Connect with us

What The Fact

[รีวิว] A Str Is Born : รีเมคที่หรูเริ่ดเกินหน้าเวอร์ชั่นก่อน

นี่คือหนังอมตะอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอลลีวู้ดรักมาก เพราะนี่คือการรีเมคครั้งที่ 4 แล้ว ก่อนหน้านี้มีสร้างมาแล้ว 3 ครั้งในปี 1937 , 1954 , 1976 และครั้งนี้เป็นครั้งที่เว้นช่วงจากเวอร์ชั่นก่อนนานที่สุดล่ะ เวอร์ชั่นที่ถูกพูดถึงมากสุดเห็นจะเป็นเวอร์ชั่น 1976 เพราะได้ดิว่าที่โด่งดังในยุคนั้น บาร์บรา สตรัยแซนด์ มารับบทนำ และคริส คริสทอฟเฟอร์สัน ศิลปินเพลงชื่อดังที่เพิ่งหันมาเข้าวงการแสดงมารับบทนำเช่นกัน หนังไม่ถูกใจนักวิจารณ์นัก แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากทุนสร้างเพียงแค่ 6 ล้าน หนังจบด้วยรายได้ 80 ล้านเหรียญ ถ้าตีเป็นค่าเงินวันนี้ก็ 362 ล้านเหรียญ นี่คือรายได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น Evergreen เพลงรักจากหนังก็ยังคว้าออสการ์เพลงประกอบยอดเยี่ยมมาครองด้วย เป็นการประกาศศักดาของบาร์บรา สตรัยแซนด์ อีกครั้งเพราะเธอเป็นผู้ประพันธ์ทำนองด้วยตัวเอง

Published

on

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

นี่คือหนังอมตะอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอลลีวู้ดรักมาก เพราะนี่คือการรีเมคครั้งที่ 4 แล้ว ก่อนหน้านี้มีสร้างมาแล้ว 3 ครั้งในปี 1937 , 1954 , 1976 และครั้งนี้เป็นครั้งที่เว้นช่วงจากเวอร์ชั่นก่อนนานที่สุดล่ะ เวอร์ชั่นที่ถูกพูดถึงมากสุดเห็นจะเป็นเวอร์ชั่น 1976 เพราะได้ดิว่าที่โด่งดังในยุคนั้น บาร์บรา สตรัยแซนด์ มารับบทนำ และคริส คริสทอฟเฟอร์สัน ศิลปินเพลงชื่อดังที่เพิ่งหันมาเข้าวงการแสดงมารับบทนำเช่นกัน หนังไม่ถูกใจนักวิจารณ์นัก แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากทุนสร้างเพียงแค่ 6 ล้าน หนังจบด้วยรายได้ 80 ล้านเหรียญ ถ้าตีเป็นค่าเงินวันนี้ก็ 362 ล้านเหรียญ นี่คือรายได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น Evergreen เพลงรักจากหนังก็ยังคว้าออสการ์เพลงประกอบยอดเยี่ยมมาครองด้วย เป็นการประกาศศักดาของบาร์บรา สตรัยแซนด์ อีกครั้งเพราะเธอเป็นผู้ประพันธ์ทำนองด้วยตัวเอง

แบรดลีย์ คูเปอร์ ในหน้าที่ผู้กำกับครั้งแรก

A Star Is Born ในเวอร์ชั่นใหม่นี้อยู่ในความรับผิดชอบของแบรดลีย์ คูเปอร์ ที่เหมารวมหน้าที่ทั้งแสดงนำ , เขียนบทร่วม และประเดิมงานกำกับเป็นครั้งแรก ที่เจ้าตัวบอกว่าอยากเป็นผู้กำกับมาตลอดไม่ใช่นักแสดง ได้ชมแล้วก็ต้องบอกว่า A Star Is Born เป็นการรีเมคหนังคลาสสิกที่ทำได้ดีกว่าเวอร์ชั่น1976 แทบจะในทุก ๆ ด้าน ผมจะไม่ขออ้างถึงเวอร์ชั่น 1937 และ 1954 นะครับ เพราะไม่ได้ดูและก็เรื่องราวจะเป็นวงการแสดง แล้วมาเปลี่ยนเป็นวงการเพลงในเวอร์ชั่น 1976 และเวอร์ชั่นล่าสุดก็ยังคงเรื่องราวให้เกิดขึ้นในวงการเพลง ซึ่งบทหนังอิงจากเวอร์ชั่นก่อนมาเพียงแค่พลอตคร่าว ๆ เท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ แทบไม่มีอะไรเหมือนในเวอร์ชั่น 1976 เลย และเป็นการปรับเปลี่ยนที่ออกมาดีกว่าเวอร์ชั่นมาก คงไว้แค่เรื่องราวของศิลปินเพลงชื่อดัง ที่มาพบกับนักร้องสาวในร้านเหล้า แล้วประทับใจตัวเธอ เลยใช้ชื่อเสียงของตัวเองผลักดันเธอจนประสบความสำเร็จ ในขณะที่ตัวเองอยู่ในช่วงขาลงเหตุจากติดเหล้าและติดยาอย่างหนัก

สิ่งแรกที่ประทับใจกับเวอร์ชั่นนี้คือบทหนังที่เติมแต่งช่องว่างจากเวอร์ชั่นก่อนได้หมดสิ้น แต่เมื่อเห็นชื่ออีริค ร็อธ ในทีมเขียนก็ร้องอ๋อล่ะว่าทำไมออกมาดี เพราะชื่อนี้มี 1 ออสการ์จาก Forrest Gump (1994)เป็นตัวการันตีความสามารถ หนังลงลึกตัวตนของ 2 ตัวละครหลักอย่าง แจ๊ค และ แอลลี่ ให้เราได้รู้จักตัวตนของทั้งคู่มากขึ้น และค่อย ๆ ให้เห็นพัฒนาการของแอลลี่จากสาวโนเนมไปเป็นซูเปอร์สตาร์จากการสนับสนุนของแจ๊คได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ได้ฟังหลาย ๆ เพลงของเธอ ได้ดูโชว์ของเธอ ได้เห็นปกอัลบั้มของเธอ และชอบสุดคือการเพิ่มการแจกรางวัลแกรมมี่เข้ามาเป็นฉากสำคัญมากของเรื่อง เราได้เห็นความสามารถของแอลลี่หลาย ๆ ด้าน เล่นเปียโน เสียงร้องที่จับใจ และที่สำคัญสุดคือการเขียนเพลงที่หยิบเอาเรื่องราวรอบตัวมาเขียนทำให้คนดูได้รับรู้ที่มาของเพลงสำคัญ ๆ ในเรื่องไปด้วย ในขณะที่เล่าเรื่องราวของ เอสเธอร์(บทของ บาร์บรา สรัยแซนด์)แบบฉาบฉวยมาก ได้ขึ้นไปร้องบนเวทีแค่ 2 เพลง แล้วก็กลายเป็นศิลปินดังไปเลย

ยังมีอีกหลาย ๆ จุดที่อยากพูดถึงส่วนดีในเวอร์ชั่นนี้อีกมาก ความทุ่มเทของแบรดลีย์ คูเปอร์ ที่ต้องพลิกบทบาทมาเล่นเป็นนักร้อง นักกีตาร์ ได้อย่างสมจริง แบรดลีย์ เข้าคอร์สเรียนร้องเพลงอย่างหนัก และไปเรียนกีตาร์กับลูกชายของวิลลี่ เนลสัน หนังมีหลาย ๆ ฉากที่แบรดลีย์ในบทแจ๊คได้โชว์กีตาร์แบบจริงจังจนทำให้เราเชื่อได้ว่านี่คือศิลปินตัวจริง และเสียงร้องที่สามารถออกผลงานได้สบาย ๆ รู้สึกดีที่ได้ฟังหลาย ๆ เพลงของแจ๊คในหนังเพื่อตอกย้ำความเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ เพราะในเวอร์ชั่นก่อนหน้า ได้เห็นจอห์น นอร์แมน (ชื่อของบทนำฝ่ายชาย) ร้องแค่แพร้บ ๆ ไม่จบสักเพลง ส่วนเลดี้ กาก้า ในบทนำครั้งแรกถือว่าผ่านบททดสอบที่ยาก ๆ ได้สำเร็จ กับบทที่ดราม่ายาก ๆ ในหลาย ๆ ฉาก แม้เธอจะไม่ใช่สาวสวยจัดแต่หนังก็ถ่ายทอดเสน่ห์ของเธอออกมาได้อย่างเด่นชัด ประทับใจสุดคือเพลงสุดท้ายในหนัง I’ll Never Love Again ที่เนื้อหาของเพลงเล่าบทสรุปของหนังได้สวยงาม แล้วเธอก็สื่อความรู้สึกจากหน้าตาและน้ำเสียงให้เราสัมผัสได้จริง ๆ

บทหนังเพิ่มตัวละครเข้ามามาก แซม เอลเลียตในบทบ๊อบบี้ พี่ชายต่างแม่ของแจ๊ค ที่มาขยายตัวตนและเพิ่มเรื่องราวดราม่าของแจ๊คได้อีกมาก ดูแล้วรู้สึกได้ว่าแบรดลีย์ ถ่ายทอดการพูดการจาของแจ๊คแบบงึม ๆ งำ ๆ ได้เหมือนแซม เอลเลียตอยู่มากทางด้านแอลลี่ หนังก็เพิ่มบทพ่อและแก๊งเพื่อนพ่อเข้ามา เป็นทีมที่ช่วยเพิ่มสีสันได้อย่างมาก กับพ่อที่อยากเป็นนักร้องมาตลอดชีวิตแต่ต้องลงเอยด้วยการเป็นโซเฟอร์ แต่ลูกสาวก็มาเติมเต็มความฝันให้พ่อ นอกจากมาเพิ่มน้ำหนักให้กับฉากหลังของแอลลี่แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นตัวชงมุกให้หนังได้เสียงหัวเราะอีกบ่อยครั้ง และบทสำคัญสุดแทบจะรองจากคู่พระนางเลยคือ เรซ แกฟรอน ผู้จัดการศิลปินชื่อดัง ผู้เป็นคนปลุกปั้นให้แอลลี่กลายเป็นศิลปินดัง และเป็นตัวแปรสำคัญให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจของเรื่อง ซึ่งหนังปรับเปลี่ยนเหตุการณ์นี้ให้หนักอึ้งจุกกว่าเวอร์ชั่นก่อนอย่างมาก

คริส คริสทอฟเฟอร์สัน และ บาร์บรา สตรัยแซนด์ คู่ขวัญใน A Star Is Born (1976)

เป็นหนังรีเมคที่ทำได้น่าประทับใจครับ ได้เห็นก้าว ๆ ใหม่ที่ประสบความสำเร็จทั้งการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้กำกับของแบรดลีย์ คูเปอร์ การเปลี่ยนบทบาทมาเป็นศิลปินเพลงได้อย่างน่าเชื่อถือ การโดดเข้าสู่วงการแสดงของเลดี้ กาก้า ที่เธอทำให้เห็นได้ว่าเธอเป็นนักแสดงได้สบาย ๆ และได้เห็นเสน่ห์ในด้านสาวใสของเธอ หักล้างกับลุคบ้า ๆ บอ ๆ ที่คุ้นตากันมา ด้วยความเป็นหนังเพลง หนังจึงมีเพลงให้ฟังกันเป็นสิบตลอดเรื่อง และยืนยันว่าเพราะทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงหลัก ๆ ของหนังที่เราได้รับรู้เรื่องราวที่มาของเพลง บวกกับได้อ่านซับไตเติ้ลแปลเนื้อร้องยิ่งทำให้อินกับเพลงได้มากขึ้น เสียอย่างเดียวกับความยาว 2 ชั่วโมง 15 นาที ที่ยาวไปหน่อย ครึ่งหลังของหนังน่าจะกระชับกว่านี้ได้อีกมากครับ หนังเหมาะกับแฟน ๆ เลดี้ กาก้า และคนที่รักเสียงเพลง ชอบฟังเพลงเพราะ ๆ ในโรงหนังครับ

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

10 อันดับ Box Office (19-21 ต.ค.) : Halloween กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวไปเกือบ 80 ล้านเหรียญ

Published

on

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานอย่าง Halloween ได้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ โดยในภาคล่าสุดนี้ยังสานต่อเนื้อเรื่องและกลิ่นอายความโหดแบบดั้งเดิมเอาไว้ อีกทั้งยังได้ เจมี ลี เคอร์ติส ในวัย 60 ปี ผู้เป็นดั่งไอค่อนแห่งวงการภาพยนตร์สยองขวัญ กลับมารับบทนำเช่นเดิมด้วย

Halloween (2018) ทำรายได้เปิดตัวไป 77.5 ล้านเหรียญ ทั่วโลกทำไปแล้ว 91.8 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 10 ล้านเหรียญเท่านั้น

A Star is Born ผลงานกำกับเรื่องแรกของ แบรดลีย์ คูเปอร์ เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ม้ามืดในปีนี้ โดยเก็บรายได้ในสหรัฐฯไปแล้ว 126.4 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 201.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 36 ล้านเหรียญ

แต่ในขณะเดียวกัน First Man ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่อาจได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาใหญ่ ๆ  ในปีนี้ ก็ทำรายได้ลดลงไปมากในสัปดาห์ที่ 2 โดยทั่วโลกทำไป 55.5 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 59 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Halloween

77.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 77.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 14.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 91.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : A Star is Born

19.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 74.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 201.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Venom

18.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 171.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 236.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 407.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Goosebumps 2: Haunted Halloween

9.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 3.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.5
  • ทุนสร้าง : 35 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : First Man

8.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 30 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 55.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 59 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Hate U Give

7.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

อันดับที่ 7 : Smallfoot

6.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 70.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 137.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 50 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Night School

5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 17.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 84.4 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 29 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Bad Times at the El Royale

3.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 21.4
  • ทุนสร้าง : 32 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : The Old Man & the Gun

2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 4.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ฟังกันหรือยังกับเพลง Unlovable – MILD เวอร์ชั่นนี้ถึงอารมณ์กว่าเดิมหลายเท่า!!!?

Published

on

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้แอดมินบอกเลยว่าได้มีโอกาสเลื่อนหน้า Facebook แล้วไปเจอกับเพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงเก่านานมาแล้ว เป็นเพลงที่แอดมินชอบมาก แต่พอมาฟังเวอร์ชั่นนี้บอกเลยว่า เห้ย!! สุดติ่งกระดิ่งแมวจริงๆ เพลงเดิม ทำนองเดิม แต่อารมณ์เพลงมันไม่เหมือนเดิม กับเพลง Unloveable ของวง MILD

หลายๆ คนคงรู้จักเพลงนี้กันดีอยู่แล้ว วันนี้ลองมาฟังเวอร์ชั่นนี้กันดู ว่าจะร้องว้าวเหมือนแอดมินไหม !!!

มาทำความรู้จักกับเพลง Unloveable สักหน่อย

เวอร์ชั่นที่เพื่อนๆ ได้ฟังด้านบนนั้น เป็นเวอร์ชั่นดั้งเดิม ที่เราเคยฟังกันมา แต่เดี๋ยว!! ใครที่เคยฟังเวอร์ชั่นนี้ แล้วร้องได้แบบจำขึ้นใจ ก็แอบมีอายุกันแล้วนะ (ฮ่าๆๆ) สำหรับเพลง Unloveable เวอร์ชั่นนี้ ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ซึ่งเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มที่มีชื่อว่า Mild และเป็นอัลบั้มแรกของวงนี้ด้วย

ภาพตัวอย่าง อัลบั้ม MILD

รวมถึงเพลงอื่นๆ ก็อยู่ในอัลบั้มนี้เช่นกัน อาทิเช่น

1.อีกนานไหม

2.หวานเย็น

3.รักล้นใจ

4.Unloveable

5.เสร็จ

6.อีกนานไหม – เปียโน เวอร์ชั่น

7.บรรยากาศพาไป – Hidden Track

ซึ่งแต่ละเพลงที่บอกมานั้น เป็นเพลงที่ดังมากในช่วงปี พ.ศ.2551 วัยรุ่นสมัยนั้นส่วนใหญ่ แทบจะร้องเพลงในอัลบั้มนี้กันได้เกือบหมด (บอกเลยว่าแอดมินร้องได้ทุกเพลง ฮ่าๆ)

Unloveable เวอร์ชั่นนี้ฟังแล้วต้องร้องว้าว!!

เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ เวอร์ชั่นนี้ ฟังแล้วมันอินจัด ร้องได้ถึงอารมณ์เพลงดีจริงๆ แอดมินฟังครั้งแรกนี่ขนลุกเลย เพราะหนาว (ล้อเล่นนะครับฮ่าๆ) ฟังแล้วขนลุกจริงๆ เวอร์ชั่นนี้ มันมีการเล่นของจังหวะดนตรีมากขึ้น ให้ความรู้สึก เจ็บในหัวใจแบบยิ่งเจ็บยิ่งสะใจ กับความรักที่มันไม่สมหวัง (พาเศร้าอีกแล้ว) ซึ่งเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่ทางเพจ นักพจญเพลง

ภาพตัวอย่าง โลโก้ นักผจญเพลง

ได้ทำขึ้นมา ในเพจพี่เขายังมีอีกหลายผลงานเพลง จากหลายศิลปินให้ฟังอีกเยอะเลยนะ ใครสนใจเข้าไปติดตามได้ที่ Facebook Page: นักผจญเพลง เข้าไปกดไลค์แล้วติดตามได้เลยจ้า


และช่วงท้ายนี้ เพลง Unloveable เวอร์ชั่นที่แอดมินนำมาให้ดูวันนี้ ชอบกันไหม ไว้โอกาสหน้า ถ้าแอดมินเจอเพลงเจ๋งๆ แบบนี้จะเอามาให้ได้ลองฟังกันอีก ดูแลสุขภาพกันด้วยนะเพื่อนๆ วันนี้ต้องขอกล่าวคำว่า

“ม้าที่ว่าแรงยังต้องแพ้ลา”

“เพราว่า ลาไปก่อน”

สวัสดีครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

ดาเมจรุนแรงขั้นสุดกับอัลบั้มภาพ + คลิป ในงาน BNK48 1st Album RIVER 2 Shot

Published

on

อะ สตาร์ อีส บอร์น : a star is born

7.4

คุณภาพงานสร้าง

7.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

นักแสดง

8.0/10

ความสนุก

6.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • บทมีพัฒนาการจากเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ
  • เลดี้ กาก้า กับงานแสดงครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม
  • แบรดลีย์ คูเปอร์ กับการทำการบ้านเพื่อบทนักร้องได้ยอดเยี่ยม
  • เพลงเพราะทุกเพลง

จุดสังเกต

  • เวอร์ชั่น 1976 กับครึ่งหลังที่ยืดยาวมาก เวอร์ชั่นนี้ก็เช่นกัน ความยาวหนังก็เท่ากัน
  • ตัวละครที่มากขึ้น แต่ขาดการอธิบายว่าใครเป็นใคร พาให้งงพอควร

วันที่ 20 ตุลาคม 2561 กับกระแสการตอบรับอย่างล้นหลาม จากอัลบั้มชุดแรกของวง BNK48 1st Album RIVER จนทำให้ต้องเพิ่มรอบการถ่ายภาพ 2 Shot ออกเป็นหลายรอบ หลากสถานที่ เพื่อรองรับแฟนคลับที่มีความต้องการจะเข้ามาถ่ายรูปกับน้องๆ BNK48 1st Album RIVER 2 Shot ที่จัดขึ้น ณ ไบเทคบางนา บรรดาแฟนคลับทยอยเดินทางการร่วมงานกันตั้งแต่ช่วงเช้า

โดยทีมงานได้มีโอกาสเข้าบันทึกภาพนิ่ง และวีดีโอภายในห้อง 2 Shot ในรอบแรก ซึ่งมีสมาชิก BNK48 ทั้งสิ้น 20 คน ในรอบนี้ ประกอบไปด้วย เฌอปราง , ปัญ , เจนนิษฐ์ , โมบายล์ , แก้ว , ไข่มุก , มิวสิค , น้ำหนึ่ง , เนย , อร , ปูเป้ , ตาหวาน , มิวนิค , จูเน่ , ฟ้อนด์ , วี , ออม , แพนด้า , เข่ง และ อุ้ม

คลิปน้องๆ BNK48 ภายในห้อง 2 Shot

 

อัลบั้มภาพภายในห้อง 2 Shot

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!