ถ้าพูดถึงฆาตกรที่สังหารเหยื่อผู้บริสุทธิ์ เรามักจะสันนิษฐานถึงตัวฆาตกรว่าน่าจะเป็นพวกหัวรุนแรง อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ใช้ความรุนแรง หรือเคยผ่านสนามรบมาก่อน อาจจะเป็นผู้ที่ด้อยการศึกษา ขาดภาวะการควบคุมอารมณ์ ฉะนั้นอาชีพ ครู อาจารย์ ไม่น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มที่กล่าวมา ในฐานะอาชีพแม่พิมพ์ของชาติ เป็นอาชีพที่ต้องมีความอดทนอดกลั้นพอควร ต่อการรับมือบรรดาลูกศิษย์จำนวนมากในแต่ละวัน ครูต้องเป็นผู้มีปนิธานแน่วแน่ที่จะผลักดันศิษย์ของตนให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แต่เมื่อเราได้ยินข่าวที่ “ครู” ตกเป็นผู้ต้องหา ก็ยิ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ที่ครูจะกลายเป็นบุคคลที่กระทำความรุนแรงถึงขั้นก่อเหตุฆาตกรรมได้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่เกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์ แต่ละครั้งที่เกิดขึ้นก็เป็นข่าวใหญ่และผู้คนให้ความสนใจเสมอมา และนี่คือ 10 คุณครูสุดโหดที่สุดในประวัติศาสตร์

10.มีสามีแล้วทำไมไม่บอก


นาธาเนียล เมลเลอร์สัน เป็นคุณครูสอนคอมพิวเตอร์วัย 29 ปี ประจำอยู่ที่วิทยาลัยชุมชน ไมอามี เดด รัฐฟลอริดา นอกจากสอนประจำในวิทยาลัยแล้ว นาธาเนียล ยังรับสอนส่วนตัวด้วย แล้วหนึ่งในลูกศิษย์ที่จ้างสอนส่วนตัวก็คือ แคธี เอสเซอรี วัย 36 ปี ถ้าจะเล่าต่อว่าครูหนุ่มกับลูกศิษย์สาวจะเกิดความพิศวาสต่อกัน คงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แล้วก็เกิดกรณีเช่นนี้กับนาธาเนียลและแคธี ซึ่งแม่ของนาธาเนียลออกมายืนยันว่าทั้งคู่คบหากันกว่า 2 เดือนแล้ว

แต่ปัญหามันอยู่ที่แคธีมีสามีแล้วนี่สิ มีสามีแล้วมากุ๊กกิ๊กกับคุณครูยังไงก็ผิดนะ แต่แคธีอาจจะตั้งใจคบสนุก ๆ แค่ชั่วครั้งชั่วคราวกระมัง แต่นาธาเนียลเริ่มจะรุกล้ำเข้าไปในชีวิตส่วนตัว ซึ่งแคธีปิดบังความสัมพันธ์นี้เป็นความลับโดยที่ครอบครัวเธอไม่ได้รับรู้ ทำให้แคธีตัดสินใจบอกความจริงว่าเธอมีสามีแล้วและต้องการยุติความสัมพันธ์กับนาธาเนียล พอรู้ความจริงทำให้นาธาเนียลโกรธเคืองอย่างหนักที่แคธีไม่เคยบอกกับเขาว่าแต่งงานแล้ว และยังต้องการเลิกรากับเขาอีก

14 มกราคม 1997 นาธาเนียล ตัดสินใจรุดไปหาแคธีที่บ้านของเธอ ซึ่งแคธีอาศัยอยู่กับพ่อแม่และจอฟฟรี สามีของเธอ แต่แคธีและจอฟฟรีไม่อยู่บ้านในขณะนั้น นาธาเนียลยืนยันว่าขอเข้าไปนั่งรอในบ้าน จนกระทั่งทั้งคู่กลับมาถึงบ้าน พอจอฟฟรีรู้ว่านาธาเนียลคือชายชู้ที่มีสัมพันธ์กับภรรยาของเขา ทำให้ทั้งคู่เกิดชกต่อยกัน แต่นาธาเนียลเตรียมปืนพกมาด้วย เขาลั่นกระสุนใส่จอฟฟรีก่อน แล้วหันไปเล็งใส่แคธีอีกราย สุดท้ายนาธาเนียลลั่นกระสุนปลิดชีพตัวเอง ส่วนพ่อแม่ของแคธีรอดตายมาได้หวุดหวิด

9.เอา 30 เซ็นต์คืนมา

โรงเรียนมัธยม ซิโธโคไซส์ เมืองเดอร์บาน แอฟริกาใต้

โรงเรียนมัธยม ซิโธโคไซส์ เมืองเดอร์บาน แอฟริกาใต้

ถ้าเอ่ยคำว่าเหตุกราดยิง เรามักจะนึกถึงผู้ก่อเหตุว่าเป็นนักเรียนที่ผ่านสภาวะกดดันมาจากเพื่อนร่วมชั้นหรือครอบครัว แต่กรณีเกิดจากฝีมือครูครับ เรื่องเกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 1999 ในโรงเรียนมัธยม ซิโธโคไซส์ เมืองเดอร์บาน แอฟริกาใต้ เหตุจากโรงเรียนได้จัดทัศนศึกษานอกโรงเรียน ทางโรงเรียนเก็บค่าใช้จ่ายกับนักเรียนไปแล้วคนละ 1.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วไม่รู้ด้วยอีท่าไหน นักเรียนรายหนึ่งไปค้นพบความจริงว่า ค่าใช้จ่ายในทริปนี้แล้วจริง ๆ แค่ 1.3 ดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น ทำแบบนี้แปลว่าครูใหญ่โกงนักเรียน ค้ากำไรกับนักเรียน แอฟริกาใต้เป็นประเทศยากจนครับ 30 เซ็นต์ ก็ประมาณแค่ 9 บาท แต่สำหรับนักเรียนกลุ่มนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ก็เลยมีการปลุกระดมในหมู่นักเรียน เหล่านักเรียนเรียกร้องให้ครูใหญ่คืนเงิน 30 เซ็นต์มาให้พวกเขา แต่ไม่มีการตอบสนองจากครูใหญ่ ทำให้เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นความรุนแรง

กลุ่มนักเรียนปิดล้อมโรงเรียนใช้ก้อนหินเขวี้ยงปาใส่รถของครูใหญ่ ทำให้ครูใหญ่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยเสียแล้ว รีบไปแอบในห้องสมุด กลุ่มนักเรียนตามไปล้อมห้องสมุดแล้วใช้ก้อนหินเขวี้ยงทำลายกระจกหน้าต่างห้องสมุด ครูใหญ่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองจนมุมตกอยู่ในอันตราย แล้วการตอบโต้ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ครูใหญ่และครูผู้ช่วยเริ่มสาดกระสุนออกมาจากห้องสมุด ผลคือนักเรียนวัย 19 คนหนึ่ง เสียชีวิตทันที อีกสองคนวัย 19 และ 18 ปี บาดเจ็บสาหัส ครูใหญ่และครูผู้ช่วยมอบตัว พวกเขาให้การต่อสู้ในชั้นศาลว่า ทำไปเพราะเป็นเหตุสุดวิสัยในการป้องกันตัว ทำให้ทั้งคู่ได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินเพียง 160 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการออกมาให้ความเห็นว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคุณครูทั้งสอง

8.เลิกยุ่งกับน้องสาวชั้นนะ

วิเนย์ มาห์โต กับภาพจากกล้องวงจรปิด

วิเนย์ มาห์โต กับภาพจากกล้องวงจรปิด

มาอ่านเรื่องราวในอินเดียบ้าง เหตุเริ่มจากคดีปริศนา คืนหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 มีผู้พบร่างของ วิเนย์ มาห์โต เด็กชายวัย 12 อยู่ในสภาพบอบช้ำจากการทุบตีอย่างรุนแรง วิเนย์นอนไม่ได้สติอยู่บนขั้นบันไดบ้านพักนักเรียน ของโรงเรียนนานาชิตแซฟไฟร์ กรุงรานจี ประเทศอินเดีย ผู้พบเห็นเหตุการณ์รีบแจ้งรถพยาบาลมารับร่างของวิเนย์ไปอย่างเร่งด่วน แต่โชคร้ายวิเนย์เสียชีวิตระหว่างทาง เพราะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะ หน้าอก และตับ ตำรวจจึงรีบดำเนินการสืบค้นถึงคดีปริศนานี้อย่างเร่งด่วนว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิเนย์กันแน่

การสืบสวนเริ่มจากดูเทปกล้องวงจรปิดแล้วก็ได้เบาะแส ในเทปนั้นมองเห็นว่าวิเนย์ออกจากที่พักของเขา หลังเที่ยงคืนเล็กน้อย แล้วมุ่งหน้าไปส่วนที่พักของอาจารย์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก แต่ยังไม่มีเบาะแสว่าวิเนย์ไปที่นั่นทำไม มีธุระกับคุณครูคนไหน ทำให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนบรรดาคุณครู เริ่มมีเค้าลางตัวคนร้ายล่ะ เมื่อคุณครูหลายคนให้การตรงกันว่า วิเนย์ไปพบคุณครูหญิงชื่อ เนซมา คาธูน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้

เล่าเลยแล้วกันว่า เหตุเสียชีวิตของวิเนย์เกิดขึ้นดังนี้ เหตุที่วิเนย์ไปที่บ้านพักของคุณครูเนซมาในคืนนั้นก็เพราะ ลูกชายคนโตของครูเนซมาชักชวนวิเนย์ให้มาทานอาหารที่บ้าน (กินข้าวมื้อไหนเนี่ย ดึกจัง) แต่เหตุผลแท้จริงที่ลูกชายครูเชิญวิเนย์มาก็เพราะ เขาไม่พอใจที่วิเนย์ไปติดพันน้องสาววัยเพียง 11 ปีของเขา แล้วขอให้วิเนย์เลิกยุ่งเกียวกับเธอซะ แต่วิเนย์ยืนกรานจะคบหากับเด็กหญิงต่อไป สร้างความแค้นเคืองให้กับพี่ชาย จึงลงมือทุบตีวิเนย์ เสียงทะเลาะวิวาทดังจนทำให้ครูเนซมา และลูกสาวตื่นขึ้นมา แต่ก็ไม่ทันการล่ะ วิเนย์โดนทุบตีอย่างรุนแรงจนไม่ได้สติ ตรงนี้ล่ะที่มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ประหลาดมาสำหรับคุณครูเนซมา เธอแก้ไขสถานการณ์ด้วยการอุ้มตัววิเนย์ขึ้นไปชั้นสองของบ้าน แล้วทุ่มร่างของวิเนย์ลงมากระแทกพื้น อาจจะเป็นการกลบเกลื่อนรูปคดีก็ได้มั้ง วิเนย์อาจจะได้สติขึ้นมา แล้วพยายามพาร่างตัวเองกลับบ้านแต่ก็ไปถึงได้แค่บันไดก่อนจะสิ้นใจในเวลาต่อมา

7.ครูบ้า…อย่าล้อเล่น

ครูยู ฮากิโนะ กับเหยื่อนักเรียนหญิง ซายาโนะ โฮริโมโตะ

ครูยู ฮากิโนะ กับเหยื่อนักเรียนหญิง ซายาโนะ โฮริโมโตะ

ยู ฮากิโนะ คุณครูชั่วคราววัย 23 ปี ประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวนี้เกิดในเดือนธันวาคม ปี 2005 คุณครูยูได้ถูกว่าจ้างให้ไปสอนส่วนตัวแก่เด็กหญิงซายาโนะ โฮริโมโตะ นักเรียนชั้น ป.6 แต่หลังจากสอนได้ไม่นาน ผู้ปกครองของซายาโนะ ก็ของยุติการว่าจ้าง ให้เหตุผลว่าคุณครูยูเข้ากับลูกสาวเขาไม่ได้ดี และเด็กหญิงซายาโนะเองก็ชอบล้อเลียนคุณครูอยู่บ่อยครั้งด้วย

เมื่อรู้ข่าวว่าถูกเลิกจ้าง ทำให้ยูหัวเสียอย่างมาก เขาไปซื้อค้อนและมีดยาวไว้ แต่ยังไม่ได้ก่อเหตุร้ายแต่อย่างใด หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ มีการสอบปลายภาคในวันเสาร์ที่โรงเรียน คุณครูยูมาดักรอพบซายาโนะ แล้วหาช่วงจังหวะลากตัวเธอไปห้องส่วนตัวแล้วปิดล็อกประตู ไม่มีใครรู้ความจริงว่าเกิดอะไรในห้องนั้นบ้าง เพราะซายาโนะไม่สามารถให้การได้ แรกเริ่มเธอถูกครูยูทุบตีด้วยค้อน แต่ก็หลบได้ทัน ทำให้ครูยูยิ่งบันดาลโทสะ เปลี่ยนมาใช้มีดที่ซื้อเตรียมไว้ เป็นมีดที่ยาวถึง 1 ฟุต ครูยูแทงเข้าที่หน้าอก คอ และใบหน้าของเด็กหญิงยู ถึง 13 แผล ครูยูรีบหนีจากที่เกิดเหตุ แต่โทรไปสารภาพกับพ่อของเขาว่าเพิ่งก่อเหตุฆาตกรรม

ยู ฮากิโนะ ถูกตัดสินให้จำคุก 18 ปี แต่ในปี 2009 ศาลก็ลดโทษให้เหลือเพียง 15 ปี เหตุเพราะวินิจฉัยว่า ครูยูไม่อยู่ในสภาวะที่ควบคุมร่างกายหรือจิตใจได้ในขณะก่อเหตุฆาตกรรม

6.สวัสดิการรักษาพยาบาลครูสำคัญยิ่งนัก


เฉิน ไปก๋วน เป็นคุณครูสอนวิชาภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นหยางกัน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ครูเฉินมีอาการทางประสาท เขาทนทุกข์กับโรคนี้มายาวนานถึง 6 ปี เฉินไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แพทย์แนะนำให้เขาเข้าพักเป็นคนไข้ใน ดูอาการระยะยาวถึงหนึ่งเดือน แต่ปัญหาหนักคือโรงเรียนนี้ไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้กับคุณครู ครูเฉินเองก็ไม่มีเงินพอจะจ่ายค่ารักษาได้เอง เขาต้องออกจากโรงพยาบาลมาสอนหนังสือตามเดิม แต่ที่ประหลาดคือโรงพยาบาลออกใบรับรองว่าเขาอยู่ในสภาพปกติดี

ครูเฉินก็สอนหนังสือต่อไป แต่ยังคงไปโรงพยาบาลเพื่อรับยาระงับอาการทางประสาทอยู่เรื่อย จนถึงเดือนมกราคม ปี 2003 ครูเฉินประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก เขาไม่มีเงินพอจะจ่ายค่ายา ทำให้อาการทางประสาทกำเริบรุนแรง แล้วก็มาถึงจุดรุนแรงสุดในวันที่ 25 มกราคม 2003 ครูเฉินถือมีดทำครัวเล่มยาวตรงมาที่หอพักคุณครู เคาะประตูห้องพักครู แล้วแทงเหยื่อรายแรกที่เปิดประตูออกมา จากนั้นก็แทงดะ ตวัดมีดมั่วไปมาใส่ทุกคนที่อยู่ใกล้ กว่าจะรวบตัวได้ ครูเฉินก็สังหารเด็กนักเรียนไปแล้ว 4 ราย มีเพื่อนครูและเด็กนักเรียนบาดเจ็บอีกหลายราย

5.ผมไม่ผิด


รายนี้ย้อนอดีตไปถึงปี 1975 เหตุเกิดในเมืองอีรี รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เหยื่อในคดีนี้คือเด็กสาววัย 16 ปี ชื่อ เด็บบี แกมมา คืนหนึ่งในเดือนสิงหาคม 1975 เด็บบี มีปากเสียงกับแม่ของเธออย่างรุนแรง แล้วก็วิ่งออกจากบ้านไปกลางดึก นั่นคือครั้งสุดท้ายเลยที่มีผู้พบเห็นเด็บบีขณะยังมีชีวิต 4 วันต่อมา เด็บบี ก็ถูกพบเป็นศพสภาพขึ้นอืดลอยอยู่ในลำธารคิวซีวาโก สภาพศพของเด็บบีนั้น ข้อมือ ขา และคอถูกมัดด้วยสายไฟ ชันสูตรศพแล้วพบว่าเธอตายเพราะถูกรัดคอด้วยสายไฟและถูกกระทำชำเราทางเพศก่อนเสียชีวิต

อาจจะด้วยเทคโนโลยีที่ยังล้าหลังในยุคนั้น ทำให้การสืบหาฆาตกรในคดีนี้ต้องใช้เวลายาวนานถึง 400 วัน ข้ามปีกันเลยเชียว กว่าจะระบุตัวคนร้ายได้ นั่นก็คือ เรย์มอนด์ เดล เพย์น ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษซึ่งมีความสนิทสนมกับเด็บบี แกมมา เป็นพิเศษ ซึ่งตลอด 400 วันในการทำคดี คุณครูเรย์มอน์ด ก็ไม่มีท่าทีพิรุธ เขายังคงมาสอนตามปกติ ครูเรย์มอนด์ให้การสารภาพแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เขาให้การว่าเขามัดเด็บบีไว้กับต้นไม้จริง แต่ด้วยเหตุผลกลใด ข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดไว้ แต่เขาปฏิเสธในข้อกล่าวหาว่าข่มขืนและฆ่าเธอ แต่อย่างไรก็ตามศาลก็ตัดสินว่า เรย์มอนด์ เดล เพย์น มีความผิดในข้อหาฆาตกรรมโดยมีการไตร่ตรองไว้ก่อน ให้มีโทษต้องจำคุกตลอดชีวิต

ตลอดเวลา 10 ปีแรกที่เรย์มอนด์ ได้รับการคุมขัง เขาทำการร้องเรียนให้มีการขุดศพของเด็บบีมาพิจารณาคดีใหม่ เขายืนยันว่าเขาไม่ได้ข่มขืนเธอ แต่ยินดีรับโทษในข้อหาฆาตกรรมโดยประมาท ซึ่งสมควรจะได้รับโทษในสถานเบากว่านี้ ครั้งล่าสุดในปี 2015 เรย์มอนด์ก็ยังคงทำการอุทธรณ์อีกครั้ง คำร้องของเรย์มอนด์ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

4.อย่าจ้างครูบ้ามาสอนเลย

นี่ก็อีกรายในประเทศจีนเช่นกัน ไม่รู้ว่ารายนี้ได้เข้าทำการรักษาอาการทางประสาทมาก่อนหรือเปล่า คุณครูหลิว ฮงเหวิน วัย 28 ปี เป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสภาพจิต แต่ไม่มีใครรู้ทั้งที่เขาสอนอยู่ที่โรงเรียนในมณฑลหูหนานมานานนับปี อาการทางจิตน่าจะกำเริบถึงขีดสุดในวันที่ 30 กันยายน ปี 2004 ครูหลิวมาโรงเรียนพร้อมกับมีดแล่เนื้อเล่มยาวในมือ เรื่องที่สะเทือนใจที่สุดคือครูหลิวเลือกเดินเข้าห้องเรียนชั้น ป.1 น่าสลดมากครับ ครูหลิวสังหารเด็กนักเรียนในห้องนั้นไปถึง 4 คน ยังไม่จบแค่นั้นครูหลิวยังบุกเข้าห้องเรียนอื่นต่อไป จบด้วยการจับนักเรียนและคุณครูขังไว้ในห้องรวมกันเป็นตัวประกันถึง 64 คน กว่าตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ ครูหลิวก็ทำร้ายครูไปอีก 4 คนแล้ว ตำรวจเข้าทำการเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นาน กว่าครูหลิวจะสงบลงแล้วยอมมอบตัว

ผลจากเหตุการณ์ระทึกขวัญนี้ มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตไป 4 คน เด็กนักเรียนบาดเจ็บไป 9 คน ครูบาดเจ็บอีก 3 คน ผลการตัดสินคดี คุณครูหลิวถูกวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด เหตุจากเป็นคนที่มีอาการจิตเภท ครูหลิวไม่ต้องเข้าเรือนจำแต่ถูกส่งไปคุมตัวในโรงพยาบาลทางจิต

3.ฉันเปล่าทำ เด็กมันมัดตัวเอง

แคทเธอรีน ฟรานซ์ เอริกสัน

แคทเธอรีน ฟรานซ์ เอริกสัน

เช้าตรู่ของวันที่ 12 ตุลาคม 1950 ตำรวจสถานีลองบีช , แคลิฟอร์เนีย ได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่น้ำเสียงกำลังตื่นตระหนก เสียงปลายสายมาจาก ไวโอเล็ต จอห์น เบอร์ลิง เธอเป็นคุณครูสอนแอคคอร์เดียน เธอแจ้งเหตุว่า แคทเธอรีน ฟรานซ์ เอริกสัน ลูกศิษย์วัย 10 ขวบของเธอ ไม่ได้สติและไม่หายใจแล้ว ตำรวจรีบรุดไปที่เกิดเหตุตามแจ้ง แต่ก็พบว่าเด็กหญิงเสียชีวิตไปแล้ว สภาพศพนั้นอยู่ในสภาพน่าสงสัยเพราะมือและเท้าถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ มีสายสะพายคล้องแอคคอร์เดียน พาดข้ามหัวไหล่

คุณครูไวโอเล็ตเล่าเหตุการณ์ว่า เธอตื่นนอนมาตอน 6.00 น. เพราะได้ยินเสียงเอริกสันร้องไห้ ตำรวจรีบซักถามข้อสงสัยว่าแล้วทำไมเด็กหญิงถึงถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ล่ะ คุณครูไวโอเล็ตรีบตอบทันทีว่า “เธอมัดตัวเธอเอง” โอ้ว ช่างเป็นคำตอบที่น่าประหลาดใจยิ่งนัก ไวโอเล็ตยังอ้างต่ออีกว่า แคทเธอรีนเป็นเด็กซาดิสม์ชอบความเจ็บปวด เธอมัดตัวเองและกรีดตามร่างกายตัวเองอยู่บ่อยครั้ง (เด็ก 10ขวบเนี่ยนะ) บางครั้งเธอก็ต้องมัดแคทเธอรีนไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอทำร้ายร่างกายตัวเอง

ตำรวจสอบถามข้อสงสัยต่อไป ว่าแล้วทำไมเด็กถึงมาอยู่ที่บ้านคุณครูในเวลาเช้าตรู่เช่นนี้ ไวโอเล็ตอธิบายว่า พ่อแม่ของแคทเธอรีนประสบภาวะทางการเงินไม่สามารถเลี้ยงดูเธอได้ ไวโอเล็ตจึงรับอุปการะแคทเธอรีนไว้เอง ก็เป็นการดีด้วย ที่แคทเธอรีนจะได้มีเวลาแอคคอร์เดียนกับเธอได้เต็มเวลา แต่นั่นก็เป็นคำให้การจากคุณครูไวโอเล็ตแต่ฝ่ายเดียว แคทเธอรีนเสียชีวิตไปแล้ว ไม่สามารถให้การโต้แย้งใด ๆ ได้ แต่พ่อแม่ของแคทเธอรีนก็ให้การอีกอย่างว่า ตั้งแต่คุณครูรับแคทเธอรีนมาอยู่ด้วย เธอก็ไม่สามารถติดต่อหรือขอพบลูกสาวได้เลย ไวโอเล็ตให้เหตุผลว่า พ่อและแม่ควรจะเว้นระยะการติดต่อไปเสีย แคทเธอรีนจะได้ไม่คิดถึงพ่อแม่และไม่ต้องเสียใจเวลาเจอหน้าพ่อแม่จะเป็นการดีกว่า

แต่ข้อสันนิษฐานของตำรวจคือ แคทเธอรีนโดนประทุษร้ายจากคุณครูไวโอเล็ต เด็กหญิงน่าจะโดนมัดติดอยู่กับเก้าอี้อยู่บ่อยครั้ง แล้วโดนเอาผ้าอุดปากไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ส่งเสียง แล้วสาเหตุที่แคทเธอรีนเสียชีวิตก็เพราะสำลักอาเจียนของตัวเอง เธอเสียชีวิตหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้าที่ไวโอเล็ตจะโทรแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ชันสูตรยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกว่า ตามร่างกายของแคทเธอรีนมีร่องรอยแผลจำนวนมาก ทั้งรอยถูกบาดจากของมีคมและแผลฟกช้ำ บางแผลก็เพิ่งเกิด บางแผลก็นานแล้วจนรอยแผลเป็น และตำแหน่งการเกิดแผล เป็นไปไม่ได้ที่แคทเธอรีนจะทำร้ายตัวเอง นี่นับว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ส่งให้คุณครูไวโอเล็ตต้องโทษฐานก่อเหตุฆาตกรรม ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

2.ฆาตกรสถานีรถไฟ

นอร์แมน ไซมอน

นอร์แมน ไซมอน

รายนี้โหดสุดในรายชื่อทั้ง 10 คนนี่แล้วครับ เหตุน่าสะพรึงนี้เกิดในเมือง เคปทาวน์ แอฟริกาใต้ เริ่มต้นในปี 1986 มีผู้แจ้งเบาะแสว่าพบศพเด็กชายจำนวนมากซุกอยู่ในแฟลต ในเมืองเคปทาวน์ ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าศพทั้งหมดถูกฝังอยู่ในสภาพคว่ำหน้าลงอยู่ในหลุมที่ขุดเพียงตื้น ๆ นับจำนวนร่างได้มากมายถึง 22 ศพ มีศพชายไม่สามารถระบุรูปพรรณได้ ศพเกือบทุกรายเป็นเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปีทั้งสิ้น ทุกศพถูกล่วงละเมิดทางเพศก่อนแล้วจึงถูกรัดคอจนตาย………..โคตรโหดจริง ๆ แต่แล้วคดีก็เงียบเชียบไปตั้งแต่นั้น

จนถึงปี 1992 คดีนี้ถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง กลายเป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสืบหาคนร้ายอีกครั้ง มีการสร้างสมมติฐานถึงรูปพรรณสันฐานที่น่าจะเป็นของตัวคนร้าย คร่าว ๆ คือ คนร้ายน่าจะอายุประมาณ 28 ปี น่าจะมีอาชีพเป็นตำรวจ, อาจารย์ หรือไม่ก็นักบวช ตัวฆาตกรน่าจะมีปมในใจจากการถูกข่มขืนในวัยเด็ก เลยเป็นเหตุผลทางจิตวิทยาทำให้เขากลายมาเป็นฆาตกรโรคจิตเช่นนี้

ตำรวจตามแกะร่องรอยคนร้าย จากเหยื่อรายล่าสุด เอลรอย แวน รูเย็น เด็กชายวัย 9 ขวบ ที่หายตัวไปจากสถานีรถไฟมิตเชล เพลน ใกล้เมืองเคปทาวน์ มีเด็กชายสองคนจากสถานีรถไฟให้การว่าเห็นชายต้องสงสัยล่อหลอกเอลรอยไปจากที่เกิดเหตุ กลายเป็นเบาะแสสำคัญให้ตำรวจเริ่มตามรอยผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งชื่อ นอร์แมน ไซมอน คุณครูประจำชั้น ป.5 วัย 27 ปี สอนอยู่ที่โรงเรียนในเมืองมิตเชล เพลน ซึ่งคุณสมบัติตรงกับสมมติฐานที่ตำรวจตั้งไว้ทุกประการ รวมถึงเหยื่อรายหนึ่งที่ชื่อ เนวิลล์ ซาไม ก็เป็นลูกศิษย์ของนอร์แมนด้วยเช่นกัน ตำรวจยังพบหลักฐานอีกว่า นอร์แมน มีอาการทางจิต เข้าต้องเข้าพบจิตแพทย์บ่อยครั้ง เพราะนอร์แมนมักจะเกิดอาการหดหู่ภายหลังก่อเหตุฆาตกรรม

คดีของนอร์แมน ทำให้เขาได้ฉายาว่า “ฆาตกรสถานีรถไฟ” เหตุเพราะเขาชอบมาหาเหยื่อตามสถานีรถไฟ แล้วก็ใช้สถานะความเป็นครูในการเข้าหาเด็ก ๆ ก่อนจะล่อลวงเด็กให้ตายใจแล้วชักชวนให้ตามเขาไป

ตำรวจรวบตัวนอร์แมนได้ พร้อมหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ทำให้นอร์แมนรับสารภาพว่าเขาเป็นผู้ลงมือกระทำการฆาตกรรมบรรดาเด็กชายทั้งหลาย อีกทั้งยังเล่าว่าตอนที่เขายังเป็นเด็ก เขาโดนพี่ชายกระทำชำเรา ทำให้คุณสมบัติของนอร์แมน ตรงกับข้อสันนิษฐานของตำรวจทุกประการ แต่ภายหลังนอร์แมนเกิดกลับคำให้การว่าเขาฆาตกรรมเพียงแค่ เอลรอย แวน รูเย็น เพียงรายเดียวเท่านั้น ในขณะเดียวกันตำรวจก็ไม่มีหลักฐานทางกายภาพที่จะเชื่อมโยงนอร์แมนเข้ากับเหยื่อรายอื่น ๆ อีกด้วย ทำให้นอร์แมนมีความผิดเพียงแค่ฆาตกรรมเอลรอยรายเดียวเท่านั้น แต่ก็โดนตัดสินให้จำคุกยาวนานถึง 35 ปี นอร์แมนได้ทำการยื่นเรื่องของทัณฑ์บนในปี 2015

1.เหตุกราดยิงครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ภาพบรรดานักเรียนหญิงใน โรงเรียน แมเรียนชูล เมืองเบรเม็น ประเทศเยอรมนี

ภาพบรรดานักเรียนหญิงใน โรงเรียน แมเรียนชูล เมืองเบรเม็น ประเทศเยอรมนี

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ 20 มิถุนายน ปี 1913 นู่น เหตุเกิดในโรงเรียน แมเรียนชูล เมืองเบรเม็น ประเทศเยอรมนี ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. เป็นช่วงที่คุณครูกำลังปล่อยเด็กออกนอกอาคารเรียนไปรับประทานอาหารกลางวัน ในขณะนั้นเอง ไฮน์ ชมิดต์ คุณครูวัย 29 ปี ที่เพิ่งถูกเลิกจ้าง ก็วิ่งสวนขึ้นบันไดมาช้้นบน แล้วก็เริ่มกราดยิงเข้าใส่หมู่นักเรียน เด็กหญิงสองคนเสียชีวิตทันที เด็กหญิงอีกคนวิ่งหนีลงบันไดแล้วพลาดท่าร่างตกข้ามราวบันไดไปกระแทกพื้นล่างเสียชีวิต

คุณครูมาเรียน พอห์ล ที่ดูแลเด็ก ๆ อยู่ในขณะนั้น มีสติโต้ตอบได้เร็วไว เธอรีบวิ่งไปกั้น ๆ นักเรียนที่เหลือไม่ให้ออกมาจากห้องเรียน แล้วปิดประตูห้องเรียนทันที ขณะที่ไฮน์ก็พยายามจะพังประตูเข้าไปสังหารนักเรียนในห้อง ภารโรงเห็นเหตุการณ์ชุลมุน จึงรีบวิ่งไปล็อกตัวไฮน์จากด้านหลัง แต่ไฮน์แข็งแรงกว่า ทุ่มภารโรงลงกระแทกพื้น แล้วยิงเข้าไปที่หน้าภารโรง

ไฮน์ เปลี่ยนเป้าความสนใจจากเด็กนักเรียนในห้อง ไปเป็นกลุ่มเด็กชายที่กำลังวิ่งอยู่ในสนามหญ้า ไฮน์กราดยิงเหล่าเด็กชายล้มเจ็บไป 5 คน คุณครูชายคนหนึ่งวิ่งเข้าหาไฮน์เพื่อจะหยุดไม่ให้เขายิงนักเรียนในสนาม แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แถมโดนไฮน์ยิงสวนมาอีก 2 นัด โชคดีที่คุณครูไม่ถึงกับเสียชีวิต เช่นเดียวกับภารโรงที่รอดตายอย่างปาฏิหารย์

เสียงปืนดังลั่นไปทั่วพื้นที่ ทำให้เหตุการณ์เริ่มโกลาหล ชาวบ้านและบรรดาผู้ปกครองทราบข่าวเหตุการณ์กราดยิง ต่างรุดมาที่เกิดเหตุกันอย่างชุลมุน เหตุการณ์กราดยิงผ่านไปได้ 15 นาที คุณครูพละรายหนึ่งดอดเข้าไปประชิดตัวไฮน์ได้สำเร็จ เขาใช้คราดตีเข้าที่ด้านหลังของไฮน์ นับว่าเป็นผลสำเร็จไฮน์ล้มลงและถูกรวบตัว บรรดาครูรีบลากตัวไฮน์ไปคุมขังไว้ก่อนที่ชาวบ้านจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์

สรุปเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ได้รับบาดเจ็บถึง 21 ราย ไฮน์ ชมิดต์ ถูกวิเคราะห์ว่ามีปัญหาทางจิต ถูกส่งไปคุมตัวและเข้ารับการรักษาในสถาบันทางจิต เขาเสียชีวิตใน 20 ปีต่อมา เหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนเบรเม็น นับว่าเป็นเหตุกราดยิงครั้งแรกในประวัติศาสตร์

อ่านจบ 10 ราย คิดตามแล้วเห็นได้เลยว่า ถ้าคุณครูที่เป็นฆาตกรในสภาพที่สติสัมปชัญญะครบถ้วนนั้น ก็นับว่าเป็นอาชญากรที่น่ากลัวและอันตราย เพราะเป็นบุคคลที่มีระดับสติปัญญาสูง วางแผนซับซ้อนแยบยล บางรายถึงตามจับได้ยาก แต่หลายรายที่เป็นบุคคลวิกลจริตนี่ก็น่ากลัวมาก เชื่อว่าจะต้องมีอีกหลายรายทั่วโลกที่ไม่ได้เป็นข่าวแบบนี้ เพราะเป็นอาชีพที่ต้องอยู่กับนักเรียนหมู่มาก พอคลั่งขึ้นมาก็ต้องมีนักเรียนและครูเสียชีวิตมากกว่าหนึ่งคน จริง ๆ นะเป็นอาชีพที่กระทรวง ทบวง กรม ต้องเคร่งครัดในเรื่องการตรวจเช็กอาการทางประสาทบ่อยๆ เลยล่ะ

 

อ้างอิง