Connect with us

What The Fact

เฮ้ยนี่มันใช่เลย ! จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อแฟนคลับหัวใสเอาเพลง “Iron Man” ของ Black Sabbath มาใส่ในฉากดีดนิ้วของ Avengers : Endgame

หากยังจำกันได้ในตอนท้ายเรื่องของ Iron Man ภาคแรก โทนี่ สตาร์ค ได้เปิดเผยว่าตนเองคือไอรอนแมน โดยได้พูดประโยคเด็ดโดนใจที่ทุกคนน่าจะจดจำกันได้นั่นก็คือ “ผมคือไอรอนแมน” (I am Iron Man) แล้วหลังจากนั้นเพลง “Iron Man” ของวงเมทัล “Black Sabbath” ก็ดังขึ้นมา

 

ล่าสุดได้มีแฟน MCU หัวใสได้ทำให้เรื่องทุกอย่างมาบรรจบครบบริบูรณ์ด้วยการเอาเพลงสุดคลาสสิกเพลงนี้มาใส่เอาไว้ใน Avengers : Endgame  ซึ่งในเรื่องการเลือกเพลงมาใช้นั้น MCU รู้ดีว่าจะใช้เพลงไหนเมื่อไหร่และพวกเขาก็ทำมันได้ดีมาก แต่ไม่แน่คราวนี้ MCU อาจจะพลาดอะไรไปก็ได้นะ

แฟนหนังคนนี้คือนาย boblee cooper ได้แชร์คลิปลงใน reddit ของมาร์เวล สตูดิโอจนกลายเป็นโพสต์ยอดฮิต โดยเขาได้ตัดต่อเพลง Iron Man ของ Black Sabbath เข้าไปในช่วงเวลาสำคัญของเรื่อง ในตอนที่ธานอส กำลังจะดีดนิ้วแล้วธานอสก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าคือชะตาที่มิอาจเลี่ยง” (I am inevitable) จากนั้นเสียงกลองอินโทรของเพลง Iron Man จะดังขึ้น และเมื่อถุงมือที่อยู่ในมือของไอรอนแมนกำลังเปล่งแสงเสียงกีตาร์ก็ดังขึ้นมาพร้อมด้วยเสียงร้องประโยคแรกของเพลงที่ร้องว่า “I am Iron Man” มาทีนี้ก็ถึงคราวที่โทนี่ สตาร์คจะตอกกลับประโยคนั้นของธานอส ด้วยประโยคสุดคลาสสิกของเขาว่า “ฉันคือไอรอนแมน” (I am Iron Man) พร้อมกับดีดนิ้วแล้วเสียงริฟฟ์กีตาร์อันเร้าใจก็ได้ดังขึ้นตรงจังหวะเหมาะเจาะพอดิบพอดี แล้วเจ้าเหล่าร้ายทั้งหลายก็ค่อยๆสลายกลายเป็นฝุ่นไปบนท่วงทำนองอันเร้าใจของเพลง Iron Man

จริงๆแล้วในตอนที่โทนี่ สตาร์คพูดว่า “ฉันคือไอรอนแมน” ใน Endgame นั้นไม่ได้มีอยู่ในบทมาแต่ต้น ตามบทในตอนแรกคือโทนี่ไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรเลยในตอนนั้น แต่ต่อมาในขณะที่อยู่ในห้องตัดต่อ พี่น้องรุสโซก็คิดขึ้นมาว่าโทนี่ควรจะพูดอะไรบางอย่างเพราะเขาเป็นตัวละครที่มีชีวิตอยู่กับจักรวาลนี้มาตลอด จนกระทั่งคิดแล้วคิดอีกลองมาหลายแบบก็ไม่ลงตัวสักที จน Jeff Ford ทีมตัดต่อมือเยี่ยมที่อยู่กับหนังมาตลอดทั้งสี่ภาคได้เสนอว่า เมื่อธานอสพูดว่า “ข้าคือชะตาที่มิอาจเลี่ยง” ทำไมไม่ลองย้อนกลับไปแล้วให้โทนี่พูดว่า “ฉันคือไอรอนแมน” บ้างล่ะ เมื่อได้ยินดังนั้นก็เหมือนเกิดพุทธิปัญญาสองพี่น้องเลยตัดสินใจว่างั้นวันพรุ่งนี้เรามาถ่ายฉากนี้กันเลยดีกว่า

เจ้าประโยคสุดคลาสสิค “ฉันคือไอรอนแมน” นี้ถึงแม้จะเป็นประโยคพูดสั้นๆ แต่ถือได้ว่าเป็นประโยคที่ทรงพลังที่สุด มันทำให้ความหมายของคำว่า “ฉันคือไอรอนแมน”  นั้นมันลึกซึ้งไปกว่าการตอกย้ำว่า โทนี่ สตาร์ค คือไอรอนแมน ยิ่งถูกใช้ต่อจากประโยคว่า “ข้าคือชะตาที่มิอาจเลี่ยง” ของวายร้ายตัวฉกาจอย่างธานอสแล้ วประโยคนี้ยิ่งมีพลังมากยิ่งขึ้น และการที่ โทนี่ สตาร์ค พูดมันก่อนทำการเสียสละครั้งสำคัญมันยิ่งทำให้คำนี้มีความหมายเป็นที่สุด อีกประการหนึ่งก็คือประโยคนี้ถูกใช้ในภาคแรกของ Iron Man แล้วการที่ Endgame ซึ่งเป็นภาคที่เรื่องราวทั้งหมดกำลังจะจบสิ้นลง เป็นการสิ้นสุดตำนานของไอรอนแมน มันยิ่งมีความเหมาะสมเข้าไปใหญ่ที่ประโยคนี้จะต้องเกิดขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นเพลง Iron Man ของ Black Sabbath ที่อยู่กับประโยคนี้ในตอนท้ายเรื่องของ Iron Man ภาคหนึ่ง ถ้ามันถูกนำมาใช้ในตอนสำคัญของ Endgame ด้วย มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหมดกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้วมาบรรจบครบบริบูรณ์ตรงจุดนี้พอดี

ซึ่งจริงๆแล้วไม่แน่ว่า MCU อาจจะคิดถึงตรงจุดนี้ไว้แล้วก็ได้ แต่ที่ไม่เลือกใช้เพลงนี้กับช่วงเวลาสำคัญนี้ อาจจะเป็นเพราะท่วงทำนองอันเร้าใจของมันอาจไปลดทอนความเศร้าโศก และความรู้สึกสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในฉากนี้ไปเสียหมด ถึงแม้มันจะได้ผลให้เชิงกิมมิคแต่ในเชิงอารมณ์แล้วมันอาจจะไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ก็นั่นแหละนะเมื่อมีแฟน MCU ได้มาลองตัดให้ดูแล้วเราก็พบว่าในมุมหนึ่งมันก็ใช้ได้ ได้อีกความหมาย ได้อีกอารมณ์หนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะคิดยังไงบ้างนะครับ ลองไปฟังและมาแชร์กันหน่อยนะครับ ว่าคิดเห็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย

 

Source

movieweb

screenrant

altpress

majorcineplex

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!