Connect with us

What The Fact

[WEEKLY REVIEW] แนะนำ 5 อัลบั้มใหม่ในห้วงอารมณ์อันหลากหลายฟังสบายใจต้านภัย Covid

จากสถานการณ์ Covid-19 คงทำหลายคนไม่ค่อยอยากไปไหน คอนเสิร์ตหรืองานกิจกรรมอะไรก็โดนงด บางคอนเสิร์ตที่รอคอยก็ต้องเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนด อาจเซ็งกันไปบ้างแต่ก็คงดีกว่าต้องไปเสี่ยงกับโรคร้ายที่ทำลายสุขภาพหรือเลวร้ายกว่านั้นก็คงถึงชีวิต

เพราะฉะนั้นในช่วงเวลานี้การนอนฟังเพลงอยู่กับบ้านหรือเปิดฟังสบายใจไปในรถอาจเป็นอะไรที่ปลอดภัยและเพลิดเพลินใจกว่า ซึ่งในสัปดาห์นี้เราก็ยังมีอัลบั้มดี ๆ จากเดือนที่ผ่านมา ที่น่าสนใจและเรายังไม่ได้แนะนำมาฝากกัน จะได้มีอะไรบันเทิง ๆ ช่วยให้ใจสบายขึ้นมาได้บ้างครับ


“Man Alive!” – King Krule


“Jazz-Noir” ! น่าจะเป็นคำนิยามที่ชัดเจนสำหรับงานเพลงในอัลบั้มนี้ของ King Krule หรือ Archy Marshall ชายหนุ่มวัย 25 จากลอนดอนผู้มีรูปลักษณ์ภายนอกบอบบาง แต่กลับซ่อนไว้ด้วยรูปลักษณ์ภายในอันตรงกันข้าม ทั้งลึกลับ หม่นมืด และเสียงอันทุ้มราวที่บางครั้งก็กราดเกี้ยวราวกับเสียงครางต่ำของยักษ์ร้าย เฉกเช่นเดียวกันกับแนวดนตรีที่มีทั้งความหวานนุ่มแต่ในขณะเดียวกันก็หม่นมืดมัวหมอง

“Man Alive! คือย่างก้าวที่ 4 ของ King Krule ตามหลังย่างก้าวที่ประทับรอยชื่นชมเอาไว้ใน The Ooz (2017) ซึ่งย่างก้าวนี้ก็หนักแน่น เข้มข้นไม่แพ้กัน มันผสมผสานไว้ด้วยกลิ่นอายของดนตรีพังก์ ฮิปฮอป นิวเวฟ แจ๊ส ที่สุดแท้แต่จะผสมอันไหนมากอันไหนน้อยในแต่ละบทเพลง อย่าง Cellular ก็ไฉไลไปด้วยสีสันซินธ์และไลน์เบสอันหนึบแน่น ที่สะท้อนความเป็นไปในโลกปัจจุบันกับการรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านสื่อใกล้มืออย่างโทรศัพท์มือถือ “ There’s a French girl on my television / She’s crying in the palm of my hand”

หากถามหาเพลงที่ดูหนักหน่วง กราดเกี้ยวที่สุดในอัลบั้มก็คงเป็น “Stoned Again” ที่มาพร้อมเสียงอันกราดเกรี้ยวของ Archy และท่วงท่าลีลาของฮิปฮอป  พักจากความโหดมามึนเมาด้วย Perfecto Miserable เพลงรักอารมณ์เปลี่ยวกับห้วงอารมณ์มัวเมาของคนเหงา “Alone , Omen 3” คือแทร็กที่น่าจะย่อยง่ายที่สุดพร้อมจะไหลไปกับเมโลดี้ที่ไพเราะกับท่วงทำนองเคลิ้มหวานแต่แฝงไว้ด้วยความนัวร์จาง ๆ อยู่ในที

 

บทเพลงในช่วงครึ่งหลังของอัลบั้มฟังสบายดี ไหลไปได้เรื่อย ๆ  อย่าง “Airport Antenatal Airplane” ที่บรรยากาศนุ่มนวลด้วยเสียงแซมเปิลของนักร้องสาว ถ่ายทอดความรู้สึกของการได้อยู่บนเครื่องบินมองลงมาเบื้องล่างปล่อยใจและทิ้งความสับสนไว้เพื่อพักผ่อนใจ “As if I did, I would care / From JFK on to Heathrow / Leave a wondow seat / I wanna feel free, up” ต่อด้วยชุดเพลงในช่วงท้ายที่มีท่วงทำนองของแจ๊สมากหน่อย อย่าง “Underclass” ก็นับว่าน่าสนใจทั้งหวานทั้งเหงากลมกล่อมกำลังดีในช่วงทำนองชวนเคลิ้ม

 

พอฟังจบแล้วก็มั่นใจว่า King Krule จะยังไม่หมดมุกและมีอะไรดี ๆ พร้อมปล่อยออกมาให้เราได้ฟังอีกแน่นอน


“Miss Anthropocene” – Grimes


เป็นไอเดียบรรเจิดประการหนึ่งของ Grimes หรือ Claire Boucher ศิลปินซินธ์พอปสาวจากแคนาดา หวานใจของนาย Elon Musk ที่ตั้งใจจะทำคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่ทำให้เรื่อง ปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ เป็นเรื่อง “สนุก” และ “ย่อยง่าย” แต่เมื่อได้ฟังเพลงในอัลบั้มชุดที่ 5 ของเธอชิ้นนี้ เรากลับพบว่ามันมีความเป็น “ส่วนตัว” มากมายอยู่ในนั้น หลายบทเพลงไม่ได้สื่อถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอันใดเลย แต่กลับสะท้อนจิตใจภายในและห้องหับอันลึกลับ มืดหม่นของใจนั้น  ดังนั้นงานเพลงชุดนี้มันจึงมีทั้งความเป็น “ส่วนตัว” และ “เพื่อส่วนร่วม” ผสมผเสปนเปกันไปอย่างน่าสนใจ

“So Heavy I Fell Through The Earth” คือเพลงเปิดที่บรรเจิดเฉิดฉายไปด้วยเสียงร้องในสไตล์ Enya สายดาร์ก คลอไปกับเบสหนึบแน่น ซินธ์และกีตาร์ที่สอดแทรกลีลาลงไป

ต่อด้วย “Darkseid” ที่ดาร์กสมชื่อกับเสียงเบสดิ่งลึกในท่วงทำนองดิ่งดาร์กกับเนื้อร้องที่เราอาจไม่รู้เรื่องจากการแรปของแรปเปอร์สาวชาวไต้หวัน 潘PAN”  “Delete Forever” เป็นแทร็กที่ไม่เหมือนเพื่อนที่สุดแล้ว และก็ชวนแปลกใจมากว่าเพลงในท่วงทำนองอะคูสติกอารมณ์คันทรี่-พอปมาอยู่ในอัลบั้มนี้ได้ไง แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่ถูกที่ถูกทางกับเรามากเลย ท่วงทำนองมาสบาย ๆ แบบนี้แต่เนื้อหากลับพูดถึงความตายของ Lil Peep และ วิกฤติปัญหาการเสพติดสารโอปิออยด์ หรือสารที่สกัดจากฝิ่นนั่นเอง

 

ส่วน 4ÆM. ก็เป็นอีกแทร็กที่น่าสนใจซึ่งสามารถนิยามได้ว่าเป็น “drum n’ bass ในสไตล์ภารตะ”  ส่วนแทร็กปิดยาว 7 นาทีที่ชื่อว่า “IDORU” เปิดมาด้วยเสียงนกร้องพร้อมเมโลดี้สวย ๆ และท่วงทำนองที่ “เข้าหู” ฟังยาวไปจนจบแบบสวย ๆ  ลองเปิดดู MV เพลงนี้ไปด้วยก็รู้สึกว่าเข้ากันดีกับเพลงเลย


“Lacuna” ep. – Hugo


เป็นอัลบั้มแรกของศิลปินไทยที่เราแนะนำในปีนี้ ถึงแม้จะปล่อยมาเป็น ep แต่ก็มีความน่าสนใจและไม่ควรมองข้ามไปเลย กับ “Lacuna” ที่มาพร้อม 5 บทเพลงใหม่สไตล์อเมริกันคันทรี่ จาก ฮิวโก้ จุลจักร กับหน้าปกชวนเตะตาด้วยมีพรีเซนเตอร์เป็นเจ้าตุ๊กแกยักษ์ (สงสัยใครกลัวเจ้าตัวนี้อาจต้องฟังผ่านสตรีมมิงหรือไม่งั้นก็ต้องวานคนอื่นให้ใส่แผ่นให้) ส่วนบทเพลงทั้ง 6 ในอัลบั้มล้วนแล้วแต่ถูกถ่ายทอดผ่านเนื้อร้องภาษาอังกฤษ เหมือนเมื่อครั้งทำอัลบั้ม Old Tyme Religion (2011) และ Deep In The Long Grass (2014)

เปิดด้วย “Call of the void” เสียงเพรียกจากความมืดที่น่าลุ่มหลง ผ่านเสียงกีตาร์เท่ ๆจาก  เบิร์ด Desktop Error ที่ก้องสะท้อนอยู่เบื้องหลังไล่เรื่อยไปตามบทเพลง จังหวะกลองที่ควบแน่นไปตามจังหวะ และเสียงร้องของฮิวโก้ที่พาเราล่องลอยไปกับท่วงทำนองที่ชวนลุ่มหลงนี้

 

“All That I Know”  มาพร้อมท่วงทำนองอเมริกันคันทรี่ ในห้วงบรรยากาศวาบหวาม เซ็กซี่ ผ่านเสียงร้องหวาน ๆ ของฮิวโก้ และไลน์กีตาร์ที่เคล้าคลอมาในท่วงทำนอง ผสานด้วยซาวด์คีย์บอร์ดสร้างบรรยากาศและลีลาการโซโล่กีตาร์อันหวามไหวไพเราะในช่วงท้ายของเพลง

The Deals We Make เพลงมันส์ ๆ ในสไตล์คันทรี่ร็อก ชวนขยับ ชวนโยกเย้าเคล้าคลอไปกับลีลาอันเร้าใจในบทเพลง

 

Deeper Still อีกหนึ่งท่วงทำนองคันทรี่ร็อก ที่มาในท่วงท่าลีลาที่นุ่มนวลและเมโลดี้หวาน ๆ ที่ชวนให้คิดถึงบทเพลงในยุคเก่าก่อน

House of Mercy งานเพลงเชิงทดลองในแนวทางใหม่ที่ได้ Dave McCracken โปรดิวเซอร์ผู้เคยฝากผลงานไว้กับอัลบั้ม ‘Old Tyme Religion’ มาร่วมงาน ผสมผสานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์น่าสนใจเติมความแปลกใหม่ให้กับบทเพลงนี้ที่คลอไปในรากฐานของดนตรีบลูส์ร็อกได้อย่างกลมกล่อม

 

Show Love บทเพลงอารมณ์เซ็กซี่ที่ผ่านการเรียบเรียงจาก Dave McCracken และ Andros Rodriguez ผสานเสียงจากเครื่องเป่าเปี่ยมเสน่ห์ กีตาร์ลีลาบลูส์เร้าใจที่เคล้าไปในเสียงร้องอันนุ่มหวานปานวิปครีมราดซอสสตรอว์เบอร์รี

 

“Lacuna” เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มของศิลปินไทยที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่จะทำให้คุณหลงใหลในบทเพลงและตัวตนของ “HUGO”


“Map of the Soul: 7” – BTS


ในช่วงเวลาที่เกาหลีใต้กำลังประสบกับหายนะภัยจากไวรัส Covid-19 คนในก็คงไม่อยากออก คนนอกก็คงไม่อยากเข้าไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีแสงสว่างสดใสจากโซลที่ส่องประกายให้ยังมีความหวังที่ทอประกายออกไปในโลกกว้าง นั่นคือ อัลบั้ม Map of the Soul: 7” จาก 7 หนุ่ม BTS “RM, Suga, Jin, Jungkook, Jimin, V และ J-Hope” ที่ท็อปฮิตติดทะลุชาร์ต แม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกาโดยที่ไม่ได้มีอะไรเอาใจคนอเมริกันเลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อร้องที่ก็ไม่ใช่อังกฤษล้วน แถมเพลงที่ชวน Halsey มาแจมอย่าง  “Boy with Luv” ซึ่งเป็นหนึ่งเพลงเพราะ ๆ จากอัลบั้มนี้ก็ยังให้เธอร้องเป็นภาษาเกาหลีอีกต่างหาก (เอาซี้!) ต้องบอกเลยว่าความสำเร็จนี้มาจากความสามารถล้วน ๆ

บอยแบนด์จากเกาหลีวงนี้ไม่ได้มากันหล่อ ๆ แต่พกความฉลาดหลักแหลมและทักษะอันเข้มข้นมานำเสนอ อย่างงานเพลงก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักเขียนเชิงปรัญชาอย่าง Herman Hesse” และนักจิตวิทยานามกระเดื่อง Carl Jung” นำเสนอผ่านงานดนตรีพอปชั้นดีที่มีส่วนผสมอันหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละบทเพลงจากแรป แดนซ์ บัลลาด อิเล็กโทร-ดิสโก้ และอีกมากมาย  เพลงเด็ด ๆ นอกจาก “Boy with Luv” ที่ feat. กับ Halsey แล้วก็ยังมีอีกมาก (อัลบั้มนี้ขนเพลงมาเพียบ) ไม่ว่าจะเป็น “Jamais Vu” (อ่านว่า ฌาแม-วูว์ แปลว่า ไม่เคยเห็น ตรงข้ามกับ Deja Vu เดฌา-วูว์ ที่เป็นอาการคุ้นเคยเหมือนเคยพบเคยเห็นมาก่อน) บทเพลงบัลลาดเพราะ ๆ ที่พูดถึงเรื่องของคนที่จำไม่ได้ ว่าตัวเองทำผิดอะไรไปกับคนรักบ้าง เลยอยากขอเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง  “Dionysus” บทเพลงฮิปฮอปเข้มข้นอารมณ์อหังการ์ราวกับประทับทรง Eminem มา  “Louder Than Bombs” บทเพลงอิเล็กทรอนิกบัลลาดอารมณ์หลากล้นกับเสียงร้องหลบเปี่ยมเสน่ห์ เพลงนี้ได้ Troye Silvan มาร่วมแต่งด้วย  “00:00 (Zero O’Clock)” อีกหนึ่งเพลงช้าอารมณ์เศร้าเพราะ ๆ น่าจะติดหูได้ง่าย ๆ เลยล่ะเพลงนี้

 

“We Are Bulletproof: The Eternal” ภาคจบของซีรีส์ “Bulletproof” ที่มี “We Are Bulletproof Pt. 1” และ “We are Bulletproof Pt. 2”มาก่อนหน้านี้  บทเพลงสุดไพเราะความหมายงดงาม สะท้อนความแข็งแกร่งของทั้ง 7 คนที่พร้อมเผชิญทุกปัญหาเพราะพวกเขาต่างมีกันและกัน “Throw stones at me / We don’t fear anymore /We are we are together, bulletproof” 

 

และอีกหนึ่งบทเพลงน่าสนใจปิดท้ายอัลบั้ม ON” บทเพลงพอปจังหวะเร้าใจที่ได้ Sia มาร่วมแจมด้วยเป็นการจบอัลบั้มที่มีบทเพลงถึง 20 เพลง !! อย่างงามงดหมดจด


“Kiss From The Darkness” – Scandal


“Kiss From The Darkness” อัลบั้มแรกภายใต้สังกัดอิสระของตัวเองที่มีชื่อว่า “her” กับบทเพลงที่ครบรสความเป็น Scandal  สี่สาวร็อกจากแดนอาทิตย์อุทัยที่สวย น่ารัก ดุดัน และเร้าใจในทักษะและลีลาที่พัฒนาขึ้นตามวัยวันที่ผันผ่าน

เปิดอัลบั้มด้วย “Tonight” กับท่วงทำนองเจ-พอป สดใสเปี่ยมไปด้วยพลัง มีกลิ่นอายดนตรีพอปญี่ปุ่นร่วมสมัยที่ใส่องค์ประกอบของซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ผสานไปอย่างลงตัว

 

Masterpiece” บทเพลงร็อกสไตล์ญี่ปุ่นที่มาในท่วงทำนองและเมโลดี้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ SCANDAL ที่ถึงแม้จะหนักแน่น เข้มข้น แต่ก็คงไว้ด้วยความสวยงาม ฟังง่าย สบายใจอยู่  เป็นเพลงร็อกสะท้อนมุมมองด้านบวกและฉายแสงแห่งความหวังไปยังอนาคตเพลงนี้ รินะ  มือกลองสาวของวงเป็นคนแต่งเนื้อ ส่วนดนตรี มามิ มือกีตาร์ขาร็อกเป็นคนแต่ง

 

ต่อด้วย “Fuzzy” ที่มาพร้อมท่วงทำนองอันเร้าใจใส่เต็มในทุกชิ้นดนตรีที่สี่สาวได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่ เป็นเพลงร็อกอันเร็วเร้าใจในห้วงอารมณ์รักแบบหวานปนขม เนื้อร้องโดย รินะ ทำนองและเรียบเรียงโดย มามิ

 

หากอยากพักอารมณ์ร็อกมาไหลไปกับอารมณ์รักหวาน ๆ ก็ต้องเพลงนี้เลย “Mabataki” ที่เปิดมาด้วยริฟฟ์กีตาร์เท่ ๆ ของมามิ บนท่วงทำนองที่น่ารัก เสียงกลองคุมจังหวะสบาย ๆ ของรินะ เสียงเบสและเสียงร้องแหลมใสของ โทโมมิ ที่สลับกันร้องและบางท่อนก็ประสานไปกับเสียงร้องเท่ ๆ จาก ฮารุนะ โดยมีเสียงซินธ์แทรกเสริมเพิ่มความน่ารักให้กับบทเพลง กับเนื้อหาเพลงที่หวานเจี๊ยบชวนใจหวิว (ที่ถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า) “เพียงเธอมองแค่แวบเดียว  / น้ำตาของฉันคงร่วงหล่น / และหลังจากจูบเพียงครั้งเดียว /ฉันก็คงจะถูกเผาไหม้ / แต่อยากให้เธอรู้ไว้ว่าฉันรักเธอนะ”

 

ต่อด้วย A.M.D.K.J.” บทเพลงร็อกลีลาเร้าใจที่สี่สาวใส่กันเต็มที่ เห็นถึงทักษะและลีลาที่พัฒนาไปอย่างเต็มที่ กลองแน่นหนัก เบสโดดเด้ง และริฟฟ์กีตาร์กระชับเร้าใจ ผสานไปในน้ำเสียงทรงพลัง นี่ล่ะ Girl Power !!

 

Scandal ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง กับอัลบั้มนี้ก็เช่นกัน ฟังอัลบั้มนี้ให้เต็มที่แล้วไปมันส์กันต่อใน SCANDAL WORLD TOUR 2020 “Kiss from the darkness” คอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 เดือนมิถุนายนนี้ของพวกเธอกันครับ

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement