Connect with us

What The Fact

อาจจะได้เห็น Spider-Man มาปรากฏตัวใน Venom2

มีข่าวลือออกมาเมื่อปลายปีว่า ทอม ฮอลแลนด์ อาจจะสวมชุด Spider-Man ไปโผล่ใน Venom 2 กับเขาด้วยในบทรับเชิญ ตั้งแต่ข่าวออกมา เราก็ไม่ได้เห็นโซนี่ หรือบรรดานักแสดงออกมาแก้ต่างข่าวที่ว่า ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าข่าวที่ว่า น่าจะมีมูล ก็เป็นไปได้สูงว่าเราอาจจะได้เห็นการร่วมมือกันของ Venom และ Spider-Man ใน Venom 2 ที่เปิดกล้องไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ที่จริงแล้ว ข่าวที่ว่า Spider-Man จะไปปรากฏตัวในหนัง Venom ก็ไม่ใช่ข่าวใหม่ เคยมีการพูดคุยกันระหว่าง โซนี่และมาร์เวล ในเรื่องนี้มาตั้งแต่ Venom ภาคแรก ในตอนนั้นก็ยังมีข่าวออกมาว่ามีคนเห็น ทอม ฮอลแลนด์ ในกองถ่ายด้วย แต่เราก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของ Spider-Man ใน Venom ภาคแรก ที่เห็นทอม ฮอลแลนด์ อาจจะแวะไปเยี่ยมเยียนพูดคุยแค่นั้นกระมัง แต่สาเหตุใหญ่ที่ Spider-Man ไม่ได้ไปแจมใน Venom ก็เพราะ เควิน ไฟกี ไม่เห็นชอบด้วยกับไอเดียที่ว่า แต่เกมมันเปลี่ยนไปล่ะ หลังจากที่มาร์เวลและโซนี่ ได้เจรจากันรอบใหม่เมื่อซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา หลังจากเจรจาในรอบนั้น มาร์เวลก็ดูจะโอนอ่อนผ่อนปรนกับข้อเสนอของโซนี่มากขึ้น แค่ขอให้ได้เก็บ Spider-Man ให้คงอยู่ในจักรวาลหนังมาร์เวลต่อไป

ทางโซนี่เองก็ไม่แสดงเจตนาอ้อมค้อมแต่อย่างใด ว่าทางเขาต้องการให้ Spider-Man มาร่วมแจมใน Venom 2 อย่างจริงจัง ซึ่งถ้าได้ Spider-Man มาร่วมด้วย โอกาสต่อยอดให้ Venom 3 ขยายเรื่องราวให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ก็เป็นโอกาสที่ดีต่อโซนี่เอง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของแฟน ๆ ที่อยากเห็น ทอม ฮาร์ดี้ และ ทอม ฮอลแลนด์ ปรากฏตัวบนจอใหญ่ร่วมกันเสียที เราจะได้ดู Venom 2 กันในปลายปี 2020 นี้ มีข่าวแย้มออกมาอีกว่าภาคนี้บรรยากาศหม่นกว่าภาคแรกเสียอีก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความต้องการของ ทอม ฮาร์ดี้ เอง ที่ยังไม่พอใจกับภาคแรก ว่ายังไม่ดาร์กพอ บวกกับความสำเร็จของ Joker และ the Deadpool ที่ยิ่งดาร์กก็ยิ่งประสบความสำเร็จ ทำให้ทางโซนี่เริ่มเห็นพ้องกับทิศทางนี้ ก็เป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็น Venom 2 ที่ดาร์กและโหดกว่าเดิม

ส่วนความคืบหน้าของ Spider-Man 3 ก็วางกำหนดเปิดกล้องไว้ช่วงซัมเมอร์ปีนี้ล่ะ ก็เป็นสัญญาณอันดีที่เราจะยังได้เห็น Spider-Man ในจักรวาลมาร์เวลกันอีกสักเรื่อง เควิน ไฟกี ยังได้นั่งตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างของหนังเช่นเคย ส่วนแบ่งของ Spider-Man 3 นั้น ดิสนีย์และมาร์เวลจะออกทุนสร้าง 25% แล้วก็ได้รับผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่ง 25% จากกำไรของหนังเช่นกัน ก็ดูแฟร์ ๆ ดีนะครับ อย่าผิดใจกันอีกนะ สงสารไอ้หนู ทอม ฮอลแลนด์ มัน ต้องเหนื่อยเป็นตัวกลางเจรจา

 

 

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น