Connect with us

What The Fact

แฟนบอย Star Wars ขอเป็นกบฎ Strike Back ต่อต้าน Disney

Boycott Star Wars

แม้ว่าเหล่าแฟนพันธุ์แท้ของ Star Wars ยุคดั้งเดิมที่ติดตามมาตั้งแต่ไตรภาคที่สร้างครั้งแรกยุค 70-80 มาจนถึงไตรภาคที่ 2 ในยุคต้น Millennium จะออกมาส่งเสียงเซ็งแซ่ว่า The Last Jedi (2017) ภาค 8 คือภาคที่ห่วยแตกที่สุด และทรยศจิตวิญญาณของ George Lucas ไปเสียหมดสิ้น (อย่างเช่น การได้เห็นเจ้าหญิงเลอาเหาะในอวกาศ อย่างกับเป็นแม่นางอึ้งย้งในมังกรหยก หรือการถอดจิตมาสู้ของลุคที่แฟน ๆ งงว่า เจไดไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนในภาคไหน ๆ ไม่นับอาการเป็นตาแก่เพี้ยน ๆ จอมหงุดหงิดจน “เสียลุค” ที่เคยมีมาแต่กาลก่อน)

เอาเข้าจริง ๆ ไตรภาคต้นกำเนิดเรื่องราวยุคปี 2000 ก็เคยได้รับข้อครหาเดียวกันว่า ทำได้ไม่ถึงกับความคลาสสิกของไตรภาคแรกสุด รวมถึงสถานการณ์บนตาราง Box Office ของภาค 8 ก็ดูแย่ลงจากภาค The Force Awakens (2015) ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกได้ลดลงจาก 2,068 ล้านเหรียญฯ เหลือแค่ 1,332 ล้านเหรียญฯ

The Last Jedi (2017) ที่แฟนบอยเกลียดเข้าไส้ เพราะนำเสนอเรื่องเจไดผิดขนบที่เคยมีมา

The Last Jedi (2017) ที่แฟนบอยเกลียดเข้าไส้ เพราะนำเสนอเรื่องเจไดผิดขนบที่เคยมีมา

แน่นอนว่าแฟนบอยทั้งหลายโจมตี Disney ว่าทอดทิ้งแฟนดั้งเดิม เพื่อมุ่งไปเอาใจฐานแฟนคลับยุคใหม่ มองเห็น Star Wars เป็นหนังแมส ๆ ที่หาทางทำรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายของเล่น มากกว่ารักษาจิตวิญญาณพื้นฐานของแนวคิดต่อต้านสงครามด้วยสันติ อันเป็นแก่นหลักของเจไดที่แฝงสอนคติธรรมในหนังมาตั้งแต่แรก อย่างไรก็ดี แฟนบอยเหล่านี้ก็อาจต้องมีเงิบกันบ้าง เมื่อผู้ชมทั่วไปในยุคนี้ต่างให้การตอบรับต่อหนังอย่างดี ด้วยการจองซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ล่วงหน้าหลังจากปล่อยตัวอย่างสุดท้ายออกมาเมื่อไม่นานนี้ ชนิดที่ทำลายสถิติ Avengers: End Game ที่เป็นสถิติสูงสุดเดิม หากนับจากยอดขายวันแรกเหมือนกัน Rise of the Skywalker สามารถขายตั๋วได้สูงกว่าถึง 45% และขณะนี้นักวิเคราะห์ก็ประเมินกันว่า รายรับเปิดตัว 3 วันแรกจะอยู่ที่ 185-225 ล้านเหรียญฯ และปิดโปรแกรมฉายที่ 550-750 ล้านเหรียญฯ กันเลยทีเดียว (น้อยกว่าภาค The Force Awakens / Endgame แต่มากกว่า Last Jedi / Black Panther)

ทำไมแฟนบอยและกีคทั้งหลายถึงไม่ชอบ Star Wars ไตรภาคล่าสุด?

หลายเสียงของนักวิจารณ์ที่ไม่ชอบ Star Wars หลังจาก Lucas Film ออกจาก Fox มาอยู่ใต้ชายคา Disney ต่างให้เหตุผลว่า หนังขาดการวิพากษ์สังคมอย่างที่เคยเป็น (ต้องไม่ลืมว่าในยุค 70-80 ตอนที่ไตรภาคแรกสร้างและออกฉาย ผู้คนในสังคมยังอยู่ในยุคสมัยต่อต้านสงครามเวียดนามที่สหรัฐฯ ส่งทหารไปปฏิบัติการทำลายล้างชาวเวียดนามและล้มเหลวกลับประเทศตัวเองไป นอกจากนั้นกลิ่นกรุ่นของไอสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังไม่จางสนิท ทั้งหมดนั้นจึงเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ Star Wars หยิบไปเล่าเรื่องของจักวรรดินิยมและกลุ่มกบฏกลุ่มเล็ก ๆ ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความถูกต้อง) ตัดภาพมาที่ The Force Awakens ที่โดนข้อหาทำซ้ำและลอกเลียนแบบ A New Hope (1977) แบบที่ไม่ได้คิดสร้างสรรค์ใหม่ แต่กลับเน้นบอกเล่าเพื่อปูทางไปภาคต่อไปมากกว่า แต่ The Last Jedi ก็มาเจอข้อหาที่หนักกว่าตามที่เล่าไปแล้ว

The Force Awakens ที่ได้รับข้อกล่าวหาว่าทำเลียนแบบ A New Hope ภาคแรก

The Force Awakens ที่ได้รับข้อกล่าวหาว่าทำเลียนแบบ A New Hope ภาคแรก

เรย์ที่ต่อมากลายมาเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของลุคในภายหลัง

เรย์ที่ต่อมากลายมาเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของลุคในภายหลัง

ฮานโซโล อาจารย์คนแรกของเรย์ / โอบีวัน เคนโนบี้ อาจารย์คนแรกของลุค

ฮานโซโล อาจารย์คนแรกของเรย์ / โอบีวัน เคนโนบี้ อาจารย์คนแรกของลุค

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มแฟนบอยที่มีชื่อเสียงหน่อยอย่างกลุ่มที่ชื่อ “Fandom Menace” (ตั้งชื่อล้อตามภาค Episode 1: Phantom Menace (1999)) ก็แสดงความเห็นโจมตี Star Wars ไตรภาคปัจจุบัน “มากเกินไป” และอาจจงใจ “แกว่งเท้าหาเสี้ยน” หรือเรียกแขกจากคนดูยุคปัจจุบันว่า มันจะอะไรกันนักหนา? เพราะในเรื่องก็ยังมีจุดเด่นอยู่ที่การเชิดชูความสามัคคีเหล่ากบฏที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมจากจักรวรรดิ (ตามท้องเรื่องดั้งเดิม) แถมยังมีตัวเด่นเป็นผู้หญิง ซึ่งถูกใจเหล่าชาวเฟมินิสต์ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เคยมีตัวละครผู้หญิงเป็นตัวละครหลักในหนังสงครามดวงดาวมาก่อน นอกจากนี้ ก็เหมือนเป็นการเรียกร้องความสนใจของแฟนบอยที่จะออกมาโจมตีการสร้างหนังเรื่องใหม่ (รวมถึงซีรีส์ทาง Disney+ ที่กำลังจะเริ่มฉายเรื่องแรกคือ The Mandalorian ซีรีส์ทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญฯ ที่ทุนสร้างพอ ๆ  กับหนังใหญ่และกำลังจะเข้าฉายเดือนหน้านี้) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากวิเคราะห์ดูดี ๆ แล้วจะเห็นว่า ข้อกล่าวหาของกลุ่มแฟนบอยมักจะไม่มีน้ำหนักและไม่น่าเชื่อถือเลยเป็นส่วนใหญ่

เรย์ ตัวเดินเรื่องหลักตัวแรกของหนังสงครามดวงดาวที่เป็นผู้หญิง

เรย์ ตัวเดินเรื่องหลักตัวแรกของหนังสงครามดวงดาวที่เป็นผู้หญิง

การต่อสู้ของกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ เพื่อความถูกต้อง ยังคงเป็นหัวใจของหนังตลอดมา

การต่อสู้ของกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ เพื่อความถูกต้อง ยังคงเป็นหัวใจของหนังตลอดมา

ความสามารถของกลุ่มแฟนบอยในการ “บอยคอตต์” หนังสักเรื่อง

สิ่งที่ทำให้แฟน Star Wars กลุ่มนี้พุ่งเป้าภารกิจเพื่อทำให้รายได้ของหนังภาคล่าสุดไม่เป็นไปตามเป้าหรือล้มเหลว คงมีกรณีตัวอย่างจากกลุ่มแฟนบอยของหนังหลายเรื่อง ที่โหมกระพือกระแสให้คนดูกลุ่มทั่วไปรู้สึกว่า ขนาดแฟนบอยยังผิดหวัง เราจะไปดูหนังกันทำไม? กลุ่มนักวิจารณ์ชื่อ alt-right เคยทำสำเร็จมาแล้วกับการออกมาวิพากษ์วิจารณ์หนังอย่าง Alita: Battle Angel หนังลูกรักอีกเรื่องของ James Cameron ที่ปลุกปั้นอยู่นานปี ก่อนจะล้มเหลวขาดทุนและแทบจะไม่มีโอกาสได้สร้างภาคต่อแน่นอนแล้ว มีการวิเคราะห์กันว่า ผลจากการออกมาบอยคอตต์ของแฟนพันธุ์แท้กลุ่มนี้ ส่งผลให้รายได้ 3 วันแรกที่เข้าฉายของหนังลดลงกว่าที่ค่ายหนังคาดไว้ถึง 55%

Alita: Battle Angel ที่ James Cameron สร้างเองกับมือ อาจล้มเหลวเพราะแฟนบอยต่อต้าน

Alita: Battle Angel ที่ James Cameron สร้างเองกับมือ อาจล้มเหลวเพราะแฟนบอยต่อต้าน

ความสำเร็จของการบอยคอตต์หนัง Star Wars ของแฟนบอย ปรากฏให้เห็นกันอย่างชัดเจนมากขึ้น เมื่อมีการสร้างกระแสต่อต้านหนังภาคแยก Solo: A Star Wars Story (2018) ซึ่งถือเป็นหนังที่ทำรายได้น้อยที่สุดในบรรดาหนัง Star Wars ทุกเรื่อง จนถึงขนาด Disney ที่ในตอนนั้นวางแผนจะสร้างหนัง Star Wars ภาคหลักและภาคแยกต่อเนื่องกันชนิดปีเว้นปี (เหมือนที่มี Rogue One มาคั่นซึ่งประสบความสำเร็จทางรายได้มาก แม้จะเป็นเรื่องราวต้นฉบับที่ไม่ได้เป็นภาคต่อจากเรื่องไหนมาก่อน) ถึงกับยุติโครงการสร้างหนังภาคแยกเดี่ยวทั้งหมดของ Boba Fett และ Obi-Wan (แฟน ๆ ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะได้มาสานต่อพัฒนาเป็นซีรีส์ทาง streaming อย่าง Disney+ แล้วเรียบร้อย) เอาเข้าจริง ๆ แม้ว่าหนังจะสนุกระดับวัดวา แต่ปัญหาจากความชุลมุนที่ค่ายหนังเข้าไปแทรกแซงงานของผู้กำกับเดิมอย่าง Phil Lord และ Chris Miller (The Lego Movie) จนขอถอนตัวตอนเหลือเวลาถ่ายทำจอีกแค่ 3 สัปดาห์ก็จะปิดกล้องอยู่แล้ว และให้ Ron Howard (The Da Vinci Code, Rush, Apollo 13) มารับหน้าที่ต่อ ก็เลยทำให้หนังไปไม่สุดสักทางว่าจะตลกหรือจริงจัง นี่จึงน่าจะเป็นสาเหตุของความล้มเหลวหลักที่กลุ่มแฟนบอยมาขอเกาะกระแสเหยียบซ้ำหนังให้จมดินมากกว่า

ภาคต้นกำเนิดฮานโซโลที่ทำรายได้น้อยสุดในแฟรนไชส์

ภาคต้นกำเนิดฮานโซโลที่ทำรายได้น้อยสุดในแฟรนไชส์

Rogue One ภาคแยกเรื่องแรกที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเกิน 1,000 ล้านเหรียญ

Rogue One ภาคแยกเรื่องแรกที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเกิน 1,000 ล้านเหรียญ

ทำไมการบอยคอตต์ Rise of the Skywalker จึง (น่าจะ) ล้มเหลว?

ถ้าถามกลุ่ม Fandom Menace เราก็จะได้เหตุผลจากพวกเขาในทำนองว่า จริง ๆ แล้ว Disney เองนั้นแหละที่ใช้กลเม็ดในการซื้อตั๋วล่วงหน้าของหนังไว้เองก่อนเยอะ ๆ เพื่อให้คนดูทั่วไปรู้สึกว่า หนังได้รับความนิยมจากการซื้อตั๋วจำนวนมากจนแห่ไปซื้อตาม (ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เอาชนะกลุ่มแฟนบอยที่ตั้งใจจะบอยคอตต์หนัง Captain Marvel ไปแล้วรอบนึงตอนต้นปี)

นอกจากนั้น จะว่าไปแล้วความต้องการจริง ๆ ของกลุ่มแฟนบอยก็ไม่ได้อยากจะทำให้หนังถึงกับล้มเหลว เพียงแค่อยากจะสนุกกับหนัง Star Wars ในรสชาติเดิม ๆ หรือแนวทางที่พวกเขาเห็นว่าน่าจะเป็น Disney เองนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการพยายามทำให้ภาคปิดท้ายของไตรภาคนี้ออกมาดีที่สุด โดยการดึง J.J. Abrams ผู้กำกับภาค The Force Awakens กลับมา แทนที่จะเป็น Colin Trevorrow (Jurassic World) ที่ถูกวางตัวไว้แต่แรกแต่สุดท้ายถอนตัวไป ก่อนจะมีข่าวว่าจะให้ Rian Johnson มาสานต่อเรื่องราวจาก Last Jedi จนถูกกระแสต่อต้าน จึงให้ Johnson ไปคุมการเปิดไตรภาคใหม่ไปเลยดีกว่า ซึ่ง Abrams เองก็น่าจะกลับมาแก้ไขข้อผิดพลาดรวมถึงทำให้เรื่องราวเข้ารูปเข้ารอยได้ดีที่สุด เพราะ Abrams ก็คุมหนังใหญ่ ๆ ให้สนุกมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง (Star Trek, Mission Impossible)

Rian Johnson ผู้กำกับภาค The Last Jedi

Rian Johnson ผู้กำกับภาค The Last Jedi

J.J. Abrams ผู้กำกับภาค The Force Awakens และ Rise of the Skywalker

J.J. Abrams ผู้กำกับภาค The Force Awakens และ Rise of the Skywalker

ท้ายที่สุดแล้ว สถานการณ์ที่น่าจะส่งผลดีต่อ Disney ก็คือกระแสตีกลับต่อกลุ่มแฟนบอย เมื่อนักวิจารณ์หลายเจ้าออกมาแสดงความเห็นต่อตัวอย่างหนังสุดท้ายที่ออกมาล่าสุดว่า หนังน่าจะคืนฟอร์มและกลับไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องกว่า 2 ภาคที่ผ่านมา  นอกจากนี้ความพยายามของกลุ่มบอยคอตต์ก็เริ่มถูกลากไส้เช่นกัน เมื่อพบว่ามีการปั่นยอดชมและยอดไลก์ในคลิปของตัวเองบ้าง ใช้ชื่อบัญชีในสื่อ social ซ้ำบ้าง ซึ่งจากจำนวนหลักพันหรือหลักหมื่นของแฟนบอยกลุ่มนี้ ก็ไม่น่าจะส่งผลต่อกลุ่มผู้ชมทั่วไปนับล้าน ๆ ที่ยังไงก็ตาม คงรอดูบทสรุปของสงครามดวงดาวดั่งการเป็นวาระแห่งชาติอยู่แล้ว (จน Disney คงงงว่า แฟนบอยทั้งหลายจะพยายามต่อต้านกันไปทำไมนะจ๊ะ?)

ความพยามของกลุ่มบอยคอตต์ในการสร้างกระแสต่อต้าน Star Wars ภาคล่าสุด

ความพยามของกลุ่มบอยคอตต์ในการสร้างกระแสต่อต้าน Star Wars ภาคล่าสุด

อ้างอิง CBR.com

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น