[su_heading size=”22″]หนังมหากาพย์นักฆ่าขายฉากต่อสู้อย่าง John Wick ก็ได้เดินทางมาถึงภาคที่ 3 แน่นอนว่าความสำเร็จจากหนังภาคที่ผ่านมาย่อมสร้างฐานะแฟนคลับไว้ได้เหนียวแน่นและกลายเป็นหนังที่ทุกคนรอคอย ซึ่งในภาค 3 ที่ใช้ชื่อ Parabellum ก็ขอระห่ำกันบนจอ IMAX ด้วย (แต่เป็นแบบ 2 มิติธรรมดานะจ๊ะไม่ใช่ 3 มิติทะลุจอ) หนังเรื่องนี้พี่ดูระบบไหนดีจึงขอร่วมพิสูจน์ความมันส์ว่าควรดูนาฏกรรมการฆ่าของเฮีย จอห์น วิค กันบนจอยักษ์หรือไม่ [/su_heading]
https://youtu.be/wFhILOegmBE
เหมาะมั้ยกับระบบ IMAX

จากข้อมูลด้านเทคนิคบนเว็บไซต์ IMDB ระบุว่าตัวหนังถูกถ่ายทำในอัตราส่วน 2.39:1 ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนจอกว้างธรรมดา แถมยังมิกซ์เสียงแค่ระบบเดียวคือ ดอลบีดิจิทัล 7.1 ซึ่งเท่ากับว่าตัวหนังเองไม่ได้มีการออกแบบเพื่อฉายบนจอไอแมกซ์โดยเฉพาะแต่อย่างใด แต่เดี๋ยวก่อน! การจะดูแค่ข้อมูลเทคนิคธรรมดายังน้อยเกินกว่าจะสรุปว่าเราควรเมิน จอห์น วิค บนจอไอแมกซ์ เพราะหากเทียบในส่วนของประเภทหนังแล้ว การดูแอ็คชั่นบนจอใหญ่ๆหรือระบบเสียงดีๆก็ยังถือเป็นแต้มต่อที่ดีกว่าการดูโรงภาพยนตร์ธรรมดาอยู่ดี ดังนั้นในส่วนนี้ขอให้คะแนนอยู่ที่ 7 คะแนน
จำนวนฉากขยายบนจอ IMAX

น่าเสียดายที่จอห์น วิค ต้องเสียคะแนนในจุดนี้ไปแบบไม่มีแต้มเลย เพราะหนังไร้ซึ่งฉากขยายใดๆ เพราะถูกถ่ายมาในอัตราส่วน 2.39:1 เท่านั้นเอง จึงได้ไปแค่ 0 คะแนน
ฉากเด็ดบนจอ IMAX

แน่นอนล่ะว่าได้ชื่อว่าเป็นหนังตระกูลจอห์น วิค หลายคนย่อมคาดหวังถึงฉากแอ็คชั่นต่างๆ และภาคนี้ก็ต้องบอกว่าฉากแอ็คชั่นถูกออกแบบให้มีความยิ่งใหญ่มากขึ้น สเกลของซีนแต่ละซีนไม่ได้เริ่มง่ายๆจบง่ายๆทั้งฉากแอ็คชั่นมาเชียล อาร์ตประชิตตัวอย่างฉากในห้องกระจกท้ายเรื่องที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสถาปัตยกรรมที่ดูซับซ้อนน่ากลัวจนชีวิตพี่จอห์น วิค ของเราดูแขวนบนเส้นด้ายพร้อมเผชิญความตายได้ทุกเมื่อ ผนวกกับฉากแอ็คชั่นแบบรบพุ่งกันด้วยอาวุธปืนดูยิ่งใหญ่ตระการตาทั้งฉากขี่ม้าถูกไล่ล่าบนมอเตอร์ไซค์หรือฉากการบุกวังนักฆ่าในคาซาบลังกาก็ดูยิ่งใหญ่สมค่าการรอคอยและการชมบนจอใหญ่ๆก็ย่อมให้ผลทางอารมณ์เหนือคำบรรยายจริงๆ อันนี้ขอให้ 9 คะแนนเลย โดนหักแค่ไม่มีฉากขยายเฉยๆ
ระบบเสียงกระหึ่มโรงไอแมกซ์

แม้หนังจะไม่ได้มิกซ์มาในระบบ 6 หรือ 12 แทร็กของไอแมกซ์ แต่ขอบอกว่าความกระหึ่มของเสียงนี่หายห่วงได้เลย ทั้งฉากบู๊แบบมาเชียลอาร์ตที่เสียงต่อยหรือเสียงกระดูกหักนี่คือฟังแล้วเจ็บแทน หรือฉากแอ็คชั่นที่เป็นการสู้รบด้วยอาวุธก็ประหนึ่งพาเราเข้าสู้สงครามที่เหมือนไม่มีวันจบสิ้นได้อย่างสะใจ รับรองว่าได้อรรถรสมากกว่าชมโรงภาพยนตร์ปกติแน่นอน ซึ่งหากหักลบคะแนนที่ไม่ได้มีการมิกซ์เสียงในระบบของไอแมกซ์ก็จะอยู่ที่ 9 คะแนน
ความคุ้มค่า
![]()
จากราคาค่าตั๋ว IMAX ที่เราสำรวจจากแอป Major Movie Plus พบว่าสาขาที่ราคาตั๋วถูกสุดคือที่ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่โดยเริ่มต้นที่ 150 บาทเท่านั้น งานนี้ชาวเจี๋ยงใหม่ได้ ลำขนาดกันแบบประหยัดสุดๆ ส่วนสาขาชานเมืองอย่างเวสต์เกตซีนีเพล็กซ์และเมเจอร์ รัชโยธินก็เริ่มต้นแค่ 200 บาทเท่านั้น ขยับมาสาขาในเมืองทั้ง ไอคอน ซีนีเพล็กซ์และควอเทียร์ ซีเนอาร์ตก็เริ่มต้นที่ 250 บาท ส่วนสาขาพารากอน ซีนีเพล็กซ์ที่ผมชมก็ราคาเริ่มต้นที่ 300 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าราคาตั๋วไม่ได้สูงกว่าราคาตั๋วหนังโรงธรรมดานักเราจึงกล้าให้คะแนนความคุ้มค่ากันที่ 10 คะแนนเต็มไปเลยจ้า


















