Vagabond

[รีวิวซีรีส์] Vagabond: อีกหนึ่งซีรีส์ที่ต้องดู และคำถามสำคัญจะมีภาคต่อมั้ยยยย

Vagabond
90

เรื่องย่อ สตันท์แมนนามว่า ชาดัลกอน (ลีซึงกิ) ซึ่งได้เข้ามาพัวพันกับโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกที่มีหลานชายคนเดียวของเขานั่งไปด้วย และจบลงด้วยการพบเจอเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอรัปชันระดับชาติ และมีเครือข่ายโยงใยไปยังองค์กรระดับโลกด้วย ในขณะเดียวกัน โกแฮริ (แบซูจี) ลูกสาวคนโตของทหารเรือผู้ล่วงลับ ได้ตัดสินใจทำงานในหน่วยความมั่นคงแห่งชาติ (NIS) ในฐานะหน่วยสืบราชการลับประจำต่างประเทศ เพื่อเลี้ยงดูแม่และพี่น้องของเธอ แม้แฮริฝันที่จะได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐธรรมดาก็ตาม แต่ความฝันนั้นก็ถูกท้าทายเมื่อเธอบังเอิญได้พบชาดัลกอนที่กำลังตามหาความจริงในคดีเครื่องบินตก นำมาพาให้ทั้งคู่ระเหเร่ร่อนข้ามประเทศทั้งหนีคนตามฆ่า ทั้งค้นหาผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ในฉากหลังหลายประเทศอย่างเกาหลี โปรตุเกส และโมรอกโค ด้วย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง Vagabond หรือ Baegabondeu (배가본드ซึ่งแปลว่า คนพเนจร

ดราม่าซีรีส์ในซีซันแรกนี้ (ใช่ครับกระแสดีแบบนี้ ไม่จบไวหรอก) มีจำนวน 16 ตอน โดยออกอากาศทางช่อง SBS (Seoul Broadcasting System) ทุกคืนวันศุกร์-เสาร์ เวลา 4 ทุ่มเป็นต้นไป และออกอากาศผ่านทางสตรีมมิงชื่อดังอย่าง เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ในเวลาเดียวกัน ส่งผลปัญหามากมายแก่ผู้ชมอย่างเรา ๆ เพราะต้องตั้งตาคอยดูตอนใหม่มาทุกสัปดาห์เวลา 4 ทุ่มเลย แล้วยิ่งสัปดาห์ไหนทางเกาหลีติดถ่ายทอดสดรายการพิเศษ ชาวเน็ตฟลิกซ์อย่างเราก็ต้องอดดูตามไปด้วย แง่งงง

หลังจากดูทรงแบบด่วนรีวิวกับ 2 ตอนแรกไป (อ่านที่นี่) ก็ขอมาฝอยสรุปหลังดูจบทั้ง 16 ตอนกันอีกรอบว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไรบ้าง และคำถามสำคัญหลังจากนี้จะเป็นยังไงบ้างเราจะได้ดูซีซัน 2 กันมั้ย หรือจะจบแบบปล่อยผู้ชม เคว้ง ตามที่ชาวเน็ตเขาแซวกันนะ (ฮา)

ส่วนที่ชอบ ซีรีส์เริ่มจากเรื่องของคนตัวเล็ก ๆ ที่ถูกผลักให้ไปอยู่ในสถานการณ์ที่ใหญ่เกินตัว จริง ๆ ก็เกินไปเยอะเลย นึกสภาพคนหาเช้ากินค่ำที่อยู่ดี ๆ จะต้องไปเจอทั้งกลุ่มผู้ก่อการร้าย องค์กรนักฆ่า หน่วยข่าวกรองระดับชาติ ระดับข้ามชาติ แวดวงการเมืองประเทศ การเมืองโลก เชส นี่มันอะไรกันเนี่ย ไอ้หนุ่มดวงซวยคนนี้มีนาม ชาดัลกอน เขามีคาแรกเตอร์แนวมุทะลุ ตรง ซื่อ อ่านง่าย ไม่พลิกแพลง เป็นคาแรกเตอร์แบบที่ไม่น่าอยู่ในหนังแนวสายลับสองหน้าไล่ล่าหักหลังคอร์รัปชันได้เลย แต่เพราะแบบนี้ล่ะเลยทำให้ซีรีส์นี้ดูแตกต่างขึ้นมา เขาเหมือนตะปูที่ตอกลงบนไม้แกะสลักมากลวดลายหลอกตา ทำให้เราติดตามเรื่องราวง่ายเข้าใจได้แม้ไม่ชินกับหนังที่พลิกไปมา

Vagabond Vagabond

ข้อดีอีกอย่างคือถึงเขาจะเป็นอย่างนี้แต่เขาไม่ได้โง่เป็นพระเอกละครน้ำเน่า ในจุดวิกฤตเขาคือคนที่มักสังเกตความผิดปกติได้ก่อนใคร เขาสงสัยและหาคำตอบแบบไม่ยี่หระต่ออุปสรรคเลย ชอบประโยคที่ประธานาธิบดีพูดกับเขาในตอนสุดท้ายมากว่า “คุณเป็นคนประเภทที่ต่อให้ฟ้าผ่าใส่ก็คงไม่ตาย” ใครดูมาคงรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ สกิลพระเอกโชคช่วยก็มีบ้าง แต่ดูโดยเนื้อตัวละครนี้ก็มีความพยายามมากกว่าใคร ๆ อยู่มาก และนั่นจึงเปิดโอกาสดี ๆ อย่างการรอดชีวิต และได้รับการช่วยเหลือที่ทันเวลาในเหตุการณ์ต่อมา และนั่นมันเลยสมเหตุสมผลพอที่เราจะไม่คอยดูแล้ว เอ๊ะ อยู่เรื่อย ๆ เช่นหนังบางเรื่องเป็น

VagabondVagabond

ส่วนที่ชอบที่สุดของหนังที่ต้องพูดถึง คือการสร้างตัวร้ายในแบบแข็งแกร่งมาก ๆ เอาชนะได้ยากมาก ๆ ตัวตนที่ใหญ่และเป็นเครือข่ายเป็นอะไรที่แค่คิดก็ท้อแท้แล้ว มันคือไม้ซี่งัดไม้ซุงของจริง และต้องบอกว่าเพราะเหล่าตัวร้ายนี่ล่ะคือตัวเอกตัวจริงที่ทำให้ ฮีโรสง่างาม ทำให้ซีรีส์นี้น่าติดตามของจริงเลย การพลิกสถานการณ์ไปมาก็เป็นความเชี่ยวชาญที่ดีของทีมเขียนบทนี้เหมือนกัน ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร ทำให้ซีรีส์นี้มันมือมากในการย้ายค่ายเปลี่ยนโปรกันอุตลุด ทำเอาเราต้องรอลุ้นดูว่าใครจะมีไพ่ตายอะไรอีก ใครจะหักหลังใครอีก และใครจะพลิกหน้าเผยเบื้องหลังอีก สนุกมากกก

Vagabond Vagabond

และตอนจบที่เตรียมบิ้วต่อไปนี่ก็ทำให้หนังเดินสู่ทิศทางใหม่ ๆ ไปเลย ซึ่งเป็นอะไรที่น่าติดตามมาก เพราะตัวละครแต่ละตัวเปลี่ยนสถานะอัปเลเวลกันเป็นแถว โดยเฉพาะนางเอกของเรานี่พลิกไปแบบเกินเดามากว่าจะมาถึงจุดนี้เลยสินะ นอกจากนี้รูปแบบความสัมพันธ์ที่ผูกโยงแต่ละตัวละครก็ชัดขึ้นเห็นฝั่งฝ่ายชัดขึ้น แต่ชัดขึ้นนี้ก็ยังไขว้กันไปมายุ่งเหยิง และทำให้เรื่องราวยากขึ้นด้วย กลายเป็นปัญหาคนดูจบค้างคาลงแดงอยากรู้เรื่องต่อแบบสุด ๆ ไปเลยซะนี่

VagabondVagabond
ส่วนที่ไม่ชอบ ก็ยังคงรู้สึกเหมือนเดิมกับที่เคยพูดไปในช่วงรีวิว 2 ตอนแรก ว่ารำคาญบุคลิกไม่ยั้งคิดของพระเอก กลางเรื่องค่อนเรื่องผ่านเหตุการณ์มากมายว่าไอ้ที่ทำตามอารมณ์มันฉิบหายขนาดไหน พี่แกก็ยังมีโมเมนต์นั้นให้ได้ติดตามอยู่เนือง ๆ ไม่รู้จักจำ (ฮา) แต่พอดูจนจบก็เข้าใจการวางพัฒนาการตัวละครพอประมาณล่ะนะ ว่าถ้าเรื่องยังไปต่อได้ไกลก็คงไม่อยากรีบให้พระเอกเทพ ให้มีข้อบกพร่องทางอารมณ์นี่ล่ะจะได้ง่อย ๆ หน่อย แล้วก็จริงเลย ในช่วงหักเหใหญ่ในชีวิตพระเอกเราก็ได้พระเอกที่พร้อมไขว้กับคนทั้งโลกขึ้นมาแทนคนเก่า และพร้อม ๆ กันหนังก็สร้างจุดอ่อนใหม่ให้พระเอกและนั่นก็คือ โกแฮริ นางเอกสุดสวยของเรานี่เอง โว้ววว ลงตัวมาก ๆ เลยยอมมองข้ามความขุ่นข้องใจไปได้บ้างล่ะนะ

ด้านที่น่าเสียดายคือฉากแอ็กชันแบบฟรีรันนิ่งที่โชว์ในตอนแรก ๆ หลัง ๆ ก็กลายเป็นแอ็กชันทั่ว ๆ ไปในภายหลัง ถ้าดึงสกิลสตันท์แมนของพระเอกมาเล่นได้อีกเยอะ ๆ น่าจะสร้างความแตกต่างได้ดี

Vagabond
คำถามสำคัญซีซัน 2 จะมาเมื่อไหร่ จะมีภาคต่อมั้ย?

จากข่าวเอ็กซคลูซีฟของสำนักข่าว OSEN  (ใครเก่งภาษาเกาหลีเข้าไปอ่านต้นฉบับได้นะ) ได้ออกมาเผยว่าแหล่งข่าวทางการในบริษัท Celltrion Entertainment โปรดักชันที่อยู่เบื้องหลังการผลิตซีรีส์ชุดนี้ได้ตอบคำถามคาใจแฟน ๆ ว่า “เรายังอยู่ในช่วงคิดวางแผน และยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำภาคต่อ” ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำนะ แต่เพราะว่าซีรีส์ซีซันแรกนี้มันใหญ่โตมาก ทั้งทีมนักแสดงจำนวนมหาศาลทั้งเกาหลีและตัวประกอบต่างชาติ การวางแผนงานสร้างการเขียนบทที่ยาวนานรายละเอียดยุ่บยั่บ มีคิวถ่ายทำข้ามประเทศอีกคือมันยากและวุ่นวายสุด ๆ แค่กระบวนการถ่ายทำอย่างเดียวก็ปาไป 11 เดือนแล้ว

Vagabond Vagabond

ดังนั้นการจะรีบสร้างซีซัน 2 ออกมาได้ทันทีเลยเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องทำบท วางแผนการถ่าย นัดคิวดาราทีมงานอีกสารพัด เรียกว่ามีปัญหาอีกเยอะเลยที่ต้องจัดการ คิดแบบยืนพื้นซีซันแรกกว่าจะได้ดูก็อาจเป็นอีก 2 ปีข้างหน้าเลย (เดาว่าปี 2021) แต่ที่น่าจะทำให้ดีใจขึ้นได้นิดก็ตรงที่ว่าเรตติ้งของซีรีส์นี้ดีมาก ๆ ทำสถิติการฉายที่เกาหลีตอนสุดท้ายไว้ได้ที่ 13% เลยทีเดียว นอกจากนี้กระแสแฮชแท็ก #vagabond ก็มาแรงมากในหลายประเทศเอเชียที่ดูทางเน็ตฟลิกซ์ จึงเป็นเรื่องที่น่าวางใจได้คือมีคนให้ทุนทำต่อแน่ ๆ ล่ะ ทั้ง SBS และเน็ตฟลิกซ์เอง ดีไม่ดีอาจมีสปอนเซอร์ใหญ่ ๆ เข้ามามากขึ้นด้วย ก็หวังว่าทีมงานจะรีบสรุปแผนงานพัฒนาโพรเจกต์นี้ได้ไว ๆ สมใจคอซีรีส์ที่ตามนะ รออออ

สรุปสุดท้าย คุ้มเวลาคุ้มค่ารายเดือนมาก ๆ ใครยังไม่ได้ดูก็ไปดูเถอะ โคตรสนุกเลย ติดตามซีรีส์เกาหลีข้ามโลกเรื่องนี้ทางเน็ตฟลิกซ์ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.netflix.com/watch/81120248

Vagabond

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Vagabond
Vagabond
ความสมบูรณ์ของบท
85
คุณภาพงานสร้าง
90
นักแสดง
90
ความสนุกน่าติดตาม
95
คุ้มค่าเวลาในการรับชม
90
จุดเด่น
ดีงามเยอะ ไม่ต้องสาธยาย ดูเองดีกว่า
จุดสังเกต
ดูแล้วจะติด แล้วจะหงุดหงิดที่ไม่รู้ว่าจะได้ดูต่อเมื่อไหร่ 55
90

แสดงความคิดเห็น