Money Heist

[รีวิวซีรีส์] Money Heist (ซีซัน 3-4) ภาคปล้นธนาคารกลาง: แอบย้วย แต่ยังน่าติดตาม

เรื่องย่อ ปฏิบัติการปล้นระดับชาติที่มีผู้นำขบวนการใช้ฉายาแฝงว่า ศาสตราจารย์ ได้เรียกพลพรรคที่รอดชีวิตหนีการจับกุมอยู่ในขณะนี้กลับมาอีกครั้ง เพราะสมาชิกคนหนึ่งอย่าง ริโอ ถูกจับได้และนำไปทรมานอย่างไร้มนุษยธรรมในที่ลับของรัฐบาล ทำให้พวกเขาต้องนำแผนการปล้นสุดคลั่งของเบอร์ลินในอดีตมาใช้ด้วยความจำเป็น เพื่อยึดธนาคารกลางที่เก็บทองคำสำรองของสเปนและต่อรองให้ปล่อยตัว ริโอ คืนมา

ภาคปล้นธนาคารกลางสเปน (ซีซัน 3-4 และยังมีต่อ) เป็นภาคที่ทำให้รู้สึกว่าทีมงานพยายามจะสานต่อความสำเร็จของซีรีส์ออกไปอีก เหมือนละครที่ยืดเรื่องต่อไปแล้วเริ่มมีความย้วยให้เห็น โดยจุดที่เห็นชัดคือการขาดตัวละครหลักบางตัวไปทำให้สีสันของเรื่องลดลงอย่างมีนัยยะ ส่วนตัวละครใหม่อย่าง มาร์ติน ก็ยังทดแทนตำแหน่งของตัวละครเก่าอย่างเบอร์ลินไม่ได้

Money Heist

เรื่องราวในภาคนี้เปิดมาได้น่าสนใจเมื่อโตเกียวทนหลบอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้และเริ่มออกสู่โลกภายนอกไปปาร์ตี้อีกครั้ง ทำให้ริโอที่คิดถึงโตเกียวมากต้องโทรศัพท์หาและกลายเป็นจุดอ่อนให้รัฐบาลสเปนหาตัวเขาเจอจากสัญญาณโทรศัพท์ และเมื่อริโอถูกจับไปทรมานในคุกลับ โตเกียวที่รู้สึกผิดว่าตนเป็นสาเหตุให้แฟนหนุ่มถูกจับจึงขอความช่วยเหลือไปยังศาสตราจารย์ และแล้วศาสตราจารย์ก็ต้องดึงทุกคนกลับมาอีกครั้งและดำเนินการแผนเก่าของมาร์ตินกับเบอร์ลินที่เขาคิดว่ายังมีจุดอ่อนมาใช้อย่างจำเป็น ด้วยความที่มันเป็นแผนที่เขาไม่ได้คิด เขาจึงต้องเดินทางไปขออนุญาตมาร์ตินให้มาเป็นผู้นำกลุ่มโจรแทนเบอร์ลิน ในขณะที่เขาก็ไม่มีเวลาเกลาแผนให้สมบูรณ์แบบจึงต้องด้นสดไปพร้อม ๆ กัน และทำให้สถานการณ์ปล้นรอบนี้มีบรรยากาศแปลกกว่ารอบก่อน ยิ่งเมื่อตัวละครผูกพันกันมากขึ้นซึ่งเป็นข้อห้ามที่ศาสตราจารย์เองเข้มงวดมากจนถึงขนาดห้ามรู้ชื่อจริงกันในภาคก่อน จุดอ่อนของตัวละครและแผนการเมื่อผสมกันก็ทำให้ทุกอย่างชวนลุ้นอยู่ไม่น้อย ยิ่งครั้งนี้คู่เจรจาที่พวกเขาต้องเจอไม่ใช่สาวที่มีจุดอ่อนอย่างสารวัตรราเกล หากแต่เป็นเสือสาวสุดแสบผู้ไร้หัวใจแทน การปล้นที่ไร้ความรุนแรงอันเป็นอุดมคติของศาสตราจารย์จึงสุ่มเสี่ยงจะพังยับไม่เป็นท่า ดีกรีการห้ำหั่นและการสูญเสียในครั้งนี้จึงเข้มข้นถึงขีดสุด

Money Heist
ริโอถูกจับไปทรมานในคุกลับ
Money Heist
โตเกียวมาตามหาศาสตราจารย์ถึงประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือ

ส่วนที่ชอบสำหรับภาคนี้ก็ยังคงเป็นโพรดักชันที่มีความสมจริงและเท่ไปพร้อมกันเช่นเคย ฉากการคิดวิธีขโมยทองคำดูอลังการกว่ารอบก่อน การดำน้ำในห้องเซฟนี่เท่มาก ๆ การสร้างตัวละครต่าง ๆ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีพยายามหาปมใหม่ ๆ มาเล่นรวมถึงการเอาปมเก่ามาขยี้ก็ยังดี พัฒนาการของตัวละครต่าง ๆ น่าสนใจ เดนเวอร์ที่มีความรับผิดชอบแบบพ่อคนมากขึ้นแต่ก็ยังทิ้งความเลือดร้อนคิดมากที่เป็นนิสัยติดตัวไม่ได้ รักสามเส้าแบบหลากหลายทางเพศของเฮลซิงกิกับมาร์ตินและไนโรบี (และอาจรวมถึงเบอร์ลิน) ก็สร้างสรรค์มุมมองใหม่ ๆ เรื่องความรัก ส่วนความรักของริโอที่เปลี่ยนคนหลุดโลกอย่างโตเกียวได้ก็น่าสนใจ ที่น่าจะเปลี่ยนจากเดิมมากสุดก็คงเป็นตัวศาสตราจารย์เองที่ตอนนี้สานสัมพันธ์รักกับสารวัตรราเกลและกลายเป็นตัวละครที่มีจุดอ่อนในตัวผุดขึ้นไม่หยุดจากการเริ่มมีหัวใจนี่เอง เพราะในภาคแรกศาสตราจารย์มีจุดแข็งเรื่องจิตใจกับแผนการมากพอสมควร พอมาภาคนี้ยิ่งเห็นพัฒนาการของเขาชัดขึ้นไปอีก

Money Heist Money HeistMoney Heist

ด้านฝั่งตัวร้ายก็ดุดันน่ากลัวขึ้นสมกับที่ควรเป็น เพราะนี่เป็นการเผชิญหน้ากลุ่มโจรเดิมที่มีลายเซ็นในวิธีการมาแล้ว ฝ่ายรัฐย่อมควรต้องรับมือได้ดีขึ้นไปด้วย อย่างการตัดวงจรดิจิทัลไปเลย และแนวคิดว่าแข่งการเงินกับทางพระเอกก็สู้พวกโจรไม่ได้หรอกเพราะกำลังเงินของรัฐที่ใช้ในการต่อต้านการก่อการร้ายมันจำกัดในขณะที่พระเอกมีเงินเป็นร้อยล้าน ก็เป็นสิ่งที่มาเหนือการคาดเดามาก ๆ และการเพิ่มโจทย์ยาก ๆ ให้ฝั่งตัวเอกก็ทำได้น่าสนใจดีทีเดียว โดยเฉพาะตัวละครสารวัตรอลิเซียสาวโหดท้องแก่ แค่ภาพลักษณ์ภายนอกก็มีความขัดแย้งรุนแรงแล้วเพราะความรุนแรงกับความเป็นแม่เป็นอะไรที่เข้ากันไม่ได้เลย อีกตัวละครที่น่าสนใจก็คือหัวหน้า รปภ. ของธนาคารสเปนที่น่าจะเป็นตัวปัญหาสุดของภาคนี้แล้ว ด้วยคาแรกเตอร์แบบจงใจลอกตัวละคร จอห์น แม็กเคลน ในหนัง Die Hard มาใช้เป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก เพราะเราต้องเอาใจช่วยคนร้ายสู้กับตัวละครคล้ายพระเอกดังแบบนี้ เป็นอะไรที่สนุกมาก ยิ่งพี่แกตายยากสมชื่อยิ่งน่าจะมีผลกระทบกับซีรีส์ในฉากสำคัญต่อไปแน่ ๆ

Money HeistMoney Heist

ส่วนที่ไม่ชอบสำหรับซีรีส์ในภาคนี้ คือความโลกสวยและบังคับสกิลมหานิยมให้กลุ่มตัวเอกไปหน่อย เพราะว่ากันตามความจริงแล้วการปล้นโรงกษาปณ์ในภาคก่อนถ้าว่าตามโลกความจริง มันจะเกิดความปั่นป่วนทางการเงินทั้งประเทศหรือทั้งโลกด้วยซ้ำ ผลกระทบนี้จะลงไปที่เศรษฐกิจและตัวประชาชนรากหญ้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ว่ากันตามนี้การที่ชาวบ้านจะสนับสนุนกลุ่มพระเอกหรือยกให้เป็นวีรบุรุษมันพูดยากมากทีเดียว การมาโปรยเงินหลังจากผ่านเหตุการณ์เก่าไปปีสองปีแทบไม่ได้สร้างอารมณ์ร่วมอะไรขนาดนั้นเลย ยิ่งดูมีวาระซ่อนเร้นในการช่วยพรรคพวกเข้าไปอีก (และว่ากันตามจริงการโยนเงินนอกระบบเข้ามาแบบนี้ยังทำให้เงินลดค่ากลายเป็นแค่กระดาษเข้าไปอีก) ยังไม่นับเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนร้ายในคดีก่อการร้ายทางเศรษฐกิจเองก็ไม่น่าเป็นระเบิดที่เปลี่ยนสถานการณ์ได้ขนาดนั้นเลย (จริง ๆ เอกสารลับของรัฐบาลนั่นยังดูน่าเอามาใช้เสียมากกว่า) โดยสรุปก็คือในแง่ของความพยายามให้พวกพระเอกเป็นกลุ่มฮีโรมันขัดความรู้สึกมากไปพอสมควร

Money Heist Money Heist

ส่วนที่รู้สึกว่าแย่กว่าเดิมเลยคือการเล่าเรื่อง แผนการมีเวลาเกลาน้อย ทั้งในเรื่องจริงที่ต้องเข็นภาคต่อออกมา และในเรื่องที่พระเอกต้องเอาแผนไม่สมบูรณ์มาใช้ก็ทำให้ความฉลาดลดลงไป แล้วการเอาเรื่องดราม่าเข้ามาอุดเนื้อหาให้แน่นก็ใช้มากไปจนการเดินเรื่องย้วยไปมา วนเวียนอยู่กับเรื่องรักสองเส้าสามเส้าของตัวละครกลุ่มนั้นกลุ่มนี้วนอยู่อย่างนั้น ยิ่งประเด็นเฟมินิสต์ที่จริง ๆ ก็เป็นซับพลอตในภาคแรกอยู่แล้วและเอามาใช้ขับพลอตหลักได้น่าสนุกดี พอมาภาคนี้ยิ่งเลยเถิดเอามาเล่นจนล้นเหมือนตัวละครไม่มีการเรียนรู้อะไรเลย และที่หนักสุดคือฉากแฟลชแบ็กที่ภาคก่อนเน้นเอามาเฉลยแผนการหรือเปิดปมที่กระทบแผนการต่าง ๆ มาภาคนี้เอามาแค่ขยายปมดราม่าแบบไม่ส่งผลกับเรื่องราวหลักเสียเยอะ บางช่วงคือเอาดราม่าเพียว ๆ ไม่มีประเด็นอะไรใหม่เลยจริง ๆ เป็นดราม่าที่รู้อยู่แล้ว หรือบางครั้งก็แค่พยายามมีที่ทางให้ตัวละครแสนรักของผู้ชมอย่างเบอร์ลินที่ได้มีเวลาออกมาโชว์บ้าง ซึ่งไม่ส่งผลอะไรกับเนื้อหาอีกแล้ว ถ้าเป็นละครไทยก็คือฉากยัดเอ็มวีมาให้เต็มเวลานั่นเลย

Money Heist Money Heist

สรุป แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องบอกว่านี่ยังเป็นซีรีส์สายอาชญากรรมสมองเพชรที่สนุกน่าติดตามมากที่สุดในช่วงนี้อยู่ดี และความนิยมในบ้านเราต่อตัวซีรีส์ที่มากขนาดติดเทรนด์ประจำวันอันดับต้น ๆ จนซีรีส์ยังมาถ่ายฉากในประเทศไทยเป็นเซอร์ไพรส์ให้แฟนชาวไทยได้วี้ดว้ายด้วย ก็น่าจะเพียงพอที่จะบอกว่า ถึงย้วยลงบ้างแต่ยังรักซีรีส์นี้อยู่เช่นเดิม

Money Heist

 

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แสดงความคิดเห็น