Connect with us

What The Fact

[ไปดูดีมั๊ย?] รวมคอนเสิร์ตดีน่าดูในเดือนมิถุนายนนี้

ผู้ชม 695 ครั้ง!

เดือนหน้าเป็นอีกเดือนที่มีคอนเสิร์ตดีๆมากมาย ทั้งศิลปินไทยและต่างประเทศ แมสและอินดี้ เพียบไปหมดเลยครับ หากไม่ได้วางแผน คำนวนเวลา คำนวนเงิน (และกันเงินเดือนบางส่วนเอาไว้) อาจจะพลาดอะไรดีๆไปได้ วันนี้ (ก่อนที่เงินเดือนเดือนหน้าจะหมดไป) ผมเลยรวบรวมคอนเสิร์ตดีๆ พร้อมข้อมูลให้ได้พิจารณากันว่าเดือนหน้าเราจะไปเฮกับงานไหนกันบ้าง งั้นเราไปดูกันเลยครับ

2-3 มิถุนายน : Cat T-Shirt 5

เป็นครั้งที่ 5 แล้วนะครับกับ เทศกาลดนตรีและเสื้อยืดประจำปีของ แคท เรดิโอ “Cat T-Shirt 5” ที่มีเสื้อยืดให้ได้ช้อปกันกว่า 200 กว่าร้านค้า กว่า 2,000 ลายใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทั้งจากดีไซเนอร์ ศิลปินเพลงหน้าเก่าหน้าใหม่ ที่มาเป็นพ่อค้าแม่ขายพร้อมแจกลายเซ็นเองกับมือ เป็นงานที่คุ้มมากๆได้ทั้งซื้อเสื้อเท่ๆ พบปะศิลปินที่คุณชื่นชอบและได้ดูคอนเสิร์ตด้วยในงานเดียวเลย

  • Venue : 2-3 มิถุนายนนี้ แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ สถานีมักกะสัน
  • Time : 11.00-23.00 น.
  • Ticket : บัตรราคา 390 บาท ใช้เข้างานได้ทั้ง 2 วัน พร้อมคูปองส่วนลดซื้อเสื้อยืด มูลค่ารวม 600 บาท
  • ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/cat-t-shirt5-2018-th.html
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด :  บัตรไม่แพง (เพราะต้องมีเงินไว้ช้อป 555) งานมีสองวัน มีเสื้อเท่ๆเพียบ ได้ทั้งช้อป ทั้งชิล ทั้งเฮไปกับคอนเสิร์ตดีๆจากศิลปิน (ที่ต้องมีสักคน)ที่เราชื่นชอบมากมาย
  • ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  : ศิลปินเยอะมากครับ ลองดูรายชื่อกันก่อนว่ามีใครบ้างที่เป็นคนโปรดของเรา และเปิดเพลงฟังอุ่นเครื่อกันเลยครับ !

THE TOYS, SINGTO NUMCHOK, THE PARKINSON, SWEAT16!, POLYCAT, B5, FLURE, V VIOLETTE, THE YERS, BURIN, EARTH PATRAVEE, RASMEE, PHUM, DENIMS (JAPAN), WHAL & DOLPH, BARBIES, PILLS, M YOSS, THE WHITE HAIR CUT, TEMP., BOYJOZZ, 25 HOURS


5 มิถุนายน : Boyce Avenue Live In Bangkok with Special Guest Room39

Boyce Avenue (บอยซ์ อเวนิว) เป็นวงคัฟเวอร์ระดับโลกจากฟลอริด้า ที่สร้างกระแสการตอบรับที่ดีจากแฟนๆทั้งในและต่างประเทศ จนได้ออกทัวร์ไปทั่วโลกและมีงานเพลงเป็นของตัวเอง

Boyce Avenue ประกอบด้วยสามพี่น้องหน้าตาดีระดับบอยแบนด์แห่งบ้าน แมนซาโน่ ได้แก่ อเลฮานโดร (ร้องนำ, กีตาร์, เปียโน), เฟเบียน (กีตาร์, ร้อง) และ แดเนียล (เบส, เพอร์คัชชัน, ร้อง) ทั้งสามฟอร์มวงขึ้นในปี 2004 แจ้งเกิดจากการร้องคัฟเวอร์เพลงดังลงยูทูป ด้วยเครื่องดนตรีอะคูสติกเรียบง่ายเพียงไม่กี่ชิ้น ผสานกับเสียงร้องอันแสนไพเราะและมีเอกลักษณ์ ขับกล่อมประสานกันอย่างยอดเยี่ยมลงตัว จนมีฐานแฟนเพลงมหาศาลทั่วโลก และทำให้พวกเขาได้กลายเป็นวงดนตรีอิสระระดับโลกไปในที่สุด การันตีความเพราะขั้นเทพด้วยยอดวิวบนยูทูปเกิน 3.7 พันล้านวิว! และมีสมาชิกติดตามถึง 10.6 ล้านคนในยูทูป !!!

นอกจากนี้ในงานยังมีวงเปิดเป็นวง Room39 ที่ก็เป็นวงที่โด่งดังจากการคัฟเวอร์เพลงด้วยเช่นกัน จนตอนนี้เป็นศิลปินที่มีงานเพลงเป็นของตนเอง และยังคงสร้างงานเพลงดีๆออกมาอย่างต่อเนื่อง

  • Venue : บีซีซี ฮอลล์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว
  • Time : 19.00 น.
  • Ticket : 2,800 / 2,300 / 1,800 บาท
  • ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/boyce-avenue-with-special-guest-room39-2018-th.html
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ถึงแม้ราคาบัตรออกจะหนักเสียหน่อย (ถูกสุด 1,800 บาท) แต่ถ้าเทียบระดับความคุ้มกับการได้ดูวงระดับโลกที่การันตีความไพเราะ นุ่ม เนี๊ยบ เหมาะแก่การไปฟังสดๆสุดๆ อีกทั้งเป็นครั้งแรกกับการมาเยือนไทย แถมยังมีวงเปิดเป็นวง Room39 ที่ไม่น่าพลาดกับการฟังสดจริงๆ จึงไม่น่าจะมีเหตุผลใดที่ควรพลาดเลยครับ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


9 และ 10 มิถุนายน : JAZZin’ it up with Smiles – No.1

งานรวมพลคนสายแจ๊ซ รวมนักดนตรีสาย JAZZ ที่มีประสบการณ์บนถนนดนตรีมาอย่างโชกโชน  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในสายดนตรีมามากมาย มาไว้ในงานเดียวกัน งานนี้จัดขึ้นโดย บอย โกสิยพงษ์ และ นภ พรชำนิ จาก เลิฟ อิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ซึ่งรายชื่อศิลปินที่มาร่วมงาน ประกอบไปด้วย Nop Ponchamni & The Groovetomatix Band Featuring The Groove Riders – Trio , The Pomelo Town , Mellow Motif , Sunny Trio & Natt Buntita , Snapper Town , Siam Jazz Orchestra , College of Music – BSRU , RSU Quintet  and Special Guest Singers

ถือได้ว่าเป็นระดับเซียนแจ๊ซกันทั้งนั้น หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหล่าอัศวินสายแจ๊ซได้เลยครับ

  • Venue : โรงละครอักษรา ศูนย์การค้า คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ
  • Time : 16.30 น.
  • Ticket : Early bird  ระหว่างวันที่ 19 – 25 พฤษภาคมนี้  ราคาเริ่มตันที่ 1,500 / 1,700 / 1,900 บาท  จากปกติราคา 1,800 / 2,000 / 2,200 บาท (ถ้าซื้อตั้งแต่วันที่ 26 จะราคานี้ครับ)  งานมีสองรอบรอบวันที่ 9 และ 10 รอบละ 500 ที่นั่งครับ
  • ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/jazzin-it-up-with-smiles-no1-2018-th.html
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : หากคุณเป็นคนที่รักในดนตรีแจ๊ซ คิดถึง นภ พรชำนิ คิดว่างานนี้คุ้มค่ามากๆและไม่ควรพลาดครับ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


9 มิถุนายน : Lula First Solo Concert

หากให้นึกถึงศิลปินหญิงสักคนหนึ่งในบ้านเรา เชื่อได้ว่าชื่อแรกๆที่ใครหลายคนจะต้องนึกถึงจะต้องเป็นเธอคนนี้ “ลุลา” เจ้าของน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และงานเพลงสุดละมุน ไพเราะชวนเคลิบเคลิ้ม และอ่อนไหวไปกับความรู้สึกและเรื่องราวในบทเพลงเหล่านั้นอาทิ ตุ๊กตาหน้ารถ , เรื่องที่ขอ , ทะเลสีดำ ,รักปาฎิหารย์ ซึ่งเป็นเพลงโปรดในดวงใจของใครหลายคน

คราวนี้เธอมาพร้อมกับ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบสิบปีของเธอ  พร้อมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษอีก 3 ชีวิต!!  ที่จะมาสร้างความสนุก เสริมสร้างบรรยากาศในแบบ LITTLE MISS LULLABY สร้างสรรค์ Production Design โดยกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ DUCKUNIT ที่กล้าการันตีได้เลยว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้ไม่ธรรมดา

  • Venue: GMM Live House @ Central World Fl.8
  • Time : 19.00 น.
  • Ticket : 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท
  • ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/lula-first-solo-concert-2018-th.html
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของลุลา ที่จะได้ฟังลุลาร้องเพลงให้ฟังแบบเต็ม ๆ ยาว ๆ สด ๆ ท่ามกลางโปรดักชั่นดีๆที่มีธีมน่ารัก

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


12 มิถุนายน : Mr.Big Live In Bangkok

Mr.Big คือวงระดับตำนาน เป็นSupergroupจากLos Angeles สหรัฐอเมริกาซึ่งก่อตั้งวงในปีค..1988. สมาชิกดั้งเดิมที่เริ่มก่อตั้งประกอบไปด้วย Eric Martin (ร้องนำ), Paul Gilbert (กีต้าร์), Billy Sheehan (เบส), and Pat Torpey (กลอง)(1988-2018)  (ต่อมา Matt Starr มาร่วมตีกลองแทน Pat ตั้งแต่ปี 2014) ซึ่งแต่ละคนเรียกได้ว่าเป็นตัวเทพในแต่สาย อย่าง Paul Gilbert ก็เป็นกีตาร์ฮีโร่ในดวงใจของใครหลายคน Billy Sheehan ก็คือไอดอลสายเบส นอกจากนี้ยังมี Richie Kotzen สุดยอดมือกีตาร์ระดับเทพอีกคนที่มาร่วมงานแทน Paul ในช่วงปี 1999-2001 ก่อนที่ Paul จะกลับมารับหน้าที่มือกีตาร์อีกครั้ง

พวกเขามีชื่อเสียงในด้านของความเป็นนักดนตรี มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือการร้องประสานในบทเพลง การเรียบเรียงและการเล่นที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพตัวจริงทำให้บทเพลงของเขาสามารถเข้าถึงผู้คนได้จนถึงทุกวันนี้

  • Venue : GMM Live House @ Central World Fl.8
  • Time : 20.30 น.
  • Ticket : 3,000 / 2,000 บาท
  • ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/mr-big-live-in-bangkok-2018-th.html
  • https://www.ticketmelon.com/pmg/mrbigliveinbangkok
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นวงขั้นเทพสายร็อคที่โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ แถมราคาบัตรไม่แพงจนเกินไป หากเทียบกับความเทพของวง

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


13 มิถุนายน : Extreme Asia Tour 2018 Bangkok

เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของหนึ่งวงร็อคระดับตำนาน Extreme ที่ก่อตั้งวงโดย Gary Cherone (ร้องนำ) และNuno Bettencourt (มือกีตาร์) ตั้งแต่ปี 1985

Extreme คือวงที่สามารถจัดได้ว่าเป็นประเภทเดียวกับวงระดับตำนานอย่าง Van Halen,Queen,Aerosmith,Mr.Big หรือLed Zeppelin โดยพวกเขาได้ให้คำจำกัดความแนวดนตรีของตัวเองว่าเป็น”Funky Metal”และ ได้พัฒนามาเรื่อยๆ โดยดึงเอาแรงบันดาลใจจากหลายๆแนว เช่น Classic rock มาผสมกับแนวอย่างPost-Grunge และAlternative rock

Nuno Bettencourt นักแต่งเพลงลูกครึ่งอเมริกันโปรตุเกต เป็นสมาชิกวงที่โด่งดังมาก ด้วยความหล่อเหลาและฝีมือขั้นเทพ เขาเป็นเค้าเป็นที่รู้จักในนามของหนึ่งในสุดยอดมือกีต้าร์ของวงExtreme  นอกจากนั้นยังมีผลงานเดี่ยวของตัวเอง และร่วมวงกับศิลปินอื่นๆอีกมากมาย

  • Venue : GMM Live House @ Central World Fl.8
  • Time : 20.00 น.
  • Ticket : 3,000 / 2,000 บาท
  • ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/extreme-asia-tour-2018-Bangkok-th.html
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ผมเชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟน Mr.Big ก็จะเป็นแฟน Extreme ด้วย ถ้ามีเวลาและทุนทรัพย์ก็คิดว่าควรจัดทั้งสองงานเลย (แถมงานจัดขึ้นที่เดียวกัน ราคาบัตรเท่ากัน วันเล่นต่อกันอีกต่างหาก) เหตุผลที่ไม่ควรพลาดสำหรับ Extreme ก็เช่นเดียวกัน วงระดับตำนาน กับงานเพลงคุณภาพ ในราคาที่ไม่แพงมากนัก

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


คราวนี้เรามาดูคอนเสิร์ตสายอินดี้กันดูบ้างครับ

9 ,15 และ 23 มิถุนายน : Fungjai Lab

Tiger presents “Fungjai Lab” ซีรีส์ 3 งานคอนเสิร์ตจากฟังใจเปิดประสบการณ์การฟังเพลงด้วยแนวเพลงที่หลากหลายให้คุณได้มาร่วมกันพบสมมุติฐานความสนุกจากห้องทดลองแลปทั้งสามวิชาแบบนอกหลักสูตร

โดยสามารถเลือกเรียนวิชาที่ชอบหรือเทคคอร์สทั้งหมดสามวิชาได้เลย!!! โดยวิชาทั้งสามประกอบไปด้วย

EP1. Psychedelic 101

วิชาที่จะพาผู้ชมทุกท่านไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ในการดูดนตรีผ่านจิตใต้สำนึกของคนดู 

  •  คาบเรียน: 9 มิ.. 2018  
  •  ตัวแปรต้น: Diaries  
  •  ตัวแปรตาม: Cloud Behind  
  •  ตัวแปรแทรกซ้อน: Chladni Chandi  
  •  ตัวแปรควบคุม: Buddhist Holiday  

EP2. Electronic 101

วิชาที่จะรวมจังหวะทุกจังหวะแสดงร่วมกับแสงสีสร้างประสบการณ์ร่วมให้เสมือนเราเป็น 

ส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับบทเพลงและเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ไปกับวงดนตรี 

  • คาบเรียน: 15 มิ.. 2018  
  • ตัวแปรต้น: Telex Telexs  
  • ตัวแปรตาม: DCNXTR  
  • ตัวแปรแทรกซ้อน: S.O.L.E.  
  • ตัวแปรควบคุม: Cyndi Seui  

EP3. Thai Fusion 101

วิชาที่นำเสนอสิ่งที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนไทยเพราะความเป็นไทยไม่เคย มีกฎเกณฑ์หรือคำจำกัดความแต่มันอยู่กับเราทุกที่ทุกเวลาผสมผสานไปกับการใช้ชีวิตของเรา 

  • คาบเรียน: 23 มิ.. 2018  
  • ตัวแปรต้น: Isanjah  
  • ตัวแปรตาม: Boyjozz  
  • ตัวแปรแทรกซ้อน: ไปส่งกู๊บขส.ดู๊ 
  • ตัวแปรควบคุม: Srirajah Rockers 

รายละเอียด

  • Venue: Glowfish (สาธร)
  • Time : 18.00 .
  • Ticket : หากซื้อก่อน 2 มิ.ย. จะราคางานละ 200 บาท (จากนั้นจะปรับเป็น 350 บาท)
  • ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/864/fungjailab
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นงานรวมเหล่าศิลปินอินดี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เคยมีมา โดยสามารถเลือกกลุ่มศิลปินที่ชื่นชอบ และไปร่วมสนุกในแลปความมันส์และสร้างสรรค์นี้กันได้เลย นอกจากนี้ราคาบัตรยังบอกได้เลยว่า ถูกมาก บอกได้คำเดียวครับว่า คุ้ม !!!
  • ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :  ผมจะเอาตัวอย่างงานเพลงจากศิลปินในแต่ละวิชามาให้ฟังกันดูนะครับ

วิชา Psychedelic 101

วิชา Electronic 101

วิชา Thai Fusion 101


9 มิถุนายน : Standing Egg

Standing Egg คือที่สุดของวงดนตรีสายชิล จากเกาหลีใต้ ที่มีผลงานเพลงเพราะๆมากมาย ต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ปี 2010

เสน่ห์ของ Standing Egg คือ เพลงเพราะ ฟังเพลินในสไตล์อะคูสติคป็อปผสานเสียงร้องนุ่มละมุนหู อีกทั้งในแต่ละอัลบั้มยังมีศิลปินรับเชิญสายชิลมาร่วมแจมมากมาย

Standing Egg มีสมาชิกหลัก 3 คนประกอบด้วย Egg1, Egg2 และ Egg3  (เก๋ป่ะเล่า 555) มีผลงานออกมาแล้วทั้งหมด 5 อัลบั้ม 7 อีพี และ 1 สเปเชี่ยลอัลบั้ม ซึ่งงานเพลงจากอัลบั้มเหล่านี้ได้เป็นเพลงในดวงใจและอยู่ในเพลย์ลิสต์ฟังเพลินของใครหลายคน

  • Venue:  Voice Space (วิภาวดีรังสิต)
  • Ticket: 2,400 / 2,000 / 1,600 บาท
  • Time: 18.00 น.
  • ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/standingeggbkk2018
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานสำหรับแฟนๆ Stanging Egg ส่วนใครที่เป็นแฟนเพลงใหม่หรือยังไม่คเยฟัง อยากให้ลองฟังเพลงของพวกเขาดูแล้วคุณจะรู้เลยว่าทำไมถึงไม่ควรพลาด

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


14 มิถุนายน : Se So Neon

คอนเสิร์ตแรกในเมืองไทยของวงอินดี้หน้าใหม่จากแดนโสม “Se So Neon”  วงอินดี้ร็อคเจ้าของรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม Rookie of The Year จากงาน Korean Music Awards 2018

Se So Neon  (새소년)  เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า “คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นชื่อนิตยสารวัยรุ่นที่ตีพิมพ์ในปีช่วงปี 60-80  ที่พวกเขาไปเจอมาในร้านหนังสืออิสระ ด้วยความถูกใจก็เลยนำมาตั้งชื่อวงเลย

Se So Neon มีสมาชิก 3 คนประกอบไปด้วย Hwang So-Yoon (ร้องนำ กีตาร์), Moon Fancy (เบส), และ Gang To (กลอง)

  • Venue: PLAY YARD by Studio Bar (ลาดพร้าวซอย 8)
  • Ticket: 400 บาท (หน้างาน 500 บาท)
  • Time: 19.00 น.
  • ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/sesoneonliveinbkk
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ถึงแม้จะเป็นวงหน้าใหม่ แต่ฝีมือนั้นไซร้ไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งยังมีวงเปิดเป็นวงอินดี้คุณภาพอย่าง FWENDS และ Folk9 อีกด้วย  เป็นความคุ้มในราคา 400 บาทที่คุ้มแสนคุ้มเลยจริงๆ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :

 


20 มิถุนายน : Suuns

พบกับ SUUNS วงอิเล็กทรอนิกอาร์ตร็อก จากมอนทรีอัลแคนาดา ที่จะทำให้ฟลอร์เต้นรำสะเทือนไปกับเสียงเบส แสงไฟ และเมโลดี้ลึกลับเกินคาดเดา แต่ขณะเดียวกันก็อัดแน่นไปด้วยบีตสุดมันที่พร้อมกระตุกต่อมแดนซ์ในตัวคุณให้ดิ้นแบบหยุดไม่อยู่ !!!

เสน่ห์ของวง SUUNS คือการหยิบจับดนตรีแนวต่าง มาใส่เข้าไปในบีต รวมถึงซาวด์อิเล็กทรอนิกที่สร้างสรรค์ขึ้นมาก็ทำได้อย่างแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ฮิปฮอปดาร์ก ดีพเฮาส์ลอย ๆ , ดนตรีอิเล็กทรอนิกใต้ดินจากยุค 90s ที่ได้อิทธิพลกลองสไตล์แบ็กกี้, หรือหยิบเอาเมโลดี้กีตาร์หรือซาวด์กลองที่ใช้ในเพลงไซคีเดเลียปลายยุค 60s มาใส่ในเพลงได้อย่างน่าสนใจ 

  • Venue: De Commune
  • Ticket: 1,300 บาท
  • Time: 21.30 น.
  • ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/hyhbkk/suuns
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : งานดนตรีที่มีเอกลักษณ์ แดนซ์บีตแบบหน่วงๆ พร้อมปล่อยใจไปล่องลอยกับบทเพลงไร้ขีดจำกัด  ใครมาสายนี้ต้องไม่พลาด ! 

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


24 มิถุนายน : Siamese Cats

พบกับอินดี้รุ่นเก๋าจากแดนปลาดิบ ที่มีชื่อเป็นแมวไทยว่า “Siamese Cats”  ซึ่งเป็นหนึ่งในวงอินดี้ที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง งานเพลงคุณภาพสะใจสายอินดี้แน่นอน

เพลงของพวกเขามีความเป็น Alternative Rock ที่ไม่หนักหน่วงจนเกินไป ผสมผสานเสียงร้องเท่ๆจนเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทางวงมีผลงานออกมาแล้ว 4 อัลบั้ม โดยมีเพลงฮิตอย่าง “Girl at The Bus Stop” และ“Travel Agency”

นอกจากนี้ยังวงเปิดเป็นวงที่พวกเขาเรียกตัวเองว่าโอตาคุป็อปแบนด์นั่นคือ  ”Seal Pillow”   และยังมีวง Costlywood อินดี้ป๊อปหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามอง

  • Venue: PLAY YARD by Studio Bar (ลาดพร้าว ซอย 8)
  • Ticket: 400 บาท (หน้างาน 500 บาท)
  • Time: 21.00 น.
  • ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/siamesecats
  • เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : แค่ฟัง Siamese Cats ก็คุ้มสุดๆแล้ว 400 บาทได้ฟังวงอินดี้ระดับนี้เรียกได้ว่า ไม่น่าลังเลเลยอีกทั้งยังมีวงเปิดมาอุ่นเครื่องความเพลินอย่าง Seal Pillow กับ Costlywood อีกต่างหาก รับรองฟิน !!!

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Robin Hood: ล่มเมืองเพื่อเธอ

Published

on

By

เรื่องย่อ

“Robin Hood” ผลงานภาพยนตร์โปรเจกต์ยักษ์ที่นำเรื่องราวของยอดวีรบุรุษจอม โจรมาเล่าตีความในมุมมองใหม่ บู๊กว่า ดุดันกว่า และการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า รับประกันว่าผู้ชมยังไม่เคยได้สัมผัสในเวอร์ชั่นใดมาก่อน โดยหยิบยกเรื่องราวช่วงยุคเริ่มต้นของตำนานโรบิน ฮูดหลังจากที่เขาไปร่วมรบในสงครามครูเสด เมื่อกลับมาจึงพบว่าเมืองของเขาถูกคนชั่วยึดครอง โรบิน ฮูดจึงรวบรวมตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้

จากเรื่องเล่าที่มีประวัติยาวนานมากว่า 800 ปี ว่าด้วยจอมโจรที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ฉ้อฉลและช่วยเหลือชาวบ้านตาดำ ๆ ก็เป็นความคลาสสิกและโรแมนติกที่ทุกสังคมล้วนเผชิญและอัดอั้นคล้าย ๆ กัน และถ้านับเอาเฉพาะฉบับภาพยนตร์ก็ถือว่ามีการทำหนังมากว่า 110 ปีแล้วนับแต่ Robin Hood and His Merry Men (1908) หนังสั้นขาวดำที่ถือเป็นหนังโรบิน ฮูดเรื่องแรก

มาปีนี้ โรบิน ฮูด กลับมาอีกครั้งโดยการอำนวยการสร้างของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โดยดึงผู้กำกับใหม่ถอดด้ามในวงการจอเงินแต่เก๋าในวงการจอแก้วทั้งซีรีส์ Black Mirror และกำลังมีผลงานในปีหน้ากับ His Dark Materials อย่าง ออตโต บาตเฮิร์ส มากำกับ พ่วงด้วยดาราดังคับคั่งที่คัดตัวกันอย่างโชกเลือดกว่าจะได้แต่ละคนมา ทั้ง ทารอน อีเกอร์ตัน ที่คุ้นตาจากหนัง Kingsman มารับบท โรบิน ฮูด ที่ปรับลุคให้ดูวัยรุ่นขึ้น (ให้อารมณ์หนัง Kingsman ภาคแรกเหมือนกันนะ) และมีภูมิหลังเป็นอดีตทหารครูเสด โดยมีผู้ช่วยฝึกสอนวิชาและคู่หูนาม ลิตเติ้ล จอห์น รับบทโดย เจมี่ ฟ็อกซ์ ซึ่งก็ปรับลุคจากชายสูงใหญ่ล่ำบึ้กมาเป็นชายผิวสีดูเข้มน่ากลัวแทน และได้ตัวร้ายที่ให้บรรยากาศชวนเสียวหลังอย่างเบน เมนเดลโซห์ ตัวร้ายจากเรื่อง Rogue One: A Star Wars Story มารับนายอำเภอผู้มีปมกำพร้าและต้องการล้างแค้นทุกคนให้ลำบากเช่นเดียวกับเขา ซึ่งก็สร้างมิติใหม่ ๆ น่าสนใจให้ภูมิหลังตัวละครมากขึ้นด้วย

นอกจากเนื้อหาที่รู้ ๆ กันดีแล้วอย่างการเป็นผู้นำชุมชนลุกขึ้นสู้กับอำนาจทรราชย์แล้ว หนังยังมีซับพล็อตเรื่องความรักสามเส้าเข้ามาอีก เมื่อหนึ่งในผู้นำกลุ่มต่อต้านนายอำเภอที่แสดงโดย เจมี่ ดอร์แนน จากหนัง Fifty Shades of Grey (2015) ก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกับโรบิน ฮูด โดยนางเอกของเรื่องก็ได้ อีฟ  ฮิวสัน ลูกสาวสุดสวยของ โบโน่ แห่งวง U2 มารับบทนำด้วย ซึ่งหนังก็วางตัวละคร 3 เส้านี้ได้น่าสนใจสามารถเล่นเผื่อมีภาคต่อได้สบาย ๆ แถมทวีความเข้มข้นมากขึ้นด้วย เพราะดอร์แนนเป็นสายหลักการต่อสู้อย่างสันติ ในขณะที่โรบินเป็นสายก่อการร้าย ซึ่งขัดแย้งโดยหลักการกันเอง

สิ่งที่หนังทำได้น่าสนใจนอกจากการปรับลุคตัวละครให้มีความแตกต่างน่าสนใจจากฉบับเก่า ๆ และการปรับเมืองน็อตติ้งแฮมที่เป็นฉากหลังจากยุคกลาง มาสู่เมืองศูนย์ยุคอุตสาหกรรมของอังกฤษที่ดูทันสมัยและเสื่อมโทรมทางจริยธรรมไปพร้อมกันแล้ว หนังยังจริงจังมากกับการใส่ฉากแอ็กชั่นที่คิดมาแบบละเอียด ทั้งการให้อีเกอร์ตันฝึกสตันท์การยิงธนูไวแบบโบราณที่ทำได้ถึง 3 ดอกในเวลา 2 วินาที การกระโจนตัวกลางอากาศยิงเป้าเคลื่อนที่ และท่าสตันท์กับการยิงธนูอีกหลายหลาก โดยได้โปรด้านธนูสไตล์โบราณเจ้าของสถิติโลกอย่าง สตีฟ ราล์ฟส และ ลาร์ส แอนเดอร์เซน มาฝึกโดยเฉพาะเพื่อให้ภาพที่มีความน่าสนใจและรู้สึกว่าธนูอาวุธคู่กายของโรบิน ฮูด นั้นทรงพลังมากที่สุดด้วย

ตรงนี้ก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้หนังดูน่าสนใจจากมากกว่าเวอร์ชันเก่า ๆ ด้วย

ซึ่งนอกจากท่าทางแล้วหนังยังได้ครีเอทีฟอาวุธอย่าง ทิม ไวล์ดกูส  มาทำอาวุธจากพื้นฐานธนูให้ทรงพลังขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หน้าไม้ที่ยิงได้ต่อเนื่องไม่ต่างจากปืนกล หรือ ปืนอาร์พีจีแบบยิงลูกธนู 30 ดอกพร้อมกัน เป็นต้น และอาวุธที่ใช้ในเรื่องทุกชิ้นสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งทำให้เราได้เห็นความจริงจังในการสร้างฉากต่อสู้และสงครามที่น่าจดจำอย่างมาก แต่ก็น่าเสียดายว่าหนังโชว์ของในส่วนนี้จริงจังแค่ฉากสงครามครูเสดที่เป็นเปิดเรื่อง ที่ใส่มาบรรยากาศกาศเหมือนสงครามอิรักเลย ไอเดียบรรเจิดมาก! แต่พอเข้าน็อตติ้งแฮมไอเดียอาวุธกลับกลายเป็นของโบราณธรรมดาไปเฉยเลย ยังดีว่าท่วงท่าการยิงกับความรนแรงปานปืนกลยังดึงความสนใจได้ดีอยู่

จะว่าไปหนังก็ดีไปหมด ทั้งวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ลูกเล่นเพียบ ตัวละครมีมิติ การเล่าเรื่องฉับไว สนุกสนาน มีขำเป็นระยะ แต่หนังก็มาพลาดกับเรื่องบทที่ไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยากเลยเพราะโครงเรื่องเดิมแข็งแกร่ง คนเข้าใจง่ายอยู่แล้ว ทว่าการใส่แรงจูงใจของตัวละครแต่ละตัวดันมักง่ายและไม่ค่อยน่าเชื่อเลย ทั้งจอห์น อดีตแขกอาหรับที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสอนให้โรบินเพียงเพราะโรบินดูเป็นคนดีในสงคราม และจอห์นอยากเปลี่ยนแปลงโลกที่ทุนเป็นใหญ่ คือทำไมเอ็งไม่กลับไปทำที่บ้านเกิดฟระ???? หรือตัวละครโรบินเองก็เถอะแรงจูงใจสะเปะสะปะมั่วซั่วไปหมด ทั้งอยากแก้แค้นนายอำเภอที่แย่งชิงชีวิตสุขสบายของเขาไป อยากทำลายระบบรัฐฉ้อฉล ถูกบังคับโดยจอห์น แต่แรงจูงใจที่ดันชัดสุดนั้นกลับเป็นแรงจูงใจที่อยากเอาใจสาวแค่นั้นเอง คือสาวมีอุดมการณ์อยากช่วยคน โรบินก็ช่วยคน สาวอยากแจกจ่ายเงินให้คนจน โรบินก็เอาเงินไปแจกคนจน และอีกสารพัด สรุปเป็นคนดีเพราะเมียนี่เอง ฮ่วย!!

แต่ถึงจะว่านู่นนี่ แต่หนังก็ครีเอทดีงาม และน่าติดตามสมกับเป็น โรบิน ฮูด ยุค 2018 ที่เอาแค่ดูอาวุธแปลก ๆ การต่อสู้มัน ๆ เสื้อผ้าล้ำ ๆ และการถ่ายภาพสุดเจ๋ง แค่นี้ก็เพลินคุ้มค่าตั๋วละ

ลูกศรของโรบิน ฮูดที่ว่าไว ยังไม่ทันใจเท่ากดรูปแล้วจองตั๋วได้ทันที โว๊ะ!

 

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]Penguin Highway : ใช่!มันคือการ์ตูน แต่ห้ามพาเด็กไปดูเด็ดขาด

หน้าหนังทั้งโปสเตอร์ การดีไซน์ตัวละคร ตัวอย่างหนัง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คิดว่านี่คือหนังที่สดใส ดูได้ทุกเพศทุกวัย แต่เอาเข้าจริงแล้ว Penguin Highway แม้ว่าจะเป็นหนังการ์ตูน แต่เนื้อหาไม่ใช่สำหรับเด็กเลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังเป็นกลุ่มที่ชอบหนังไซไฟ แบบใช้สมองตีความอีกด้วย

Published

on

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

หน้าหนังทั้งโปสเตอร์ การดีไซน์ตัวละคร ตัวอย่างหนัง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คิดว่านี่คือหนังที่สดใส ดูได้ทุกเพศทุกวัย แต่เอาเข้าจริงแล้ว Penguin Highway แม้ว่าจะเป็นหนังการ์ตูน แต่เนื้อหาไม่ใช่สำหรับเด็กเลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังเป็นกลุ่มที่ชอบหนังไซไฟ แบบใช้สมองตีความอีกด้วย

อาโอยาม่า เด็กชายวัย ป.4 ลูกชายของนักวิทยาศาสตร์ ทำให้อาโอยาม่า รับเชื้อพ่อมาเต็ม ๆ เขาสนใจศึกษาวิทยาศาสตร์อย่างมาก ชอบวิเคราะห์หาเหตุและผลกับทุกสิ่งรอบตัว โดยจัดบันทึกทุกข้อสังเกต ทุกสมมติฐานลงในสมุดบันทึกปกแดงที่พกติดตัวตลอดเวลา อาโอยาม่า มั่นใจและภูมิใจในความฉลาดของตัวเองและคิดว่าเขาติดอยู่ในร่างของเด็กชาย อาโอยาม่า จึงพูดจาและมีบุคลิกท่าทางที่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว เขาอยากที่จะโตเป็นผู้ใหญ่โดยเร็ววัน ถึงกับนั่งนับวันที่จะเป็นผู้ใหญ่เสียที อาโอยาม่า คิดแม้กระทั่งว่าเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่จะต้องเป็นที่หมายปองของสาว ๆ เป็นแน่ แต่แม้ว่ายังเป็นเด็ก แต่อาโอยาม่าก็หมายปองพี่สาวคนสวยที่เป็นผู้ช่วยอยู่ร้านทันตแพทย์ใกล้บ้าน แล้วแวะเวียนไปพูดคุย เล่นหมากรุกกับพี่สาวเกือบทุกวันมากกว่าจะเล่นกับเพื่อนร่วมห้อง ความวุ่นวายมาเริ่มขึ้นเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีนกเพนกวินจำนวนมากโผล่มาที่สนามหญ้าในหมู่บ้านโดยไร้สาเหตุ กลายเป็นที่แตกตื่นไปทั้งหมู่บ้าน แต่แล้วเจ้านกเพนกวินก็วิ่งพล่านไปทั่วหมู่บ้านก่อนจะหายสาบสูญไป

ด้วยนิสัยของนักวิทยาศาสตร์ อาโอยาม่า และอุจิดะคุงเพื่อนสนิทคนเดียวจึงตามสืบว่านกเพนกวินมาจากไหน และมันหายไปไหนกัน หนังเดินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ กับปริศนาชวนหาคำตอบถึงที่ไปที่มาของนกเพนกวิน แต่เมื่อหนังเดินหน้าไปเรื่อยปริศนาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น กับการเข้ามามีบทบาทของฮามาโมโตะเพื่อนหญิงที่ฉลาดที่สุดในห้อง ที่รู้คำตอบว่านกเพนกวินหายไปไหน แต่เธอก็พาอาโอยาม่า และอุจิดะคุงไปพบกับปริศนาชิ้นใหม่ ที่มหัศจรรย์กว่าเดิม กับลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่ลอยตัวอยู่กลางทุ่งหญ้า บวกกับพี่สาวคนสวยที่เผยความลับว่าเธอคือผู้สร้างนกเพนกวินเหล่านั้น ง่าย ๆ เพียงแค่ปาสิ่งของออกไปกลางอากาศแล้วมันก็จะกลายเป็นนกเพนกวิน ไม่พอช่วงท้ายยังมีสัตว์ประหลาดยักษ์ออกมาไล่กินเพนกวินอีก

ปริศนาทั้งหมดมาอัดกันอีรุงตุงนังใน 20 นาทีสุดท้ายของหนัง หนังเฉลยเพียงที่มาของปรากฏการณ์ประหลาดเหล่านี้ แต่ไม่อธิบายถึงสาเหตุว่ากำเนิดมาเพราะอะไร ไม่อธิบายจุดเชื่อมโยงระหว่างพี่สาว เพนกวิน ลูกบอลพลังงาน และสัตว์ประหลาดอย่างกระจ่างนัก ทิ้งไว้ให้เป็นการบ้านของคนดูไปขบคิดต่อกันเอาเอง ถือว่าสารที่หนังต้องการสื่อและทิ้งไว้ ค่อนข้างหนักเกินคาด และน่าจะถูกใจคนดูที่ชอบหนังในแนวนี้เช่น 2010 space odyssey, Interstella

แม้ว่าตัวละครหลักจะเป็นเด็ก ป.4 มีสังคมในโรงเรียนแบบที่เราคุ้นเคยในการ์ตูนญี่ปุ่น มีเพื่อนสนิทที่คอยวิ่งตามไปไหนมาไหนด้วย มีเพื่อนน่ารักในห้อง มีความรักกุ๊กกิ๊กระหว่างเพื่อน และที่สำคัญมีเพื่อนเกเรร่างใหญ่แบบไจแอนท์ที่คอยตามรังแกอาโอยาม่า มีเพนกวินน่ารัก มีสัตว์ประหลาด แต่ทั้งหมดคือตัวละครที่อยู่ในอนิเมชั่นที่เป็นส่วนผสมของไซไฟ และ แฟนตาซีแบบจริงจัง และจบด้วยปรัชญาสาระที่ต้องตีความต่อหลังเดินออกจากโรง อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่ก็อึ้ง ๆ ไปเหมือนกัน

อีกจุดหนึ่งที่ Penguin Highway ไม่เหมาะกับเด็ก ๆ ก็คือประเด็นเรื่องความสนใจใคร่รู้ของอาโอยาม่า เขาเริ่มรู้สึกว่ามีความสนใจเพศตรงข้าม แต่กับผู้หญิงสาวไม่ใช่เพื่อนในวัยคราวเดียวกัน ทำให้อาโอยาม่าหมกมุ่นกับหน้าอกของพี่สาว และพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง พอเจอพี่สาวเขาก็จะจ้องแต่หน้าอก ทำให้มีภาพหน้าอกของพี่สาวคนนี้อยู่บนจอบ่อยครั้ง เพราะอาโอยาม่ายังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ว่าทำไมความรู้สึกที่เขามีต่อหน้าอกของพี่สาว ต่างกับความรู้สึกที่มีต่อหน้าอกของแม่ตัวเอง ประเด็นนี้ก็ไม่ใช่หนังสำหรับเด็กแล้ว ยากนะถ้าพาเด็กมาดูแล้วต้องอธิบายเนี่ย

ซ้าย : โทมิฮิโกะ โมริอิ ผู้ประพันธ์, ขวา : ฮิโรยาสุ อิชิดะ ผู้กำกับ

ต้นฉบับของหนังมาจากนิยายปี 2010 ของโทมิฮิโกะ โมริมิ ผลงานของเขาหลายชิ้นถูกดัดแปลงอนิเมชั่นแล้วหลายเรื่องทั้งเป็นภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์ และ Penguin Highway เป็นเรื่องล่าสุด แต่เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ สตูดิโอ โคโลไรโด บริษัทสร้างอนิเมชั่นน้องใหม่ ที่เคยผลิตแต่อนิเมชั่นขนาดสั้นมาแล้วหลายเรื่อง ,โคโลไรโด ก่อตั้งโดยผู้กำกับ ฮิโรยาสุ อิชิดะ กับ โยจิโร อาราอิ อดีตมือออกแบบตัวละครที่มาจากค่ายจิบลิ ไม่แปลกที่หน้าตาตัวละครจะชวนให้นึกถึงจิบลิอยู่พอควร แต่บรรยากาศหลัก ๆ แล้ว โคโลไรโด ก็พยายามสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองให้ได้อยู่ ทั้งโทนสีที่ไม่เน้นความฉูดฉาด แต่ออกโทนสว่างสบายตา ทุก ๆ ฉากจะเล่นกับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านต้นไม้ มีแสงอาทิตย์ส่องเป็นลำดูสบายตา ถ่ายทอดบรรยากาศเมืองชนบทออกมาได้น่าอยู่มาก โดยเฉพาะภาพต้นไม้ใบหญ้าเขียว ๆ

ฉากป่า ต้นไม้ แสงอาทิตย์ เขียนสวยมาก

สรุปได้ว่า Penguin Highway คืออนิเมชั่นภาพสวยใสสบายตา ที่มาในแนว ไซไฟ-แฟนตาซี ไม่ใช่อนิเมชันที่หวังผลทางการตลาด แต่มาทางสายรางวัล ไปคว้ารางวัลแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ซาโทชิ คอน อะวอร์ด (Satoshi Kon Award) จากเทศกาลหนังนานาชาติแฟนตาเซีย 2018 มาแล้ว ถ้าใครชอบหนังที่ต้องคิดตามเยอะ ๆ นี่คือหนังที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

แกะกล่อง Sweat16 CD 3rd Single TKO

Published

on

หลังจากที่ Sweat16 เปิด Pre-Oder CD 3rd Single TKO รอบ Early Bird ไปเมื่อ : 25 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ไม่ต้องรอนาน วันนี้ 20 พ.ย. 2561 ของถึงมือแล้วครัช ความดีงามของรอบ CD 3rd Single TKO รอบ Early Bird ก็คือจะได้รูปเพิ่มอีก 1 รูป (เป็นได้ 2 รูป) และแน่นอนครับ Random จาก 13 members (1 Member มี 1 แบบ) โดยรอบปกติ จะได้เพียง 1 รูป ไปดูกันครับว่าผมจะได้รูป Member คนไหน

ภายในซีดี CD 3rd Single TKO テクニカルノックアウト

ภายใน Single ประกอบไปด้วย
CD 1 แผ่น (4 Track)
– Track 1 : TKO
– Track 2 : Merenge Koi-Gokoro
– Track 3 : TKO (off vocal version)
– Track 4 : Merenge Koi-Gokoro (off vocal version)

Leaflet Member TKO (13 Members)
Lyrics : TKO / Merenge Koi-Gokoro
บัตร HI-FIVE 1 ใบ

  

 


Pre-Oder รอบปกติ : 6-30 พฤศจิกายน 2561 >>> https://sweat16.bentoweb.com/th
สิ่งที่จะได้รับสำหรับผู้พรีออเดอร์รอบปกติ
– Photo Member TKO แถบแดง 1 ใบ / Random จาก 13 members (1 Member มี 1 แบบ)

ติดตามรายละเอียดกิจกรรม HI-FIVE เพิ่มเติมได้ที่เพจ Official SWEAT16

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!