[รีวิวละคร]ไปให้ถึงดวงดาว : ละครรีเมกอีกเรื่องที่เคยเป็นภาพยนตร์มาก่อน ตีหัวเข้าบ้านได้ตั้งแต่ ep แรก

86

ชรัมภ์ (อั้ม อธิชาติ) และ เหมสุดา (คริส หอวัง) เป็นคู่รักที่หลายคนอิจฉา แต่ลึก ๆ แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับไม่ได้หวานอย่างที่เห็น เพราะความเจ้าชู้ของชรัมภ์ทำให้เหมสุดาเอือมระอา แต่ก็ต้องอดทนเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคมและที่สำคัญ รักษาเงินที่งอกเงยมาจากการทำงานของชรัมภ์อีกด้วย จนเมื่อชรัมภ์ได้พบกับ ปายทอง (มะปราง อลิสา) สถาปนิกที่จับผลัดจับผลูได้เข้ามาดูแลโพรเจกต์สำคัญของชรัมภ์ ทำให้ชรัมภ์ประทับใจในตัวปายทอง ก็หวังจะเคลมเขาจ้ะ ชรัมภ์พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ตัวปายทองมา โดยไม่สนใจว่าปายทองกำลังคบหาอยู่กับ ธีวิน (แบงค์ ธิติ) เหมสุดาที่หมดความอดทนกับความเจ้าชู้ยักษ์และไม่สนใจครอบครัวชนิดลืมได้แม้กระทั่งวันเกิดลูกของชรัมภ์เต็มทน จึงตัดสินใจลุกขึ้นมาหาความสุขให้กับตัวเอง แล้วก็เหมือนโชคชะตาพาให้ผิดผีทำให้เธอได้พบธีวินที่เหมือนจะเข้าอกเข้าใจเธอทุกอย่าง ทำให้เหมสุดาหวั่นไหว ตามประสาเมียที่ผัวไม่ใยดี  โดยหารู้ไม่ว่า ธีวินคือแฟนหนุ่มของปายทอง

ชรัมภ์-เหมสุดา "ไปให้ถึงดวงดาว"
ชรัมภ์-เหมสุดา “ไปให้ถึงดวงดาว”

ไปให้ถึงดวงดาว เป็นละครที่มีเค้าโครงมาจากนิยายเรื่อง ไปไม่ถึงดวงดาว ของ นันทนา วีระชน ที่พูดถึง การต่อสู่ฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อไปให้ถึงจุดหมายของคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งก็คือ ธีวินและปายทอง ที่เขาทั้งคู่ต้องเจอกับบททดสอบแบบจัดหนัก ที่อาจสั่นคลอนถึงชีวิตคู่ของเขาในอนาคตถ้าใจไม่แข็งพอ นิยายเรื่องนี้ของนันทนา วีรชน ถ้าให้ลุง ๆ ป้า ๆ ท่านพูดถึงท่านก็จะบอกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่มันนิยายประโลมโลก” เนื้อเรื่องต่าง ๆ ก็จะเต็มไปด้วยเรื่องของการชิงรักหักสวาท ลองเชิงลองใจ ความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ที่จะต้องมีอุปสรรค์มาทดสอบความมั่นคงแข็งแรงทางจิตใจของคู่ชีวิตที่เรียกได้ว่าทุกคู่นั่นแหละ แต่คู่ที่โดนบททดสอบมากที่สุดก็เห็นจะเป็น ธีวินกับปายทอง  ซึ่งนิยายแนวนี้ก็เป็นทางถนัดของ  นันทนา วีระชน 

ตีหัวเข้าบ้านได้ตั้งแต่ ep แรก

เป็นการดำเนินเรื่องที่เร็วและกระชับได้ใจความ เพียงแค่ ep แรกก็สามารถเล่าถึงนิสัยความเป็นมาของตัวละครหลักได้ครบ เรื่องนี้มีสองคู่ที่เป็นคู่หลักค่ะ ไม่มีคู่เอก ไม่มีคู่รอง แต่เป็นคู่หลักที่เป็นหัวใจของเรื่องให้คอยลุ้นไปกับพวกเขามากกว่าว่าปายทอง (มะปราง อลิสา) และ ธีวิน (แบงค์ ธิติ) จะไปได้ถึงดวงดาว อย่างที่วาดฝันไว้หรือเปล่าซึ่งดวงดาวที่ว่าก็คือการได้แต่งงานอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีบ้านที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของทั้งสองคน  ซึ่งอุปสรรค์ที่มาเป็นบททดสอบใหญ่ยักษ์ก็คือ ชรัมภ์ (อั้ม อธิชาติ) และ เหมสุดา (คริส หอวัง) ที่นอกจากชีวิตคู่ของตัวเองจะพังไม่เป็นท่าแล้ว ยังแผ่รังสีมาสร้างความย่อยยับเป็นมารขวางชีวิตของคู่อื่นได้มากมายหลายคู่เข้าไปอีก เรียกได้ว่าคู่นี้คู่เดียวชีวิตชาวบ้านเขาก็เกือบจะพังระเนระนาดไปเป็นคู่ ๆ เลยนั่นแหละ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มือที่สามหรือจะสู้มือตัวเอง ไม่มีใครพังเพราะใครไปได้หรอกค่ะถ้าใจของเราหนักแน่นพอ

ปายทอง-ธีวิน "ไปให้ถึงดวงดาว"
ปายทอง-ธีวิน “ไปให้ถึงดวงดาว”

ดำเนินเรื่องแบบแฟลชแบ็กได้น่าสนใจ

ถือว่าเป็นการดำเนินเรื่องที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไรมากมายนัก เพราะซีรีส์เกาหลีหลาย ๆ เรื่อง ทำแบบนี้กันมาอย่างคึกคักเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าทันสมัยและสร้างความน่าสนใจพอสมควรสำหรับละครไทย แต่ก็ไม่ได้ทำให้แปลกใจมากนัก เพราะช่องวันก็มักที่จะดำเนินเรื่องในลักษณะนี้อยู่หลายเรื่อง

มีฉากหนึ่งที่ทำให้เข้าใจผิดว่าธีวินกำลังโจ๊ะพรึม ๆ อยู่กับเหมสุดาบนรถ โธ่เอ้ยอะไรวะนี่เพลี่ยงพล้ำกันตั้งแต่เริ่มต้นเลยเหรอเนี่ย แต่ที่ไหนได้กลับกลายเป็นว่าเป็นการเช็ดอ้วกกันเท่านั้นแหละ ก็เข้าใจหลอกให้คอยติดตามตอนต่อไป เป็นการดักทางเดาของคนดูที่เดาไปแล้วฟลาวซะงั้นได้อย่างน่าตามไปหยิกเบา ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็ติดอยู่ตรงที่ว่าการดำเนินเรื่องแบบนี้ ถ้าเอามาใช้เยอะแยะรุ่มร่ามจนเกินไป จากน่าติดตามจะกลายเป็นน่ารำคาญไปซะฉิบ ซึ่งก็เกือบที่จะหนักไปทางนั้นอยู่แล้วเชียว

นึกว่าเยเย่มารูเกะกันซะแล้ว
นึกว่าเยเย่มารูเกะกันซะแล้ว

สิ่งหนึ่งที่กังวลตอนดูละครเรื่องนี้แรก ๆ ก็คือ กลัวจะโดนตีหัวเข้าบ้านแล้วไปปล่อยอ้างว้างอยู่กลางทะเลแบบที่เคยโดยมาแล้วในบางเรื่องของช่องวัน แต่เรื่องนี้ใจดีนักขนาด ที่การณ์ไม่เป็นดั่งคาด เพราะดูมาเรื่อย ๆ เพลิน ๆ จนมาถึง ep16 มองซ้ายมองขวาก็ยังเป็นบรรยากาศภายในบ้านที่สนุก ยิ้ม และมีอารมณ์หมั่นไส้แกมโมโหในความร้ายกาจ ความงี่เง่าของตัวละครบางตัว ไม่ใช่บรรยากาศกลางทะเลที่แสนอ้างว้างแล้วต้องร้องตะโกนว่า ฮัลโหลวววววว มีใครอยู่ไหมอย่างที่หวาด ๆ ไว้อย่างตอนแรก ที่เหลือก็ต้องมาลุ้นตอนจบค่ะว่าจะจบแบบอิหยังวะ หรือจบแบบปรบมือให้ ก็ต้องติดตามกันต่อไป อีกไม่มากแล้วละค่ะแล้วตอนนี้จากที่ออกอากาศทุกวัน ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 21.30 น. ช่องวันก็ปรับแผนใหม่มาสู้โควิด 19 (หยอก ๆ ) เปลี่ยนเวลาออกอากาศเป็น 20.30 น. แล้วละ เร็วขึ้นมาอีกชั่วโมงนึงหลังจากที่มีแฟน ๆ บ่นกันหนาหูว่าละครออกอากาศดึกเกินไป

ปรับบทใหม่ทันยุคทันสมัย เข้ากับนักแสดง

ไปไม่ถึงดวงดาว เป็นหนึ่งในนิยายร้อยกว่าเรื่องของ นันทนา วีระชน ที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2529 ของค่ายอัครเศรณีโปรดักชัน ในครั้งนั้นได้ พี่นก-สินจัย เปล่งพานิช มารับบทเป็นเหมสุดาประกบคู่กับ อภิชาติ หาลำเจียก ส่วนคู่หลักอีกคู่ก็เป็น วรรณิศา ศรีวิเชียร และ นพรัตน์ ช่างสุพรรณ จนมาในปี 2537 ก็ถูกนำกลับมาทำเป็นละครโทรทัศน์ในชื่อเดียวกัน ออกอากาศทาง ช่อง9 อสมท. ได้ ดาริน กรสกุล ประกบคู่กับ นุติ เขมะโยธิน

ภาพยนตร์ "ไปไม่ถึงดวงดาว" 2529
ภาพยนตร์ “ไปไม่ถึงดวงดาว” 2529

ซึ่งในเวอร์ชันรีเมก 2020 ได้ปรับบทใหม่เข้ายุคเข้าสมัย อาชีพการงานของตัวเอกแต่ละตัวก็เปลี่ยนไปรวมทั้งคำพูดคำจาที่เรียกได้ว่า เข้าปากนักแสดง และเปลี่ยนชื่อเสียใหม่เป็น ไปให้ถึงดวงดาว ที่คนดูสามารถเอาใจช่วยพระนางได้อีกว่า เขาจะนำพาชีวิตคู่ไปให้ถึงดวงดาวอย่างที่ฝันไว้รึเปล่านะมากกว่าจะทำนายเอาดื้อ ๆ ว่าไปไม่ถึงดวงดาวแน่ ๆ เลยชีวิตพวกแก แบบเวอร์ชันเก่าหรือในนิยายที่นักเขียนได้ประพันธ์เอาไว้ เชื่อแน่นอนว่าเวอร์ชันนี้จบไม่เหมือนเวอร์ชันก่อน ๆ แหง๋ ๆ เชื่อขนมป้าแก่ข้างบ้านกินได้เลย จะติดอยู่อย่างเดียวก็ตรงที่

หลายท่านที่ได้ดูอาจจะมีช่วงสับสนกันนิด ๆ หน่อย  ๆ (อิชั้นคนนึงนี่แหละค่ะที่สับสน) ระหว่างเข็มเพชรกับเหมสุดา เพราะสองเรื่องนี้ตัวเอกตัวเดียวกันทั้งคู่เลย มิหนำซ้ำเสื้อผ้าหน้าผม ก็พาเอาสับสนมากขึ้นไปอีก เข็มเพชรเป็นตัวเอกจากละครเรื่อง เนื้อใน ส่วนเหมสุดาเป็นตัวเอกจากละครเรื่องนี้ ซึ่งก็รับบทโดย คริส หอวัง ด้วยกันทั้งสองเรื่อง อารมณ์ตัวละคร โม้เมนต์ต่าง ๆ คล้ายคลึงกันอย่างกับฝาแฝด แตกต่างกันที่ชาติกำเนิดและอุปนิสัยบางประการเท่านั้นเอง ถามว่าคริส เอาอยู่ไหมกับบทบาทของทั้งสองเรื่อง ก็เอาอยู่แบบจะดิ้นก็หลุดไม่ได้อยู่หมัดซะทีเดียว สำหรับเรื่องนี้คริสสามารถส่ง-รับอารมณ์ได้ดีอยู่ เป็นเหมสุดาที่น่าสงสารแบบ โถชีวิต เกิดมารวยก็ไม่ได้จะมีความสุขเสมอไปอ่ะเนอะ เหมสุดา

เหมสุดา ไฮโซสาวผู้อาภัพ
เหมสุดา ไฮโซสาวผู้อาภัพ

สำหรับแฟนนิยายของนันทนาวีรชนและผู้ที่ชื่นชอบแนวละคร ดราม่าว้าวุ่นในชีวิต เรื่องนี้ดีค่ะ ดูสนุก เพลิน ๆ ไม่ได้กรี๊ดตบกรี๊ดเหวี่ยงอย่างไร้เหตุผล มีแง่มุมให้คิดตามและพร้อมจะสมมติชีวิตของตัวเองเข้าไปบ้าง ถ้าเราเป็นเหมสุดาเราจะทำแบบไหน ถ้าเราเป็นปายทองเราจะตัดสินใจยังไงกับชีวิตที่สะดุดแล้วสะดุดอีก อั้ม อธิชาติ แสดงได้ไม่ผิดหวังจนถึงขั้นทำให้เกลียดชรัมภ์ได้เลยทีเดียว ส่วนแบงค์ ธิติ ถึงบทจะไม่ได้แรงแซงใคร ๆ จนน้ำหูน้ำลายย้อยอย่างรักฉุดใจ นายฉุกเฉิน แต่แบงค์ก็เป็น ธีวิน ที่มีเสน่ห์และเข้าถึงบทบาทได้อย่างน่าชื่นชม พอเข้าคู่กันกับมะปรางก็ทำได้ลื่นไหลไม่ขัดเขิน เรียกว่าเคมีเข้ากันก็ไม่ผิด

ไปให้ถึงดวงดาว เปลี่ยนเวลาออกอากาศเป็นทุกวันจันทร์อังคาร เวลา 21.20 .  เริ่มจันทร์ที่ 30 มีนาคมนี้ ทางช่อง One 31

รับชมย้อนหลังได้ทาง LINE TV

  • บทประพันธ์โดย : นันทนา วีรชน
  • บทโทรทัศน์โดย : ภาคีเรืองแสง
  • ควบคุมบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ, นิพนธ์ ผิวเณร
  • กำกับการแสดงโดย : สันต์ แก้วศรีหล่อ
  • อำนวยการผลิตโดย : ถกลเกียรติ วีรวรรณ, นิพนธ์ ผิวเณร

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

ความสมบูรณ์ของบท
80
คุณภาพงานสร้าง
85
คุณภาพนักแสดง
90
คุณภาพการเล่าเรื่อง
85
คุ้มเวลาในการรับชม
90
จุดเด่น
ดำเนินเรื่องเร็ว กระชับ ไม่ยืดเยื้อ
บทสนุกทันสมัย ฉีกจากนิยายมาพอสมควร
จุดสังเกต
ละครติดเรท 13+ นะจ๊ะ ผู้ปกครองควรแนะนำ
86