Connect with us

What The Fact

[รีวิว] A Star Is Born : รีเมคที่หรูเริ่ดเกินหน้าเวอร์ชั่นก่อน

นี่คือหนังอมตะอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอลลีวู้ดรักมาก เพราะนี่คือการรีเมคครั้งที่ 4 แล้ว ก่อนหน้านี้มีสร้างมาแล้ว 3 ครั้งในปี 1937 , 1954 , 1976 และครั้งนี้เป็นครั้งที่เว้นช่วงจากเวอร์ชั่นก่อนนานที่สุดล่ะ เวอร์ชั่นที่ถูกพูดถึงมากสุดเห็นจะเป็นเวอร์ชั่น 1976 เพราะได้ดิว่าที่โด่งดังในยุคนั้น บาร์บรา สตรัยแซนด์ มารับบทนำ และคริส คริสทอฟเฟอร์สัน ศิลปินเพลงชื่อดังที่เพิ่งหันมาเข้าวงการแสดงมารับบทนำเช่นกัน หนังไม่ถูกใจนักวิจารณ์นัก แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากทุนสร้างเพียงแค่ 6 ล้าน หนังจบด้วยรายได้ 80 ล้านเหรียญ ถ้าตีเป็นค่าเงินวันนี้ก็ 362 ล้านเหรียญ นี่คือรายได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น Evergreen เพลงรักจากหนังก็ยังคว้าออสการ์เพลงประกอบยอดเยี่ยมมาครองด้วย เป็นการประกาศศักดาของบาร์บรา สตรัยแซนด์ อีกครั้งเพราะเธอเป็นผู้ประพันธ์ทำนองด้วยตัวเอง

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

นี่คือหนังอมตะอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอลลีวู้ดรักมาก เพราะนี่คือการรีเมคครั้งที่ 4 แล้ว ก่อนหน้านี้มีสร้างมาแล้ว 3 ครั้งในปี 1937 , 1954 , 1976 และครั้งนี้เป็นครั้งที่เว้นช่วงจากเวอร์ชั่นก่อนนานที่สุดล่ะ เวอร์ชั่นที่ถูกพูดถึงมากสุดเห็นจะเป็นเวอร์ชั่น 1976 เพราะได้ดิว่าที่โด่งดังในยุคนั้น บาร์บรา สตรัยแซนด์ มารับบทนำ และคริส คริสทอฟเฟอร์สัน ศิลปินเพลงชื่อดังที่เพิ่งหันมาเข้าวงการแสดงมารับบทนำเช่นกัน หนังไม่ถูกใจนักวิจารณ์นัก แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากทุนสร้างเพียงแค่ 6 ล้าน หนังจบด้วยรายได้ 80 ล้านเหรียญ ถ้าตีเป็นค่าเงินวันนี้ก็ 362 ล้านเหรียญ นี่คือรายได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น Evergreen เพลงรักจากหนังก็ยังคว้าออสการ์เพลงประกอบยอดเยี่ยมมาครองด้วย เป็นการประกาศศักดาของบาร์บรา สตรัยแซนด์ อีกครั้งเพราะเธอเป็นผู้ประพันธ์ทำนองด้วยตัวเอง

แบรดลีย์ คูเปอร์ ในหน้าที่ผู้กำกับครั้งแรก

A Star Is Born ในเวอร์ชั่นใหม่นี้อยู่ในความรับผิดชอบของแบรดลีย์ คูเปอร์ ที่เหมารวมหน้าที่ทั้งแสดงนำ , เขียนบทร่วม และประเดิมงานกำกับเป็นครั้งแรก ที่เจ้าตัวบอกว่าอยากเป็นผู้กำกับมาตลอดไม่ใช่นักแสดง ได้ชมแล้วก็ต้องบอกว่า A Star Is Born เป็นการรีเมคหนังคลาสสิกที่ทำได้ดีกว่าเวอร์ชั่น1976 แทบจะในทุก ๆ ด้าน ผมจะไม่ขออ้างถึงเวอร์ชั่น 1937 และ 1954 นะครับ เพราะไม่ได้ดูและก็เรื่องราวจะเป็นวงการแสดง แล้วมาเปลี่ยนเป็นวงการเพลงในเวอร์ชั่น 1976 และเวอร์ชั่นล่าสุดก็ยังคงเรื่องราวให้เกิดขึ้นในวงการเพลง ซึ่งบทหนังอิงจากเวอร์ชั่นก่อนมาเพียงแค่พลอตคร่าว ๆ เท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ แทบไม่มีอะไรเหมือนในเวอร์ชั่น 1976 เลย และเป็นการปรับเปลี่ยนที่ออกมาดีกว่าเวอร์ชั่นมาก คงไว้แค่เรื่องราวของศิลปินเพลงชื่อดัง ที่มาพบกับนักร้องสาวในร้านเหล้า แล้วประทับใจตัวเธอ เลยใช้ชื่อเสียงของตัวเองผลักดันเธอจนประสบความสำเร็จ ในขณะที่ตัวเองอยู่ในช่วงขาลงเหตุจากติดเหล้าและติดยาอย่างหนัก

สิ่งแรกที่ประทับใจกับเวอร์ชั่นนี้คือบทหนังที่เติมแต่งช่องว่างจากเวอร์ชั่นก่อนได้หมดสิ้น แต่เมื่อเห็นชื่ออีริค ร็อธ ในทีมเขียนก็ร้องอ๋อล่ะว่าทำไมออกมาดี เพราะชื่อนี้มี 1 ออสการ์จาก Forrest Gump (1994)เป็นตัวการันตีความสามารถ หนังลงลึกตัวตนของ 2 ตัวละครหลักอย่าง แจ๊ค และ แอลลี่ ให้เราได้รู้จักตัวตนของทั้งคู่มากขึ้น และค่อย ๆ ให้เห็นพัฒนาการของแอลลี่จากสาวโนเนมไปเป็นซูเปอร์สตาร์จากการสนับสนุนของแจ๊คได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ได้ฟังหลาย ๆ เพลงของเธอ ได้ดูโชว์ของเธอ ได้เห็นปกอัลบั้มของเธอ และชอบสุดคือการเพิ่มการแจกรางวัลแกรมมี่เข้ามาเป็นฉากสำคัญมากของเรื่อง เราได้เห็นความสามารถของแอลลี่หลาย ๆ ด้าน เล่นเปียโน เสียงร้องที่จับใจ และที่สำคัญสุดคือการเขียนเพลงที่หยิบเอาเรื่องราวรอบตัวมาเขียนทำให้คนดูได้รับรู้ที่มาของเพลงสำคัญ ๆ ในเรื่องไปด้วย ในขณะที่เล่าเรื่องราวของ เอสเธอร์(บทของ บาร์บรา สรัยแซนด์)แบบฉาบฉวยมาก ได้ขึ้นไปร้องบนเวทีแค่ 2 เพลง แล้วก็กลายเป็นศิลปินดังไปเลย

ยังมีอีกหลาย ๆ จุดที่อยากพูดถึงส่วนดีในเวอร์ชั่นนี้อีกมาก ความทุ่มเทของแบรดลีย์ คูเปอร์ ที่ต้องพลิกบทบาทมาเล่นเป็นนักร้อง นักกีตาร์ ได้อย่างสมจริง แบรดลีย์ เข้าคอร์สเรียนร้องเพลงอย่างหนัก และไปเรียนกีตาร์กับลูกชายของวิลลี่ เนลสัน หนังมีหลาย ๆ ฉากที่แบรดลีย์ในบทแจ๊คได้โชว์กีตาร์แบบจริงจังจนทำให้เราเชื่อได้ว่านี่คือศิลปินตัวจริง และเสียงร้องที่สามารถออกผลงานได้สบาย ๆ รู้สึกดีที่ได้ฟังหลาย ๆ เพลงของแจ๊คในหนังเพื่อตอกย้ำความเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ เพราะในเวอร์ชั่นก่อนหน้า ได้เห็นจอห์น นอร์แมน (ชื่อของบทนำฝ่ายชาย) ร้องแค่แพร้บ ๆ ไม่จบสักเพลง ส่วนเลดี้ กาก้า ในบทนำครั้งแรกถือว่าผ่านบททดสอบที่ยาก ๆ ได้สำเร็จ กับบทที่ดราม่ายาก ๆ ในหลาย ๆ ฉาก แม้เธอจะไม่ใช่สาวสวยจัดแต่หนังก็ถ่ายทอดเสน่ห์ของเธอออกมาได้อย่างเด่นชัด ประทับใจสุดคือเพลงสุดท้ายในหนัง I’ll Never Love Again ที่เนื้อหาของเพลงเล่าบทสรุปของหนังได้สวยงาม แล้วเธอก็สื่อความรู้สึกจากหน้าตาและน้ำเสียงให้เราสัมผัสได้จริง ๆ

บทหนังเพิ่มตัวละครเข้ามามาก แซม เอลเลียตในบทบ๊อบบี้ พี่ชายต่างแม่ของแจ๊ค ที่มาขยายตัวตนและเพิ่มเรื่องราวดราม่าของแจ๊คได้อีกมาก ดูแล้วรู้สึกได้ว่าแบรดลีย์ ถ่ายทอดการพูดการจาของแจ๊คแบบงึม ๆ งำ ๆ ได้เหมือนแซม เอลเลียตอยู่มากทางด้านแอลลี่ หนังก็เพิ่มบทพ่อและแก๊งเพื่อนพ่อเข้ามา เป็นทีมที่ช่วยเพิ่มสีสันได้อย่างมาก กับพ่อที่อยากเป็นนักร้องมาตลอดชีวิตแต่ต้องลงเอยด้วยการเป็นโซเฟอร์ แต่ลูกสาวก็มาเติมเต็มความฝันให้พ่อ นอกจากมาเพิ่มน้ำหนักให้กับฉากหลังของแอลลี่แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นตัวชงมุกให้หนังได้เสียงหัวเราะอีกบ่อยครั้ง และบทสำคัญสุดแทบจะรองจากคู่พระนางเลยคือ เรซ แกฟรอน ผู้จัดการศิลปินชื่อดัง ผู้เป็นคนปลุกปั้นให้แอลลี่กลายเป็นศิลปินดัง และเป็นตัวแปรสำคัญให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจของเรื่อง ซึ่งหนังปรับเปลี่ยนเหตุการณ์นี้ให้หนักอึ้งจุกกว่าเวอร์ชั่นก่อนอย่างมาก

คริส คริสทอฟเฟอร์สัน และ บาร์บรา สตรัยแซนด์ คู่ขวัญใน A Star Is Born (1976)

เป็นหนังรีเมคที่ทำได้น่าประทับใจครับ ได้เห็นก้าว ๆ ใหม่ที่ประสบความสำเร็จทั้งการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้กำกับของแบรดลีย์ คูเปอร์ การเปลี่ยนบทบาทมาเป็นศิลปินเพลงได้อย่างน่าเชื่อถือ การโดดเข้าสู่วงการแสดงของเลดี้ กาก้า ที่เธอทำให้เห็นได้ว่าเธอเป็นนักแสดงได้สบาย ๆ และได้เห็นเสน่ห์ในด้านสาวใสของเธอ หักล้างกับลุคบ้า ๆ บอ ๆ ที่คุ้นตากันมา ด้วยความเป็นหนังเพลง หนังจึงมีเพลงให้ฟังกันเป็นสิบตลอดเรื่อง และยืนยันว่าเพราะทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงหลัก ๆ ของหนังที่เราได้รับรู้เรื่องราวที่มาของเพลง บวกกับได้อ่านซับไตเติ้ลแปลเนื้อร้องยิ่งทำให้อินกับเพลงได้มากขึ้น เสียอย่างเดียวกับความยาว 2 ชั่วโมง 15 นาที ที่ยาวไปหน่อย ครึ่งหลังของหนังน่าจะกระชับกว่านี้ได้อีกมากครับ หนังเหมาะกับแฟน ๆ เลดี้ กาก้า และคนที่รักเสียงเพลง ชอบฟังเพลงเพราะ ๆ ในโรงหนังครับ

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

Sweat16! โชว์เพลง Hajimari no Hikari วิบวับ ครั้งแรกในงาน Siam Music Festival 2018

Published

on

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

Sweat16 มาไวเคลมเร็วหลังจากเซอร์ไพรส์เปิดตัวชุด และเพลงใน ซิงเกิ้ลที่ 4 Yakiniku (ปิ้งย่าง) และเพลงรอง เพลง HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ) ไปภายในงาน “SWEAT16! JU JU” เมื่อ 18 พฤษจิกายน 2561 ณ CentralPlaza WestGate ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ อีกไม่กี่วันต่อมา 24 พฤษจิกายน 2561 ภายในงาน Cat Expo 5 น้อง Sweat16 ก็ทำเซอร์ไพรส์แฟนคลับ ด้วยการโชว์เต็มเพลง Yakiniku ปิ้งย่าง บนเวทีต่อหน้าแฟนคลับ

7 ธันวาคม 2561 เปิดตัว Mv เพลง Yakiniku (ปิ้งย่าง) ซึ่งขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้ (16 ธันวาคม 2561) ก็เลย 800,000 View ไปแล้ว มาร่วมส่งกำลังใจให้ถึง 1 ล้านวิวกันโดยเร็ว

15 ธันวาคม 2561 เปิดตัว Center HAJIMARI NO HIKARI (วิบวับ) ซึ่งได้แก่น้อง มิวสิค พร้อมโพสต์นัดหมายแฟนคลับให้มาฟังเพลงนี้ร่วมกันครั้งแรก 16 ธันวาคม 2561 ในงาน Coca Cola Presents Siam Music Festival 2018 Siam Pop Dance Stage ทั้งนี้สมาชิกที่เข้าร่วมได้แก่ จิดาภา จงสืบพันธ์ (Jidapa Chongsubphant) มิวสิค (Music) ,  อรรฆพร สร้อยสุข (Akaporn Soisuke) แอนนี่ (Anny) , ซอนญา ชิษณุชา ดอนเนลลี่ (Sonja Chitsanucha Donnelly) ซอนญา (Sonja) , พิชชาภา กันตพิชญาธร (Phitchapha Kantapitchayathorn) นิ้ง (Nink) , วาสนา พิมพ์จันทร์ (Wassana Pimchan) เอ๋ (Ae) , พิม ขจรเวคิน (Pim Khajonvekin) พิม (Pim) , ปภาดา ตันติประสงค์ชัย (Papada Tantiprasongchai) พาด้า (Pada) , พรรษา บุณยะกลัมพ (Pansa Boonyakalumpha) เพชร (Petch) , สุธาสินี เอมทอง (Suthasinee Aemthong) เฟรม (Fame) , ทสมา เทศน์ธรรม (Tassama Testam) มิ้น (Mint) , ปัทมาริษา ปัดภัย (Pattamarisa Padphai) พราวด์ (Proud) ขาดไป 2 คน คือน้อง วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ (Warinda Nernpermpisut) แอ๊นท์ (Ant) ที่ติดรับปริญญา และน้อง ชดาธาร ด่านกุล (Chadatan Dankul) ม่านมุก (Mahnmook) ซึ่งอยู่ระหว่างพักรักษาตัว แต่เดินทางมาให้กำลังใจเพื่อนๆ อยู่ข้างเวทีด้วย สอบถามความคืบหน้าของอาการบาดเจ็บ ได้ความว่าก็เดินทางไปกายภาพบำบัดตามหมอนัดโดยตลอด

 

 

เพลง Hajimari no Hikari วิบวับ

 

เพลง Yakiniku ปิ้งย่าง

 

เพลง มุ้งมิ้ง

 

อัลบั้มภาพ

   

ขอบคุณ : Sony ThaiLNWgadget

ขอบคุณ : IdolMaster
ภาพนิ่งบันทึกโดย : Sony A9 lens 24:70 GM f 2.8

วีดีโอบันทึกโดย  : DIJ OSMO POCKET 4K 60fps

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (14 – 16 ธ.ค.) : Spider-Man into the Spider-Verse ขึ้นอันดับ 1 แต่เปิดตัวเพียง 35 ล้านเหรียญ

Published

on

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Spider-Man: Into the Spider-Verse อนิเมชันที่เป็นบทขยายของจักรวาล Spider Man ต่อจาก Venom ทำรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรกไปไม่สูงนัก อยู่ที่ 35.4 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 90 ล้านเหรียญ

The Mule ผลงานดราม่าระดับคุณภาพเรื่องล่าสุดของปู่คลินต์ อีสต์วูด ซึ่งเข้าฉายเป็นสัปดาห์แรกเช่นกัน โดยทำรายอยู่ในอันดับที่ 2 กวาดไป 17.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 50 ล้านเหรียญ

Mortal Engines ผลงานอำนวยการสร้างล่าสุดของ ปีเตอร์ แจ็กสัน ดัดแปลงจากนวนิยายขายดี ทำรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรกไปอย่างน่าผิดหวัง อยู่ที่ 7.5 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 42.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 100 ล้านเหรียญ

และที่น่าประทับใจมากคือ The Grinch อนิเมชันต้อนรับเทศกาลคริสมาสต์ ยังคงทำรายได้ดีอย่างต่อเนื่อง เก็บไปแล้ว 372.7 ล้านเหรียญทั่วโลก

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Spider-Man: Into the Spider-Verse

35.4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 35.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 90 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : The Mule

17.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 17.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 50 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : The Grinch

11.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 239.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 133.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 372.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Ralph Breaks the Internet

9.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 154.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 130.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 285.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 175 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Mortal Engines

7.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 7.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 34.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 42.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : Creed II

5.4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 104.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 23.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 128.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 50 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Bohemian Rhapsody

4.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 7)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 180.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 428.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 609 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Instant Family

3.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 60.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 68.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 48 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

3.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 151.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 425.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 576.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 200 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Green Book

2.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 24.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 160,872 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 24.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 23 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ Mv เพลงจ้องตา ของวง 7th Sense

Published

on

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

หลังจากที่ปล่อย Mv เพลงจ้องตา ไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนคลับ ทั้งนี้สามารถก้าวสู่ 100,000 View ได้อย่างรวดเร็ว และในขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ก็มีการดู 159,492 ครั้งแล้ว มาลุ้นกันให้เข้าสู่ 2 แสนวิวได้ในเร็ววัน ระหว่างช่วยลุ้นเป็นกำลังใจให้น้องๆ 7th Sense ก็ไปกดชม Mv เพลงจ้องตากันอีกสักรอบ แล้วตามติดด้วยอัลบั้มภาพน่ารักๆ ของน้องๆ กันครับ

สมาชิกวง 7th Sense ประกอบไปด้วย

ตัง ตัง 7th Sense

https://www.facebook.com/TangTang7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/tangtang7thsense/

 

เจเจ 7th Sense

https://www.facebook.com/JJ7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/jj7thsense/

 

นายน์ 7th Sense

https://www.facebook.com/nine7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/nine7thsense/

 

หนิงหนิง 7th Sense

https://www.facebook.com/Ningning7thsenseoffice/
https://www.instagram.com/ningning7thsense/

 

อัลตร้า 7th Sense

https://www.facebook.com/ultra7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/ultra.bt/

 

เดียร์ 7th Sense

https://www.facebook.com/Dear7thsenseOfficial/
https://www.instagram.com/Dear7thsense/

 

เวเฟอร์ 7th Sense

https://www.facebook.com/wafer7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/wafer7thsense/

 

เกรซ 7th Sense

https://www.facebook.com/Grace7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/Grace7thsense/

 

ต้นมอส 7th Sense

https://www.facebook.com/Tonmoss7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/tonmoss7thsense/

 

แฮมมี่ 7th Sense

https://www.facebook.com/7thsense.hammy/
https://www.instagram.com/hammybyn/

 

แพรวเล็ก 7th Sense

https://www.facebook.com/Praewlek7thsenseOfficial/
https://www.instagram.com/praewlek7thsense/

 

สตางค์ 7th Sense

https://www.facebook.com/Stang7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/stang7thsense/

 

วาวา 7th Sense

https://www.facebook.com/wawa7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/wawa7thsense/

 

ภีม 7th Sense

https://www.facebook.com/peam7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/peamnaphak/

 

กะทิ 7th Sense

https://www.facebook.com/kathi7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/kathi7thsense/

 

ใหม่ 7th Sense

https://www.facebook.com/Mai7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/mmaisurawan/

 

แอนนี่ 7th Sense

https://www.facebook.com/AnNie7thsenseofficial/
https://www.instagram.com/annie7thsense/

 

 

ขอบคุณภาพน่ารักๆ จาก 7th Sense Official

 

MV เพลง จ้องตา

อัลบั้มภาพเบื้องหลัง MV เพลง จ้องตา

 

ภาพโดย : 7th Sense Official

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!