[รีวิวละคร] ฟากฟ้าคีรีดาว Ep1-3 : เรื่องราวชีวิตของคนมีปม ที่น่าติดตามให้ถึงตอนอวสาน

ละครค่ายเป่าจินจง จากปลายปากกาของ สิริพิรี (ปรียานุช ปานประดับ)ที่บอกเล่าเรื่องราวของคนมีปมสามคนที่ต้องมาเกี่ยวข้องกันบนโลกใบนี้ สันธรากาศ (ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์)  หล่อ ดื้อ เอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้เหมือนดีดนิ้ว ลูกชายของ ราชิสา (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) มาเฟียอินเดีย รวยระดับมหาเศรษฐี  หนีการตามล่าของแก๊งคู่อริจากหิมาลัย มาซ่อนตัวอยู่ที่เชียงใหม่ จนได้พบกับ ดานิกา (น้ำหวาน-ภูริตา สุปินชุมภู) ผู้หญิงที่เขาเคยพบที่หิมาลัยอีกครั้ง เธอไม่แยแสความรวยของเขา ออกจะหมั่นไส้เอามาก ๆ  เป็นเจ้าของร้านอาหาร ลูกสาวของ ดารารัตน์ (ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน) นักธุรกิจหญิงที่เก่งและเพียบพร้อม สันธรากาศชอบดานิกา พยายามวนเวียนมาเป็นลูกค้าประจำ แต่ด้วยความที่เป็นลูกมาเฟีย วิธีการก็จะดูแข็ง ๆ ห่าม ๆ มีวิธีการเอาใจแบบลูกนักเลง ใช้เงินช่วยแก้ปัญหา แต่ดานิกากลับใส่ใจ คิรี (อิน-สาริน รณเกียรติ) ลูกจ้างในร้านมากกว่า เป็นเจ้านายลูกน้องสนิทสนมกันมาก

คิรี-ดานิกา
คิรี-ดานิกา
ดานิกา-สันธรากาศ
ดานิกา-สันธรากาศ

 

เพราะเห็นใจที่มีชีวิตลำบากและต้องทำงานเลี้ยงดูแม่ขี้เมาอย่าง พรรำไพ (สินจัย เปล่งพานิช) คือพรรำไพเนี่ยเป็นเมียของราชิสา แต่สองคนแยกทางกัน คิรีอยู่กับแม่ สันธรากาศไปอยู่กับพ่อ สันธรากาศก็จะหมั่นไส้ทุกครั้งและอยากให้คิรีอยู่ห่างจากดานิกาด้วยการใช้เงินแก้ปัญหา “แกเอาเงินนี่ไปแล้วอยู่ให้ห่างจากดานิกาซะ” ปูมหลังของคิรีนี่เคยไปบวชที่หิมาลัยมาตั้งแต่เด็ก กลับมาเมืองไทยเพราะแม่ตกบันไดขาเจ็บ ไม่มีวุฒิที่จะไปสมัครงานอะไรดี ๆ จนได้มาเป็นลูกจ้างในร้านของดานิกา เมื่ออยู่ใกล้ชิดกันมาก ๆ

เจ้าลูกจ้างตัวดีก็แอบปิ๊งนายสาว แต่แล้วพรรำไพ แม่ของคิรีก็ทำเรื่องให้ลูกชายต้องเดือดร้อน ด้วยการไปกู้นอกระบบมากินเหล้าจนเจ้าหนี้มาทวงถึงบ้าน จับตัวคิรีไป สุดท้ายสันธรากาศก็เป็นคนไปช่วยจนรอดชีวิต ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้าหนี้ก็คือ ศิขริน (จอนนี่ แอนโฟเน)พ่อเลี้ยงของดานิกา ที่ดานิกาเกลียดนักเกลียดหนา เพราะรู้สันดานของศิขรินว่าเป็นคนไม่ดี หวังสูบเลือดสูบเนื้อแม่ของเธอและพยายามจะเคลมเธอมาตั้งแต่เด็ก แล้วการที่คิรีถูกจับตัวไปคราวนี้ ก็เป็นใบสั่งของศิขรินนั่นแหละ

พ่อ มาเฟีย แม่ ขี้เมาและลูก ๆ ของเขา
พ่อ มาเฟีย แม่ ขี้เมาและลูก ๆ ของเขา

เนื้อเรื่องใน 3Ep แรกก็ดำเนินมาได้ประมาณนี้ ส่วนเหตุการณ์ต่อ ๆ ไป ก็จะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่ คิรี พ่อคนเคยบวชแต่กลับถูกกิเลสครอบงำ เพราะหลงรักดานิกาจนอยากได้มาครอบครอง อยากอยู่เหนือสันธรากาศที่ร่ำรวยและเหนือกว่าตัวเองในทุก ๆ ด้าน และต้องการเอาชนะคำดูถูกของแม่ดานิกา ประมาณว่าแม่เขานิยมในตัวสันธรากาศมากกว่าอ่ะนะ คิรีคือขุนเขา ผู้ประพันธ์สื่อไว้ว่า เป็นขุนเขาต่ำต้อยที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อผลักตัวเองไปแข่งกับฟากฟ้า สุดท้ายขุนเขาอย่างคิรีก็ถลำตัวไปทำงานนอกกฎหมายกับศิขริน พ่อเลี้ยงดานิกา จนผงาดขึ้นมาร่ำรวยและสู้กับสันธรากาศทุกทาง

แต่ สันธรากาศ พ่อคนรูปหล่อพ่อมีตังค์ ไฮโซเอาแต่ใจแห่งหิมาลัย แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นคนที่มีจิตใจพระเอก สืบรู้ว่าคิรีกำลังเลือกเส้นทางชีวิตผิด ถึงจะไม่ค่อยชอบขี้หน้า แต่เมื่อดานิกาขอร้องให้ช่วยคิรี สันธรากาศก็วางแผนดึงคิรีออกจากคนบาปอย่างศิขริน แต่กลับกลายเป็นปมที่มัดให้ดานิกาต้องแต่งงานกับคิรีซะงั้น ยิ่งเมื่อสันธรากาศได้พบหน้าพรรำไพ เขากลับยอมปล่อยมือจากคนรักเพราะรู้ความจริงว่าคิรีคือน้องชายของเขาเอง ในเรื่องย่อบอกไว้ว่า

สันธรากาศต้องสละทุกอย่างแม้ชีวิตเพื่อปกป้องน้องชายและคนรัก ฟากฟ้าจะโอบกอดดวงดาวและขุนเขาไว้ได้นานแค่ไหน

OMG!!! หรือเรื่องนี้ต้องมีคนเสียสละ

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สิริพิรี จะเขียนให้เรื่องนี้ลงเอยแบบไหน จะลงเอยที่การเสียสละชีวิตของสันธรากาศเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรักทั้งสองคนหรือไม่ เพราะในเรื่องย่อมีคำที่บอกว่า  เมื่อวันท้องฟ้าหม่นมืดทะมึน เขาสูงลดลงต่ำเตี้ย ดวงดาวไร้แสงสุกสว่าง เพราะกิเลส ฟ้ากว้าง เขาสูง ดวงดาว ฟาดฟันกระหน่ำใส่กัน หนึ่งชีวิตต้องถูกลบหายไป เป็นเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ว่าจะเป็นไปตามที่โปรยเอาไว้หรือเป็นไปแบบคุณหลอกดาว จะจบเศร้าหรือจบแบบแฮปปี้ แต่ดูทรงแล้วความดราม่าน่าจะมีมาเรื่อย ๆ ต่อจากนี้แน่นอนเลย คิรีที่เปรียบเหมือนเขาสูง เพราะชื่อของเขาตั้งมาจาก คิรีมันจาโร ยอดเขาที่สูงที่สุด อดีตเป็นคนเคยบวชแต่เมื่อกิเลสมาครอบงำ ไอ้ที่เคยบวชมากลับมาค่าเท่ากับศูนย์ ยอมลดคุณค่าของตัวเองลงเพื่อจะเอาชนะคนไม่กี่คน

ภาพรวมของละครคือสนุก แต่ก็มีข้อติให้น่าเสียดาย

คือมันเห็นข้อผิดพลาดได้ชัด ทั้ง  ๆ ที่โครงเรื่องมันน่าสนใจมาก ๆ การเปรียบตัวเอกทั้งสามคนเป็นดั่ง ท้องฟ้ากว้าง ๆ ที่พร้อมจะโอบอุ้มทุกสิ่งทุกอย่าง ขุนเขาสูงใหญ่ที่สุดท้ายก็ลดตัวลงต่ำเพราะกิเลส และดวงดาวสุกใสในยามเช้าที่ส่องสว่างกลางใจใครหลายคน ถือเป็นการเปรียบเทียบที่แฝงความนัยแทนตัวบุคคลได้อย่างน่าชื่นชม ละมุนละไม เป็นเรื่องราวชีวิตของคนมีปมสามคนที่มีการนำเสนอละเอียดอ่อน แต่ การดำเนินเรื่องหรือปูความสัมพันธ์ของตัวละครสามตัวมันสั้นเกินไป จนขอใช้คำว่า ห้วนไปหน่อย

โดยเฉพาะในช่วงความสัมพันธ์ของดานิกากับคิรี ในส่วนความรู้สึกที่ได้ดูต้องขอบอกว่าจุดนี้ไม่สามารถต่อความรู้สึกของคนดูได้ติด ว่านางเอกจะไว้เนื้อเชื่อใจมนุษย์และสนิทสนมกับคนที่เพิ่งจะรับเข้าทำงานได้ไวว่องขนาดนี้เชียว มีการถือวิสาสะเช็ดน้ำตา เช็ดปากให้กัน อะไรยะ มันสนิทกันเร็วงี้เลย ซึ่งคิดว่าการตัดต่อและบทที่ห้วนกระชับไปสักหน่อย น่าจะมีส่วนทำให้เนื้อเรื่องในส่วนนี้ ขาดความสมจริงไปมาก ถ้าบทจะทอนส่วนอื่นออกไปแล้วเติมความสัมพันธ์ในส่วนนี้เพิ่มเข้ามาให้อินไปด้วยได้ เรื่องนี้จะถือว่าเป็นละครแอ็กชันดราม่าที่สมบูรณ์เรื่องหนึ่งได้เลย

ในส่วนของนักแสดงแต่ละคนทำได้ดีในบทที่แต่ละคนได้รับ น้ำหวาน-ภูริตา ในบท ดานิกา ก็เรียกได้ว่าน้องเป็นดวงดาวยามเช้าจนผู้ชายสองคนหลงรักที่สมคาแร็กเตอร์ ดื้อ มีปม มีความเชื่อมั่นแปลก ๆ ก้าวกระโดดจากบทแม่ผ่อง ในเรื่อง ทองเอกหมอยาท่าโฉลง ออกมาได้แบบเห็นการพัฒนา แถมยังจูงมือพ่อเพิ่มจากละครเรื่องเดียวกันมารับบท คิรี ในเรื่องนี้อีก ซึ่ง อิน สาริน ที่รับบทคิรี ถึงจะผ่านละครมาเพียง 3 เรื่อง (ดวงใจในไฟหนาว , ซีรีส์ลูกผู้ชาย ภูผา,ทองเอกหมายาท่าโฉลง) แต่ในเรื่องนี้ อินก็เป็นคิรีที่น่าจับตามอง

เพราะในส่วนของบทคิรี เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เข้มข้นขึ้น มีการพัฒนาจากด้านที่ขาวที่สุดจนกลายเป็นสีเทา ก็อยากรู้ว่าจะเทาได้แค่ไหน บวกด้วยคาแร็กเตอร์ของสันธรากาศ ที่เปรียบดั่งฟ้ากว้างแถมยังหลากสี ที่แล้วแต่ใจคนมองและอารมณ์ของท้องฟ้าว่าจะสะท้อนสีไหนออกมาสู่สายตาผู้คน ภณ ณวัสน์ ก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีใน 3Ep ที่ได้เห็น ถือเป็นเซ็ตตัวเอกหน้าใหม่ที่น่าจะเป็นเพชรของช่อง 3 บวกกับการแสดงของรุ่นใหญ่ที่แต่ละคนไม่ต้องสืบเรื่องฝีมือการแสดงเลยโดยเฉพาะ จอนนี่ แอนโฟเน ในบท ศิขริน เป็นตัวร้ายที่เหี้ยม เข้ม แล้วก็น่าขยะแขยง พอ ๆ กับ พี่นก สินจัย ที่รับบทแม่ขี้เมาจนนึกว่าแกเมาจริง ๆ (เรื้อนพอ ๆ กับลำยองอ่ะค่ะ) พี่นกแกโทรมสิ้นแบบไม่ห่วงสวย แล้วเมคอัปเรื่องนี้ ก็แต่งหน้าได้ธรรมชาติ

ประทับใจมาก ๆ กับละครเรื่องนี้ก็คือ คอสตูมและโลเคชัน งานดีค่ะ ถูกจริต สมบท ไม่มากไม่น้อยชอบเลยแหละ โดยเฉพาะชุดของสันธรากาศและบรรยากาศสีสันแห่งหิมาลัย เลิฟเป็นพิเศษค่ะ แนวโน้มเรตติ้งตอนนี้ที่ทำไปได้ 2 กว่า ๆ ก็น่าจะขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ใน Ep ต่อ ๆ ไป ตามต่อค่ะ เนื้อเรื่องน่าสนใจและมีความใหม่อยู่พอสมควร

ฟากฟ้าคีรีดาว ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3 กด 33

รับชมย้อนหลังได้ที่ 3++ และ Line tv

  • บทประพันธ์โดย : สิริพิรี (ปรียานุช ปานประดับ)
  • บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
  • กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
  • ผลิตโดย : ค่าย เป่าจินจง
  • ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส