Connect with us

What The Fact

[รีวิว]Ben Is Back : แม่ลูกผจญภัยในคืนคริสต์มาสอีฟ

ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ค่ายหนังบ้านเรา นำหนังวัยรุ่นติดยา 2 เรื่องเข้าฉายต่อกัน เมื่อกลางเดือนก็เพิ่งมี Beautiful Boy ที่เล่าเรื่องพ่อผู้พยายามฉุดดึงลูกชายวัยรุ่นให้ออกจากวังวนยาเสพติด มาถึง Ben Is Back ที่เข้าฉายปลายเดือน มกรามคม ก็มาเล่าเรื่องราวฝั่งแม่ ผู้ยืนกรานจะเชื่อมั่นในตัวลูกชายว่าสามารถเลิกยาได้สำเร็จ ในขณะที่คนรอบข้างหมดศรัทธาความเชื่อมั่นในตัวเบนไปแล้ว

ben is back : จากใจแม่ถึงลูก...เบน

7.7

ตรรกะความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

ฝีมือการแสดงของดารานำ

9.0/10

คุณภาพงานสร้าง

7.5/10

ความสนุก

6.0/10

คุ้มเวลาและค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • ไม่ใช่หนังเอาใจตลาดวงกว้าง
  • ฝีมือการแสดงของจูเลีย โรเบิร์ต และ ลูคัส เฮดจ์ เยี่ยมยอดมาก
  • ลีลาการเล่าเรื่องย้อนอดีต โดยไม่ต้องใช้ฉากแฟลชแบ็ค

จุดสังเกต

  • เป็นหนังสาระ ความรักแม่ที่ต้องต่อสู้กับยาเสพติด ดูอยู่บ้านก็ได้
  • หนังยังไม่สุดสักทาง ดราม่าก็ไม่ถึงกับเศร้า มีช่วงให้ชวนลุ้น แต่ก็ไม่ได้ไปถึงขั้นแอ็คชัน
  • จบแบบอึ้ง ให้ไปคิดต่อเอาเอง

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ค่ายหนังบ้านเรา นำหนังวัยรุ่นติดยา 2 เรื่องเข้าฉายต่อกัน เมื่อกลางเดือนก็เพิ่งมี Beautiful Boy ที่เล่าเรื่องพ่อผู้พยายามฉุดดึงลูกชายวัยรุ่นให้ออกจากวังวนยาเสพติด มาถึง Ben Is Back ที่เข้าฉายปลายเดือน มกรามคม ก็มาเล่าเรื่องราวฝั่งแม่ ผู้ยืนกรานจะเชื่อมั่นในตัวลูกชายว่าสามารถเลิกยาได้สำเร็จ ในขณะที่คนรอบข้างหมดศรัทธาความเชื่อมั่นในตัวเบนไปแล้ว

Ben Is Back เป็นหนังสายรางวัล เปิดตัวในเทศกาลโตรอนโต ฟิล์ม และตระเวณฉายโชว์อีกหลายเทศกาล ก่อนจะเปิดฉายแบบจำกัดโรงในอเมริกา เมื่อเดือนธันวาคม และอีกหลายประเทศ หนังเหมาะสำหรับคอหนังแนวดราม่าหนัก ๆ ชอบดูหนังขายการแสดง และบรรดาแฟนคลับของจูเลีย โรเบิร์ต ที่ระยะหลังรับงานน้อยลงมา ล่าสุดก็ Wonder เมื่อปี 2017 ก็รับบทแม่ผู้ให้กำลังใจลูกเช่นกัน เรื่องนี้เธอรับบทเป็น ฮอลลี่ เบิร์น คุณแม่ของ เบน ลูกชายวัยรุ่นที่เข้าออกสถานบำบัดเป็นว่าเล่น หนังเริ่มเรื่องและจบเหตุการณ์ทั้งหมดในวันคริสต์มาสอีฟ เมื่อจู่ ๆ เบนก็เซอร์ไพรส์แม่ด้วยการมาปรากฏตัวที่หน้าบ้าน ซึ่งเบนขอลากลับมาเยี่ยมบ้านในวันคริสต์มาส การมาของเบน สร้างความหนักใจให้กับนีล สามีใหม่ของฮอลลี่ และ ไอวี่ น้องสาวแท้ ๆ ของเบนเอง ที่ต่างก็หมดศรัทธาในตัวเบน จากบทสนทนาหนังสื่อให้เรารู้ว่าเบนผลาญเงินครอบครัวไปเยอะมาก กับการบำบัดหลายต่อหลายครั้ง การมาของเบนครั้งนี้คงเพียงแต่สร้างความปลาบปลื้มปิติกับฮอลลี่ได้เท่านั้น ในฐานะแม่ที่ยังคงเชื่อใจลูกชายอยู่เสมอ

ช่วงครึ่งแรกของหนังเล่าบรรยากาศภายในบ้าน ให้เราเห็นปฏิกิริยาของสมาชิกในครอบครัวที่มีต่อเบน บทหนังของปีเตอร์ เฮดจ์ ผู้กำกับที่เขียนบทเอง ฉลาดในการเล่าวีรกรรมเลวร้ายในอดีตของเบนให้ผู้ชมได้รับรู้ผ่านบทสนทนาในครอบครัว รวมไปถึงสาเหตุที่เบนติดยาและตัวต้นการ โดยไม่ต้องใช้ฉากแฟลชแบ็คแต่อย่างใด พอเข้าครึ่งหลังของหนัง อารมณ์ของหนังก็ขยับจากโทนดราม่าในครอบครัว มาเป็นตึงเครียดชวนลุ้นมากขึ้น เมื่ออดีตของเบนกลับมาคุกคามครอบครัวของเขาเองและบุคคลลึกลับก็ขโมยหมาของครอบครัวไป เบนมีโจทก์ในอดีตมากมาย ต้องออกไปตามหาว่าใครเอาหมาไป แต่แม่ซึ่งยอมไม่ได้ที่ลูกชายจะกลับไปพัวพันกับโลกมืดอีกครั้งจึงขอตามไปด้วย โทนหนังจึงกลายเป็นการผจญภัยของแม่กับลูกในคืนคริสต์มาสอีฟ เป็นครึ่งหลังที่มีปริศนาและความตื่นเต้นให้ชวนลุ้นน่าติดตามมากขึ้น

จูเลีย โรเบิร์ต ยังคงเปอร์เฟ็กต์ในบทแม่ผู้ให้กำลังใจ มีทั้งภาคของแม่ผู้รักลูกหมดใจ และมีภาคของแม่ที่เข้มงวดเกรี้ยวกราดให้ได้เห็น ลูคัส เฮดจ์ นักแสดงวัยรุ่นที่มากฝีมือและอนาคตไกล เพราะในวัย 20 ปี เขาก็ได้เข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยมจาก Manchester by the Sea (2016) มาแล้ว ทั้งจูเลีย และ ลูคัส ต่างก็ทำการบ้านนอกจอด้วยกันมาดี เพื่อให้ได้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกที่คนดูสัมผัสความรักระหว่างแม่ลูกบนจอคู่นี้ได้จริง ๆ ด้วยการแสดงของลูคัส ในฐานะตัวละครหลักของเรื่องก็ทำให้จับคนดูให้อยู่กับหนังได้ ลูคัสทำให้เบนเป็นเด็กหนุ่มที่มีทั้งความน่าเห็นใจและความน่าเคลือบแคลงออกมาในขณะเดียวกัน ความลุกลี้ลุกลนของเบน ผสมกับเรื่องราวหนหลังที่เขาโกหกคนในครอบครัวมาแล้วหลายครั้ง ทำให้เราต่างก็ไม่เชื่อถือในตัวเบนไปด้วย คอยสังเกตว่าเบนแอบไปเล่นยาตอนไหนอีกหรือเปล่า กลายเป็นว่าทั้งต้องลุ้นให้แม่ลูกตามหาหมาเจอ แล้วปลอดภัยทั้งคนทั้้งหมา แล้วยังต้องลุ้นกับหลาย ๆ สถานการณ์ทดสอบจิตใจของเบนที่เข้าไปใกล้ชิดกับยาอีกครั้ง

ปีเตอร์ เฮดจ์ ผู้กำกับและเขียนบท กับลูกชาย ลูคัส เฮดจ์ ที่รับบทนำในเรื่องนี้

ปีเตอร์ เฮดจ์ ผู้กำกับที่มาจากสายเขียนบท มองย้อนไปถึงผลงานเขียนก่อนหน้าของเขา The Odd Life of Timothy Green ,Dan in Real Life , What’s Eating Gilbert Grape มักจะเล่าเรื่องราวปัญหาในครอบครัว และคนที่แปลกแยกจากสังคม เช่นเดียวกับ เบน ในเรื่องนี้ที่เป็นมนุษย์ที่เหมือนแกะดำในครอบครัว และชั่งน้ำหนักผิดชอบชั่วดีในใจตัวเองเสมอ ว่าจะยอมแพ้กับอิทธิพลของยา หรือจะต่อสู้เพื่อเอาชนะแล้วกลับมาหาแม่ที่คอยเขาอยู่เสมอ แล้วลูคัส ก็น่าจะถ่ายทอดตัวตนของเบน ได้ตามที่ปีเตอร์วาดภาพไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ก็เป็นเรื่องน่าภูมิใจครับ ที่ปีเตอร์ เฮดจ์ ผู้พ่อที่เป็นทั้งนักเขียนและผู้กำกับที่เคยเข้าชิงออสการ์บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก About a Boy (2002) แล้วมาวันนี้ก็ได้กำกับลูกชายตัวเอง ที่มารับบทนำในหนังที่เขาเขียนและกำกับเอง เคยได้เข้าชิงออสการ์ทั้งพ่อทั้งลูก

Ben is Back ไม่ใช่หนังที่ขายความบันเทิง แต่มาทางสายรางวัลที่โดดเด่นทั้งงานแสดง ได้ดูการแสดงที่ยอดเยี่ยมทั้งจูเลีย โรเบิร์ต และ ลูคัส เฮดจ์ เป็นหนังที่ปลอดภัยให้สาระข้อคิด ดูได้ทั้งครอบครัว ได้สัมผัสถึงความรักของคนในครอบครัวที่มีคู่ต่อสู้แบบมีตัวตนทั้งนักเลงแก๊งค้ายา และคู่ต่อสู้ที่มองไม่เห็นเพราะความรู้สึกด้านร้ายในใจของเบนเองว่าเขาจะผ่านมันไปได้หรือไม่ หนังจบแบบปลายเปิด ชวนอึ้งมาก เพราะทิ้งคำถามถึงเรื่องราวต่อจากนี้ไว้ให้คนดูจินตนาการต่อเอาเองกับอนาคตก้าวต่อไปของเบน หนังเข้าฉายในโปรแกรม M Exclusive ฉายเฉพาะเครือเมเจอร์เท่านั้นครับ เช็ครอบและโรงฉายได้ด้วยการคลิกภาพด้านล่างนี้เลย

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

What The Fact

“6 สิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น” ใน Avengers: Endgame

Published

on

ben is back : จากใจแม่ถึงลูก...เบน

7.7

ตรรกะความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

ฝีมือการแสดงของดารานำ

9.0/10

คุณภาพงานสร้าง

7.5/10

ความสนุก

6.0/10

คุ้มเวลาและค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • ไม่ใช่หนังเอาใจตลาดวงกว้าง
  • ฝีมือการแสดงของจูเลีย โรเบิร์ต และ ลูคัส เฮดจ์ เยี่ยมยอดมาก
  • ลีลาการเล่าเรื่องย้อนอดีต โดยไม่ต้องใช้ฉากแฟลชแบ็ค

จุดสังเกต

  • เป็นหนังสาระ ความรักแม่ที่ต้องต่อสู้กับยาเสพติด ดูอยู่บ้านก็ได้
  • หนังยังไม่สุดสักทาง ดราม่าก็ไม่ถึงกับเศร้า มีช่วงให้ชวนลุ้น แต่ก็ไม่ได้ไปถึงขั้นแอ็คชัน
  • จบแบบอึ้ง ให้ไปคิดต่อเอาเอง

Avengers: Endgame ใกล้จะเข้าฉายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งแฟน ๆ ต่างตั้งคำถามว่า บทสรุปของ Marvel Cinematic Universe Phase 3 จะเป็นอย่างไร ?

ก่อนหน้านี้ Marvel Studios ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาเพื่อเรียกระแสจากผู้ชม และตามมาด้วยคำให้สัมภาษณ์จาก 2 ผู้กำกับ พี่น้องรุสโซ ว่า Avengers: Endgame อาจมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะดำเนินเรื่องให้สู่บทสุดท้ายของภาพยนตร์โดยสมบูรณ์

เรามาดู 6 เหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อให้ Avengers: Endgame กลายเป็นบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ของ Marvel Cinematic Universe และเป็นการส่งไม้ต่อไปยัง Phase 4 ต่อไป

1. Captain America และ Iron Man สงบศึกกัน

Captain America และ Iron Man เป็น 2 ตัวละครหลักของแฟรนไชส์ MCU มากนานถึง 10 ปี ถึงแม้ว่าจะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่ทั้ง 2 คน ก็ไม่เคยเกลียดกันเลยจริง ๆ

นับจากเกิดความขัดแย้งใน Captain America: Civil War แล้วนั้น 3 ต่อมาใน Avengers: Infinity War ทั้ง 2 คน ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย และนั่นหมายความว่า Avengers: Endgame จะเป็นการขมวดปมให้ทั้ง 2 ตัวละคร ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

2. Thanos ต้องตาย

ถึงแม้ว่า Thanos จะทำในสิ่งที่ตัวร้ายน้อยคนนักใน MCU (Marvel Cinematic Universe) จะทำได้สำเร็จ แต่เพื่อให้ MCU เดินหน้าต่อไปได้ และเพื่อให้อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของ Thanos ยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมต่อไป การที่จะเลือกให้ Thanos ต้องสลายหายไปก็อาจเป็นการปิดฉากตัวละครนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีอย่างที่ควรจะเป็น

3. จักรวาลต้องได้รับการแก้ไข

ถึงแม้ว่าจะมีทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อไปหลังจาก Avengers: Endgame แต่สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์หรือสมดุลอย่างที่ Thanos เฝ้าหวัง แต่มันก็คือธรรมชาติของทุกสิ่ง

ทฤษฏีที่แฟน ๆ ค่อนข้างมั่นใจมากที่สุดคือ การย้อนเวลากลับไปช่วง Avengers ภาคแรก เพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ถึงกระนั้น Marvel Studios ก็ยังมิได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

4. เกิดอะไรขึ้นกับคนที่สลายหายไป …ต่อไป

แฟน ๆ จำนวนมากเชื่อว่า ผู้ที่สูญสลายไปเป็นฝุ่นใน Avengers: Infinity War จะกลับมามีชีวิตตามปกติอีกครั้ง เนื่่องจากพวกเขาเหล่านั้นอาจไปอยู่ใน Soul Stone

ถ้าหากทีม Avengers สามารถลบล้างสิ่งที่ Thanos ทำไปแล้วได้จริง (หมายถึงการล้างชีวิตครี่งหนึ่งของทั้งจักรวาล) มันก็จะตอบโจทย์สำคัญของ Avengers: Endgame ได้เป็นอย่างดี

5. บอกลาตัวละครที่คุ้นเคยมานานถึง 10 ปี

ชัดเจนแล้วว่า ตัวละครบางตัวจะบอกลาไป หลังจาก Avengers: Endgame ได้จบสิ้นลง และนั่นหมายความว่าภาพยนตร์เรื่องจะเป็นการบอกลาตัวละครที่อยู่ร่วมกับแฟรนไชส์นี้มานานถึง 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น Captain America (คริส อีแวนส์), Iron Man (รอเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) และ Thor (คริส เฮมสวอร์ธ)

6. ปูทางต่อไปยัง Phase 4

เมื่อ MCU Phase 3 ได้สิ้นสุดลงที่ Avengers: Endgame สิ่งที่ผู้สร้างจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ การปูทางในตอนท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปยัง Phase 4 ซึ่งอาจประกอบไปด้วยสมาชิกใหม่ของทีม Avengers และตัวร้ายชุดใหม่

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงทฤษฏีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์สำคัญที่ควรเกิดขึ้นใน Avengers: Endgame โดยอ้างอิงจากรายงานและข่าวลือต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นจริงมากน้อยเพียงไรนั้น ต้องรอพิสูจน์ในวันที่ 24 เมษายน 2019 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

FRIEND ZONE จัดรอบพิเศษขอบคุณแฟนคลับฉลองรายได้ 100 ล้าน มุ่งสู่ 190 ล้าน!

Published

on

By

ben is back : จากใจแม่ถึงลูก...เบน

7.7

ตรรกะความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

ฝีมือการแสดงของดารานำ

9.0/10

คุณภาพงานสร้าง

7.5/10

ความสนุก

6.0/10

คุ้มเวลาและค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • ไม่ใช่หนังเอาใจตลาดวงกว้าง
  • ฝีมือการแสดงของจูเลีย โรเบิร์ต และ ลูคัส เฮดจ์ เยี่ยมยอดมาก
  • ลีลาการเล่าเรื่องย้อนอดีต โดยไม่ต้องใช้ฉากแฟลชแบ็ค

จุดสังเกต

  • เป็นหนังสาระ ความรักแม่ที่ต้องต่อสู้กับยาเสพติด ดูอยู่บ้านก็ได้
  • หนังยังไม่สุดสักทาง ดราม่าก็ไม่ถึงกับเศร้า มีช่วงให้ชวนลุ้น แต่ก็ไม่ได้ไปถึงขั้นแอ็คชัน
  • จบแบบอึ้ง ให้ไปคิดต่อเอาเอง

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ จาก GDH อย่าง FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน เข้าฉาย

21 กุมภาพันธ์ 7 วันหลังจากนั้นพวกเขากวาดรายได้ในกรุงเทพฯ ไปราว ๆ 80 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศจะอยู่ทีประมาณ 140 ล้านบาท

เพื่อฉลองความสำเร็จนี้ทีมงานจึงจัดฉายรอบพิเศษ ‘FRIEND ZONE ข้ามเส้น 100 ล้าน.. เอาหร่อยเก้าซิบ(190 ล้าน)’ เพื่อขอบคุณทุกคน ซึ่งตั๋ว SOLD OUT ภายใน 10 ชั่วโมง… และรอบพิเศษที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เริ่มแรกภาพยนตร์จะฉายประมาณ 13.00 น. ก่อนจะจบที่ราว ๆ 15.00 น. โดยที่ตั๋วทุกใบจะได้รับเสื้อลิมิเต็ด อิดิชั่น จากนั้นทีมนักแสดงและผู้กำกับก็จะเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ชม นำโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ พร้อมด้วย เจสัน ยัง, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

เจสัน ยัง

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ

คุณชยนพ ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ถือว่าทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขเหลือเกิน โดยมุ่งเป้าวันเสาร์นี้รายได้ในกรุงเทพมหานคร หวังให้ถึง 100 ล้าน ส่วนภาพยนตร์ก็เตรียมจะออกฉายทั่วเอเชีย 13 ประเทศ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ลาว, ฮ่องกง, พม่า และ จีน เริ่มฉายที่แรก สปป.ลาว ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

โดยคุณน้ำฝน ศิลปินจากประเทศลาวที่ได้รับเชิญให้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาแสดงความยินดีด้วย

น้ำฝน

เนื่องด้วยนี่เป็นรอบพิเศษ รายได้ทั้งหมดจากการฉายรอบนี้ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นจำนวนเงิน 255,559 บาท

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจากทีมนักแสดงด้วยการร้องเพลง คิดมาก ในเวอร์ชั่น FRIEND ZONE ให้ทุกคนฟัง โดยมีวง CAPELLA เป็นแบ็คอัพ

วง CAPELLA

ยัง ยังไม่หมด! มีเซอร์ไพรส์แฟนคลับทุกคนด้วยการให้ทุกที่นั่งได้ถ่ายรูปหมู่กับนักแสดง และสามารถไปรับรูปได้เลยบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าเลยละ

เฟรนด์โซน และ แฟนคลับ

ประสบความสำเร็จจริง ๆ กับ FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ที่เปิดซิงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี 62 ที่รายได้แตะ 100 ล้านบาท และดูจากการออกฉายที่เพิ่งผ่านไป 1 อาทิตย์ และแผนการที่จะตะลุยเอเชียแล้ว มีลุ้นกันยาว ๆ เลยละครับ

ส่วนใครที่สนใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่นี่

คลิกอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ลองของกันหน่อย! กับนมเมจิกลิ่นสาคูแคนตาลูปและกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน

Published

on

ben is back : จากใจแม่ถึงลูก...เบน

7.7

ตรรกะความสมบูรณ์ของบท

9.0/10

ฝีมือการแสดงของดารานำ

9.0/10

คุณภาพงานสร้าง

7.5/10

ความสนุก

6.0/10

คุ้มเวลาและค่าตั๋ว

7.0/10

จุดเด่น

  • ไม่ใช่หนังเอาใจตลาดวงกว้าง
  • ฝีมือการแสดงของจูเลีย โรเบิร์ต และ ลูคัส เฮดจ์ เยี่ยมยอดมาก
  • ลีลาการเล่าเรื่องย้อนอดีต โดยไม่ต้องใช้ฉากแฟลชแบ็ค

จุดสังเกต

  • เป็นหนังสาระ ความรักแม่ที่ต้องต่อสู้กับยาเสพติด ดูอยู่บ้านก็ได้
  • หนังยังไม่สุดสักทาง ดราม่าก็ไม่ถึงกับเศร้า มีช่วงให้ชวนลุ้น แต่ก็ไม่ได้ไปถึงขั้นแอ็คชัน
  • จบแบบอึ้ง ให้ไปคิดต่อเอาเอง

เคยมั้ยเวลาไปตู้ขายนมในร้านสะดวกซื้อก็เห็นรสเดิมๆวนไปทุกวัน จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ นานๆทีจะมีรสแปลกอย่างรสแคนตาลูป รสกล้วย หรือรสกาแฟที่ตอนนี้ไม่ใช่ของแปลกแต่อย่างใด แต่ล่าสุดผมก็แอบสะดุดกับนม 2 รสชาติใหม่ ของ เมจิ ทั้งกลิ่น สาคูแคนตาลูป และ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน เรียกได้ว่าแค่อ่านชื่อก็นึกถึงขนมหวานเย็นๆแล้ว แต่รสชาติจะโดนหรือน่าลองหรือเปล่าเรามาพิสูจน์กันเลย

การออกแบบแพ็คเกจ

อันนี้ต้องชมเมจิเขานะจ๊ะ ทั้งสีสันและกราฟิกรูปแคนตาลูปและลูกมะพร้าวช่วยให้เราจินตนาการรสชาติออกได้เลยว่า กลิ่นสาคูแคนตาลูปจะได้รสหวานหอมแคนตาลูปและ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนต้องได้กลิ่นมะพร้าวอ่อนจางๆแน่นอน

สำรวจส่วนประกอบ

ทั้ง กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน และ กลิ่นสาคูแคนตาลูป ประกอบด้วยน้ำนมโคพร่องมันเนย 73% น้ำตาล 3.8% มันเนย 1% เวย์ผง 0.7% นมผงขาดมันเนย 0.05%  ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ส่วนผสมไม่ได้ต่างกันเลย เอาล่ะสิ ลางร้ายเริ่มมาเยือนแล้ว เพราะปกตินมที่รสชาติต่างกันจะมีปริมาณส่วนผสมที่ลดหลั่นกันไป แต่นี่อะไรเนี่ย! ส่วนผสมเหมือนกันเด๊ะๆ

ข้อมูลโภชนาการ

ไม่เพียงส่วนประกอบจะแทบก็อบวางกันมา แต่ทั้ง 2 รสชาติยังระบุข้อมูลโภชนาการเหมือนกันอีก โดยจากพลังงาน 110 กิโลแคลลอรี่ มีพลังงานจากไขมันอยู่ 25 กิโลแคลอรี่ ซึ่งก็นับว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ หากบริโภคก็ควรต้องออกกำลังกายกันด้วยนะครับ

แรกเปิดฟรอยด์

สิ่งที่โดดเด่นมากสำหรับนมทั้งสองรสชาติคือสีสันของนมครับ สำหรับกลิ่นสาคูแคนตาลูปจะมาในสีส้มคล้ายเนื้อแคนตาลูป ส่วนทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนจะมาในสีชมพู ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันทำให้นึกถึงทับทิมกรอบยังไง แต่เอาเถอะ พอเป็นสีชมพูก็ดูน่ารักน่าทานคล้ายๆนมสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกัน แต่นั่นก็มาอีกหนึ่งลางร้ายเพราะทั้งรสชาติเมื่อเปิดมาเราจะได้กลิ่นมะพร้าวเหมือนกันเด๊ะอีกแล้ว

เมื่อแรกชิม

เริ่มที่กลิ่นสาคูแคนตาลูปก่อน บอกได้เลยว่า หวานมาก และที่จินตนาการไว้ว่าจะได้กลิ่นและรสเหมือนเราได้ทานแคนตาลูปอร่อยๆ คือไม่ได้เลย รสแคนตาลูปจางมาก เพราะนอกจากรสหวานและกลิ่นที่เหมือนกะทิอบควันเทียนแล้ว ก็แทบไม่มีรสอื่นแทรกเลย

ส่วนกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน ก็หวานในเลเวลเดียวกันเลย มิน่าล่ะส่วนประกอบเหมือนกันซะเบอร์นั้น ยิ่งได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนแล้วนี่ ให้ความรู้สึกเหมือนไปซื้อกะทิกล่องมาซดมากเลยครับ

สรุป

โดยส่วนตัวในฐานะคนไม่ชอบดื่มนมที่มีรสหวานจัดๆแล้วต้องบอกเลยว่า ครั้งเดียวพอ จริงๆครับสำหรับทั้ง 2 รสชาติ ไม่ได้เลย ยิ่งพอนึกถึงรสชาติน้ำกะทิอบควันเทียนที่ทั้ง 2 รสชาติมีเหมือนกันแล้วนี่ ขอบายจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!