[รีวิว]The Room : หนังเด็กนรกในทิศทางที่แตกต่าง
Our score
5.9

the room : ห้องขอหลอน

จุดเด่น

  1. หาทิศทางของหนังเด็กนรกได้แปลกใหม่
  2. ขมวดเกลียวเรื่องได้ดี น่าติดตาม
  3. สองนักแสดงนำเอาหนังอยู่

จุดสังเกต

  1. บทหนังเต็มไปด้วยช่องโหว่ จนพรุนไปหมด
  • ความสมบูรณ์ของบท

    4.0

  • คุณภาพนักแสดง

    7.5

  • คุณภาพการผลิต

    7.0

  • ความสนุกน่าติดตาม

    7.0

  • ความคุ้มค่าในการรับชม

    4.0

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

อีกหนึ่งแนวที่ฮอลลีวูดนิยมสร้างกันมากคือหนังสยองขวัญที่วางให้ตัวร้ายของเรื่องเป็นเด็กชายหรือเด็กหญิงที่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ แล้วเด็กเหล่านี้ก็จะกลายเป็นเด็กนรกที่มีจิตใจชั่วร้ายฆ่าสัตว์ ฆ่าคนแล้วสุดท้ายก็ต้องหาทางฆ่าพ่อแม่ของตัวเอง ถ้านับแล้วมีหนังที่ว่าด้วยพลอตแนว ๆ นี้เกินสิบเรื่องไปแล้ว Orphan, Children of the Corn, Joshua, The Omen, The Good Son, Pet Sematary, Trick ‘r Treat และอีกมากมายหลายเรื่อง จึงนับว่าเป็นความท้าทายสำหรับผู้กำกับ คริสเตียน วอล์กแมน ที่เหมารวมเป็นคนคิดเรื่อง ร่วมเขียนบท และกำกับเอง

โอลกา คูรีเอนโก และ เควิน แจนเซนส์ 2 นักแสดงนำ

โอลกา คูรีเอนโก และ เควิน แจนเซนส์ 2 นักแสดงนำ

หนังใช้คนแสดงน้อยมาก หลัก ๆ ก็แค่โอลกา คูรีเอนโก นักแสดงมีชื่อคนเดียวที่ถูกใช้เป็นจุดขายหลักของหนัง โอลกา รับบทเป็นเคต เธอและแมตต์ คู่สามีภรรยาที่กำลังหวานชื่น เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหญ่ชานกรุงนิวยอร์ก ระหว่างจัดข้าวของในบ้าน แมตต์ก็บังเอิญเจอห้องลึกลับที่มีวอลล์เปเปอร์ปิดทับประตูไว้ ด้วยความบังเอิญแมตต์ก็พบว่านี่คือห้องวิเศษที่เพียงแค่เอ่ยปากอยากได้สิ่งใด กระแสไฟฟ้าในบ้านจะกะพริบอยู่ 2-3 วินาที แล้วของสิ่งนั้นก็จะพลันโผล่ขึ้่นมาในห้องอย่างไร้ซึ่งคำอธิบาย แรกทีเดียวทั้งคู่ก็รู้สึกกลัว แต่พอขอแก้วแหวนเงินทอง ทั้งคู่ก็เริ่มสนุกก็ห้องวิเศษนี้ จากนั้นไม่นานเคตก็ขอสิ่งที่เธอคาดหวังมาโดยตลอด หลังพยายามมีลูกกับแมตต์แล้วแท้งมา 2 ครั้ง เคตเลยใช้วิธีลัดด้วยการขอทารกเพศชายโดยไม่ปรึกษาความเห็นชอบจากแมตต์ จากชีวิตคู่ที่หวานชื่น กลายเป็นความตึงเครียดหนักหน่วงระหว่างเคตกับแมตต์ ทำให้แมตต์เริ่มสืบหาเบื้องหลังของบ้านลึกลับนี้ แล้วเขาก็เจออดีตที่น่ากลัวที่อาจมีภัยต่อเขาและเคต

ว่ากันที่ข้อดีของหนังเลย อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผู้กำกับคริสเตียนเลือกโจทย์ที่ยาก กับหนังที่ว่าด้วยธีม “เด็กนรก” ที่สร้างกันมาจนเฝือแล้วก็ว่าได้ แล้วคริสเตียนก็สามารถหาช่องทางที่แตกต่างจากทัพหนังเด็กนรกก่อนหน้าได้ ทั้งที่มาของเด็กชายในเรื่องนี้ และแนวทางที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ “เชน” เด็กชายที่ถือกำเนิดมาจากห้องวิเศษไม่มีทีท่าที่จะเป็นเด็กนรก หรือมีทีท่าจะเป็นภัยต่อพ่อแม่ ยิ่งทำให้ชวนติดตามว่าถ้ามาแบบนี้ แล้วทิศทางหนังจะไปอย่างไรต่อ

อีกอย่างที่ The Room เป็นหนังสยองขวัญที่มีแนวทางแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือหนังไม่เน้นฉากตุ้งแช่ มีบ้างแหละแค่ครั้งสองครั้ง และไม่มีฉากเคลื่อนกล้องช้าให้ลุ้นสะดุ้ง แต่เล่นกับสถานการณ์แวดล้อมที่พาให้บรรยากาศของหนังตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เชนปรากฏตัวขึ้น องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างทำให้บรรยากาศหนังหนักหน่วงทั้งความตึงเครียดต่อกันทั้งเคตและแมตต์ การค้นเจออดีตที่น่ากลัวของบ้านหลังนี้ ข้อจำกัดของข้าวของที่ห้องวิเศษสร้างขึ้น เชนที่เติบโตขึ้นและมีคำถามถึงที่มาของตัวเขามากขึ้น องค์ประกอบสำคัญที่ต้องกล่าวชื่นชมคือ โอลกา คูรีเอนโก และ เควิน แจนเซนส์ สองนักแสดงหลักของเรื่อง ที่รับภาระหนักหนาในเรื่องนี้เพราะอยู่บนจอแทบจะทุกนาทีของหนัง ซึ่งก็ถือว่าเอาอยู่ ตัวเควินนี่มีความละม้ายกับคริส อีแวนส์ อยู่มาก หลาย ๆ มุมนี่เหมือนเลย

หนังปูมาดีครับ สร้างปริศนารายรอบขึ้นมาเต็มไปหมด ทำให้บรรยากาศหนังขมวดเกลียวจนแน่น แต่เสียดายที่หนังหาทางออกได้ไม่สวยนัก เหตุก็เพราะหนังสร้างโจทย์มามากและยากเกินไป ทำให้การคลี่คลายแต่ละปริศนาก็ยากตามไปด้วย กับการตั้งตารอว่าหนังจะหาทางออกให้กับตัวเองอย่างไร ปริศนาที่หนังเลือกจะคลี่คลายที่มาที่ไป ก็ใช้การอธิบายง่าย ๆ แบบกำปั้นทุบดิน หลาย ๆ คำเฉลยก็เล่นเอาเหวอ ไม่ใช่ชมนะครับ แต่แบบอธิบายแบบเนี้ยน่ะเหรอ ช่างไร้เหตุและผล หนังไม่ใช่เพียงแค่มีช่องโหว่นะ แต่ใช้คำว่า โหว่จนพรุนเลยจะเหมาะกว่า บางปริศนาไม่รู้จะหาคำอธิบายอย่างไร ก็เลือกทิ้งมันคาไว้อย่างนั้น โดยเฉพาะที่มาของบ้านปริศนาและห้องวิเศษนี้ เราได้เห็นแต่พลังอำนาจของห้องวิเศษที่มากขึ้นจนเป็นแฟนตาซีในตอนหลังแต่ก็จบมันไปโดยไม่ขออธิบายก็แล้วกัน

สรุปในฐานะคอหนังสยองขวัญ The Room ตอบสนองแฟนหนังแนวนี้ได้ในระดับกลาง ๆ ขึ้นสวยแต่ลงไม่สวย ปูทางมาดี เดินหน้าได้อย่างน่าติดตาม แต่คลี่คลายได้อย่างน่าผิดหวัง เดินออกจากโรงกับคำถามอีกมากมายที่ยังค้างคา ดูจอเล็กที่บ้านก็ไม่เสียอรรถรสครับ

 

Play video