Connect with us

What The Fact

ชวนมาฟัง “The Futurist” อัลบั้มเดียวในชีวิตของ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์

ใครจะไปคิดล่ะ ว่านาย โทนี่ สตาร์ก เนี่ยนอกจากจะรวยล้นฟ้า เป็นซูเปอร์ฮีโร่ในดวงใจ แล้วยังเป็นศิลปินทำเพลงออกมาได้เป็นอัลบั้มอีกต่างหาก  ก็ไม่น่าแปลกใจนักหรอกสำหรับ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ นักแสดงแถวหน้าของวงการ ขวัญใจของใครหลายๆคน ที่เคยสูบกัญชาตั้งแต่ 6 ขวบ ติดคุก ติดยา เป็นว่าเล่น จนตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตตัวเองด้วยการทิ้งยาเสพติดลงทะเล  หลังจากนั่งทาน Burger King จนเบอร์เกอร์แบรนด์ดังนี้ให้สิทธิ์พี่เค้ากินฟรีตลอดชีวิตหลังจากรู้เรื่องราวสุดพีกนี้ ก็ชีวิตพี่เต็มที่ซะขนาดนี้ จะทำเพลงด้วยอีกสักอย่างมันจะเป็นไรไป เนอะ !

“The Futurist” คือชื่อของอัลบั้มแรกและอัลบั้มเดียวในชีวิต ณ ตอนนี้ของ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งน้อยคนนักจะรู้จักกับงานเพลงอัลบั้มนี้ ส่วนที่ว่ามันเหมือนจะเป็นอัลบั้มเพียงอัลบั้มเดียวในชีวิตของดาวนีย์ จูเนียร์ ก็เพราะว่า เจ้าตัวเล่นเอื้อนเอ่ยออกมาเองว่าจะไม่ขอทำอัลบั้มเพลงอีกแล้ว เพราะรู้สึกว่า “มันไม่คุ้มค่ากับแรงพลังที่ทุ่มเททำลงไปเลย” ซึ่ง ดาวนีย์ จูเนียร์ ได้อธิบายว่าเขาไม่อยากจะทุ่มเทเวลาที่เขาใช้ในสตูดิโอ ซึ่งเขาควรจะเอามันไปใช้กับครอบครัวของเขามากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ใช่ว่าจะเป็นอัลบั้มที่ล้มเหลว เพราะว่ามันไต่ไปถึงลำดับที่ 121 ในชาร์ต Billboard 200  แถมยังมียอดขาย 16,000 ก๊อบปี้ในสัปดาห์แรก

“The Futurist” โปรดิวซ์โดยสองโปรดิวซ์เซอร์ คนแรกคือ โจนาธาน อีเลียส  ( Jonathan Elias) เคยโปรดิวซ์อัลบั้ม Big Thing (1988) ของ Duran Duran , Union (1991) ของ Yes และอีกคนคือ มาร์ก ฮัดสัน (Mark Hudson) เคยแต่งเพลง “Livin’ on the Edge” ร่วมกับวง Aerosmith  ได้รางวัลแกรมมี่อวอร์ดในสาขา  Best Rock Performance By A Duo Or Group With Vocal for the year ในปี 1993 และ ร่วมโปรดิวซ์งานเพลงของ Ringo Starr ถึง 9 อัลบั้มด้วยกัน   

ปกอัลบั้มเท่มาก จนมีคนเอาไปทำเป็นลายสกรีนรองเท้า ออกแบบโดย ~JawsOfKita-LoveHim
credit : https://www.pinterest.com/pin/564920346978916168/

“The Futurist”  นี้ออกกับทาง Sony Classical ในปี 2004 หนึ่งปีให้หลังจากที่ดาวนีย์ จูเนียร์เข้ารับการบำบัดปัญหาติดเหล้าเมายาจนหายขาด เพลงทั้งหมดในอัลบั้มมี 10 เพลง  ดาวนีย์ จูเนียร์แต่งเองทั้งหมด 8 เพลง ส่วนสองเพลงคือ “Smile”แต่งโดย ชาร์ลี แชปลิน และ “Your Move / Give Peace a Chance Medley” ซึ่ง “Your Move” เป็นเพลงที่ตัดออกมาจากครึ่งแรกของเพลง “I’ve Seen All Good People” ของวง Yes ที่มีการอ้างอิงถึงเพลง “Give Peace a Chance” ของ จอห์น เลนนอน ด้วย

สำหรับเพลง “Smile”หลายคนอาจจะรู้จักเพลงนี้จากเทรลเลอร์ของภาพยนตร์เรื่อง “Joker” ที่นำแสดงโดย วาคีน ฟินิกซ์ และกำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้  เพลงนี้แต่เดิมแต่งขึ้นโดยชาร์ลี แชปลิน โดยแต่งเป็นเพลงบรรเลงเพื่อใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง “Modern Time” (1936) ของเขาเอง ซึ่งแชปลินได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลง “Tosca” ของ Puccini ต่อมาในปี 1954 จึงถูกนำมาใส่เนื้อเพลงโดย John Turner และ Geoffrey Parsons เพื่อใช้เป็นเพลงร้องในคัฟเวอร์เวอร์ชั่นของ Nat King Cole นั่นเอง  ส่วนเวอร์ชั่นที่ใช้ในเทรลเลอร์ของ Joker นั้นเป็นเสียงร้องของ Jimmy Durante นอกจากนี้ Michael Jackson ก็ยังเคยคัฟเวอร์เพลงนี้ใส่ไว้ในอัลบั้มคู่ “HIStory: Past, Present and Future, Book I” ในปี 1995 ด้วย และในที่สุดดาวนีย์ จูเนียร์ก็เป็นอีกคนที่เอาเพลงนี้กลับมาทำใหม่ ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าคนแมนๆอย่างดาวนีย์ จูเนียร์จะร้องเพลงแจ๊สได้นุ่มนวลชวนฝันขนาดนี้ ส่วนดนตรีนั้นก็เรียบเรียงออกมาได้นุ่มละมุนและไพเราะเป็นอย่างยิ่ง นอกจากเสียงกลอง ดับเบิ้ลเบส และเปียโนที่ขับเคลื่อนห้วงอารมณ์ถวิลนี้แล้ว ต้องชื่นชมการร้องของดาวนีย์ จูเนียร์ที่ร้องออกมาได้อย่างสัตย์ซื่อและจริงใจในความรู้สึก จนเพิ่มความลุ่มลึกให้กับบทเพลงได้เป็นอย่างดี

 

 

สำหรับเพลง “Your Move / Give Peace a Chance Medley” มันคือการเอาเพลง “I’ve Seen All Good People” ของวง Yes ซึ่งมีสองท่อน ท่อนแรกคือ “Your Move” ท่อนที่สองคือ “All Good People” มาทำใหม่โดยใช้เฉพาะท่อน “Your Move” เท่านั้น เนื้อหาของเพลงนี้เป็นการเปรียบเปรยความสัมพันธ์ของชายหญิงกับการเล่นหมากรุก เช่นบางท่อนที่มีการกล่าวถึงตัวหมากต่างๆ  เช่น  “move me onto any black square”, “make the white queen run so fast”  และ “the goal is for us all to capture only one” นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงถึงเพลงของจอห์น เลนนอนในท่อน “send that instant karma to me” จากเพลง “Instant Karma!” ผลงานจากปี 1970 ของเลนนอน ส่วนในท่อนท้ายเพลงที่มีเนื้อร้องว่า “ All we are saying / Is give peace a chance /  All we are saying / Is give peace a chance” นั้นมีที่มาจาก ท่อนคอรัสในเพลง “Give Peace a Chance” ของจอห์น เลนนอน นั่นเอง ซึ่งในต้นฉบับของวง Yes ก็มีท่อนนี้ด้วยเหมือนกัน  ดังนั้นเพลงนี้เลยมีชื่อว่า “Your Move / Give Peace a Chance Medley”  ซึ่งต้องชื่นชมว่า ดาวนีย์ จูเนียร์เอามาทำใหม่ได้ละมุนมาก เรียบง่ายและงดงามบนความเป็นดนตรีอะคูสติก

ใน apple music จัดหมวดเพลงอัลบั้มนี้ให้อยู่ในแนว “Adult Contemporary” ซึ่งก็คือพวกเพลงฮิตติดชาร์ตตามหน้าปัดวิทยุในช่วงยุค 60-70 ซึ่งก็จะมีอารมณ์เพลงที่ฟังง่ายฟังสบาย สไตล์บัลลาด easy listening พอป บางเพลงก็มีกลิ่นของ โซล R&B  ร็อก หรือ แจ๊ส มาผสมผสานด้วย และนี่ก็คือภาพรวมของงานเพลงในอัลบั้มนี้  ซึ่งจะเป็นเพลงสไตล์เปียโนบัลลาดซะเป็นส่วนใหญ่ เป็นเพลงที่มาพร้อมท่วงทำนองช้าๆซึ้งๆ เมโลดี้เพราะๆ บางเพลงก็เติมเสียงเครื่องสาย หรือเครื่องเป่าลงมาเคล้าอารมณ์ได้อย่างฉ่ำใจจริง แบบการันตีเลยว่าเพราะทุกเพลงจริงๆ ฟังรวดเดียวได้เพลินๆ ซึ่งเสียงเปียโนเพราะๆในเกือบทุกเพลงของอัลบั้มนี้ก็มาจากปลายนิ้วสุดพลิ้วของดาวนีย์ จูเนียร์เอง อย่างแทร็กแรก “Man Like Me” เปิดมานี่ก็ซึ้งแล้ว กับเสียงเปียโนหวานพลิ้วที่เติมความหวานด้วยเครื่องสาย พร้อมเสียงแมนๆของดาวนีย์ จูเนียร์ที่เจือความแหบพร่าเบาๆ คล้ายศิลปินร็อกที่มาร้องเพลงรัก มันช่างโดนใจเรานักจริงๆ

 

 

อีกแทร็กหนึ่งที่เราอยากแนะนำสำหรับคนชอบเพลงหวานซึ้งก็คือ “Details” ที่เติมกลิ่นของเพลงแจ๊สลงไป เสียงเบสนี่สะใจได้อารมณ์แบบแจ๊สมาก นอกจากนี้ยังมีเครื่องสายห่อหุ้มบรรยากาศอบอุ่น อ่อนหวานเอาไว้ พร้อมใส่เครื่องเป่าลงไปในท่อนโซโล่ที่เร้าอารมณ์เราสุดๆ  แถมปิดท้ายด้วยไลน์เปียโนใสพลิ้วคลอเครื่องสาย ทุกสิ่งเป็นรายละเอียดทางดนตรีที่ลงตัวมากเลย และเสียงของดาวนีย์ จูเนียร์ก็เข้ากันดีกับดนตรีและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีมากๆ

โฆษณาเชิญชวนกันแค่นี้ ที่เหลือให้เพื่อนๆไปพิสูจน์กันด้วยหูของตัวเองเต็มๆเลยดีกว่า บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

Apple Music

Spotify

Source

https://en.wikipedia.org/wiki/The_Futurist_(Robert_Downey_Jr._album)

https://en.wikipedia.org/wiki/Smile_(Charlie_Chaplin_song)

https://thepeople.co/robert-downey-jr-is-tony-stark/

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น