โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

[REVIEW] สารคดี ‘โลกใบนี้ที่ว่ากลม | Behind the Curve’ เล่าเรื่องโลกใบเล็กที่ความเชื่อแข็งแกร่งกว่าความจริง

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve
87

“คนบ้าไม่ใช่คนที่คิดต่าง แต่คนที่ไม่เรียนรู้จากความแตกต่างนั่นแหละที่บ้า”

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

เชื่อว่าหากย้อนไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้วคงไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า เทคโนโลยีทางการทหารที่คิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการสื่อสารในสงครามนั้น จะเป็นต้นกำเนิดของ ‘อินเทอร์เน็ต’ สิ่งหนึ่งอันเป็นปัจจัยสำคัญของโลกเราในยุคปัจจุบัน

…และใครจะไปคิดล่ะว่า ‘คอมพิวเตอร์แท็บแล็ต’ ที่อยู่ในหนังเรื่อง ‘Star Trek’ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จะกลายมาเป็นอุปกรณ์ที่เราเอาไว้นอนดูซีรีส์เรื่อง Star Trek ได้ง่าย ๆ ในทุกวันนี้! แล้วคุณเชื่อไหมล่ะว่า? ในยุคที่มนุษย์เราทะเยอทะยานออกไปค้นหาความเป็นจริงมาแล้วมากมาย ทั้งอวกาศกว้างใหญ่และก้นทะเลที่ลึกเกินบรรยาย แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังคงเชื่อว่า ‘โลกใบนี้แบน’ แถมกลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่ได้มีจำนวนน้อย ๆ ซะด้วยสิ…

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

 

เรื่องย่อ ‘โลกใบนี้ที่ว่ากลม | Behind the Curve (2018)’


เรื่องราวมันเริ่มต้นจากสมาชิกตัวท็อปของกลุ่ม Flat Earther ที่มีชื่อว่า Mark Surgent ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าโลกกลมมานานไม่ต่างจากใคร ๆ แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้บังเอิญเจอกับคลิปยูทูบของอดีตลูกจ้างขององค์กร NASA คนหนึ่งที่มีความเชื่อว่าโลกแบน แต่ยิ่งเขาพยายามอธิบายสมมติฐานของเรื่องนี้กับคนอื่น ๆ มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกลายเป็นตัวตลกในสายตาของใครต่อใครมากขึ้นเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดล่ะว่านั่นแหละที่เป็นตัวจุดประกายความสนใจของ Mark Surgent เข้าอย่างจัง เขาจึงพยายามค้นคว้าในแทบทุกข้อมูล(บนโลกอินเทอร์เน็ต) เท่าที่เขาจะหาได้ จนเมื่อรู้สึกตัวอีกที เขาก็กลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของชาว Flat Earther ไปซะแล้ว และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่สารคดีเรื่องนี้จะพาเราไปรู้จักกับโลกใบใหม่ใบนี้ได้อย่างเจาะลึกและเป็นกลางที่สุด ในแบบที่เราคนดูสามารถเต็มใจและเปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่างนี้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยล่ะ

  • ประเภท : ภาพยนตร์สารคดี
  • กำกับ : ดาเนียล เจ. คลาร์ก
  • ช่องทางการรับชม : www.netflix.com

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

 

ความรู้สึกหลังดู ‘โลกใบนี้ที่ว่ากลม | Behind the Curve (2018)’


ต้องบอกกันตามตรงว่าสำหรับสารคดีโลกแบนเรื่องนี้ แค่ Synopsis คร่าว ๆ ที่เห็นอยู่บนหน้าหนัง ก็สามารถดึงดูดให้คนกดเข้าไปดูต่อได้อย่างไม่ยากเย็นแล้วล่ะ เพราะเราเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงอยากจะรู้เหมือนกันว่าในยุคสมัยนี้ กลุ่มคนที่ยังคงเชื่อว่า ‘โลกแบน’ นั้น เขาจะเป็นคนแบบไหน? ใช้ชีวิตยังไง? แล้วอะไรที่ทำให้เขาเชื่อแบบนั้น?

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

ซึ่งแน่นอนว่าสารคดีสามารถพาเราดำดิ่งและจมลงไปได้ลึกมากพอที่จะเปลี่ยนอคติของคนนอกอย่างเรา ๆ ที่อยากจะท้าทายทฤษฎีสุดโต่งของพวกเขา ด้วยการพยายามเปิดใจฟังข้อพิสูจน์ต่าง ๆ จนกระทั่งเมื่อดูสารคดีเรื่องนี้จบ ความคิดท้าทายก็เปลี่ยนไปเป็นความเข้าใจและการยอมรับกฎของการอยู่ร่วมกันบนความคิดต่างได้มากขึ้น นี่แหละสิ่งแรกที่เราจะได้จากสารคดีเรื่องนี้ และมันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

ต้องชื่นชมว่าตัวสารคดีทำได้ดีมากในการนำเสนอมุมมองของคนที่มีความเชื่อว่าโลกแบน มาถ่ายทอดและสื่อสารกับคนดูที่แน่นอนว่าส่วนใหญ่ต้องคิดต่างกัน ให้ออกมาได้อย่างเป็นกลางและไม่ตัดสินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้จริง ๆ ด้วยการตัดสลับฟุตเทจไปมาระหว่างภาพวิถีชีวิตอันแสนปกติสุขของเหล่าบรรดาสมาชิกกลุ่ม Flat Earther ระดับท็อป ที่ทำให้เราได้เห็นอุปนิสัย การใช้ชีวิต และความรู้สึกโดดเดี่ยวที่คนเหล่านั้นต้องเผชิญ จากการถูกผลักไสจากครอบครัวและคนรอบข้างเพียงเพราะพวกเขาเชื่อว่า ‘โลกแบน’ ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วลัทธิหรือสมาคมกลุ่มนี้จึงไม่ต่างอะไรกับ ‘ที่เพิ่งทางจิตใจ’ ของเหล่าคนที่คิดต่างก็เท่านั้น

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

สารคดีจึงพยายามถ่ายทอดให้เราเห็นว่าพวกเขาก็เหมือนคนทั่วไป ไม่ได้มีความผิดปกติ ไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญาถึงขนาดที่จะต้องตกเป็นตัวตลกของสังคมไหน ๆ มันจึงถูกตัดสลับกับภาพกับเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ก็มีข้อเท็จจริงมากมายที่จะนำมาโต้แย้งกับฝั่งตรงข้ามได้อย่างสมเหตุสมผลและพิสูจน์ได้ ในแบบที่ไม่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงการดูถูก หรือเกิดเป็นการ Bully กันแต่อย่างใด มันจึงทำให้เราคนดูรู้สึกดูสนุกเพลิดเพลิน พร้อมกับเปิดโลกใหม่ที่เราแทบไม่เคยคิดจะเข้าไปสนใจเลยด้วยซ้ำ

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

น่าประทับใจที่จุดไคลแมกซ์ของสารคดีอันนี้คืองานประชุม ‘Flat Earth Conferance International’ การประชุมระดับนานาชาติของกลุ่มคนที่เชื่อว่าโลกแบน โดยที่มีคนสนใจซื้อบัตรเข้าร่วมงานนี้มีจำนวนถึงหลักพันคน! แถมยังมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ชุดข้อมูลคร่าว ๆ เหล่านี้ที่สารคดีพยายามจะถ่ายทอดออกมามันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกขำขันหรือรู้สึกดูถูกคนกลุ่มนี้แต่อย่างใด แต่มันกลับทำให้คนดูสารคดีสามารถตกตะกอนในความคิดของตัวเองได้ข้อนึงว่า “ความเชื่อนั้นแข็งแกร่งกว่าความจริงได้เสมอ ถ้ามันยิ่งใหญ่พอ”

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve

และไม่ว่าทฤษฎีสมคบคิดเหล่านี้จะมีความจริงแท้อยู่ในนั้นมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดในตอนจบของสารคดีเรื่องนี้คงไม่ใช่ใครเป็นผู้ชนะบนสังเวียนรูปทรง แต่มันคือความประทับใจที่เราสามารถเปิดใจดูและรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของความเชื่อที่เราไม่แม้แต่จะพยายามเชื่อเป็นชั่วโมง ๆ ได้ โดยที่เราแทบไม่ได้เอาความคติดของตัวเองลงไปตัดสินพวกเขาแม้แต่นิดเดียว เพราะมันไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง แต่มันทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า ทุกคนมีจะสิทธิ์เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อก็เท่านั้นเอง

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve
โลกใบนี้ที่ว่ากลม Behind the Curve (2018)
ความสมบูรณ์ของบท
90
คุณภาพงานสร้าง
80
คุณภาพนักแสดง
90
ความสนุกน่าติดตาม
85
คุ้มเวลา ค่าตั๋ว
90
จุดเด่น
เป็นสารคดีที่มีข้อมูลเยอะ แต่เล่าเรื่องได้สนุกและไม่น่าเบื่อ
ลำดับภาพได้ดี ใช้ประโยชนร์จากภาพในการเล่าเรื่องได้คุ้มค่า
ถ่ายทอดความจริงได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ยัดเยียดความคิดหรือตัดสินแทนคนดู
จุดสังเกต
มีการพูดถึงข้อมูลเชิงวิชาการเยอะในระดับถึง อาจน่าเบื่อนิดนึงสำหรับใครที่ไม่ได้สนใจหรือไม่อินเรื่องเฉพาะกลุ่มแบบนี้
87