Connect with us

What The Fact

[รีวิว] The Tag-Along: Devil Fish หนังเจ้าพ่อเสือแบบดั้งเดิมเพิ่มเติมด้วยวิเวียน ซู

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณ ไม่กล้ากินปลาไปตลอดชีวิต! ถ้ายังไม่อยากตาย อย่ายุ่งกับมัน ‘วิเวียน ซู’ นำทัพ ชวนคุณผวาไปกับภาพยนตร์สยองขวัญอิงจากตำนานพื้นบ้านที่สั่นสะเทือนมาแล้วทั่วไต้หวัน เรื่องราวบทใหม่ในหนังผีชุดที่สั่นประสาทคนมาทั่วเอเชีย! เมื่อหมอผีร่างทรงเจ้าพ่อเสือ (เจิ้งเหรินชัว) ทำการขับไล่ปีศาจออกจากบ้านหลังหนึ่งด้วยการสะกดวิญญาณไว้ในตัวปลา แต่กลับมีปลาตัวเล็กหลุดออกจากปลาปีศาจไปได้ จนกระทั่งเด็กกลุ่มหนึ่งได้จับปลารูปร่างหน้าตาประหลาดนั้นขึ้นมาแล้วนำกลับมาบ้าน และพบว่านี่คือปลาปีศาจที่พร้อมที่จะฆ่ามนุษย์ทุกคน อาถรรพ์จึงเริ่มขึ้นโดยเฉพาะกับแม่ของพวกเขา (วิเวียน ซู) ที่มีเพียงร่างทรงเจ้าพ่อเสือเท่านั้นที่จะหยุดยั้งเหตุร้ายนี้ได้

หนังสยองขวัญจากไต้หวันที่ทรงดีจนมีภาคแยก ใครเคยดูภาคแรกหลักในชื่อ The Tag-Along (2015) และ The Tag-Along 2 (2017) จะทราบว่าหนังชุดนี้เน้นไปที่ความเชื่อตำนานพื้นบ้าน ซึ่งพวกนี้นี่ล่ะที่น่ากลัวขนหัวลุกไม่เบา เพราะเป็นความกลัวร่วมแบบเอเชีย ๆ เลย ทั้งเรื่องผีลักซ่อน เรื่องเสียงเรียกห้ามขานรับ หรือผีป่าผีไพร โดย Tag-Along ก็ผสมผสานทั้งความเชื่อและวิทยาศาสตร์ไว้อย่างพอดี ๆ ให้คนดูคิดเอาเองด้วย และสำหรับภาคแยกนี้ ได้ย้ายเรื่องราวมาที่เรื่องปลาปีศาจในชื่อ Tag-Along: Devil Fish ซึ่งก็น่าสนใจเช่นกัน

หนังเปลี่ยนมือผู้กำกับเจ้าเดิมจาก เว่ยเฮ่าเฉิง มาเป็น เดวิด จวง และยังดาราที่มีชื่อเสียงในบ้านเราอย่าง วิเวียน ซู กลับมาให้แฟน ๆ หายคิดถึงอยู่บ้าง แม้จะอายุอานามเล่นเป็นแม่คนแล้ว และไม่ค่อยได้โชว์หวิวแบบยุครุ่งเรืองแต่หันมาขายฝีมือได้แบบไม่มีข้อสงสัยนัก ซึ่งบทที่เธอรับก็ค่อนข้างขายดราม่าไม่เบา สำหรับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีอาการจิตประสาท แถมไม่วายยังมาถูกสิงอีก

ในภาคนี้หนังหันมาใช้ตำนานเจ้าพ่อเสือเมื่อ 300 ปีก่อน ที่ว่าเดินทางมาประจำยังไต้หวันทั้งปราบมารท้องถิ่นจนราบคาบสะกดไว้ในทะเลสาบ ทว่ากาลผ่านไปก็มีกลุ่มคนที่ไปตกปลาจากทะเลสาบมาทานจนถูกวิญญาณโบราณสิงสู่ นำมายังเรื่องราวซับซ้อนที่พัวพันกับคดีฆ่าล้างครัว และเรื่องราวของครอบครัวที่แตกแยกของคุณแม่ลูกหนึ่ง ร้อนถึงเจ้าสำนักศาลเจ้าพ่อเสือผู้มีอดีตอันเจ็บปวดจนไม่สามารถประทับทรงเจ้าพ่อมานานต้องกลับมาแก้ไขความอัปมงคลที่พร้อมจะคร่าชีวิตทุกผู้นาม

ฟังมาแบบนี้ นี่มันหนังผียุค 90s เลยนะความสนุกมันก็อยู่ตรงที่ ปีศาจจะค่อย ๆ สำแดงเดช และฝ่ายพระเอกมักเพลี่ยงพล้ำตามหลังอยู่เสมอ และแน่นอนต้องมีฉากที่โชว์เทพยามเจ้าพ่อประทับให้ได้เชียร์ลุ้นเหมือนหนังแปลงร่าง ซึ่งเหล่านี้เป็นรสแฟนตาซีที่คนยุค 20 ปีก่อนขึ้นไปล้วนจดจำได้ดีจากหนังผีจีนฮ่องกงหรือแม้แต่ไต้หวันเอง ทว่าส่วนตัวเลยนะครับผมชอบความเป็นผีโบราณผีพื้นบ้านในแบบ The Tag-Along ภาคหลักเสียมากกว่า เพราะเราได้เห็นคนธรรมดาต่อสู้กับความชั่วร้ายซึ่งได้ลุ้นได้กดดันกว่า และแน่นอนเดาไม่ถูกว่าหนังจะจบอย่างไรหรือจะแก้ปริศนาอย่างไรเพราะมนุษย์ธรรมดามันดูตายง่าย ตกหลุมพรางง่ายเสียเหลือเกิน

แต่ใน Devil Fish นี่กลายเป็นหนังเชิดชูเทพเจ้าไปแทนเลย คือมันก็ดีนะที่ได้ฟีลแบบตอนเด็ก ๆ ดูหนังผีอารมณ์ไอ้มดแดง แต่ถ้ามองสไตล์หนังยุคปัจจุบันหนังภาคนี้ยังถีบให้พ้นโซนเชย ๆ ได้ไม่ดีพอ แต่เราก็เห็นความพยายามใส่มู้ดการสืบสวนแก้ปริศนา ดราม่าความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเดียวกันที่ถูกขยี้อย่างต่อเนื่องทั้งเหยื่อและคนทรงเอง ซึ่งเป็นสไตล์การเล่าแบบหนังยุคใหม่อยู่บ้างล่ะ แต่ก็อย่างที่บอกยังไม่ถึงกับทำให้เกิดหนังทรงแปลกใหม่แบบ The Conjuring ได้ล่ะนะ มันจึงเป็นหนังที่ดูได้สนุกเพลินพอสมควร แต่ไม่ถึงกับต้องขวนขวายหามาดู ใครอยากลิ้มรสหนังยุค 90s เป็นอย่างไรต้องลองมาชมเลยครับ

มันสิงอยู่ในปลา ส่วนลิ้งก์ซื้อตั๋วอยู่ในรูปเลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!