[รีวิว] Bel Canto: หนังรักในอุดมคติที่ไม่มีฉากจบ

สนับสนุนเนื้อหาโดย

จากหน้าหนังถือว่าน่าสนใจมาก ด้วยความที่มันสร้างมาจากนิยายโรแมนติกที่อิงมาจากเหตุการณ์กลุ่มกบฏบุกยึดสถานฑูตญี่ปุ่นในประเทศเปรูในยุคของประธานาธิบดี อัลแบร์โต้ ฟูจิโมริ ซึ่งมีการจับเจ้าหน้าที่ไว้เป็นตัวประกันกินเวลายาวนานถึง 126 วัน! แต่ทว่าช่วงเวลา 4 เดือนเศษนั้น ใครจะจินตนาการออกบ้างว่า การคุมขังตัวประกันเหล่านั้น มันไม่ได้รุนแรงหนักหน่วง น่ากลัวเหมือนที่ ISIS แสดงให้ชาวโลกได้เห็น แต่มันกลับกลายเป็นความรักในแบบ Stockholm Syndrome ที่หักมุมฉีกแนวไปจากความรักน้ำเน่าตามจอตู้จนหมดสิ้น

สำหรับเนื้อหาของ Bel Canto เล่าเรื่องของ ร็อกแซนน์ ครอส (จูลีแอนน์ มัวร์) นักร้องโอเปร่าชาวอเมริกัน ได้ถูกเชิญมาร้องเพลงในงานปาร์ตี้ให้กับนักการฑูต คาสุมิ โฮโซคาวะ (เคน วาตานาเบะ) และกลุ่มนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น แต่แล้วทุกคนกลับถูกกลุ่มกบฏฝ่ายต่อต้านรัฐบาล 14 คนบุกยึดสถานฑูตและจับเป็นตัวประกันเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองกับรัฐบาลฟูจิโมริ

Bel Canto ออกสตาร์ทใช้เวลาไปกับการพยายามปูแบ็คกราวน์ที่มาที่ไปและแรงจูงใจของกลุ่มกบฏมากหน่อย ภาพรวมเดินเรื่องค่อนข้างช้า นวยนาบ และพยายามสื่อสารให้เห็นถึงความคิด การเฝ้าสังเกตอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร เรียกว่าสร้างเซอร์ไพรส์ไม่น้อยที่หนังเลือกเดินในแนวทางนี้อย่างมั่นใจ และแม้ว่าบางครั้งจะดูเหมือนยืดเรื่องไปนิดหนึ่ง แต่ทำให้ Bel Canto สามารถทำให้คนดูผูกพันกับตัวละคร และรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปยังเมืองจำลองในบทเพลง Imagine กับความรักไร้ซึ่งเชื้อชาติ ไร้พรมแดน ที่ จอห์น เลนนอน เคยวาดฝันไว้ว่าโลกในยุค 80 จะเป็นแบบนั้น (ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพียงโลกแห่งจินตนาการ)

ทุกอย่างค่อย ๆ เดินไป ความสัมพันธ์ค่อย ๆ ก่อตัว คนดูเริ่มผูกพัน และรู้สึกได้ว่า เมื่อหน้ากากสถานะทางสังคมถูกถอดออกหมด เหลือเพียงสัญชาตญาณของมนุษย์เพียว ๆ มาอยู่ร่วมกัน ไม่มีใครสมควรตายเลย เราจะเข้าใจมุมมองของตัวละครแต่ละฝ่ายด้วยความพินิจพิเคราะห์ ซึ่งตรงนี้หนังสื่อออกมาได้ดีมาก แต่หากใครจิตไม่แข็งก็อาจชิงหลับไปก่อนได้ (ฮา) เพราะหนังเลือกเล่าแบบนี้

performance ของ จูลีแอนน์ มัวร์ ในเรื่องนี้ต้องบอกว่าช่วยยกระดับของหนังเรื่องนี้ให้ไปได้ไกลกว่าที่คิดเยอะ บทบาทของ ร็อกแซนน์ เข้าทางเธอมาก ๆ โดยเฉพาะความเทาของตัวละครที่โดดเด่นในด้านสว่างและแอบเศร้าหมองในมุมมืด แถมเมื่อตัวละคร ร็อกแซนน์ เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ของคน 2 กลุ่ม เธอยิ่งดูเฉิดฉายในพาร์ทโรแมนติกดราม่ามาก ๆ แม้ว่าจะไม่หน่วงเท่ากับ Still Alice หรือ Boogie Nights ก็ตาม

ระหว่างการเดินทางของ Bel Canto มันพุ่งไปเหมือนพลุไฟที่สว่างวาบสวยงามบนท้องฟ้า เหมือนจุกก๊อกของแชมเปญที่พุ่งออกมาพร้อมความสุขสมหวังเพียงชั่วครู่ จากนั้นโลกก็เดินไปตามความเป็นจริง และเงื่อนไขที่มีอยู่

รักที่สมหวัง รักที่จบลงแฮ้ปปี้เอนดิ้งด้วยชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ไหนมันจะน่าจดจำเหมือนโศกนาฏกรรมรักอย่าง โรมิโอ กับ จูเลียต ล่ะ?