Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Inuyashiki: ลุง! มันจะเท่เกินไปแล้วเฟร้ย

Published

on

Inuyashiki: อินุยาชิกิ คุณลุงไซบอร์ก

8.2

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.5/10

ความดีงามเทียบกับเวอร์ชั่นมังงะ

9.0/10

งานซีจี

6.5/10

ความคุ้มค่าดูราคาเต็ม

9.0/10

จุดเด่น

  • เป็นหนังจากมังงะผู้ชายที่น่าจะติดท็อป 5 ได้เลย
  • การเลือกและขยายปมต่างๆ ดึงจากในมังงะได้ดี
  • คัดเลือกนักแสดงได้ลงตัวดูสมจริงน่าเชื่อ
  • หนังสะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างฉลาด
  • หลากรสทั้งมัน บู๊ ซึ้ง ดราม่า สลดใจ สะใจ โอยครบอ่ะ

จุดสังเกต

  • บทขาดการอธิบายบางจุด เช่นตำรวจหาคนร้ายเจอได้อย่างไร
  • หนังค่อนข้างโหดเกินหน้าตา บางฉากนี่อึดอัดอย่างกับหนังสยองขวัญ ไม่เหมาะกับเด็ก
  • งานซีจีฉากบินต่างๆ ดูไม่เนียน ไม่โอเคเลย

เรื่องย่อ

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

ในคืนหนึ่งที่เกิดเหตุประหลาดขึ้นบนฟ้า ชาย 2 คนที่บังเอิญอยู่ในที่นั้นได้ฟื้นจากความตายขึ้นพร้อมร่างกายที่เปลี่ยนไป หนึ่งคือ อินุยาชิกิ (รับบทโดย คินาจิ โนริตาเกะ) ลุงแก่ใกล้เกษียณผู้ที่ล้มเหลวในการเป็นผู้นำครอบครัวที่ไม่มีใครในบ้านเคารพหรือเห้นคุณค่า ซ้ำร้ายเขายังเป็นโรคร้ายใกล้ตายอีก ส่วนอีกหนึ่งคือ ชิชิกามิ ฮิโระ (รับบทโดย ซาโตะ ทาเครุ) เด็กหนุ่มหน้าตาดีผู้ที่ครอบครัวแตกแยก เขาจึงซ่อนความเกลียดชังสังคมและโลกใบนี้อยู่ภายใน ด้วยพลังมหาศาลที่ได้รับมาจากอุบัติเหตุครั้งนั้น เด็กหนุ่มเลือกนำมาใช้เพื่อฆ่าคนที่ทำร้ายจิตใจเขาเพื่อระบายความรู้สึกแปลกแยกภายในใจของตนเอง ขณะที่ชายแก่เลือกที่จะปกปิดตัวตนและลุกขึ้นเป็นฮีโร่เพื่อช่วยเหลือผู้คนอย่างลับ ๆ วิธีคิดและทางเลือกที่ต่างกันชักนำให้ทั้งสองต้องมาปะทะกันโดยมีโลกทั้งใบเป็นเดิมพันในที่สุด

หนังสร้างจากมังงะและแอนิเมะชื่อเดียวกันของ โอคุ ฮิโรยะ (ผู้เขียน Gantz) ซึ่งมีแฟน ๆ ชื่นชอบอยู่พอสมควร โดยยังได้ผู้กำกับที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในการดัดแปลงมังงะสายโชเน็นของญี่ปุ่น (ในความคิดส่วนตัวเลยนะ) อย่าง ซาโต้ ชินสุเกะ  ที่เคยทำหนังไซไฟเนื้อหาดีจากมังงะอย่าง Gantz (2010) ทั้ง 2 ภาค และ I Am A Hero (2015) มาแล้ว ส่วนที่มีพลาดบ้างก็มีนะอย่าง Death Note: Light Up the New World (2016) แต่โดยถือว่ายังโอเคนะ โดยรอบนี้ยังได้ดารานำที่ลงตัวมากอย่าง คินาจิ ดารารุ่นเก๋าที่เคยคว้ารางวัลขวัญใจผู้ชมจากเวทีออสการ์ญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ มาแล้ว และดารารุ่นลูกที่มาแรงเหลือเกินอย่าง ซาโตะ ซึ่งเราคงคุ้นหน้าเขาบ่อยจากหนังญี่ปุ่นที่เข้าฉายหลายเรื่องช่วงปีที่ผ่านมาทั้ง Ajin: Demi-Human (2017) และที่กำลังเข้าโรงอยู่ตอนนี้ อย่าง The 8-Year Engagement ด้วย

สมทบด้วยดาราวัยรุ่นชั้นนำอย่าง ฮองโก คานาตะ จาก Fullmetal Alchemist (2017) และดาราสาวมากความสามารถ มิโยชิ อายากะ จากซีรีส์ GTO: Great Teacher Onizuka (2014) คือต้องบอกว่าแคสติ้งหลายเรื่องขัดตาขัดใจแฟน ๆ ตั้งแต่ประกาศชื่อ (นี่ยังรวมถึง Bleach หนังจากมังงะที่ผู้กำกับซาโต้คนเดียวกันนี้ กำลังทำโพสต์อยู่ตอนนี้ด้วยนะ) แต่กับเรื่องนี้ผมว่าลงตัวพอสมควรเลยนะ ไม่มีขัดใจทั้งตัวแสดงและการดีไซน์ตัวละครไม่หลุดโลกแฟนตาซีจ๋าแบบญี่ปุ่นเกินไปด้วย เป็นหนังที่ดูมีความสากลมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะ ไม่แปลกใจที่หนังไปได้รับคำชมมากมายจากฝรั่งตาน้ำข้าวในการเดินสายเทศกาลต่าง ๆ

สิ่งที่ดีมาก ๆ จนรู้สึกขนลุก น้ำตารื้นตั้งแต่ครึ่งเรื่อง คือบรรยากาศแบบหนังญี่ปุ่นชั้นดี ที่มักไม่ค่อยเห็นในหนังจากมังงะที่มักเว่อและแฟนซีจนดูตลก ๆ แต่เรื่องนี้กลับใช้ทั้งภาพ บท ได้อย่างสวยงามจริงจังขึงขังมาก หลาย ๆ ฉากบทดึงมาจากตัวมังงะได้อย่างกระชับและลงตัว เช่นฉากที่คุณลุงอินุยาชิกิบ่นกับหมาที่ถูกทิ้งว่า ถ้าตัวเขาตายไปจะมีใครร้องไห้ให้เขามั้ย นี่ก็สะเทือนใจมาก เพราะฉากก่อนหน้าคือฉากที่เขาเลือกที่จะไม่บอกใครในครอบครัว ซึ่งมันพูดระหว่างบรรทัดไว้ด้วยภาษาภาพว่า ฉันไม่ได้กลัวที่จะบอกเรื่องจะตาย แต่ฉันกลัวที่จะรู้ว่าอาจไม่มีใครแคร์แม้รู้ว่าเขากำลังจะตาย ซึ่งมันโคตรหดหู่เลย เป็นต้น

หนังจึงมีการถ่ายทอดปมในใจของตัวละครเกี่ยวกับความเหงาเศร้าเปล่าเปลี่ยวในสังคมญี่ปุ่นอยู่เสมอ ด้วยพื้นฐานตัวละครที่มีมิติเช่นนี้เองทำให้หนังเรื่องนี้เป็นแอ๊กชั่นไซไฟจากมังงะที่เข้มข้นและจับต้องได้ รู้สึกใกล้ตัวเรา เหมือนอย่างที่เรารู้สึกกับความลังเลแบบวัยรุ่นของ Spider-man ในแบบที่เราทุกคนเคยผ่าน หรือได้เห็นจริง ๆ จากคนรอข้าง ความแข็งแรงของตัวละครนี้ทำให้สไปดี้เป็นฮีโร่ที่คนเข้าถึงง่ายสุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับ อินุยาชิกิ นี้ด้วย

ความจริงจังจากตัวมังงะ ยังตามมากหลอกหลอนเราด้วยฉากการสังหารหมู่หลายต่อหลายครั้ง ที่บางฉากต้องใช้คำว่าโคตรรุนแรงต่อความรู้สึกคนดู คือมันอึดอัดจนอยากปิดตาไปเลยก็มี คิดว่าหนังน่าจะเหมาะกับคนดูที่มีวุฒิภาวะระดับหนึ่งมากกว่าเด็ก ๆ นะครับ แต่แม้จะใส่ฉากโชว์ความชั่วช้ามา แต่หนังก็ไม่ลืมที่จะใส่มิติเบื้องหลังการกระทำของตัวร้ายอย่าง ชิชิกามิ ทำให้เราอดเข้าใจและเห็นใจเขาในบางแง่ไม่ได้ ถึงขนาดว่ากลางเรื่องเราอาจรู้สึกว่าเขาคือ พระเอก ผู้ลุกขึ้นมาสู้กับความเฮงซวยของสังคมอีกคนหนึ่งด้วยซ้ำไป

แต่หนังมันเจ๋งตรงนี้ล่ะครับ มันสอนว่าคนสองคนต่างวัยต่างความคิด ได้รับพลังมาเหมือนกัน ต่างคนต่างมีปัญหาคล้าย ๆ กัน แต่เราจะเลือกใช้พลังนั้นอย่างสร้างสรรค์หรือทำลาย เราจะอดทนอดกลั้นต่อความคิดร้ายในใจได้แค่ไหน คนจะผ่านอุปสรรคของดวงชะตาไปได้ก็ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งและยึดมั่นในความดี ไม่ใช่เพียงพลังกายเหนือมนุษย์

ข้อเสียของหนังที่เห็นชัดสุดคือ ฉากซีจีที่แม้ฉากแปลงร่างหรือกลไกไซบอร์กจะทำได้เนี้ยบมาก แต่การซ้อนฉากหลังยังไม่เนี้ยบ โดยเฉพาะฉากบินบนท้องฟ้า หรือบินไล่ล่านี่ เรียกว่าไม่เนียนเท่าไหร่เลย ดูหลอกตาสุด ๆ ส่วนบทเองแม้จะลุ่มลึกและถ่ายทอดจากต้นฉบับได้ดี แต่ด้วยการรวบรัดเนื้อหาให้อยู่ใน 2 ชั่วโมงนิด ๆ ต้องบอกว่าบางอย่างถูกเล่าข้ามไปเช่น การที่ตำรวจหาตัวชิชิกามิเจอนั้นไม่เคยได้รับการบอกว่าเพราะอะไร หรือการขับเคลื่อนเรื่องบางอย่างก็ดูเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน แต่โดยภาพรวมต้องบอกว่า หนังโคตรดีครับ แฟนหนังที่เป็นคอมังงะต้องโคตรประทับใจอ่ะ

ดูรอบหนัง จองตั๋ว ซื้อตั๋ว กดที่ภาพได้เลยจ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

รวมโฉมหน้า “โปเกม่อน” ตัวเป็น ๆ จากตัวอย่างแรก “Pokémon Detective Pikachu”

Pikachu กลับมาในเวอร์ชันภาพยนตร์ที่สมจริงและน่ารักสุด ๆ

Published

on

Inuyashiki: อินุยาชิกิ คุณลุงไซบอร์ก

8.2

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.5/10

ความดีงามเทียบกับเวอร์ชั่นมังงะ

9.0/10

งานซีจี

6.5/10

ความคุ้มค่าดูราคาเต็ม

9.0/10

จุดเด่น

  • เป็นหนังจากมังงะผู้ชายที่น่าจะติดท็อป 5 ได้เลย
  • การเลือกและขยายปมต่างๆ ดึงจากในมังงะได้ดี
  • คัดเลือกนักแสดงได้ลงตัวดูสมจริงน่าเชื่อ
  • หนังสะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างฉลาด
  • หลากรสทั้งมัน บู๊ ซึ้ง ดราม่า สลดใจ สะใจ โอยครบอ่ะ

จุดสังเกต

  • บทขาดการอธิบายบางจุด เช่นตำรวจหาคนร้ายเจอได้อย่างไร
  • หนังค่อนข้างโหดเกินหน้าตา บางฉากนี่อึดอัดอย่างกับหนังสยองขวัญ ไม่เหมาะกับเด็ก
  • งานซีจีฉากบินต่างๆ ดูไม่เนียน ไม่โอเคเลย

Warner Bros. ร่วมกับ Legendary Pictures และ The Pokémon Company ได้เปิดเผยตัวอย่างแรกของ Pokémon Detective Pikachu ภาพยนตร์เกี่ยวกับ โปเกม่อน อย่างเป็นทางการ โดยนำเสนอภาพลักษณ์ของเหล่าโปเกม่อนได้ตรงตามตัวละครจากวิดีเกมต้นฉบับที่โด่งดังไปทั่วโลก

นอกจากนี้ยังได้ ไรอัน เรย์โนลส์ มาพากษ์เสียงเป็น Pikachu ที่ปกติแล้ว คนทั่วไปจะได้ยินเสียงร้องแค่ว่า Pika, Pika แต่มีเพียงเจ้าหนุ่ม Tim Goodman (รับบทโดย จัสติส สมิธ) เท่านั้นที่ได้ยินเสียงพูดของ Pikachu และอาจรวมถึงโปเกม่อนตัวอื่นด้วย ซึ่งทั้ง 2 จะต้องร่วมกันออกผจญภัยตามหา โปเกม่อน ที่หายตัวไป

เรามาดูกันว่ามี โปเกม่อน สุดคลาสสิกตัวใดบ้าง ที่ได้ปรากฏตัวในตัวอย่างแรกของ Pokémon Detective Pikachu

Charmander (ชาร์แมนเดอร์ หรือ ฮิโตะคาเงะ)

ภาพจาก Screenrant

เป็นตัวแรกที่ปรากฏตัวในตัวอย่างแรกของ Pokémon Detective Pikachu

Pikachu (พิคาชู)

ภาพจาก Screenrant

เป็นดั่งสัญลักษณ์ของโปเกม่อน ซึ่งคราวนี้ได้รับการพากษ์เสียงโดย ไรอัน เรย์โนลส์

Psyduck (โคดัก)

ภาพจาก Screenrant

แฟน ๆ ของแฟรนไชส์โปเกม่อน น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากับ Psyduck หรือที่รู้จักกันในชื่อของ โคดัก เป็นอย่างดี

Bulbasaur (บัลบาซอร์  หรือ ฟุชิงิดาเนะ)

ภาพจาก Screenrant

อีกหนึ่งโปเกม่อนสุดคลาสสิก ที่ปรากฏตัวพร้อม Morelull ที่ลอยอยู่ใกล้ ๆ

Jigglypuff (พูริน)

ภาพจาก Screenrant

ถึงแม้จะดูน่านัก แต่เสียงร้องเพลงของ Jigglypuff ก็ทำเอาคู่ต่อสู้สลบไปได้เหมือนกัน (ดูได้จากคนที่สลบอยู่ข้าง ๆ เธอ)

Charizard (ชาลิซาร์ด หรือ ลิซาร์ดอน)

ภาพจาก Screenrant

เป็นร่างพัฒนาของ Charmander ซึ่งมีความแข็งแกร่งมาก และใน Pokémon Detective Pikachu นั้น ดูเหมือนว่าเหล่าพระเอกของเราต้องเผชิญหน้ากับ Charizard ในกรงขังเสียด้วย

Greninja (เกกโกวงะ)

ภาพจาก Screenrant

เป็นโปเกม่อนรุ่นที่ 6 ได้รับการเปิดตัวเมื่อปี 2013 โดยคราวนี้ดูเหมือนจะเป็นตัวร้ายที่เข้าโจมตี Tim และ Pikachu เสียด้วย

Squirtle (สเควิตเทิล หรือ เซนิกาเมะ)

ภาพจาก Screenrant

อีกหนึ่งโปเกม่อนสุดคลาสสิกรุ่นแรก ถึงแม้จะยังเห็นตัวไม่ชัด แต่คาดว่าจะมีบทบาทใน Pokémon Detective Pikachu ด้วยเช่นกัน

Mr. Mime (บาเรียด)

ภาพจาก Screenrant

เป็นโปเกม่อนที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ มีพลังในการสร้างวัตถุจากพลังของตนได้

เชื่อได้ว่า นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหล่าโปเกม่อนสุดคลาสสิกที่จะร่วมปรากฏตัวใน Pokémon Detective Pikachu ซึ่งมีกำหนดฉายวันที่ 10 พฤษภาคม 2019

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

BNK48 เซเลบ ดารา นักร้อง ศิลปิน ระดับโลกพาเหรดร่วมงานเปิดตัว ICONSIAM

Published

on

Inuyashiki: อินุยาชิกิ คุณลุงไซบอร์ก

8.2

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.5/10

ความดีงามเทียบกับเวอร์ชั่นมังงะ

9.0/10

งานซีจี

6.5/10

ความคุ้มค่าดูราคาเต็ม

9.0/10

จุดเด่น

  • เป็นหนังจากมังงะผู้ชายที่น่าจะติดท็อป 5 ได้เลย
  • การเลือกและขยายปมต่างๆ ดึงจากในมังงะได้ดี
  • คัดเลือกนักแสดงได้ลงตัวดูสมจริงน่าเชื่อ
  • หนังสะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างฉลาด
  • หลากรสทั้งมัน บู๊ ซึ้ง ดราม่า สลดใจ สะใจ โอยครบอ่ะ

จุดสังเกต

  • บทขาดการอธิบายบางจุด เช่นตำรวจหาคนร้ายเจอได้อย่างไร
  • หนังค่อนข้างโหดเกินหน้าตา บางฉากนี่อึดอัดอย่างกับหนังสยองขวัญ ไม่เหมาะกับเด็ก
  • งานซีจีฉากบินต่างๆ ดูไม่เนียน ไม่โอเคเลย

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา BNK48 นำทีมโดยกัปตัน เฌอปราง อารีย์กุล เดินทางเข้าร่วมงานเปิดตัวห้างสรรพสินค้ายิ่งใหญ่อลังการย่านฝั่นธน IconSiam ทั้งนี้นอกจากที่จะมีสมาชิก BNK48 แล้ว ยังไม่เซเลบ ดารา นักร้อง ศิลปิน ระดับโลกพาเหรดเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ใครเป็นใครไปชมภาพกันครับ

 

ขอบคุณภาพ : IdolMaster

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

โอตะ โอชิ เตรียมเต็มเหนี่ยวกับงาน “SWEAT16! JU JU”

Published

on

Inuyashiki: อินุยาชิกิ คุณลุงไซบอร์ก

8.2

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

8.5/10

ความดีงามเทียบกับเวอร์ชั่นมังงะ

9.0/10

งานซีจี

6.5/10

ความคุ้มค่าดูราคาเต็ม

9.0/10

จุดเด่น

  • เป็นหนังจากมังงะผู้ชายที่น่าจะติดท็อป 5 ได้เลย
  • การเลือกและขยายปมต่างๆ ดึงจากในมังงะได้ดี
  • คัดเลือกนักแสดงได้ลงตัวดูสมจริงน่าเชื่อ
  • หนังสะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างฉลาด
  • หลากรสทั้งมัน บู๊ ซึ้ง ดราม่า สลดใจ สะใจ โอยครบอ่ะ

จุดสังเกต

  • บทขาดการอธิบายบางจุด เช่นตำรวจหาคนร้ายเจอได้อย่างไร
  • หนังค่อนข้างโหดเกินหน้าตา บางฉากนี่อึดอัดอย่างกับหนังสยองขวัญ ไม่เหมาะกับเด็ก
  • งานซีจีฉากบินต่างๆ ดูไม่เนียน ไม่โอเคเลย

โอตะ โอชิ เตรียมเต็มเหนี่ยวกับงาน “SWEAT16! JU JU”

กิจกรรมไฮไฟฟ์ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต อาทิตย์ที่ 18 นี้

สนุกต่อ…ไม่รอแล้วนะ อาทิตย์ที่ 18 พ.ย. นี้ พลาดไม่ได้กับงาน “SWEAT16! JU JU” พบกับ 13 สาวเกิร์ลไอดอลกรุ๊ป วง SWEAT16! (สเวทซิกซ์ทีน) นำทีมโดย แอ๊นท์-วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ กัปตันวง, ม่านมุก-ชดาธาร ด่านกุล เซ็นเตอร์, มิวสิค-จิดาภา จงสืบพันธ์, แอนนี่-อรรฆพร สร้อยสุข, ซอนญา- ซอนญาชิษณุชา ดอนเนลลี่, นิ้ง-พิชชาภา กันตพิชญาธร, เอ๋-วาสนา พิมพ์จันทร์, พิม-พิม ขจรเวคิน, พาด้า-ปภาดา ตันติประสงค์ชัย, เพชร-พรรษา บุณยะกลัมพ, เฟรม-สุธาสินี เอมทอง, มิ้น-ทสมา เทศน์ธรรม และ พราวด์-ปัทมาริษา ปัดภัย ที่ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

จัดเต็มเหนี่ยวไปกับกิจกรรมไฮไฟฟ์ พิเศษสุดสินค้าออฟฟิเชียลของวงสเวทซิกซ์ทีน ตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรกจนถึงซิงเกิ้ลล่าสุด TKO และ สิ่งที่ทุกคนรอคอย งานนี้ 3 ทหารเสือ วิม-บอย-ไก่ (วิม มโนพิโมกษ์ ประธานกรรมการ บริษัท โยชิโมโต้เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด, บอย โกสิยพงศ์ จากเลิฟอิส, สุธี แสงเสรีชน จากเลิฟอิส) ผู้ปลุกปั้น 13 สาว พร้อมเผยถึงซิงเกิ้ลล่าสุดที่ลั่นออกมาแล้วว่า “ปิ้งย่าง” อรั๊ยย…บอกยาวกว่านี้ไม่ได้แล้วร่ะ ติดตามรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติ่มได้ที่ Facebook.com/SweatSixteen อย่าลืมมาเจอกันนะจ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!