Connect with us

What The Fact

รวมพลคน “ไปต่อ” !!! ใน MV ซิงเกิ้ลใหม่จาก “โจอี้บอย”

สุดทางแล้วคงจะไม่มีทางให้เราดำเนินไป
ไม่มีแม้คนที่คอยเข้าใจไม่มีใครสนใจ
แต่ถามสักคำ ถ้าใจคุณอยากจะไปต่อ
คุณอยากไปต่อไหม”

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบกับภาวะ “ไปต่อดีไหม?” มาแล้วเมื่อสิ่งที่ทำมันพบกับอุปสรรค หรือ สิ่งกีดขวาง มองไม่เห็นทาง “ไปต่อ” เรามักจะย้อนถามตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ สิ่งที่เราทำอยู่มันถูกต้องไหม  เราจะไปต่อหรือหยุดลงที่ตรงนี้ดี แต่เชื่อเถอะว่า หลายครั้งที่คำตอบของเราคือ “ไปต่อดิ” แล้วพยายามข้ามผ่านสิ่งกีดขวางเหล่านั้นไป เมื่อเราได้ไปถึงทางข้างหน้า หากได้มองย้อนกลับมาเราคงอยากยิ้มให้กับตัวเองในวันนั้น ในวันที่เรากำลังสับสนและมองไม่เห็นภาพที่สวยงามของเราในวันนี้เลย

“ไปต่อ” ซิงเกิ้ลใหม่ จาก เจ้าพ่อแร็พเปอร์รุ่นเก๋า ก็ต้องการสื่อสารเรื่องนี้กับผู้ฟัง

นั่งถามตัวเองเวลาชีวิตหยุดอยู่กับที่เสมอๆ ว่าเราจะปล่อยให้ข้อแม้รอบตัวเราที่เปรียบดั่งพาหนะกลายเป็นภาระหรือไม่? การเดินทางที่หวังให้อุปสรรครอบตัวไม่มีคงเป็นไปไม่ได้ ต่อให้รถประจำทางสุดสาย รถไฟตกราง มอเตอร์ไซด์รับจ้างยางแบน ถ้าเรายังคิดจะไปต่อเรายังวิ่งหรือเดินแม้กระทั่งคลานไปได้อย่างเสมอ

คุณจะไปต่อมั้ย?”

ผมตอบแทนทุกคนให้นะ

คุณจะไปต่อ..””

โจอี้บอยกล่าว

“ไปต่อ” มาพร้อมมิวสิควีดิโอมู้ดแอนโทนพาสเทลหวาน ที่โจอี้บอย รับบทเป็นจิตแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประสบภาวะ “ไปต่อ”ดีไหม?” ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเน็ตไอดอลและยูทูบเบอร์ ที่ก็เคยผ่านสภาวะ “ไปต่อ” ดีไหม? มาแล้วกันทั้งนั้น แต่สุดท้ายทุกคนก็ข้ามผ่านมันไปได้และมาถึงจนทุกวันนี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักผู้คนเหล่านี้ ดังนั้นในวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ “ผู้ไปต่อ” เหล่านี้กันครับ


ผู้ไปต่อหมายเลข 1 : “แร็ปเอก”

“โจ้ว โจ้ว อั้ยย่ะ ใช่ ใช่”

ช็อตนี้ฮา

 

หากใครได้ยินท่วงทำนองการแร็พที่มีคำเหล่านี้ก็ขอให้รู้เลยว่า นี่แหละคือบทเพลงของ แร็พเปอร์ หนุ่มผู้แหกแหวกทุกกฏของการแร็พ “แร็ปเอก” หรือ นราวุธ อำนวย

ซึ่งคลิปแรกอันลือลั่นที่ทำให้คนทั้งบางได้รู้จักกับหนุ่มแร็พ โจ้ว โจ้ว อั้ยย่ะ ใช่ใช่ คนนี้ก็คือคลิปนี้เลยครับ ที่แร็ปเอกถ่ายขึ้นในที่ทำงานของเขา และเนื้อหาของเพลงก็เป็นการแนะนำตัวให้กับโลกนี้ได้รู้ว่าเขาเป็นใคร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร  มีความตั้งใจใดจึงมาร้องแร็พเยี่ยงนี้  และสิ่งนี้ก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้เราได้รู้ว่าต่อจากนี้วงการแร็พจะเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ในตอนแรกทุกคนก็ต่างว่าแร็ปเอกต่างๆนาๆ บ้างก็ว่าต๊อง บ้างก็ว่าแร็ปไม่เป็นก็อย่ามาแร็ป มาทำบ้าอะไร หลายคนต่างมองเขาเป็นตัวตลก ในขณะที่อีกฝ่ายกลับมองว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะทำเพลงหรือทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ในแบบที่ตัวเองเป็นและให้กำลังใจเขา จากวันนั้นจนถึงวันนี้แร็ปเอกก็ไม่เคยหยุดทำเพลง จนกระทั่งปัจจุบัน เขามีเพลงอยู่ใน channel youtube ของเขาหลายสิบเพลง และคงจะทะลุร้อยในเวลาไม่นาน จากแร็ปดิบๆไม่มีดนตรี จนทุกวันนี้ก็มีเพื่อนฝูงในวงการหลายคนมาร่วมแจมไม่ว่าจะเป็น บี้ เดอะ สกา  วิน The Ginkz เป็นต้น

อย่างเช่นเพลงนี้ก็ได้ วิน The Ginkz ทำทำนองและเรียบเรียงดนตรีให้ครับ

นอกจากนี้ไม่ว่างานบวช งานแต่ง งานวันเกิด แร็ปเอกก็สามารถแต่งเพลงแร็ปอวยพรให้คุณได้ อย่างคลิปแร็ปอวยพรวันเกิดในวาระครบรอบอายุ 48 ปี ของพี่ปูแบล็คเฮด คลิปนี้ที่ต้องบอกเลยว่า โจ้วโจ้ว อั้ยย่ะ ใช่ใช่ จริงๆ

ผมเอกก็เป็นคนหนึ่งที่ประทับใจในความมุ่งมั่นและตั้งใจของแร็ปเอกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ขอให้ “ไปต่อ” และมีงานเพลงออกมาให้ได้ฟังกันเรื่อยๆครับ “โจ้วโจ้ว อั้ยย่ะ ใช่ใช่” !!!

สามารถติดตามแร็ปเอกได้ที่ RapAke Channel ใน youtube ครับ


ผู้ไปต่อหมายเลข 2 : “แป๊ะดูดแหนม”

แป๊ะดูดแหนม หรือ ในชื่อย่อ PDN  นอกจากจะเป็นยูทูบเบอร์หน้าแป๊ะที่ชอบทำคลิปทรมานตัวเองและแกล้งชาวบ้านแบบห่ามๆแล้ว เขายังเป็นนักเล่นเกมตัวยงที่เป็นตัวเทพในเกมส์แนวยิงๆกันอย่างเช่น  CS:GO หรือ Counter-Strike ออนไลน์ จนสามารถเก็บ “แรร์ไอเท็ม” และนำมันไปขายได้เงินเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการเป็น ดีเจจัดรายการออนไลน์ในโปรแกรมแชทชื่อดังที่เจ้าตัวอวดว่าทำรายได้ทะลุล้านได้ในหนึ่งปี อะไรจะขนาดนั้นเนี่ยยแป๊ะ

ใครอยากรู้จักวีรกรรมความห่ามของแป๊ะดูดแหนมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ ช่อง แป๊ะดูดแหนม รีเทิร์นครับ

ซึ่งแป๊ะดูดแหนมก็เคยมาฟีเจอรริ่งกับแร็ปเอกด้วยหลายครั้งแล้วนะครับ

ซี่งล่าสุดเมื่อวานนี้ พี่โจ้ โจอี้บอยก็จับแร็ปเอก มาประชันกับแป๊ะดูดแหนม ให้ได้ชมกับผ่านทาง facebook ของเฮียเลยจัดไป!


ผู้ไปต่อหมายเลข 3 : เบลขอบสนาม

เบลขอบสนาม หรือ เบล อรรถพล ไข่ทอง เด็กหนุ่ม อายุ 27 ที่ผันตัวเองจากพนักงานออฟฟิสกินเงินเดือน มาสู่การเป็นเข้าของ “ธุรกิจสื่อ” ผู้สร้างอาณาจักรที่มีชื่อว่า “ขอบสนาม”  อันเป็นกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ข่าวสารและความบันเทิง ครอบคลุมตั้งแต่กีฬา, ภาพยนตร์ ไปจนถึงอีสปอร์ตส  โดยคอนเทนต์ที่สร้างชื่อให้ขอบสนามเป็นที่รู้จักและโด่งดังในทุกวันนี้คือคลิปเรื่องราวในวงการลูกหนังต่างประเทศที่มีเบลล์ เป็นผู้พากย์เสียงประกอบ 

ด้วยสไตล์การพากย์ห่ามๆ ฮาๆ ผสมลูกหยอด ลูกกัด หยาบนิดๆ ทำให้เป็นที่ถูกใจวัยรุ่นยิ่งนัก

เบลเริ่มต้นสิ่งนี้ด้วยความเชื่อมั่น ในขณะที่คนรอบข้างต่างมองว่าเขาบ้า คนในครอบครัวก็เป็นห่วงและสงสัยในสิ่งที่เขาทำ และคิดว่าเขาไม่น่าจะ “ไปต่อ” ได้ แต่สุดท้ายเลบก็ทำมันได้สำเร็จ

จากจุดเริ่มต้นเพียงคนเดียวมาสู่ทุกวันนี้ “ขอบสนาม” เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีกลุ่มทุนเข้ามาช่วยบริหารงาน และมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ขอบสนามมีฐานแฟนเกือบ 4 ล้านไลค์และขยายเนื้อหาจากคอนเทนต์กีฬาไปสู่คอนเทนต์บันเทิงอื่นๆ และได้ “มาดามเดียร์วทันยา วงษ์โอภาสี เข้ามาบริหารงานให้กลายเป็นสื่อแบบครบวงจร

มาดามเดียร์

และนี่คือบทพิสูจน์ของผู้กล้า ที่บ้าพอที่จะทำสิ่งที่ฝั่นจนมันเป็นจริงและมีหนทาง​“ไปต่อ”

ติดตามชมคลิปฮา มันๆของบอสนามได้ที่ “ขอบสนาม” 


ผู้ไปต่อหมายเลข 4 : หนูรัตน์

หนูรัตน์  ธิดาพร ชาวคูเวียง  คือเน็ตไอดอลสาวที่โด่งดังจากการอัดคลิปร้องเพลงคัฟเวอร์ ในสไตล์อันเป็นเอกลักาณ์ของเธอ ด้วยความสามารถทางลิเกที่เธอมี เอกลักษณ์ที่โดดเด่นในลีลาและน้ำเสียงของเธอได้ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์

ก่อนนี้หนูรัตน์เคยถูกเสียงวิจารณ์ต่างๆนานาๆ บ้างก็ว่าเธอบ้า สวยก็ไม่สวย เป็นแค่ตัวตลก  แต่เสียงวิจารณ์นี้ก็ไม่เคยหยุดหนูรัตน์ที่ความจริงแล้วเธอเป็นคนลิ้นไก่สั้นและมีความบกพร่องทางการฟังจึงต้องสวมเครื่องช่วยฟังตลอดเวลา เธอเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องหาเงินมาดูแลคนในครอบครัว เสียงวิจารณ์เหล่านี้ไม่สามารถหยุดความฝันและความมุ่งมั่นของเธอได้

ในทุกวันนี้หนูรัตน์ยังคงทำในสิ่งที่เธอรัก เล่นลิเก รีวิวของ ถ่ายคลิปละครล้อ คัฟเวอร์เพลง และมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ลบล้างทุกคำสบประมาท แม้กระทั่งเรื่องหน้าตาที่ทุกวันนี้เธอก็พัฒนาไปจนหลายๆคนชมว่า เธอสวยขึ้นผิดตาเลยทีเดียว

มาดูคลิปหนูรัตน์ ร้องเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย กันดูครับ


ผู้ไปต่อหมายเลข 5 : วิน The Ginkz

วิน The Ginkz หรือ วิน วรุตม์ อ่อนอุ่นจิตร  นักร้องนำแห่งวงร็อคที่มีแนวทางอันแปลกแหวกแนวเป็นของตัวเอง แปลกแค่ไหนไปลองฟัง “ปลิงดอง” ปฐมบทแห่งตำนานของ the Ginkz ที่เกิดจากการหลอมรวมเอาทุกศาสตร์ของแนวดนตรีๆต่างๆกลั่นของมาเป็นบทเพลงที่ยากจะหาใครเทียบเทียมได้ในปฐพีนี้

นอกจากนี้ วิน ยังเป็นเจ้าของเพจแปลงเพลงสุดฮา อย่าง “แปลงซะเสีย” ที่จับเอาเพลงดังๆของวงในตำนานอย่าง Nirvana , Oasis มาแปลงซะเสียซะเสื่อมสมชื่อ ฮาแค่ไหนไปลองฟังเพลงนี้ดูครับ “แมง กุ้ด จี่ อิน แอง เก้อ”

และก็ วิน The Ginkz นี่แหละที่เอาเนื้อร้องของเพลงสุดฮาที่แต่งโดย  ”แอบปลื้มสาวมุสลิม .1/5” ของน้องออร์เดิร์ฟ มาเรียบเรียงเป็นบทเพลงครบเครื่องเต็มสตรีมบรรเลงโดย The Ginkz

จะเพลงเร็วเพลงช้า เพลงแปลง เพลงแต่ง โปรเกรสชีฟร็อค ยันเจร็อค พี่เขาก็ทำมาแล้ว คงไม่อาจสรรหาคำใดมาบรรยายความอัจฉริยะของ วิน The Ginkz ได้ นอกจากต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองที่

winnyhappy และ BatteryMusicOfficial


ผู้ไปต่อหมายเลข 6 : UrboyTJ

ถึงแม้จะโผล่มาเพียงแว้บๆ แต่ก็ถือว่ามา จะไม่ให้มาแจมได้อย่างไร เพราะหนุ่ม UrboyTJ หรือ เต๋า จิรายุทธ ผโลประการ  นั้นก็เป็นคนหนึ่งที่ในปัจจุบันถือว่าเป็นแนวหน้าของวงการแร็ปไทย การันตีด้วยการเป็นหนึ่งในโค้ชทั้งสี่ของรายการ เดอะ แร็ปเปอร์

หลายคนอาจไม่รู้ว่ากว่าจะมีวันนี้ UrboyTJ ได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆมาอย่างเข้มข้นบนเส้นทางสายดนตรี ก่อนหน้านี้เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกวง ทรี.ทู.วัน ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักคือ “รักต้องเปิด (แน่นอก)” ที่ได้ใบเตย อาร์สยามมาฟีเจอริ่งด้วย แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องแยกย้ายกันตามทางของตัวเอง

แต่ด้วยความรักในเสียงดนตรีฮิปฮอปและบีทมันส์ๆ ทำให้ UrboyTJ  ยังคงมุ่งมั่นทำงานเพลงต่อไปจนได้กลายมาเป็นศิลปินที่โด่งดังอย่างในทุกวันนี้

ติดตามผลงานของหนุ่มคนนี้ได้ทาง UrboyTJ


ผู้ไปต่อหมายเลข  7 : Joeyboy

และสุดท้ายกับหนุ่มผมยาวหางเปียคนนี้ ที่มาพร้อมกับบทสรุปของการ “ไปต่อ” บนเส้นทางแห่งความฝันได้ดีที่สุด ใช่แล้วครับเขาคนนี้ก็คือ โจอี้บอย หรือ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ในยุค 90 ตอนที่ยังเป็นวัยละอ่อนและทำเพลงแร็ปตามแนวทางของตนเอง หลายคนชื่นชอบสไตล์การแร็ปอันรวดเร็วของเขา จนตั้งฉายาให้เขาว่า “แร็ปจรวด” นอกจากนี้งานเพลงของโจอี้บอย ยังมีท่วงทำนองที่สนุกสนาน เฮฮา ทำให้ถูกใจใครหลายๆคน ถือได้ว่าเขาเป็นแกนนำของวงการแร็ปที่นำเอาดนตรีฮิปฮอปมาใส่เนื้อและทำนองแบบเพลงป็อปไทยจนติดหู ติดใจในที่สุด

ตลอดระยะเวลายาวนานบนเส้นทางสายดนตรี การใช้ชีวิตอยู่ในวงการไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากจะต้องสร้างผลงานดีๆออกมาอย่างสม่ำเสมอ ยังต้องวางตัวให้ดี สมกับการเป็นสาธารณชนที่ถูกจับตามองตลอดเวลา หลายครั้งโจอี้บอยต้องพบกับมรสุมชีวิตที่โถมเข้ามา แต่ด้วยความกล้า ความมุ่งมั่น และใจรักในสิ่งที่ทำจึงทำให้เขาฟันฝ่าและหยัดยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง

และเพลงนี้ก็คือ คำตอบของการ “ไปต่อ” ของโจอี้บอยนั่นเอง

จริงๆแล้วในเพลงนี้ดูเหมือนว่าจะยังมี “ผู้ไปต่อ” อยู่อีกหลายคนนะครับ ซึ่งถ้าเพื่อนๆคนไหน สังเกตเห็น และ รู้จักอยากให้ลองมาแชร์ มาแนะนำให้ได้รู้จักกัน ว่าใครเป็นใครบ้างนะคร้าบ ! เราจะได้รับรู้เรื่องราวของ “ผู้ไปต่อ” เหล่านี้กันครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!