Connect with us

What The Fact

10 ที่สุดอัลบั้มเพลงไทยแห่งปี 2019

ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่คึกคักของวงการเพลงไทย ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยในกระแส หรือว่าอินดี้ก็มีผลงานใหม่ ๆ ออกมาในรูปแบบอัลบั้มกันอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าวงการเพลงไทยมีทางไปต่ออีกไกล ดูจากผลงานใหม่ ๆ ในปี 2019 นี้ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้มใหม่ของศิลปินรุ่นเก๋า อัลบั้มใหม่ของศิลปินเก่าที่กลับมาใหม่ หรืออัลบั้มเต็มชุดแรกของศิลปินใหม่ ๆ ก็เรียกได้ว่าล้วนแล้วแต่น่าประทับใจทั้งนั้น การคัดสรรค์มาเพียง 10 อาจทำให้อีกหลายอัลบั้มดี ๆ ไม่ได้ถูกพูดถึง ก็ขอให้ 10 อัลบั้มนี้เป็นเสมือนตัวแทนภาพของวงการเพลงไทยในปีนี้ที่จะกำลังจะผ่านไป เริ่มต้นปีใหม่เราคงมั่นใจได้ว่ามีอะไรที่น่าตื่นใจรอเราอยู่อย่างแน่นอน


“Aragochina” – Pae Arak


เป็นอัลบั้ม EP เพียงหนึ่งเดียวในลิสต์นี้ ซึ่งเราอดใจไม่ได้ที่จะไม่ให้อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแห่งปีจริง ๆ ด้วยความดีงามและความกล้าที่จะทำอะไรใหม่ ๆ ของ เป้ อารักษ์ เราขอชื่นชมหนุ่มคนนี้ด้วยใจ กับ EP อัลบั้มใหม่นี้ที่เป้พาเราไปไกลกว่างานเดิม ๆ มากโขเลยกับการร่วมงานกันของสามทหารเสือ คือ เป้ อารักษ์,  ฮิวโก้ และ เมฆ Machina (ทำให้อัลบั้มนี้ชื่อ Aragochina เพราะเอาชื่อของทั้งสามคนมารวมกัน) ความสะใจของการได้ฟังทั้ง 6 แทร็กจากอัลบั้มนี้คือการที่มันมีครบรสทั้งเร่าร้อน รุนแรง อ่อนหวาน เร้าใจ รวมไปถึงการจับใส่ส่วนผสมทางดนตรีที่หลากหลายทั้งร็อก แรป, อิเล็กทรอนิกส์, เทคโน และอะไรอีกต่าง ๆ นานา ซึ่งเป้นิยามมันว่าเป็น Sampling Music คือเอานู่นเอานี่มาตัดแปะ โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การเขียนเนื้อของเป้ที่เห็นได้เลยว่ามีการพัฒนาเข้าขั้นเซียน ด้วยการใช้คำได้อย่างลื่นไหลและการเปรียบเปรยในเนื้อหาได้อย่างน่าสนใจ อย่างในเพลง “รักเธอคนเดียว” อันเปิดเพลงมาด้วยท่อน “เธอจะมาในชุดขาว บริสุทธิ์ เมื่อเธอเข้ามาอยู่ใกล้มาให้ฉันดมและสูด”ที่ถ่ายทอดประสบการณ์สารเคมีอันมึนเมา ด้วยการที่ฉากหน้าเป็นเพลงรักติดหญิง แต่เนื้อในเป็นเพลงรักติดยา ส่วนเสียงร้องของเป้ บอกเลยไม่เป็นปัญหามันเข้ากับห้วงอารมณ์และเนื้อหาของเพลงเหล่านี้มาก ๆ หากจะหาอัลบั้มใหม่ที่ advance ขนาดนี้คงไม่มีใครเกินหน้า “Aragochina” ของ เป้ อารักษ์แล้วล่ะ บอกเลยว่าเพลงทั้ง 6 ในอัลบั้มนี้นี่ทีเด็ดจริง ๆ แรก ๆ อาจเหวอหน่อยนะ แต่พอตั้งสติได้แล้วล่ะก็ จะฟังเพลินจนหลงรักเลย

 


“หนีห่าง” – เขียนไขและวานิช


เขียนไขและวานิช คือ ศิลปินโฟล์ครุ่นใหม่ที่มีฝีไม้ลายมือในการเขียนเพลงและเล่าเรื่องผ่านเพลงของเขาได้อย่างเรียบง่ายแต่ลุ่มลึกโดนใจ เป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองยิ่งนักและกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ณ ขณะนี้ บทเพลงของเขียนไขฯ มีความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยห้วงอารมณ์อันเปี่ยมล้นไม่ว่าจะสุข จะเศร้า จะเหงา มันคลอเคล้าเข้าไปในท่วงทำนองโฟล์คอันไพเราะจากกีตาร์อะคูสติกและเสียงร้องอันเป็นธรรมชาติและจริงใจของเขาได้อย่างมหัศจรรย์ ความสำเร็จของเพลง “แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร” คือบทพิสูจน์ความงามและสุนทรีย์ทางดนตรีของเขียนไขและวานิชได้เป็นอย่างดี

 


“หนึ่ง” – กล้วยไทย


เป็นการกลับมาอย่างองอาจของวงเมทัลไทย “กล้วยไทย” กับอัลบั้มใหม่ในรอบ 10 ปีที่มาในรูปแบบของคอนเซปต์อัลบั้มภายใต้คำว่า “หนึ่ง”  เรียงร้อยทุกเพลงด้วยชื่อและเนื้อหาที่ว่าด้วย การเริ่มต้น, ระหว่างทาง, ปลายทาง ที่แทนค่าด้วยจำนวน หนึ่ง”

เหมือนหายไปนานก็เลยจัดเต็มมาเป็นอัลบั้มคู่ที่มีบทเพลงถึง 17 เพลง เท่ากับจำนวนปีที่โลดแล่นอยู่ในวงการดนตรี ความดีงามของอัลบั้มนี้คือการได้กลับมาฟังเพลงของกล้วยไทยอีกครา พร้อมทั้งกลิ่นอายใหม่ ๆ จากการได้ร่วมงานกับศิลปินทั่วฟ้าเมืองไทยทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่หรือรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น แมว จิระศักดิ์, แสตมป์ อภิวัชร์ (ที่เคยเป็นสมาชิกกล้วยไทยมาก่อน) วิน The Ginkz, เอ๋ อีโบล่า, มิสเตอร์ไบรอัน และ ไอดอลสายดาร์ก “Akira Kuro”

รวมไปถึงแรปเปอร์หนุ่มที่มีผลงานของตัวเองออกมาด้วยในปีนี้นั่นก็คือ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ที่มาในเพลง “บ้านหลังที่ 1” ที่สลายความเดือดของทั้งกล้วยไทยและ F.HERO แต่มาใส่ความอบอุ่น ละมุนละไม ในถ้อยคำสละสลวยและเมโลดี้ที่ไพเราะ ในบทเพลงอันงดงามที่พาใจเราไปสัมผัสกับความอบอุ่นที่เราได้รับจากคนที่เฝ้ารอเราอยู่เสมอ ณ บ้านอันเป็นที่กำเนิดของเรา ทำเอาน้ำตาซึมเลยล่ะ

 


“Holland Lop” – Anatomy Rabbit


หากพูดถึงวงอินดี้ที่มาแรงในขณะนี้คงไม่มีใครเกิน “Anatomy Rabbit” สองหนุ่มจากอุดรที่มาพร้อมท่วงทำนองโดนใจที่มีทั้งสนุกสนาน ชวนโยก ล่องลอย เปลี่ยวเหงา Holland Lop คืออัลบั้มเต็มชุดแรกจากสองหนุ่มในท่วงทำนองดนตรีแบบดรีมพอป / ชูว์เกซ ที่มาพร้อมท่วงทำนองที่มีจังหวะจะโคนชวนโยกไปเบา ๆ บางเพลงก็ชวนเหงาเคล้าอารมณ์ล่องลอยผ่านงานดนตรีและเมโลดี้ที่มีความไพเราะและรายละเอียดของดนตรีที่มีลูกเล่นน่าสนใจ แถมยังเขียนเนื้อเพลงได้สนุกโดนใจมีการใช้ภาษาที่น่าสนใจอย่างในเพลง Wonder Why?” ที่ใช้การซ้ำคำแล้วเปลี่ยนเมโลดี้ไปในท่อน “ข้างกายช่างเดียวดาย ในวันที่ฝนพรำ ฝนพรำ ฝนพรำ ฝนพรำ” หรือในเพลง “ยังเยาว์” ที่มีท่อนฮุคร้องว่า ​”เรานั้นยังเยาว์ ยังเยาว์ ยังเยาว์ เรานั้นยังเยาว์ ยังเยาว์ ยังเยาว์” ก็แสดงให้เห็นถึงชั้นเชิงในการเขียนเพลงอย่างดี ทำให้อัลบั้มนี้เป็นอะไรที่ฟังเพลินสุด ๆ และกลายเป็นอัลบั้มขายดีจนหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตอนนี้และกำลังจะกลายเป็นแรร์ไอเท็มต่อไปในอนาคตล ตอนนี้วงก็เพิ่งปล่อย EP ชุดใหม่ออกมาที่ชื่อว่า “หูตก” เรียกได้ว่ากระแสความนิยมจะยังคงสืบต่อไปอีกยาว เฝ้ารอดูกันได้เลยครับวงนี้มีอนาคตไกลอย่างแน่นอน

 


Please Verify That You Are Not A Robot” – Solitude Is Bliss


 

อัลบั้มเต็มชุดที่ 2 จาก Solitude Is Bliss” วงดนตรีอัลเทอร์เนทิฟ / ไซคีเดลิก / โพรเกรสสีฟร็อกจาก เชียงใหม่ ที่มีผลงานน่าประทับใจมาตั้งแต่อัลบั้มแรก “Her Social Anxiety”  กลับมาคราวนี้พวกเขาได้นำพาเอา 12 บทเพลงใน Please Verify That You Are Not A Robot” ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของวงและชั้นเชิงทางดนตรีที่เข้มข้นขึ้น งานเพลงของ Solitude Is Bliss” นั้นน่าประทับใจด้วยรายละเอียดของดนตรีที่มีชั้นเชิงร้อยเรียงลูกเล่นได้อย่างโดดเด่น งานในอัลบั้มชุดนี้ของพวกเขาเหมือนจับเอาวงที่เป็นแรงบันดาลใจอย่าง “Pink Floyd” “Radiohead” หรือ “The Beatles” มาเขย่าคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงของไทย จนรสชาติจัดจ้านถึงใจและเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ โดยมี “เพียงสิ่งเดียว” เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้มที่แย้ม ๆ มาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันก่อนตามโชว์ต่าง ๆ ตอนนี้ก็สมใจได้ฟังฉบับมาสเตอร์เสียที บอกเลยว่ามันทั้งกลมกล่อม ลงตัว สดใหม่ สะใจ หรืออย่างใน “Show Time” ที่เป็นแทร็กแรกของอัลบั้มก็ไม่ธรรมดาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเมโลดี้ร้องไพเราะสดใสที่ใส่มาในดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่มีกลิ่นของความเซิ้งแบบไทย แถมมีรายละเอียดของดนตรีแนวอื่นอย่างแจ๊ส ฟังก์ ใส่เข้ามาเฉย แถมยังมีเครื่องดนตรีซินธ์แบบเธเรมิน (ที่มักใช้ทำเพลงประกอบหนังหลอนในยุคเก่าก่อน) ยิ่งทำให้เรารู้สึกว้าวและเฝ้าฟังไปจนจบอัลบั้มได้ไม่ยากเย็น เป็นอัลบั้มที่ทำให้เรารู้สึกสะใจและอิ่มเอมไปกับเสียงดนตรีมาก ๆ

 


“DEJAVU” – PAUSE


การได้ฟังอัลบั้ม DEJAVUของ Pause คือความสุขล้นของคนชอบฟังเพลงจริง ๆ สุขจากการที่ Pause ได้กลับมาทำงานเพลงของตัวเองอีกครั้งจนมีอัลบั้มเต็มชุดใหม่ สุขที่ Pause ได้นักร้องนำคนใหม่ “เฟ้นท์ ประภาพ ตันเจริญ” ที่มีน้ำเสียงละม้ายคล้ายคลึงกับ “โจ้ อัมรินทร์” (แถมรูปลักษณ์ยังคล้ายกันอีกด้วย) นั่นทำให้จิตวิญญาณของ Pause ยังคงสานต่อได้อย่างงดงามในอัลบั้มนี้ อัลบั้มที่ประกอบไปด้วยบทเพลงรักที่ละมุนละไมและเปี่ยมไปด้วยการมองโลกในด้านงดงาม ไม่มีเพลงไหนเลยที่พาใจเราเศร้าเมื่อเราสัมผัสมันกลับพาใจเราสุขพองฟูและอบอุ่นอยู่ข้างในลึก ๆ “อกหักอย่างเบิกบาน” น่าจะเป็นตัวอย่างเพลงที่ดีที่แทนความงดงามที่มีในอัลบั้มนี้ แม้กระทั่งในชื่อเพลงมันก็ได้บ่งบอกแล้วว่าการมองโลกของ Pause นั้นงดงามเพียงใด อกหักนะแต่ก็เข้าใจและเบิกบาน ถึงเศร้าแต่ก็เศร้าอย่างสุข แถมท่วงทำนองของบทเพลงนี้ยังชี้ชวนให้นึกถึงบทเพลงรักคลาสสิกของ Pause อย่าง “ที่ว่าง” อีกด้วยไม่ว่าจะในท่วงทำนองของเมโลดี้หรือในรายละเอียดของดนตรีลองฟังดูสิครับแล้วคุณจะหลงรักเพลงนี้รวมไปถึงบทเพลงทั้งหมดในอัลบั้มนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้อัลบั้มนี้ยังมีความพิเศษตั้งแต่แทร็กแรกของอัลบั้ม “รักอยู่รอบกาย” ที่ทำให้เราได้ฟังเสียง “โจ้ อัมรินทร์” อีกครั้ง ซึ่งโจ้ได้อัดเอาไว้ก่อนที่จะจากไป ถือได้ว่าเป็นน้ำเสียงอันงดงามเพลงสุดท้ายที่โจ้ได้ทิ้งไว้ให้กับ Pause และแฟนเพลงชาวไทย นั่นยิ่งทำให้อัลบั้มคู่ควรที่จะเป็นอัลบั้มแห่งปีจริง ๆ


“แรก” – The Parkinson


“แรก” คืออัลบั้มเต็มชุดแรกของ The Parkinson อันเป็นตัวอย่างที่ดีของเพลงไทยสไตล์โซลแท้ ๆ ด้วยการปรุงรสอันกลมกล่อมโดยสมาชิกทั้งสามของ The Parkinson ที่จับเอาดนตรีโซลที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดใดในบ้านเรามาคลุกเคล้าให้เข้ากับท่วงทำนองเพลงร็อกและพอปแบบไทย ๆ จนได้รสชาติที่จัดจ้านโดนใจแต่ก็ละมุนละไมกลมกล่อมเคล้ารสหวานได้อย่างลงตัว อัลบั้มนี้มีตั้งแต่เพลงสุดโรแมนติกอย่าง “จะบอกเธอว่ารัก” เพลงเศร้าเหงาซึ้งอย่าง “เพื่อนรัก” หรือเพลงน่ารัก ๆ อย่าง “แค่นี้…พอ” แม้แต่โบนัสแทร็ก “ไม่จำ” ก็ยังจัดว่าเด็ด นี่คืออัลบั้มที่ฟังเพราะฟังเพลินที่สุดอัลบั้มหนึ่งของปีนี้ ที่ไม่ว่าจะหยิบมาฟังกี่ครั้งกี่รอบเราก็รู้สึกประทับใจและรู้สึกดีแฮปปีสุด ๆ

 

 


“นี่แหละชีวิต” – น้อย พรู


อัลบั้มที่กลั่นกรองมาจากหนึ่งรอบชีวิตของชายที่ชื่อว่า “น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์” หรือที่เราเรียกเขาว่า “น้อย พรู”  “นี่แหละชีวิต” เปรียบเสมือนตัวแทนในแต่ละขวบปีเหล่านี้ ที่น้อยถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลัง เสน่ห์ของงานชิ้นนี้มันคือการขับขานเรื่องราวของมนุษย์ปุถุชน ผ่านมุมมองอันละเอียดอ่อนและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของน้อยจนแทบจะเป็นบทเพลง “เพื่อชีวิต” ในท่วงทำนองแบบ”อัลเทอร์เนทีฟอันดรามาติก”  ลักษณะเพลงในแต่ละเพลงจากอัลบั้ม “นี่แหละชีวิต” เหมือนกับเป็นสกอร์ภาพยนตร์ที่หนึ่งเพลงใช้ประกอบแต่ละฉาก ซึ่งมันให้บรรยากาศ ความรู้สึกและเรื่องราวในแต่ละฉากของชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อมาอยู่รวมกันมันก็กลายเป็นภาพยนตร์ชีวิตเรื่องหนึ่งที่มีความสมบูรณ์ อย่างในเพลง “นี่แหละ…ชีวิต” ไตเติลแทร็กเพลงที่ลงตัวทั้งในเนื้อหาและท่วงทำนองเป็นเพลงที่รวดร้าวแต่งดงามอย่างรุนแรง ลองเจอสามประสาน อะคูสติกกีตาร์ เปียโน และเชลโล่กับเครื่องสาย ก็ทำเอาเราดิ่งกันสุดๆ แถมยังมีพาร์ทหลังที่มีเสียงกลองกับเครื่องสายให้อารมณ์ซีเนมาติก ยิ่งเพิ่มความร้าวลึก ลุ่มลึกได้อย่างเข้มข้น การมาถึงของอัลบั้มนี้ทำให้เราได้รู้เลยว่า “น้อย พรู” คือ ศิลปินคุณภาพที่แท้จริงของวงการเพลงไทย

 


“วิชาตัวเบา” – Bodyslam


อัลบั้มชุดที่เจ็ดจากวงร็อกขวัญใจมหาชน จากประสบการณ์ของวงที่สั่งสมมาตั้งแต่การเล่นจากเวทีเล็ก ๆ ตามผับ ตามบาร์ มหาวิทยาลัย ไล่ไปจนถึงเวทีใหญ่ในระดับสนามกีฬาแห่งชาติ มันยิ่งทำให้เห็นว่าวงนี้แทบจะผ่านมาทุกสมรภูมิแล้ว รวมไปถึงสมรภูมิชีวิตที่ทางวงได้ผ่านพบประสบการณ์ต่าง ๆ มามากมาย โดยเฉพาะกับพี่ตูนนอกจากจะได้ไปบวชเรียนมาและได้ออกวิ่งเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นอันเป็นภารกิจที่ต้องใช้แรงกายแรงใจมากล้นเกินว่าที่ใครคนหนึ่งจะทำได้ ประสบการณ์เหล่านี้ได้ตกตะกอนอยู่ภายในและกลั่นออกมาเป็นบทเพลงที่เปี่ยมไปด้วยความคมคายซึ่งเราพอเห็นได้ตั้งแต่อัลบั้มชุดก่อนคือ “ดัม-มะ-ชา-ติ” จนในชุดที่เจ็ด “วิชาตัวเบา” นี้เราได้เห็นถึงพัฒนาการทั้งในด้านเนื้อหาและดนตรี ในส่วนของดนตรี Bodyslam มีความเป็นทีมเวิร์กอย่างชัดเจน รายละเอียดในแต่ส่วนล้วนเติมต่อกันจนแน่นแฟ้นแข็งแรง ไม่มีเครื่องดนตรีใดเด่นเกินกว่ากัน หากแต่เกี่ยวร้อยกันไปด้วยความสัมพันธ์อันแนบแน่น ส่วนในเรื่องเนื้อหาของเพลงนั้นมันเปี่ยมไปด้วยวุฒิภาวะและมีการเจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าในเนื้อหน้าของเพลงจะยังของเป็นเพลงที่พูดถึง “เธอกับฉัน” แต่เนื้อในของบทเพลงแต่ละเพลงนั้นกลับซ่อนเอาไว้ด้วยสารัตถะเชิงปรัชญาและแง่คิดในชีวิตที่งดงาม ยกตัวอย่างเช่น ซิงเกิลแรกเปิดตัว “ใคร คือ เรา” ที่ตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของเราว่าแท้จริงแล้วนั้นเราคือใครเราจะไปยังที่แห่งใดชีวิตนี้ใช้ไปเพื่อใครอันเป็นบทเพลงที่ปลุกปลอบกำลังใจสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตของเราต่อไป หรือจะเป็นเพลง “วิชาตัวเบา” ไตเติลแทร็กอันเป็นเสมือนตัวแทนหัวใจของอัลบั้มนี้ที่พูดถึงการรักอย่างถูกวิธีนั่นคือ “รักด้วยความเข้าใจ” ซึ่งไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะเป็นอย่างไรเมื่อรักด้วยความเข้าใจแล้วไม่นานความสุขและสงบจะบังเกิดมีขึ้น หรือจะเป็นเพลง “149.6” ที่เอาเรื่องราวของระยะห่างระหว่างโลกและดวงอาทิตย์มาใช้เป็นกิมมิคของบทเพลงที่พูดถึงระยะห่างของความสัมพันธ์อันเป็นระยะที่กำลังพอดีเหมือนโลกกับดวงอาทิตย์ที่ห่างกันพอดี หากใกล้เกินไปก็แผดเผา หากไกลเกินไปก็มืดมน เฉกเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่หากเราหาระยะห่างที่เหมาะสมได้แล้ว นั่นคือความห่างไกลที่ใกล้ที่สุดแล้ว ช่างคมคายลุ่มลึกและงดงามและนี่ก็คือบทเพลงของ Bodyslam ในยุคนี้ที่ทำให้เรารู้เลยว่านี่แหละคือที่สุดของวงร็อกของไทยเลยจริง ๆ

 


“Into The New Era” – F.HERO


หากเปรียบอัลบั้มนี้เป็นหนังมันก็เป็นหนังดราม่าชั้นดีที่ไม่ได้มาพร้อมท่าทีชวนง่วงนอน หากแต่มีความเร้าใจในทุกบททุกตอน แถมยังมีวิธีการเล่าเรื่องที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงและตัวละครที่มีมิติของความเป็นมนุษย์ครบถ้วน ในภาษาภาพยนตร์เรียกว่าตัวละครแบบกลมหรือ Round Character คือมีดีมีเลวแบบปุถุชนและชวนให้เราเข้าถึงเข้าใจในตัวละครนั้นนั่นเอง

จุดเด่นสำคัญประการหนึ่งใน Into The New Era คือการที่กอล์ฟได้ร่วมงานกับศิลปินรุ่นเล็กรุ่นใหญ่หลากหลายแนวจากใต้ฟ้าเมืองไทยซึ่งสร้างความมหัศจรรย์และส่วนผสมที่แปลกใหม่ให้กับบทเพลงของกอล์ฟ ยกตัวอย่างเช่น “ใหญ่แล้วอดเอา” ที่ได้เจ้าแม่บทเพลงล้านนา “สุนทรี เวชานนท์”และ “ปู่จ๋าน ลองไมค์” มาฟีเจอริ่ง และได้ MVL (เป้ วง Mild) มาโปรดิวซ์ให้ มันยิ่งทำให้บทเพลงนี้มีรสชาติที่กลมกล่อมเมื่อดนตรีโฟล์คล้านนามาผสมผสานกับดนตรีแรปร่วมสมัย มันช่างเป็นรสชาติอะไรที่กลมกล่อมเหลือเกินเป็นบทเพลงที่งดงามสละสลวยคมคาย หรือจะเป็นเพลง “บนพระจันทร์” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของกอล์ฟและพ่อ การได้ฟังเพลงนี้เหมือนเราได้ชมภาพยนตร์ดราม่าชั้นดีที่มีการร้อยเรียงเรื่องได้อย่างมีจังหวะจะโคน ชวนเราเฝ้าติดตามท่ามกลางท่วงทำนองที่ขับกล่อมเราไปด้วยความอบอุ่นละมุนจากใจของกอล์ฟผสานเสียงร้องจริงใจและการบรรเลงกีตาร์ ฮาร์โมนิกาอันเรียบง่ายแต่งดงามของรุ่นใหญ่ตำนานเพลงเพื่อชีวิตอย่าง “อ.ไข่ มาลีฮวนน่า” ยิ่งทำให้บทเพลงระหว่างลูกและพ่อมีความลุ่มลึกมีมิติอันลึกซึ้งและงดงามเข้าถึงใจเราได้อย่างดีที่สุด การเขียนเนื้อของกอล์ฟนั้นเรียกได้ว่าอยู่หมัดเปรียบได้กับการเขียนบทหนังชั้นดีมีการไล่เรียงเรื่องได้เป็นอย่างดี มีพลิกผัน ขัดแย้ง และพาเราไปสู่ไคลแมกซ์ที่เรียกน้ำตาของเราออกมาได้อย่างกั้นไว้ไม่มีอยู่จริง ๆ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ “Into The New Era” อัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตของ “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” แรปเปอร์ผู้ร่ายถ้อยคำได้เร้าใจและงดงามราวมนตราสะกดใจผู้ฟัง ไม่ได้เป็นเพียงหนังดราม่าชั้นดีธรรมดา หากแต่ว่ามันสามารถเทียบได้กับหนังดราม่ารางวัลออสการ์ได้แบบสบาย ๆ เลยทีเดียว และจะมีเหตุผลอันใดที่อัลบั้มนี้จะไม่เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดแห่งปีนี้

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น