู่ในสภาพขาวซีดทั้งตัว และอยู่ในภาพลักษณ์นี้ไปตลอด ในขณะที่เข้าร่วมทีมกับ Avengers West Coast
.

3. ธานอสกลายเป็นชาวนา

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คล้ายกับในหนังสือการ์ตูนคือฉากจบในหนัง ที่เราเห็นธานอสเดินออกมาจากกระท่อมมองวิวอันสวยงามเบื้องหน้า ด้วยสีหน้าท่าทางที่รู้สึกผ่อนคลาย กับภารกิจที่เพิ่งเสร็จสิ้น ในหนังสือการ์ตูน Infinity Gauntlet ธานอสก็ทำเช่นนี้ หลังดับสิ้นชีวิตไปครึ่งจักรวาล ธานอสก็ไปลงหลักปักฐานอยู่บนดาวไหนสักดวง แล้วเขาก็กลายเป็นชาวนาใช้ชีวิตสงบ ในขณะที่เหล่าอเวนเจอร์สที่ยังรอดชีวิตก็ร่วมมือกับ อดัม วอร์ลอค หาทางกู้คืนชีวิตที่ดับสูญไป
.

2. เอ’ลารส์ บิดาของธานอส

นี่คือชื่อใหม่ที่ไม่เคยถูกเอ่ยถึงมาก่อนในหนังมาร์เวล เมื่อธานอสและกาโมร่ามาถึงดาววอร์เมีย เรดสกัลล์ผู้ทำหน้าที่อารักขาประตู ก็ทักทายธานอสว่า “ธานอส บุตรของเอ’ลารส์” การที่ใส่ชื่อนี้เข้าไปในบท อาจจะมีความหมายแอบแฝงว่า เอ’ลารส์ อาจจะปรากฏขึ้นมาในหนังเรื่องต่อ ๆ ไปของมาร์เวลก็เป็นได้ เอ’ลารส์ ในการ์ตูนมีฉายาว่า “ท่านที่ปรึกษา” เขาเป็นมนุษย์อมตะ เป็นสายพันธุ์มนุษย์ทีทรงพลัง ส่วนแม่ของธานอสคือ “ซุย-ซาน” มีพื้นเพมาจากดวงจันทร์ เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการสังเคราะห์พันธุกรรม ทั้งคู่ให้กำเนิดธานอส หนึ่งในสิ่งชั่วร้ายของจักรวาล ที่ทั้งคู่รู้สึกอับอายและพยายามยับยั้งการกระทำของธานอสมาตลอด ในหนังสือการ์ตูนนั้นธานอสสังหารพ่อแม่ของเขาไปแล้ว แต่ไม่แน่ในหนังเราอาจจะได้เห็น เอ’ลารส์ มาช่วยปราบธานอสก็เป็นได้
.

1. กัปตันมาร์เวล ความหวังของผู้กอบกู้สถานการณ์

ถ้าใครได้ดูฉากโพสต์เครดิต ก็จะได้เห็นว่าก่อน นิค ฟิวรี่ จะสูญสลายกลายเป็นเถ้าเขาได้ใช้เพจเจอร์เรียกตัวอีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ให้มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ร้าย และเพจเจอร์ที่ตกอยู่ก็ขึ้นเป็นโลโก้ของ “กัปตันมาร์เวล” ซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ของจักรวาลมาร์เวล ซึ่งล้วนสร้างคำถามน่าสงสัยว่าถ้าเธอเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่มีตัวตนอยู่นานแล้ว เธอไปแอบอยู่ที่ไหน แล้วทำไมนิคไม่พยายามติดต่อเธอก่อนหน้านี้ คำถามนี้อาจจะถูกทิ้งค้างไว้และไม่ได้รับคำตอบก็เป็นได้ ซึ่งหลาย ๆ คนก็น่าจะได้เห็นภาพโปรโมทไปแล้วกับ บรี ลาร์สัน ดาราดีกรีออสการ์นักแสดงนำหญิง ที่ได้สวมชุดกัปตันมาร์เวล เราจะได้เห็นหนังเดี่ยวของเธอในเดือนมีนาคม 2019 ก่อนหน้า Avengers 4 เพียงแค่ 2 เดือน
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

เจาะทุกโปรแกรมเด็ด Netflix จากงาน See What’s Next Asia ณ. สิงคโปร์

Published

on

เมื่อวันที่ 8-9 พฤศจิกายนที่ผ่านมาทาง What The Fact ได้รับเชิญจาก Netflix ให้เดินทางไกลถึงสิงคโปร์ เพื่อร่วมงาน See What’s Next Asia ณ. Marina Bay Sands Expo and Convention Center ร่วมกับสื่อมวลชนจากทั่วเอเซีย แต่งานจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามผมเดินดูทีละโซนเลยครับ

บูธเกร๋ๆจากหนัง-ซีรีส์ดัง

บูธแรกมาจาก The Umbrella Academy  บูธนี้จะให้สื่อมวลชนถ่ายรูปคู่กับแบคดรอปที่ประดับด้วยร่ม 7 คัน แทนตัวละคร 7 ตัวที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเพื่อเป็น superheroes นะครับ โดยมีการแจกหน้ากากให้สวมบทฮีโร่กันด้วย

บูธต่อมาครับ เป็นกระโจมศิราณี นะครับ ด้านในจะมีหมอดูที่สื่อหลายสำนักคอนเฟิร์มว่าแม่นจริง ฟันธง! ซึ่งกระโจมนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งจากซีรีส์ A series of unfortunate events ที่ซีซัน2 เด็กๆบ้านโบเดอแลร์ ต้องหนีเคาต์โอลาฟไปแฝงกายในคณะละครสัตว์ที่มีศิราณีเป็นหัวหน้าคณะ

บูธนี้ทีเด็ดเลยครับ จาก Mowgli Legend of the jungle หนังฟอร์มยักษ์ที่ แอนดี้ เซอร์กิส หรือ พี่กอลลัม ของเรากำกับนะครับ บูธนี้จะให้เราได้วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่าด้วย เซลฟี่วีดีโอ 360 องศา กับฉากหลังที่มีพี่เสือดำ บาเคียร่า โผล่หน้ามาด้วยนะครับ  พอถ่ายเสร็จก็เอาลงโซเชียลได้เลย

ขยับมาหน่อยกับบูธซีรีส์สุดดาร์ค  Narcos : Mexico บ้านเราป้ายอาจโดนเซนเซอร์นะครับ แต่ที่นี่จัดเป็นครัวบริการมารีฮัวน่ากันห่อเป้งๆ แหม่..ชวนเคลิ้มจริงๆ ไม่ใช่! มันเป็นแซนด์วิชนะฮะ แหม่ทำซะเหมือนเลย

ถัดมากับบูธ Selection Day ซีรีส์อินเดียฟอร์มยักษ์ ว่าด้วยความฝันของวัยรุ่นกับกีฬาคริกเกต ที่ให้เราได้สวมชุดเล่นคริกเกต์จัดเต็ม แถมมีโค้ชสอนตีลูกให้เราเต๊ะท่าถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียได้ด้วย

ปิดท้ายแบบ สยองๆหน่อย กับ Kingdom ซีรีส์ซอมบี้ยุคโชซอน กับแบคดรอปหน้าห้องบรรธมของกษัตริย์ที่เปราะเปื้อนไปด้วยเลือดมนุษย์ แถมมีอวัยวะทั้งแขนขาหลุดอีก  ยัง.ยังไม่พอมีผีดิบทึ่คอยวิ่งไล่แฮร่ ใส่นักข่าวอีกบอกเลย น่าจัวมั่กๆ

 

พาเนลเปิดตัวหนังและซีรีส์ดัง

สำหรับบนเวทีใหญ่ เท็ด ซารานดอส หัวหน้าผู้ดูแลด้านคอนเทนต์ของ Netflix  นำทัพเปิดตัวคอนเทนต์มากมายทั้งหนังและซีรีส์ใหม่ๆที่จะให้บริการสตรีมมิงกันตั้งแต่ปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า หนังฟอร์มยักษ์ของ Netflix ชูจุดขายดาราและผู้กำกับดัง

Narcos : Mexico กับซีซันที่ 4 ของซีรีส์สุดฮิตกับเจ้าพ่อคนใหม่ที่ขอท้าทายอำนาจกฎหมายด้วยปฏิบัติการขนกัญชาล็อตมหาศาลเข้าสู่สหรัฐอเมริกาโดยมีตำรวจนายหนึ่งปฏิญาณจะทำทุกวิถีทางเพื่อขวางมันให้จงได้ งานนี้ได้ 2 นักแสดงนำทั้ง ไมเคิล เพ็นย่า และ ดิเอโก้ ลูน่า มาร่วมพูดคุยบนเวทีอีกด้วย โดยซีรีส์พร้อมให้สตรีมแล้ววันนี้

Mowgli Legend of the jungle เมาคลี ตำนานแห่งเจ้าป่า ของ แอนดี้ เซอร์กิส ที่ชูเทคโนโลยี โมชัน แคปเจอร์ ที่ตนเองถนัด   ลงให้สตรีมมิงทาง Netflix 7 ธันวาคมนี้

ROMA หนังขาวดำของผู้กำกับ อัลฟองโซ กัวรอง จาก Gravity  ที่กวาดคำชมทุกเทศกาลก็จะเข้าฉายที่เฮาส์พร้อมลงสตรีมทาง Netflix วันที่ 14 ธันวาคมนี้

Bird Box มองอย่าให้เห็น  หนังใหม่ของซานดรา บูลลอค ที่จะลงสตรีมมิง 21 ธันวาคมนี้ก็ได้ ซูซาน เบีย ผู้กำกับรางวัลออสการ์มาทำ

The Umbrella Academy ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่เรื่องราวเริ่มจากเด็ก 7 คนที่เกิดจากผู้หญิงบริสุทธิ์ และพวกเขาต่างเกิดมาพร้อมพลังพิเศษจนชายคนหนึ่งอุปการะพวกเขา แต่เมื่อวันหนึ่งพ่อของพวกเขาถูกฆาตกรรมอย่างเป็นปริศนา พวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่อสืบหาต้นตอคนที่ฆ่าพ่อของพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีหนังน่าสนใจในปีหน้ามากมายนะครับ ทั้ง The Irishman ของมาร์ติน สกอร์เซซี   Triple Frontier หนังใหม่ของ เบน แอฟเฟล็ก  และที่น่าจะทำให้คอหนังโรแมนติกฟินสุดๆหนีไม่พ้น Always be my maybe ที่ได้เจ้าแม่เดี่ยวไมโครโฟนสุดฮา อาลี หว่อง กับเรื่องราวของเชฟสาวที่ต้องเลือกระหว่างคู่หมั้นโปรไฟล์หรูกับรักครั้งแรกที่แทบไม่มีแต้มต่อใดๆมาป่วนหัวใจให้แฟนๆได้ฟิน

Always be my maybe หนังตลกของเจ้าแม่เดี่ยวไมโครโฟน อาลี หว่อง

คอนเทนต์เด็ดจาก เอเซีย

ด้านคอนเทนต์เอเชียที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของงานก็เรียกได้ว่า ทีมหาคอนเทนต์ของ Netflix งัดไม้เด็ดมานำเสนอกันมากมายอย่างคุณเอริกา นอร์ธ นี่เปิดตัวมาก็ปังสุดๆแล้วนะครับกับ ซีรีส์ Netflix Original ของไทย 2 เรื่องแนวเขย่าขวัญได้แก่ เคว้ง หรือ The Stranded กำกับโดย โสภณ ศักดาพิสิษฎ์ จาก ลัดดาแลนด์ และ อุบัติกาฬ หรือ Shimmers  กำกับโดย วิศิษฎ์ ศาสนาเที่ยง และสิทธิศิริ มงคลศิริ จาก เปนชู้กับผี และ Last Summer ฤดูร้อนนั้นฉันตายรวมถึง ซีรีส์ไต้หวันอย่าง Triad Princess กับลูกสาวมาเฟียที่แอบไปรับงานบอดีการ์ดให้ดาราสาวจนเกิดเรื่องวุ่นวายขี้น

ทีมนักแสดงและทีมงานจาก Kingdom

ด้าน คิมมินยอง ก็งัดไม้เด็ดมาเอาใจสาวก ซีรีส์เกาหลี ทั้งซีซัน 2 ของ Busted เกมโชว์ผสมเรื่องราวสืบสวนสุดแปลกใหม่ Kingdom ซีรีส์สยองขวัญเอาใจคอหนัง ซอมบี้ แต่ปรับเรื่องราวให้อยู่ในยุคโชซอน โบราณ มีบรรยากาศการเมืองเข้ามาทำให้เรื่องราวเข้มข้นมากขึ้น

หรือแนะนำซีรีส์จาก Webtoon อย่าง Love Alarm ที่น่าจะโดนใจคอซีรีส์โรแมนติกเกาหลีแน่นอน

Cagaster of an insect cage

TRESE

ด้าน ไทโตะ โอกิอูระ ก็ขนอนิเมะซีรีส์มาเรียกเสียงกรี๊ดทั้ง Pacific Rim, Altered Carbon 2 อนิเมะจากหนังและซีรีส์ดัง, Cagaster of an insect cage เรื่องราวของพี่น้องที่ต้องเอาตัวรอดในโลกหลังล่มสลาย. Yasuke ศึกแห่งศักดิ์ศรีของซามูไรคนนอกที่เกิดในแอฟริกา และปิดท้ายด้วย Trese ดัดแปลงจากกราฟิกโนเวลของ ฟิลิปปินส์ กับภารกิจปกป้องมนุษย์จากสัตว์ประหลาดของ ฮีโร่สาวนาม อเล็กซานดรา เทรส

ปิดท้ายวันที่สองกับพาเนลแนะนำคอนเทนต์อินเดียงานนี้ ซิมราน เศรษฐี  ภูมิใจเสนอซีรีส์จากหนังดัง Bahuubali before the beginning ที่จะนำเสนอเหตุการณ์ก่อนหน้าหนังภาคแรกกับความเป็นวีรสตรีของพระนาง บาฮูบาลี กับการปกป้องบ้านเมือง  Leila เลย์ลา ซีรีส์ไซไฟโลกหลังล่มสลายของประเทศอินเดีย  Selection Day ซีรีส์กีฬาคริกเกตต์ กับเรื่องราวของสองหนุ่มพี่น้องที่โตมาในครอบครัวที่มีพ่อสุดเข้มงวด ที่หวังให้พวกเขาใช้กีฬาคริกเกต์เป็นใบเบิกทางสู่ชีวิตที่ดีกว่า Rajma Chawal ราชมา ชาวาล ซีรีส์ตลกสะท้อนสังคมอินเดีย

ช่วง What The Fact พบผู้บริหาร

รีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในส่วนของผู้บริหารเน็ตฟลิกซ์เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยทั้ง คุณรีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CEO คนสำคัญ ที่มาแถลงถึงความมั่นใจของ Netflix ในตลาดสตรีมมิงที่ปีหน้าจะมี Disney Plus มาเป็น คู่แข่งสำคัญ

เท็ด ซาแรนดอส (Ted Sarandos) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์

คุณเท็ด ซาแรนดอส (Ted Sarandos) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์ ที่มาพร้อมความหลากหลายทั้งเรื่องราวและวัฒนธรรมที่ทำให้ เน็ตฟลิกซ์ ต่างจากคู่แข่ง

แอนน์ อารอน

 

คุณแอนน์ อารอน ผู้ดูแลด้านผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมวิวัฒนาการจากการเอ็นโค๊ดหรือเข้ารหัสแบบไซส์เดียวใช้ทุกอุปกรณ์เปลี่ยนเป็นการเข้ารหัสต่อเฟรมภาพเพื่อแก้ปัญหาการรีบัฟเฟอร์ที่ก่อกวนการรับชมและก้าวต่อไปของเน็ตฟลิกซ์ที่การชมผ่านอินเตอร์เน็ตดาต้าจะใช้เพียง 270 กิโลบิตเปอร์เซ็คโดยเทียบง่ายๆว่าถ้าเราใช้แพ็คเกจ 4 GB เราจะชมเน็ตฟลิกซ์ได้ถึง 26 ชั่วโมงและกำลังพัฒนาระบบบีบอัดข้อมูลแบบ AV1 ที่น่าจะเพิ่มเป็น 33 ชั่วโมง ในอนาคตครับ

และพิเศษสุดๆครับ คุณ ท็อดด์ เยลลิน รองประธานบริษัทดูแลด้านผลิตภัณฑ์ ที่เราได้มีโอกาสพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ที่ช่วยคลายข้อสงสัยถึงก้าวต่อไปของ Netflix ได้ดีมากทีเดียวจะพิเศษแค่นี้มาอ่านกันเลย

Q : คราวที่แล้วคุณได้บอกพี่หนุ่ย พงศ์สุข ว่ามีการส่งสัญญาณภาพ 4K มาจาก ลอส การ์ตอสอยากรู้ว่า คุณมีปัญหาในการส่งสัญญาณบ้างไหม.

T: คุณรู้มั้ย internet มันทรงพลังมากไม่ว่าเราจะผลิตคอนเทนต์ใน เอเซียผลิตในอเมริกา หรือ ยุโรป เราส่งไฟล์ไปทั่วโลกสู่เซิฟเวอร์ที่ใกล้กับผู้บริโภคของเราที่สุดพูดง่ายๆเวลาเราผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ ไม่ว่า หนัง ซีรีส์ หรือ รายการบันเทิงเราไม่ได้ส่งตรงแต่จากที่อเมริกาเท่านั้นเพราะเรามีเซิฟเวอร์ที่ประเทศไทย อินเดีย ไต้หวัน เพื่อเราจะได้ส่งสัญญาณภาพผ่านอินเตอร์เน็ตในประเทศนั้นๆได้เลย

Q: จะมีการพัฒนาส่งสัญญาณภาพที่ละเอียดขึ้นในระดับ 6K หรือ 8K ต่อไปไหม

T: ภาพ 4 K ให้รายละเอียดดีมากอยู่แล้ว ด้วยจำนวนพิกเซลกว่า 4,000 พิกเซลแต่สำหรับ 8K ถ้าบ้านคุณมีทีวีจอแค่นี้คงไม่เห็นความแตกต่างมากนักคุณภาพในการรับชมเท่ากันแน่นอนเว้นแต่คุณจะมีทีวีจอยักษ์ ความละเอียด 8K ก็คงจำเป็นแล้วล่ะที่เราสนใจจริงๆคือ HDR หรือ High Dynamic Range เพราะมันทำให้จำนวนพิกเซลบนภาพเพิ่มขึ้นแสดงผลบนจอภาพได้ดียิ่งขึ้น
ไม่ว่าฉากนั้นจะจัดไฟสว่าง หรือเล่นกับความมืดภาพก็ยังคมชัด ดูสมจริง นั่นต่างหากที่เราสนใจ

Q: เราจะมีโอกาสได้ดูหนัง 4K ที่ไม่ใช่ของ Netflix เพิ่มมากขึ้นมั้ย

T: คุณจะได้ดูทุกคอนเทนต์ที่เราได้รับลิขสิทธิ์แบบ 4K แน่นอนลองหาหนังใน แคตตาล็อกเราดูได้เลย มีหลายเรื่องที่ให้ดูแบบ 4K ได้แล้ว

Q: Netflix ให้ความสำคัญกับการตอบสนองการใช้งานบุคคลหรือ Personalization ในก้าวต่อไป Netflix มีนโยบายสร้าง ชุมชนของคนดู (community)เช่นให้เราใส่เป็นรูปตัวเองเป็นโปรไฟล์ แชร์บนเฟซบุ๊คหรือ ทำคล้ายๆเพลย์สเตชั่นว่าเรา กำลังดูหนังเรื่องอะไรอยู่บนโซเชียล มีเดีย อะไรแบบนี้น่ะครับ

T: เป็นคำถามที่ดีเลยครับ โซเชียลทีวี เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เราทดลองอะไรใหม่ๆกับเน็ตฟลิกซ์มาหลายต่อหลายครั้ง ทำยังไงให้เน็ตฟลิกซ์กลายเป็นหนึ่งในสื่อโซเชียล ให้เรากดแชร์สิ่งที่เราดูบนNetflix ให้เพื่อนๆได้รับรู้ด้วยปุ่มเพียงปุ่มเดียว แต่การเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์รูปเล็กๆ ผมไม่คิดว่าเราจะเอาหน้าเราไปใส่ได้นะผู้ชมชอบการใส่ภาพ Avatar เป็นตัวละครที่ชอบใน Netflix เราเพิ่มรูปให้ใส่ในโปรไฟล์ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นของใหม่ที่เราทำปีนี้ เรามีรูปAvatar มากมายให้เลือกใส่บนโปรไฟล์ ถ้าคุณอยากได้หน้าตัวละครเรื่องไหน หน้านักแสดงคนโปรด หรือรูปไก่ ก็ใส่ได้เลย

Q: ผมรู้ว่าเป็นคำถามที่ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่คุณมีนโยบายรับมือการละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ตัวเองโดยเฉพาะในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นตอนนี้มีเว็บเถื่อน เอาหนังมาปล่อยให้ดูฟรีๆ เพื่อเก็บค่าโฆษณา.คุณมีมาตรการต่อสู้กับปัญหานี้ในอนาคตยังไงบ้าง

T: ผมขอพูดเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วโลกหน่อยนะ ตั้งแต่ Netflix เปิดให้บริการทั่วโลก ตอนนี้เรามีสมาชิกกว่า 190 ประเทศทั่วโลกปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์กลับลดลง ยิ่งมี Netflix ยิ่งลด เหตุผลที่ลดลงก็เพราะว่า ทั้ง Netflix และ อินเตอร์เน็ต ได้มอบให้ผู้บริโภคคือคลังคอนเทนต์เป็นพันๆที่รอให้คุณเลือกมาดูตอนไหนก็ได้ก่อน Netflix หรือ Internet TV ไม่ใช่แค่เรานะ ตอนนั้นแผ่นผีคือทางเลือกเดียวที่เราจะได้ดูหนัง ซีรีส์ ที่อยากดูซึ่งคนก็ไม่ได้อยากดูจากแผ่นผีนักหรอก หลายคนรู้สึกผิดแถมไว้ใจด้านคุณภาพไม่ได้เลยเวลาจะโหลดหนังมาดู เราก็ไว้ใจไม่ได้ว่าเด็กๆจะได้ดูหนังโป๊ก่อนวัยอันควรมั้ยเป็นประสบการณ์แย่ๆที่ใครก็ไม่อยากเจอแต่ตอนนี้เราเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เปิดเผยกว่าแถมมีคอนเทนต์ดีๆรออยู่เพียบเลย สิ่งที่เราตั้งใจคือมอบคอนเทนต์ดีๆคุ้มค่าเงินที่ทุกคนจ่ายมา ให้ได้ประสบการณ์ที่ดีจนตัดสินใจเป็นสมาชิกของ Netflix และผู้ให้บริการอื่นๆ

Q: อยากให้คุณทิ้งท้าย กล่าวอะไรกับแฟนๆของ Netflix ชาวไทยหน่อยว่า Netflix ทำอะไรอยู่และอยากบอกอะไรพวกเขา

T: อยากบอกว่า เรามีคอนเทนต์ดีๆมากมายอย่าง Black Mirror ซีรีส์โปรดของผม เหมาะกับทุกคนมั้ย..ไม่หรอก มีหลายคนชอบมันนะ แต่ถ้าไม่ชอบลองดูซีรีส์ Money Heist มั้ยเป็นซีรีส์ตื่นเต้นจนหยุดดูไม่ได้เลยล่ะอยากให้รู้จัก Netflix ว่าใช้งานง่ายมากทั้งการค้นหาหนัง ซีรีส์คุณอาจจะมีรสนิยมที่เหมือนหรือต่างจากผมก็ได้คุณอาจชอบคอนเทนต์เหมือนผู้ชมข้างบ้าน
หรืออาจเหมือนคนอีกมุมโลกเราจะพยายามหาคอนเทนต์ดีๆมาให้คุณได้ดู

ทิ้งท้ายให้อิจฉาเล่น

ทิ้งท้ายให้อิจฉาเล่นว่าเราได้ดูซีรีส์ KINGDOM 2 ตอนแรกแล้ว โดยทาง Netflix ได้จัดฉายที่โรงละคร Capitol Theater อันสวยงามแต่เนื่องจากยังติดสัญญางดเผยแพร่หรือ Embarko เลยไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆได้ ไว้ต้นปีหน้าเรามาสยองพร้อมกันเน้อ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

หนังเรื่องนี้พี่ดูระบบไหนดี Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald ในระบบ IMAX3D

Published

on

ต้อนรับ Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald ภาคต่อตำนานโลกเวทย์มนตร์ของ เจ.เค.โรวลิ่ง ที่คราวนี้จัดเต็มในระบบ IMAX3D ภาพ 3 มิติบนจอยักษ์ ซึ่งทาง What The Fact ของเราได้รับเชิญจากทาง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ให้ชมรอบสื่อเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมาในระบบ IMAX3D ที่โรงกรุงศรีไอแมกซ์ สาขาสยามพารากอน โดยผมขอเกริ่นนำก่อนว่าในวันรอบสื่อที่ผ่านมาทางเราได้ที่นั่งในแถว G ริมทางเดินซึ่งถือเป็นที่นั่งด้านล่าง อาจไม่ได้สะดวกสบายมากนักแต่ข้อดีคือจะทำให้เราได้ทดสอบในส่วนของอาการวิงเวียนศีรษะจากการรับชมได้ด้วย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปเจาะลึกตัดเกรดกันเป็นข้อๆเลยดีกว่า

เหมาะมั้ยกับระบบ IMAX3D

จากข้อมูลในเบื้องต้นอ้างอิงจากข้อมูลเชิงเทคนิคจากเว็บไซต์ IMDB ระบุว่าหนังใช้กล้อง Arri Alexa65 ซึ่งถือเป็นกล้องสำหรับถ่ายภาพแบบฟอร์แมตใหญ่ (Large Format) แต่ตัวหนังถ่ายทำมาในอัตราส่วนเดียวคือ 2.39:1 เพื่อให้เหมาะกับการฉายโรงทุกรูปแบบ แต่กระนั้นผู็สร้างก็ยังอุตส่าห์แปลงภาพให้เหมาะกับการฉายโรงใหญ่ด้วยเทคนิค เฟรมเบรค หรือ การทำเอฟเฟกต์ให้ภาพบางส่วนทะลุขอบดำบนล่าง ผลลัพธ์เลยทำให้ประสบการณ์การชมไอแมกซ์ค่อนข้างแตกต่างจากโรงทั่วไปพอสมควร ส่วนเรื่องเสียงตามข้อมูลระบุว่ามีการมิกซ์ในระบบ IMAX 12 Track ซึ่งจากการฟังจริงในโรงก็สัมผัสได้ถึงความกระหึ่มและมิติเสียงในแบบที่โรงไอแมกซ์ควรจะเป็นจริงๆ

สัมผัสมิติภาพด้านลึก

ในการดูหนัง 3 มิติ มิติของภาพระหว่างฉากหน้าหลังนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภาพที่ปรากฎตรงหน้าเกิดความเหลื่อมซ้อนของภาพฉากหน้าและฉากหลัง สำหรับ Fantastic Beasts ภาคนี้ต้องยอมรับว่าเขาออกแบบงานภาพมาให้เห็นมิติต่างๆดีจริงๆทั้งฉากพูดคุยกันที่เน้นถ่ายผ่านไหล่บ้าง หรือวางตำแหน่งให้มีความเหลื่อมซ้อนกันบ้างเพื่อให้เห็นมิติต่างๆได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงมิติของฉากหลังที่เป็นเมืองต่างๆก็ทำออกมาได้ดีมากๆครับ

เอฟเฟกต์เด้งทะลุจอ

คนดูหนัง 3 มิติย่อมต้องการเห็นภาพเอฟเฟกต์ทะลุจอกันแน่นอน และสำหรับ Fantastic Beasts ภาคนี้ก็ขยันใส่เอฟเฟกต์ทะลุจอต่างๆ ทั้งลำแสงเฮ้ากวง เอ้ย ลำแสงเวทย์มนตร์จากไม้กายสิทธิ์ หรือฉากระเบิดที่ต้องมีเศษไม้ทะลุเฟรมออกมา เรียกได้ง่ายๆว่าการตัดสินใจใช้เทคนิคเฟรมเบรคนี่คือถูกต้องมากๆเลย เพราะทำให้เห็นมิติภาพที่มันลอยหน้าคนดูได้ชัดเจนขึ้นจริงๆ แถมภาคนี้ตัวนิฟเลอร์ยังมีโอกาสได้เด้งทะลุจอมาขโมยหัวใจคนดูอีกด้วย

ถอดแว่นมองภาพเบลอ

การเช็คว่าหนังเป็น 3 มิติแท้หรือไม่ เวลาถอดแว่นจะต้องเห็นเป็นภาพซ้อนและเบลอ ซึ่งจากที่ได้ทดสอบถอดแว่นในแต่ละซีนก็พบว่า Fantastic Beasts ภาคนี้แปลงภาพมาทุกเฟรมจริงๆ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมผลลัพธ์ด้านภาพทั้งมิติด้านลึกและเอฟเฟกต์เด้งหาคนดูถึงทำได้อย่างไร้ที่ติแบบนี้

ความปลอดภัยต่ออาการเวียนศีรษะ

หลายคนดูหนัง 3 มิติแล้วมักมีอาการเมาภาพ เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ซึ่งอย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าผมได้ที่นั่งแถว G ซึ่งถือเป็นที่นั่งแถวล่าง เวลาดูจอต้องแหงนหน้าพอสมควร แต่จากการพิสูจน์ทั้งเรื่องพบว่า หลังซีนเปิดเรื่องที่เป็นการหลบหนีของกรินเดลวัลด์ที่ภาพค่อนข้างตัดต่อรวดเร็วฉึบฉับแล้ว ในส่วนอื่นของหนังก็ไม่ได้มีภาพที่คนดูต้องทรมานสายตาแต่อย่างใด จึงนับว่างานภาพ 3 มิติของหนังทำมาได้ปลอดภัยจากการรับชมพอใช้ได้เลย

สรุปแล้วคงต้องบอกว่าหากเป็นแฟน Harry Potter และ Fantastic Beasts และหลงไหลในโลกเวทย์มนตร์ของเจ เค โรวลิ่ง IMAX3D คงเป็นประตูแห่งโลกเวทย์มนตร์ที่จะพาเราไปสัมผัสประสบการณ์ร่วมได้ดีที่สุดแล้ว

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald (2018) : สัตว์น่ารักน้อยหน่อย แอ็คชั่นมากหน่อย มืดหม่นกำลังเหมาะ

มาถึงภาคที่ 2 แล้วกับแฟรนไชส์ Fantastic Beasts ที่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผู้ประพันธ์วางแผนไว้ว่าจะจบใน 5 ภาค หลังจากภาคแรกเธอได้ดึงตัวละคร นิวท์ สคาแมนเดอร์ บุรุษในตำนานที่ถูกกล่าวถึงไว้ในแฟรนไชส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้ออกมามีตัวตนบนจอภาพยนตร์ในฐานะพ่อมดผู้ชื่นชอบในบรรดาสัตว์มหัศจรรย์และเดินทางรวบรวมศึกษามันไปทั่วโลก จนกลายมาเป็นหนังสือเรียนที่นักเรียนฮอกวอตส์ทุกคนรู้จักกันดี หนังเปิดภาคแรกมาด้วยบรรยากาศสดใสอารมณ์ดี ได้รู้จักตัวตนของนิวท์ เป็นพ่อมดที่เก่งแต่อ่อนน้อมถ่อมตนขี้อาย ได้รู้จักสังคมพ่อมดทางฝั่งอเมริกา แต่ก็จบด้วยการปรากฏตัวของกรินเดลวอลด์พ่อมดร้ายในตำนาน และการโผล่มาเซอร์ไพรส์คนดูของจอห์นนี่ เด็ปป์

Published

on

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

มาถึงภาคที่ 2 แล้วกับแฟรนไชส์ Fantastic Beasts ที่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผู้ประพันธ์วางแผนไว้ว่าจะจบใน 5 ภาค หลังจากภาคแรกเธอได้ดึงตัวละคร นิวท์ สคาแมนเดอร์ บุรุษในตำนานที่ถูกกล่าวถึงไว้ในแฟรนไชส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้ออกมามีตัวตนบนจอภาพยนตร์ในฐานะพ่อมดผู้ชื่นชอบในบรรดาสัตว์มหัศจรรย์และเดินทางรวบรวมศึกษามันไปทั่วโลก จนกลายมาเป็นหนังสือเรียนที่นักเรียนฮอกวอตส์ทุกคนรู้จักกันดี หนังเปิดภาคแรกมาด้วยบรรยากาศสดใสอารมณ์ดี ได้รู้จักตัวตนของนิวท์ เป็นพ่อมดที่เก่งแต่อ่อนน้อมถ่อมตนขี้อาย ได้รู้จักสังคมพ่อมดทางฝั่งอเมริกา แต่ก็จบด้วยการปรากฏตัวของกรินเดลวอลด์พ่อมดร้ายในตำนาน และการโผล่มาเซอร์ไพรส์คนดูของจอห์นนี่ เด็ปป์

มาถึงภาค 2 หนังสานต่อเหตุการณ์จากภาคแรกทันที เมื่อกรินเดลวัลด์โดนควบคุมตัวโดยเหล่ามือปราบมารอย่างเข้มงวดรัดกุม แต่ด้วยความเป็นพ่อมดร้ายอันดับ 1 ในยุคนั้นมีหรือจะยอมจำนนง่าย ๆ กรินเดลวัลด์ก็หลบหนีได้อย่างไม่ยากเย็นเปิดโอกาสให้หนังใส่ฉากแอ็คชั่นระทึกตาตั้งแต่เปิดเรื่อง เมื่อกรินเดลวอลด์ปรากฏตัว โทนของหนัง Fantastic Beasts ก็ดูเปลี่ยนไปในทันที โทนหนังตึงเครียดขึ้นอย่างชัดเจน แม้ว่าชื่อเรื่องจะว่าด้วยบรรดาเหล่าสัตว์มหัศจรรย์แต่ประเด็นของหนังย้ายไปเน้นหนักที่สงครามเวทมนตร์ระหว่าง 2 สุดยอดพ่อมดในยุคนั้น อัลบัส ดัมเบิลดอร์ และ กรินเดลวอลด์ ที่เจ.เค. เกริ่นมาแล้วว่าตลอด 5 ภาคของ Fantastic Beasts จะเล่าเรื่องราวสงครามของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่นี้ที่กินเวลา 19 ปี

ในภาคนี้เส้นเรื่องหลัก คือการขึ้นเถลิงอำนาจในฐานะพ่อมดโลกมืดของกรินเดลวอลด์ที่รวบรวมสมัครพรรคพวกมากมาย แต่เป้าหมายของเขาคือ ครีเซนด์ เด็กหนุ่มจากภาคแรกที่มีพลังมืดสิงสู่อยู่ในตัว ทำให้กรินเดลวอลด์ต้องการดึงมาเป็นกำลังสำคัญของเขา ทางมือปราบมารรู้ถึงแผนการของกรินเดลวอลด์จึงมุ่งมั่นตามกำจัดครีเดนซ์เสียก่อนที่กรินเดลวอลด์จะได้ตัวไป ในภาคแรกตัวละครก็มากพอดูแล้ว ในภาคต่อนี้ตัวละครจากภาคแรกกลับมาเกือบครบ แล้วยังเพิ่มตัวละครใหม่อีกมากเลตา เลสเตรงจ์ เพื่อนสาวที่มีอดีตผูกพันกับนิวท์ , ธีซีอุส พี่ชายของนิวท์ทำงานอยู่ในกระทรวงเวทมนตร์ , อัลบัส ดัมเบิลดอร์ในวัยหนุ่ม , นิโคลาส ฟลาเมล นักเล่นแร่แปรธาตุที่เคยถูกพูดถึงใน Harry Potter and the Philosopher’s Stone หนังภาคแรก นิโคลาสเป็นคนแก่ที่น่ารักและเรียกเสียงหัวเราะได้มาก แถมยังมีฉากโชว์เท่ของตัวเองด้วย และ นากินี งูยักษ์ที่รู้จักกันดีว่าเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กายของโวลเดอร์มอต ภาคนี้เธอปรากฏตัวร่างหญิงสาวสวยที่ชวนติดตามว่าเธอไปพัวพันกับโวลเดอร์มอตได้อย่างไร

รวมถึง กิลเลิร์ต กรินเดลวอลด์ ที่ภาคนี้เปิดเผยตัวเองเต็มตัวทำให้เป็นตัวละครหลักที่ได้เวลาปรากฏตัวบนจอมามากพอควรสำหรับหนังที่มีตัวละครแออัดกันขนาดนี้ ดูแล้วชื่นชมจอห์นนี่ เด็ปป์ครับ ที่สลัดภาพพระเอกตลอดกาล มาเป็นผู้ร้ายได้อย่างสนิทใจ จับจอห์นนี่มาย้อมผม หนวดเคราสีขาว ใส่คอนแทคเลนส์สีขาวข้างเดียว ทำให้จอห์นนี่ เด็ปป์ เป็นกรินเดลวอลด์ที่น่ากลัวและเกรงขามสมศักดิ์ศรีพ่อมดร้ายในตำนาน เอาว่าแค่ยืนเฉย ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความร้ายกาจแล้ว ในขณะที่กรินเดลวอลด์มีบทบาทมากขึ้น พระเอกอย่างนิวท์ กลับถูกลดบทบาทความสำคัญอย่างเห็นได้ชัดเพราะต้องแบ่งเวลาให้กับตัวละครอีกมากที่ล้วนมีส่วนสำคัญกับเนื้อหาในภาคนี้

ตัวละครเก่าก็มากแถมเพิ่มตัวละครใหม่ที่ส่วนสำคัญกับเนื้อหาอีกหลายตัว ทำให้ 2 ชั่วโมง 14 นาทีของหนังต้องเล่าเรื่องราวมากมาย ความสัมพันธ์ที่ดูจะคืบหน้าของนิวท์และทีน่า , พื้นเพความสัมพันธ์ในอดีตกาลของดัมเบิลดอร์ และ กรินเดลวอลด์ที่เป็นสาเหตุของความบาดหมางในปัจจุบันที่เกริ่น ๆ ไว้แต่ยังไม่เล่าชัดเจน และ อดีตของเลตา และ นิวท์ ในช่วงที่เรียนฮอกวอตส์ ทำให้เราต้องดู The Crimes of Grindelwald แบบต้องเรียบเรียงสมองให้เข้าใจถึง 3 ช่วงเหตุการณ์ของจักรวาลแฮร์รี่ พอตเตอร์ เหตุการณ์ปัจจุบันในหนังที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ 70 ปีหลังจากนี้ในแฟรนไชส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่จบลงไปนานแล้ว และยังมีหลาย ๆ ช่วงที่หนังแฟลชแบ็คย้อนไปถึงอดีตของหลาย ๆ ตัวละครทั้ง ครีเดนซ์ , นิวท์ , เลตา ,ดัมเบิลดอร์ และ กรินเดลวอลด์ บอกเลยว่าถ้าไม่มีพื้นฐานจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาหรือไม่ได้ดู Fantastic Beasts ภาคที่แล้วมา ยากที่จะเข้าใจครับ นี่คือหนังที่สร้างมาเพื่อตอบสนองแฟนเดนตายของจักรวาลแฮร์รี่ พอตเตอร์ เท่านั้น ที่เจ.เค. ตั้งชื่อจักรวาลของเธอว่า Wizarding World

อย่างที่กล่าวว่าโทนหนังของภาคนี้เปลี่ยนไปจากภาคแรกพอดู เพราะมันว่าด้วยสงครามที่กำลังก่อตัวของพ่อมดด้านมืดและด้านสว่าง ทำให้หนังอัดฉากแอ็คชั่นมาได้ถี่ ๆ และแต่ละฉากก็ทำได้สนุกน่าตื่นตา แม้ว่าเราจะดูการต่อสู้ของพ่อมดมาถึง 10 เรื่องแล้วก็ตาม โดยเฉพาะฉากไคลแมกซ์ท้ายเรื่องที่เล่นใหญ่และลากยาว เอาให้คุ้มค่าเงินทุนมหาศาล 200 ล้านเหรียญ มากกว่าภาคที่แล้วที่ใช้ไป 180 ล้านเหรียญ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเงินทุนน่าจะหมดไปบรรดาซีจีที่อัดแน่น เรียกได้ว่าทุก ๆ นาทีของหนังล้วนมีแต่ภาพซีจี

แต่ด้วยเหตุที่ว่าหนังเรื่องนี้ชื่อ Fantastic Beasts ก็จำต้องคงไว้ซึ่งความน่ารักของบรรดาสัตว์มหัศจรรย์ ที่ภาคนี้เลือกเก็บไว้แค่บางตัวที่คนดูรักอย่างเจ้า พิก มนุษย์ต้นไม้ตัวจิ๋วเพื่อนคู่ใจของนิวท์ที่ไปไหนมาไหนด้วยตลอด และเจ้านิฟเฟลอร์ ตัวตุ่นสีฟ้าจอมซนที่ภาคนี้ก็ยังมีบทบาทสำคัญพอควร โผล่มาทีไรก็ได้เสียงวีดวิ้วของคนดูที่ตอบรับความน่ารักของมัน ภาคนี้นิฟเฟลอร์มีลูก ๆ น่ารักด้วยนะครับ และ “โซวู” แมวผสมมังกรสัตว์ในตำนานจีน สัตว์มหัศจรรย์ตัวใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในภาคนี้พอควร ทีมงานทำการบ้านมาดีครับกับการออกแบบให้โซวูมีทั้งด้านน่ากลัวและน่ารักในตัวเดียวกัน ที่ไม่ชอบสุดคือบรรดาแก๊งแมวเฝ้าสุสานนี่แหละ ที่ทำออกมาหยาบมาก สงสัยงบจะหมดพอดี

สรุปได้ว่า Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald เป็นภาคต่อที่โทนหนังหม่นกว่าภาคแรกมาก หนังแอ็คชั่นมากขึ้น ตัวละครมากขึ้น แต่ถ้ามองตามไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ภาคนี้ยังไม่ได้คืบหน้าไปเท่าใดนักเหมือนเป็นปฐมบทเข้าสู่สงครามเวทมนตร์ของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ ปริศนาใหม่ ๆ ก็ถูกสร้างขึ้นมาในภาคนี้ เพื่อดึงคนดูให้ติดตามบทเฉลยในภาคต่อ ๆ ไป แต่หลาย ๆ ปริศนานภาคแรกถูกเฉลย โดยเฉพาะตัวตนของครีเดนซ์ที่ถูกเปรยออกมาในวินาทีสุดท้ายของหนังก็เรียกเสียงฮือฮาได้พอควร ช้าระวังจะถูกสปอยล์นะครับ

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!