Connect with us

What The Fact

IMAGE “UNLUCKY” ความโชคดีที่ซ่อนอยู่ในความโชคร้าย

“I’M AN UNLUCKY PERSON

AN UNLUCKY PERSON

UNLUCKY PERSON OH”

แค่เปิดมาท่อนแรกกับการร้องวนไปเวียนมาว่า “I’M AN UNLUCKY PERSON” พร้อมท่วงทำนองอันบางเบาแต่หลอนลึกด้วยโทนไมเนอร์ กีตาร์ปิ๊กกิ้ง และเสียงร้องแหบเศร้าของอิมเมจก็สะกดเราให้อยู่ในวังวนแห่งความรู้สึกเศร้าอันสับสนและรุนแรงนี้  

ซึ่งการร้องของอิมเมจก็ยังน่าประทับใจเช่นเคย ครั้งนี้มีความแตกต่างจากซิงเกิ้ลก่อนที่เป็นเนื้อร้องภาษาไทย คราวนี้เธอกลับมาร้องเนื้อร้องภาษาอังกฤษ ที่เมื่อฟังแล้วเรารู้สึกว่ามันเข้ากับเสียงของอิมเมจเป็นอย่างดี เป็นไปในแบบที่เราเคยประทับใจมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงเธอร้องเพลง “Falling Slowly” ในรายการ The Voice

“UNLUCKY” คือซิงเกิ้ลใหม่จาก “อิมเมจ”  สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ ที่ตอกย้ำความเป็นศิลปินของเธอได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น กับบทเพลงหลอนเศร้าที่เธอเขียนเนื้อร้องด้วยตนเอง และ ทำดนตรีร่วมกับ พี่รุ่ง รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ หัวเรือใหญ่แห่งค่าย Smallroom และ นิ้ม บัญชา เธียรกฤตม์ มือกีตาร์วง Goose ที่รับหน้าที่มิกซ์และมาสเตอร์ไปด้วย รับประกันความหลอนและล่องลอยได้เลย

อิมเมจได้ไอเดียเขียนเพลง “UNLUCKY”  จากหนึ่งประโยคที่ติดอยู่ในหัวว่า “I’m an unlucky person who lucky enough to meet you” จากนั้นเธอจึงจับมันออกมาขยายและเล่าเรื่องผ่านมุมมองของคนๆนึงที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชคร้ายมากๆ ชีวิตพบเจอแต่เรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่คิด จนวันนึงเขาก็ได้พบกับบางคนที่ทำให้รู้สึกว่าเขาโชคดี

ตัวเพลงมีโครงสร้างที่น่าสนใจ ท่อนแรกมีเพียงเสียงกีตาร์และเสียงร้อง โดยร้องวนไปมาเหมือนดังที่กล่าวมา ก่อนที่ในท่อนต่อๆมาความเข้มข้นของดนตรีจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยดนตรีกับเนื้อเพลงจะล้อกันไป ในพาร์ทแรกเนื้อหาของเพลงจะพูดถึงความขื่นขมที่มีจากชีวิตและความรัก จนต้องตัดพ้อกับตัวเองว่า “เรานี่ช่างเป็นคนที่โชคร้ายอะไรอย่างนี้” ในระหว่างนี้ดนตรีก็เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆจนไปถึงพาร์ทที่สอง ที่เนื้อหาของเพลงกำลังขยับไปสู่ช่วงที่ว่า กำลังได้พบกับความโชคดีที่ทำให้ชีวิตนี้มีความหวังขึ้นมา

BUT YOU

YOU MAKE ME ALRIGHT

KEEP ME WARM AT NIGHT

EVEN WHEN THE COLDNESS

IS SO CRUEL

 

I’M AN UNLUCKY PERSON

AN UNLUCKY PERSON

UNLUCKY PERSON OH

ตรงจุดนี้ตอนเข้าท่อนฮุครอบนี้คอร์ดแรกที่มารับตรงฮุคจะใช้คอร์ดเมเจอร์ ให้ความรู้สึกที่สว่างขึ้นมาซึ่งแตกต่างจากท่อนฮุคในรอบก่อนๆที่เป็นคอร์ดไมเนอร์ให้ความรู้สึกหมองหม่น นี่เป็นทริคเล็กๆในการเรียบเรียงดนตรีที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ทั้งๆที่เนื้อร้องก็ร้องด้วยถ้อยคำเดียวกัน ในพาร์ทนี้ให้อารมณ์เหมือนฟังเพลง post rock ดีๆที่มักปิดท้ายด้วยท่อน “ระเบิดอารมณ์” เป็นท่อนที่ทุกอย่างประดังประเดใส่มาอย่างไม่ยั้ง เพื่อปลดปล่อยอารมณ์อันอัดอั้นออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งในท่อนนี้ MV ก็สามารถทำหน้าที่ได้ดี ทั้งภาพและเสียงต่างทำงานไปพร้อมๆกันอย่างเลอเลิศ ในขณะที่ดนตรีกำลังเข้มข้น ตัวเรื่องราวและภาพใน MV ก็ขยี้อารมณ์ไปด้วย สุดๆไปเลย

เสน่ห์ของเพลงนี้คือการแสดงการเปลี่ยนผ่านของชีวิตคน จากจุดเริ่มต้นที่เราคิดว่าโชคร้าย แต่สุดท้ายเมื่อเราเข้มแข็งและข้ามผ่านมันไป ความหวัง ความโชคดีครั้งใหม่ก็จะมาเยือน ทั้งเนื้อร้องและทำนอง (รวมไปถึง MV ด้วย) ล้วนต่างทำหน้าตรงนี้ นี่ล่ะคือวัฏจักรของชีวิตที่หมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายไปมา เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายเข้ามาให้เราได้เรียนรู้กันต่อไป บางเรื่องที่เราว่าโชคดีต่อไปมันอาจกลายเป็นโชคร้ายก็ได้ และในขณะเดียวกันสิ่งที่เรามองว่าเป็นความโชคร้ายสุดท้ายมันอาจกลายเป็นดีก็ได้ ชีวิตนี้มันก็ไม่มีอะไรแน่นอนแบบนี้ล่ะ

ซึ่งอิมเมจก็ได้ฝากข้อคิดดีๆจากเพลงนี้ว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีความโชคร้ายกันทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับว่าเราคิดยังไงด้วย แต่สักวันนึงเราต้องเจอกับความโชคดี อาจจะเป็นจากตัวเราเองก็ได้หรือจากคนอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนๆนี้ที่เข้ามาแล้วทำให้เรารู้สึกโชคดีที่สุดในโลก ความโชคดีของคนบางคนอาจจะไม่ได้เป็นมนุษย์ แต่อาจจะเป็นน้องหมาน้องแมวหรือการกลับบ้านไปหาพ่อแม่ หรืออาจจะเป็นตัวเองที่สามารถค้นหาตัวเองเจอ มันมาจากหลายๆอย่าง แต่ว่าในชีวิตของทุกคนมีความโชคดีอยู่แล้วแค่หามันให้เจอ

เชิญสัมผัสความโชคดีที่ได้รับฟังเพลงนี้กันเลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!