Connect with us

What The Fact

“Over the Rainbow” เหนือสายรุ้งนั้นเป็นอย่างที่คุณฝันไว้ไหม Judy Garland

“จูดี้ การ์แลนด์” (Judy Garland) คือดาวเด่นจากยุคมิวสิคัลผู้โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง “The Wizard of Oz” ในบท“โดโรธี เกล”สาวน้อยผู้มีความใฝ่ฝันที่จะได้ออกไปผจญภัยสู่โลกกว้างใหญ่ ออกไปจากแคนซัสไปสู่ดินแดนเหนือสายรุ้งอันสวยงามตามที่เธอจินตนาการ และบทเพลง “Over The Rainbow” ที่จูดี้ในบทของโดโรธีได้ร้องไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในบทเพลงคลาสสิกของโลกใบนี้ และเป็นบทเพลงที่นำพา จูดี้ การ์แลนด์ไปสู่ดินแดนเหนือสายรุ้งได้จริง ๆ

จูดี้ การ์แลนด์ในบท โดโรธี เกล สาวน้อยช่างฝัน

จูดี้ เธอมีความฝัน เธอเริ่มเซ็นสัญญากับ MGM ตั้งแต่อายุ 13 ในตอนนั้นเธอไม่ได้โดดเด่นมากนัก หากเทียบหน้าตากับดาราสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายก็เรียกได้ว่าอาจจะห่างไกลรัศมีกันอยู่นัก แต่ด้วยความที่จูดี้ เป็นคนน่ารัก สดใส และตั้งใจทำงาน เธอจึงมีผลงานการแสดงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1936 จนมาถึงปี 1939 เมื่อเธอมีอายุ 16 ย่างเข้า 17 ปี ชีวิตของเธอก็ถึงคราวพลิกผัน  เมื่อเธอได้รับบทสาวน้อยโดโรธี ในภาพยนตร์เรื่อง “The Wizard of Oz” เธอกับโดโรธีนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเหมือนเป็นคนเดียวกัน บุคลิกสดใส ไร้เดียงสา กับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน เสียงขับขานบทเพลง “Over The Rainbow” ที่ออกมาจากปากของโดโรธีนั้นราวกับว่ามันออกมาจากใจของจูดี้ การ์แลนด์เลย

 

Somewhere over the rainbow

Way up high

There’s a land that I heard of

Once in a lullaby

 

ณ ที่ใดที่หนึ่งเบื้องบนสายรุ้งนั้น

สูงขึ้นไป

มันคงมีดินแดนที่ครั้งหนึ่ง

ฉันเคยได้ยินจากเพลงกล่อมเด็ก

 

Somewhere over the rainbow

Skies are blue

And the dreams that you dare to dream

Really do come true

 

ณ ที่ใดที่หนึ่งเบื้องบนสายรุ้งนั้น

มีท้องฟ้าสีคราม

และความฝันทั้งหลายที่เธอกล้าที่จะฝัน

มันจะได้กลายเป็นจริง

 

Someday I’ll wish upon a star

And wake up where the clouds are far

Behind me

Where troubles melt like lemon drops

Away above the chimney tops

That’s where you’ll find me

 

บางวันฉันปรารถนาจะไปสู่ดวงดาวบนฟ้า

และตื่นขึ้นมาโดยมีหมู่เมฆา

อยู่เบื้องหลังฉัน

ที่ซึ่งปัญหาทั้งหลายหลอมละลายราวหยดน้ำมะนาว

สูงขึ้นไปเหนือปล่องไฟนั่น

คือที่ที่เธอจะได้พบกับฉัน

 

จูดี้โชคดีที่ฝันของเธอนั้นได้มาเยือนเธอในโลกความจริงด้วยความรวดเร็วราวกับความฝัน

โดโรธีเวอร์ชันสวมวิกผมบลอนด์ (ซึ่งเป็นไอเดียแรกแต่ต่อมาผู้กำกับก็ได้เปลี่ยนใจไม่ใช้วิกแล้ว)

เพียงชั่วข้ามคืนที่สาวน้อยโดโรธี-จูดี้ได้ขับขานบทเพลงนี้ ความชื่นชมยินดีจากมหาชนอันเปรียบเสมือนกับพายุที่พัดโดโรธีลอยไปไกลจากแคนซัส ก็โหมพัดพาจูดี้ลอยขึ้นไปสู่บนยอดสายรุ้ง ที่เธอเคยฝันอยากจะบินไปเหนือเมฆาดั่งนกสีฟ้า ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง

 

Somewhere over the rainbow

Bluebirds fly

Birds fly over the rainbow

Why then, oh why can’t I?

 

ณ ที่ใดที่หนึ่งเบื้องบนสายรุ้งนั้น

นกสีฟ้ากำลังโบยบิน

บินไปเหนือสายรุ้ง

แล้วทำไม ทำไมฉันถึงจะทำไม่ได้ล่ะ

 

If happy little bluebirds fly

Beyond the rainbow

Why, oh why can’t I?

 

ถ้าหากหมู่นกน้อยสีฟ้าเหล่านี้โบยบิน

ไปเหนือสายรุ้งได้ล่ะ

แล้วทำไม โอ้ ทำไมฉันถึงจะทำไม่ได้บ้างล่ะ

 

ใช่แล้วเธอทำได้ “Over The Rainbow” บทเพลงบัลลาดสุดไพเราะที่แต่งทำนองโดย Harold Arlen พร้อมเนื้อร้องจาก Yip Harburg ได้กลายเป็นบทเพลงแจ้งเกิดของจูดี้ การ์แลนด์ ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลออสการ์ในสาขา Outstanding Juvenile Performance ที่มอบให้กับดาราเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีผู้มีฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมเป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ตัวเพลงเองนั้นก็ได้รับรางวัลในสาขา Best Original Song จากออสการ์ด้วยเช่นกัน มันทำให้เธอเป็นสาวน้อยโดโรธีผู้โชคดี ที่ไม่ต้องติดอยู่ในแคนซัส และไม่ต้องหลงอยู่ในเส้นทางสู่เมืองมรกต หากแต่กลับได้ล่องลอยไปสู่เวิ้งฟ้าเหนือสายรุ้งและเมฆา

แล้วหลังจากนั้นล่ะ หลังจากที่เธอได้ขึ้นไปสู่เบื้องบนนั้นแล้ว

หากเราผู้อยู่เบื้องล่างได้มองขึ้นไปบนสายรุ้งนั้น จูดี้ การ์แลนด์คือหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งยุค แต่ชีวิตเบื้องบนนั้นของเธอกลับมีความทุกข์มากมายรออยู่ ทั้งการถูกตำหนิติเตียนเรื่องน้ำหนักตัวอย่างมาก จนเธอต้องพยายามควบคุมน้ำหนักด้วยการทานแต่กาแฟ ซุป และยาลดความอ้วนในทุกๆ 2-3 ชั่วโมง อีกทั้งยังต้องสูบบุหรี่อย่างหนักกว่า 80 มวนต่อวันเพื่อให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ติดบุหรี่ยังไม่พอ ความเครียดยังทำให้เธอต้องติดยาลดความอ้วน ติดสุรา ติดโคเคน และยานอนหลับ ซึ่งอย่างหลังได้เป็นสาเหตุที่พรากชีวิตของเธอไปจากโลกใบนี้ในที่สุด

ในวันที่ จูดี้ การ์แลนด์ ได้จากโลกนี้ไปเธอมีวัยเพียง 47 ปี เรื่องราวในภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่อง “Judy” (เรเน่ เซลเวเกอร์ รับบทเป็นจูดี้ การ์แลนด์) ที่จะเข้าฉายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ได้เล่าเรื่องราวชีวิตของจูดี้ การ์แลนด์ในขวบปีนี้ มันคือช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตบนปลายสายรุ้งนั้น หลังจากผ่านการหย่าร้างกับชายหนุ่มหลายครั้ง จนพยายามจะค้นหาความรักจากสตรีเพศเผื่อมันจะมีอะไรดีขึ้น แต่จนแล้วจนรอดความรักของเธอก็ไม่เคยเป็นดังหวังเลย เธอพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง จนนำไปสู่ภาวะติดยาเสพติดอย่างหนักและปัญหาหนี้สิน เธอจึงตัดสินใจจัดคอนเสิร์ตที่ลอนดอนเพื่อจะได้หลีกไกลจากปัญหาที่รุมเร้าเสียที แต่สุดท้ายด้วยความเปราะบางของร่างกายที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน รวมถึงหัวใจที่ถูกกัดกร่อนไปเรื่อย ๆ หลังจากที่เธอเพิ่งแต่งงานกับสามีคนที่ 5 “Mickey Deans” ได้ไม่นาน เธอก็เสียชีวิตจากการกินยานอนหลับเกินขนาด

ในภาพยนตร์เรื่อง “The Wizard of Oz” ในตอนต้นเรื่อง เมื่อพายุได้พัดพาเธอลอยไปไกลจากแคนซัส เธอได้พูดกับเจ้าสุนัขคู่ใจโตโต้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า  “Toto, I’ve a feeling we’re not in Kansas anymore.”   แต่ในตอนท้ายเรื่องสิ่งที่สาวน้อยโดโรธีได้เรียนรู้คือคำว่า “There’s no place like home ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราอีกแล้ว”

ลองฟังเพลง “Over The Rainbow” ที่สาวน้อยโดโรธีร้อง เปรียบเทียบกับที่จูดี้ การ์แลนด์ได้ร้องไว้เป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่ 25 มีนาคม 1969 ที่โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก 3 เดือนก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในวันที่ 22 มิถุนายน 30 ปีหลังจากที่โดโรธีร้องเพลงนี้ แล้วเราจะเข้าใจว่ามีบางสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไปในห้วงอารมณ์และความรู้สึกที่จูดี้ การ์แลนด์ได้ส่งออกมาผ่านน้ำเสียงของเธอในบทเพลงนี้

 

 

ราวกับว่าในที่สุดเธอก็ได้พบกับความจริงข้างบนนั้น ว่ามันอาจแตกต่างจากที่เธอเคยฝัน

นกที่เป็นสีฟ้า อาจฟ้าเพราะความหม่นหมองของชีวิตเคลือบคลุมลงไปบนขนของมัน

ที่บนนั้น…

เหนือสายรุ้งเบื้องบน มันอาจไม่ได้งดงามดั่งที่ตาเราเห็นเบื้องล่าง

แต่ถึงอย่างนั้นคนข้างล่าง ก็ยังคงมองขึ้นไปบนนั้นด้วยสายตาชื่นชมและเปี่ยมฝันอยู่ดี

คงจะมีแต่คนข้างบนเท่านั้นที่รู้ว่าบนนั้นมันเป็นเช่นไร…

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น