[รีวิว]มนตร์มายา ณ ร้านลับแล Mystic Pop-Up Bar : คอมเมดี้-แฟนตาซี ที่ขนอารมณ์ต่าง ๆ มาครบรส

จุดเด่น
บทมีความหลากหลาย ผสมผสานความหลากอารมณ์ได้แบบลงตัว
เป็นแฟนตาซี คอมเมดี้ ดราม่า แอ็กชัน ครบอ่ะเรื่องนี้
ทุกอารมณ์ยังไม่สุดโต่งแต่ก็กลมกล่อมพอดีแล้ว จัดเป็นซีรีส์รสอร่อยที่กินได้ไม่มีเบื่อ
บทมีปมซับซ้อน ทั้งปมหลัก ปมย่อย และปมจากพาร์ทอดีตที่น่าติดตาม
จุดสังเกต
Ep แรกบางเบา ยังไม่เปิดความเป็นแฟนตาซีเท่าไหร่นัก แต่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ท้าย ๆ Ep1 เป็นต้นไป
เราไม่สามารถข้าม Ep ไหนไปได้เลยนะ เพราะจะดูไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับปมที่ค้างคาอยู่
8.5

ซีรีส์เกาหลี เรื่องสุดท้ายก่อนเข้ากรม ยุกซองแจ เรื่องนี้เป็น Original Netflix นะคะ สร้างจากการ์ตูนในเว็บตูนเกาหลี เรื่อง Ssanggap Pocha (쌍갑포차) ที่เปิดมา Ep แรกบอกเลยว่ายังไม่ติดใจสักเท่าไหร่ เพราะปูมหลังดูบางเบาและรวบรัดไปนิด แต่เดี๋ยวก่อน ซีรีส์เรื่องนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ท้าย ๆ Ep1 เป็นต้นไปนี่แหละจ้ะ

เปิดเรื่องมา Ep แรก เรื่องเล่าไปถึงที่มาของนางเอกตั้งแต่สมัยโชซอน วอลจู (พักซีอึน)มีแม่เป็นร่างทรงทำให้เธอได้รับพลังพิเศษมาอย่างหนึ่งคือ สามารถเข้าไปในฝันของผู้อื่นได้เพียงจับมือ ซึ่งความสามารถพิเศษนี้ทำให้เธอได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นมาตลอด จนชื่อเสียงเลื่องลือเข้าไปถึงในวัง เมื่อความทราบถึงพระมเหสี วอลจู ก็ถูกเรียกเข้าวังในทันทีเพราะในขณะนั้น องค์รัชทายาทเป็นโรคหลับไม่ตื่น

วอลจูก็เข้าไปรักษาองค์รัชทายาท ด้วยวิธีที่เธอใช้กับทุกคนคือ สัมผัสมือและเข้าไปในฝัน ปลอบประโลมวิญญาณที่บาดเจ็บจนรัชทายาทหายประชวร แต่ก็มีเหตุอันไม่คาดฝันเกิดขึ้นจนได้เมื่อชาวบ้านเกิดอิจฉาริษยาที่วอลจูได้ดิบได้ดี ก็เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างต่าง ๆ นานา ว่า “รัชทายาทแอบมาหาวอลจูทุกคืน เธอถึงมีหน้ามีตาแบบนี้ไงเล่า” เมื่อปากคนยาวกว่าปากกาภัยก็มาถึงตัว ความทราบไปถึงพระมเหสี แม่บอกให้เธอหนีไปและมอบปิ่นปักผมให้เธอ ไอ้ปิ่นปักผมนี่ก็เหมือนจะเป็นสื่ออะไรสักอย่าง

หลังจากนั้นแม่เธอถูกฆ่า บ้านถูกเผา วอดเลยจ้ะไม่เหลืออะไรสักอย่าง เด็กสาววอลจูคับแค้นใจในโชคชะตาและเกลียดมนุษย์ด้วยกันทันที ครอบครัวต้องพังพินาศเพราะลมปากคน เธอก็เลยไปผูกคอตายใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพกราบไหว้ของคนในเมือง ประมาณว่าเป็นต้นไม้คู่บ้านคู่เมืองก็เลยตั้งใจมาตายมันตรงนี้นี่แหละ เย้ยมันซะเลย พอตายไปแล้วที่ปรโลกวอลจูก็ถูกตัดสินโทษจาก เทพเจ้ายอม ให้มาอยู่ในโลกมนุษย์แบบไม่ตาย มีอายุยืนยาวแบบสวยสะพรั่ง เพื่อชดใช้ความผิดที่ไปผูกคอตายที่นั่นด้วยการให้ช่วยผู้คนที่ทุกข์ใจ 1 แสนคน ภายในเวลา 500 ปีให้ได้

ตัดภาพมาที่ยุคปัจจุบัน วอลจู (ฮวังจองอึม) เปลี่ยนจากเด็กวัยรุ่นแบ๊ว ๆ เป็นสาวมั่นสุดเฉี่ยว เดาว่าวอลจูเติบโตขึ้นมาตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกหลังความตาย (มีความน่าจะเป็นที่ Ep2) เธอเปิดธุรกิจบาร์เหล้าข้างทางชื่อ บาร์ลับแล โดยมี หัวหน้ากวี่ (ชเววอนยอง) อดีตตำรวจมือปราบล่าวิญญาณในโลกหลังความตาย เป็นผู้ช่วย บาร์นี้ไม่ได้จะเปิดให้คนเห็นอยู่ตลอด เป็นบาร์นินจาแบบเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ มาถึงปัจจุบันนี้เธอทำภารกิจสำเร็จไป 9 หมื่นกว่าคนแล้ว เหลืออีกเพียง 10 คนเท่านั้นก็จะครบแสนคน แต่มันก็ยากมาก ๆ เพราะคนสมัยนี้มักจะเก็บความทุกข์ไว้ในใจ

เทพเจ้ายอม ให้เวลาเธออีกแค่เดือนเดียวเท่านั้นถ้าไม่ครบแสนคนภายใน 1 เดือน เธอจะต้องลงนรกทันที แต่ก็เหมือนว่าแต้มบุญเธอจะสะสมมาดีอยู่เหมือนกัน เธอได้พบกับ ฮันกังแบ (ยุกซองแจ) ชายหนุ่มที่มีความสามารถพิเศษ สามารถเปิดใจผู้คนให้ยอมเล่าเรื่องราวทุกข์ใจได้ด้วยการสัมผัสตัว ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะฟังและเป็นทุกข์กับความสามารถพิเศษนี้ของตัวเองมาก เพราะมันเหมือนคำสาปที่ทำให้เขาถูกตัวใครไม่ได้เลย โดนปุ๊บเล่าปั๊บ แล้วก็เป็นเรื่องราวลับ ๆ ในใจที่ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องดีซะด้วยสิ สองคนทำสัญญากัน “เธอช่วยฉัน ฉันจะช่วยให้เธอหายจากสิ่งที่เธอเป็น” ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการได้ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัว

เริ่มต้นบางเบาแต่ชงเข้มขึ้นเรื่อย ๆ

ซีรีส์ขายความเป็น คอมเมดี้-แฟนตาซี แต่เริ่มต้นมาแบบบางเบาไปสักหน่อย อารมณ์เหมือนชงเหล้าแก้วแรก ที่เริ่มจากบาง ๆ ไปก่อน ชิมลางพอชุ่มคอแล้วค่อยจัดหนัก เติมให้เข้มขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้ตัวละครจะเข้าไปอยู่ในความฝันของผู้คน จัดการสะสางสิ่งที่อยู่ในใจและจิตสำนึก ความโอเวอร์แอ็กติ้งบอกเลยว่ามาเต็มมาเยอะ จนดูล้น ๆ แต่ก็เข้าใจได้กับเส้นเรื่องที่ปูไว้ เป็นตลกร้ายแบบคอมเมดี้ที่มีเส้นเรื่องยืนอยู่เส้นเดียวคือ บาร์ลับแลที่เปิดมาเพื่อล่อแมงเม่าให้บินเข้ากองไฟ เพื่อภารกิจหนีนรกของวอลจู และแมงเม่าเหล่านั้นก็คือลูกค้าที่มีความทุกข์ใจ ไม่ได้รับความชอบธรรม มีเรื่องคับแค้น จนตรอกและสิ้นหวัง

เมื่อฮันกังแบแตะตัว ลูกค้าจะเปิดใจเล่าเรื่องลับ ๆ ให้ฟัง วอลจูก็เอาเหล้าให้กินแล้วเข้าไปช่วยให้คลายทุกข์ แต่เส้นเรื่องรองของตอนต่าง ๆ แตกต่างกันไป ซึ่งในแต่ละเคสก็เคลียร์จบในตอนไม่มีค้างคา เริ่มตอนใหม่เป็นเรื่องของคนใหม่ที่บรรยากาศแตกต่างกันสิ้นเชิง มีดราม่าเรียกสะอื้นได้ในตอนที่ 2 มีเรื่องซับซ้อนข้ามภพในตอนที่ 3 มุกจิกกัดเรื่องระบบราชการในตอนที่ 4 เท่าที่ดูมา 4 ตอนยังหาความน่าเบื่อไม่เจอ อารมณ์ที่ได้ในตอนนี้ก็คือ ฮาไม่จำกัดจำนวน

เป็นคอมเมดี้เนียน ๆ แบบกลมกลืน

มองว่าความฮาน่าจะเป็นจุดขายของเรื่องนี้เพราะทั้งบทและคาแร็กเตอร์ตัวละคร เอื้อไปในทางนั้นซะส่วนมาก มีความโอเวอร์แอ็กติ้งเกินเบอร์ โดยเฉพาะตัววอลจูที่ใส่อินเนอร์ความฮาออกมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเนื้อเรื่องมีความจิกกัดสังคมโลก แทบจะทุกอณูของเนื้อเรื่องแล้วเป็นมุกที่เข้าใจง่ายไม่ยากเย็นอะไรซะด้วยสิ คือมาแบบเนียน ๆ ไม่เฝือแถมยังกลมกลืน ไม่ใช่มุกฮาน้ำตาเล็ดแต่สามารถขำได้ตลอดเรื่อง

สลับกับความดราม่าในเนื้อเรื่องของตอนนั้น ๆ ที่ไหลออกมาได้แบบไม่ขัดขา ในขณะที่วอลจูทำภารกิจคลายปมให้แต่ละคน นางจะออกแบบความฝันและเข้าไปในนั้น จัดการนู่นนี่นั่นจนประสบผลสำเร็จ ในส่วนนี้ความแฟนตาซีมาค่ะ มีชีวิตในโลกจริง โลกในความฝัน โลกหลังความตาย ที่ผสมความคอมเมดี้พร่างพราวตลอดทั้งเรื่อง เป็นมุกกระจัดกระจายสไตล์เกาหลีที่ไม่เลอะเทอะ เวลาขำก็ขำจริง ถึงบทดราม่าก็ซึ้งจริงแบบพอดิบพอดี ไม่ถึงขนาดหัวเราะท้องแข็งหรือดราม่าน้ำตาเล็ด

เป็นดราม่าตื้นตันตีแผ่สังคมและแอบบู๊

ถึงเนื้อเรื่องจะครอบคลุมความเป็นคอมเมดี้ แต่มีความดราม่าและเสียดสีสอดไส้อยู่ กำลังขำ ๆ อยู่ดี ๆ อารมณ์ดราม่าก็มาซะงั้นและมาแบบเนียน ๆ ไม่ฉึบฉับ ดูกลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องหน้าตาเฉย แถมยังเป็นความจริงในสังคมโลกที่ไม่ว่าจะอยู่ซีกไหนของมุมโลกก็ล้วนแล้วแต่จะต้องพบเจอกับเรื่องราวเหล่านี้ ความอยุติธรรมที่แบ่งแยกชนชั้นที่ฉาบอยู่ในทุกยุคสมัย การถูกกดขี่ข่มเหงจากคนในสังคม ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้ดีและเข้าถึง จนไม่ไปกระทบกับความคอมเมดี้ที่กำลังขายอยู่

อีกอารมณ์ที่ซีรีส์ใส่เข้ามาคือ บู๊แอ็กชัน ที่แน่นอนว่ามันก็ไม่กระดากอีกนั้นแหละ เพราะตัวเรื่องและบทที่ดำเนินในฉากนั้น เกิดจะเข้ากันดีซะอีกด้วยซึ่งแอ็กชันกับคอมเมดี้ก็เข้ากันดีมานานแล้วในซีรีส์ที่เราเห็นจนชินตา พอมาอยู่ในเรื่องนี้แล้วได้ ฮวังจองอึม กับ ชเววอนยอง มาเข้าคู่กัน ก็บอกว่าสองคนนี้เอาอยู่กับบทบาทนี้จริง ๆ ซีรีส์มี 12 ตอนนะคะ แต่จะมาให้ดูอาทิตย์ละ 2 ตอนเพราะเขาออนพร้อมเกาหลี ดูมาถึง Ep4 แล้วก็เข้มขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่เพิ่งดูแค่ตอนแรกแล้วอาจจะคิดว่า ก็ธรรมดาไม่หวือหวาเท่าไหร่ แต่ดูต่อไปก่อนค่ะเพราะถือเป็นซีรีส์น้ำดีที่น่าสนใจมากทีเดียว

อดีตไม่หายและปัจจุบันก็ไม่ทิ้ง

ซีรีส์มีการ Flash back เข้าไปคลี่คลายปมก่อนตายของนางเอก ซึ่งเป็นจุดที่เราจะงงอยู่แล้วตั้งแต่ตอนแรก ว่าเอ้ยทำไมชาวบ้านซุบซิบนินทา นางเอกทำผิดอะไรถึงต้องโดนเผาบ้าน การเข้าไปพัวพันกับการรักษาอาการป่วยขององค์รัชทายาทมันเสี่ยงชีวิตถึงขนาดนี้เชียว แล้วผลตอบแทนที่ได้คือความตายเนี่ยนะ ก็เดี๋ยวเขามีโผล่ ๆ ให้เห็น ถึงจะยังไม่เฉลยแต่แววคลายปมก็มาแล้วและเราน่าจะต้องเสียน้ำตาให้กับชีวิตอาภัพของนางเอกแหง ๆ เห็นหน้าองค์ชายแล้วอารมณ์รักโรแมนติกน่าจะมาค่ะ

ใน Ep4 จะมีตัวละครเพิ่มมาอีกตัวนึงคือ คังยอริน (ช็องดาอึน) บอดี้การ์ดสาวผู้ไม่เคยมีแฟนมาก่อนและไม่สะทกสะท้านกับการสัมผัสแล้วเปิดใจของ ฮันกังแบ เหมือนจะมาเป็นคู่ของฮีรึเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ ดูเกี่ยวพัน ดูเหมือนจะใช่แต่ไม่ขอเดาเอาไว้ก่อนหรอกค่ะ เพราะดูเนื้อเรื่องที่ทิ้งท้ายไว้ที่ Ep4 แล้ว ปมไม่น่าจะง่ายขนาดนั้น แถมยังมีปมใหญ่โผล่แพลม ๆ มาให้น่าติดตามตอนต่อไปอีกด้วย จนอยากดู Ep5 เร็ว ๆ ซะแล้วละ

Mystic Pop-up Bar I มนตร์มายา ณ ร้านลับแล

ซีรีส์ออริจินัล Original Netflix

  • แนว : แฟนตาซี / ลึกลับ / คอมเมดี้
  • กำกับ : จอนชางกึน  
  • เขียนบท : แบฮเยซู (นักเขียนเว็บตูน) / ฮายุนอา (ผู้เขียนบทละคร)
  • จำนวน 12 ตอน
  • ช่องทางรับชม NETFLIX

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส