[รีวิว] 32 Malasana Street 32 มาลาซานญ่า ย่านผีอยู่ – อยู่บ้านผิด ระวังเจอผี อีหยังวะ

Release Date
25/06/2020
แนวภาพยนตร์
สยองขวัญ
เรต
PG
ความยาว
104 นาที
ผู้กำกับ
Albert Pinto
Malasana Street | 32 มาลาซานญ่า ย่านผีอยู่
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา
6.7
คุณภาพงานสร้าง
8.5
คุณภาพของบท / เนื้อเรื่อง
5
การตัดต่อ / การลำดับ และการดำเนินเรื่อง
6.6
ความคุ้มค่าเวลาในการรับชม
4.7
จุดเด่น
บรรยากาศหลอนน่ากลัวจัดเต็มจริง ๆ
เล่นกับความมืดและแสงไฟได้ดีทีเดียว
ปูทางบรรยากาศหลอนมาตั้งแต่ต้นเรื่องเลย
จุดสังเกต
เป็นเพียงการหยิบเอาเรื่องสยองของย่านที่มีคนตายเยอะมาใช้แค่นั้น บทไม่ได้มีอะไรที่เชื่อมโยงกับเรื่องจริงเลย
Jump Scare เสียงดัง และจังหวะตกใจจะเยอะไปไหน
ปมปัญหาที่เหมือนยังเคลียร์ไม่เสร็จ เลยออกมาแบบงง ๆ ลอย ๆ
ตัวหนังปูเรื่องและเล่นตกใจกับคนนานมากโดยที่แทบไม่ได้ปูเรื่องอะไรให้เลยในครึ่งแรก
6.3
สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ – เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1976 เมื่อครอบครัวอัลเมโด ย้ายจากบ้านหลังเก่าย่านชนบทเข้ามายังบ้านใหม่ในย่านมาลาซานญา กรุงมาดริด พวกเขาทุกคนตื่นเต้นที่ได้เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองหลวงกลางช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของประเทศสเปน แต่มีสิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ บ้านหลังนี้มีบางอย่างแถมมาด้วยซึ่งมันไม่ต้อนรับผู้มาเยือนหน้าไหนทั้งนั้น ซึ่งมันพร้อมเปลี่ยนการเริ่มต้นครั้งใหม่เป็นฝันร้ายที่ไม่มีทางลบเลือน

คอหนังสยองขวัญหลายคนย่อมซูฮกให้กับหนังสยองขวัญสัญชาติสเปน ซึ่งจะว่าไปก็มีหลายเรื่องที่ได้รับคำชมถึงความโหดเฮี้ยนหลอน เช่น The Devil’s Backbone (2001) Pan’s Labyrinth (2006) REC (2007) และ The Orphanage (2007) ฯลฯ เรียกว่า มีตามกันมาเพียบจนแยกออกมาเป็นอีกแนวได้แล้ว

เพราะไม่ใช่แค่ความน่ากลัวของวิญญาณที่มาหลอกหลอน แต่ยังเป็นเรื่องของการวางปมปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้วิญญาณไม่ใช่แค่สิงสู่อยู่ในที่แบบไม่ยอมไปผุดไปเกิดเท่านั้น แต่ยังผนวกกับเรื่องของปมความแค้น ทั้งปมของวิญญาณเอง และปมของผู้คนที่เข้าไปยุ่มย่ามกับวิญญาณนั้น ทำให้วิญญาณกลายเป็นวิญญาณแค้น และหนังผีสเปนก็กลายเป็นหนังผีที่ทั้งแปลกใหม่ หักมุม ดุ โหด และเฮี้ยนแบบสุด ๆ

มาปีนี้ แนวตระกูลหนังผีสเปนก็มีหนังเรื่องใหม่ออกมา นั่นก็คือ “32 Malasana Street ย่านผีอยู่” นั่นเอง ซึ่งตัวหนังไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอาหารอย่างลาซานญา หรือชื่อไทยก็ไม่ได้มาจากคำอีสาน “ย่านผีอยู่” (กลัวผีนะ) แต่อย่างใด

แต่ชื่อมาลาซานญา คือชื่อของย่าน Malasaña ซึ่งเป็นชื่อย่านหนึ่งในกรุงมาดริด ประเทศสเปนต่างหาก ซึ่งย่านนี้โดยเฉพาะถนนอัลโตนิโอ กริโล (Antonio Grillo) ที่เป็นถนนที่ขึ้นชื่อว่า เคยเป็นแหล่งการค้าขนาดใหญ่ แต่แล้วก็เสื่อมโทรมลง เพราะเกิดคดีอาชญากรรม คดีฆาตกรรม และคดีฆาตกรต่อเนื่องสุดโหดหลายร้อยคดี แถมยังมีสุสานทารกสำหรับฝังศพทารกที่ทำแท้ง และจากคลินิกทำแท้งในช่วงสงคราม แถมยังเป็นถนนที่เต็มไปด้วยการคอรัปชัน การกดขี่ข่มเหงจากชนชั้นปกครอง ก็เลยส่งผลทำให้ถนนเส้นนี้มีอัตราผู้เสียชีวิตมากที่สุดในกรุงมาดริดอีกด้วย ซึ่งทำให้ย่านมาลาซานญานี้ ถูกพูดถึงในฐานะของย่านต้องคำสาป ที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์วิญญาณเฮี้ยนที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น มาสิงสถิตมากมายนับร้อยปีไปในที่สุด

ซึ่ง Albert Pinto ผู้กำกับเจ้าของรางวัล Audience Award จากเวที Sitges Festival ก็ได้หยิบเอาตำนานย่านอาถรรพ์นี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยผูกเรื่องให้ พ่อ แม่ ลูก 3 คน และคุณปู่ใน “ครอบครัวอัลเมโด” ตัดสินใจขายบ้านเพื่อจะเข้ามาอยู่ในบ้านเล็ก ๆ เลขที่ 32 ในตึกย่านมาลาซานญา กรุงมาดริด เพื่อตามหาความฝันในเมืองใหญ่และมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แม้ว่าการมาอยู่ในเมืองหลวงจะสร้างความลำบากหลาย ๆ อย่างให้กับทั้งครอบครัวนี้ แต่เพราะเงินก้อนสุดท้ายจากการขายบ้าน จำต้องจ่ายค่าเช่าบ้านไปเกือบทั้งหมดแล้ว พวกเขาจึงไม่มีทางเลือก

จนกระทั่งแอมพาโร (Begoña Vargas) ลูกสาวคนโตของบ้านที่ฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส ได้ค้นพบความลึกลับไม่ชอบมาพากลในรูปของวิญญาณหญิงชราที่มาคุกคามชีวิตของครอบครัวนี้เป็นคนแรก ไม่ว่าจะตั้งแต่การเข้าสิงคนในครอบครัว หรือการลักพาน้องราฟาเอล (Iván Renedo) ลูกชายคนสุดท้องวัย 5 ขวบ น้องชายของแอมพาโรไปซ่อนในที่ลึกลับ

ซึ่งโทนโดยรวมของหนังเรื่องนี้ก็คือบรรยากาศของย่านมาลาซานญา กรุงมาดริด ประเทศสเปนในช่วงยุค 1970 ที่ปกคลุมไปด้วยช่วงเวลายุค 70’s ที่ลำพังมันก็มีความน่ากลัวด้วยบรรยากาศอยู่แล้ว ข้าวของ อาคาร บรรยากาศรอบตัว โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ถ้าไม่มีไฟก็คือมืดตึ้บไปเลย ผนวกกับเรื่องราวของวิญญาณอาฆาตที่ถูกจองจำไว้ในที่จำกัด ความโหดร้ายของวิญญาณที่ต้องทุกข์ทนทรมาน แรงแค้นของสิ่งลี้ลับที่พร้อมจะปลดปล่อยคำสาป มนต์ดำ หรือสิงสู่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามที่เข้าไปยุ่มย่ามกับวิญญาณชั่วร้าย ยิ่งพอมาผนวกเข้ากับกลิ่นอายความลึกลับ ไสยศาสตร์ กลิ่นอายแบบสเปนที่ผมก็บรรยายเป็นคำพูดไม่ถูกเหมือนกัน

สิ่งที่ผมว่าเป็นจุดเด่นที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้เลยคงเป็นเรื่องบรรยากาศนี่แหละครับ ที่สามารถเนรมิตบ้านเลขที่ 32 บนตึกชั้นสามย่านมาลาซานญาให้ออกมาทั้งคลาสสิกและน่ากลัวไปในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาคารภายนอก หรือภายในบ้านแต่ละห้องที่แม้ว่าเหตุการณ์จะอยู่ในยุค 70’s แต่เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งดูเก่าคร่ำคร่ากว่านั้นมาก คือเก่าชนิดที่ว่าผมเองรู้สึกได้กลิ่นอับชื้นในห้องนั้นเลย (ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลิ่นโรงหนังหรือเปล่านะ 555)

รวมถึงห้องอื่น ๆ อย่างเช่นห้องใต้ดิน ที่ก็ดูรกรุงรังสุด ๆ เลย และที่สำคัญคือ ตัวหนังใช้ประโยชน์จากความมืดและซอกเล็กซอกน้อยได้คุ้มมาก เพราะปกติด้วยความที่ยุคนั้นมันคงไม่มีไฟส่องสว่างอะไรนอกจากหลอดไฟ เพราะฉะนั้นเวลากลางคืนก็เลยจะมืดแบบ มืดตึ้บไปเลย แล้วตัวบ้านทั้งห้องของครอบครัวตัวเอก ก็จะมีห้องนั่นซอกนี่เล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งไอ้ความมืดและซอกต่าง ๆ ห้องโน้นห้องนี้นี่แหละที่ทำให้ภาพรวมของหนังดูน่ากลัวแบบทันตาเห็น

แถมตัวหนังเองก็ไม่ได้ประนีประนอมเลย เพราะเมื่อเริ่มเรื่องมาก็ปูบรรยากาศหลอน ๆ ในช่วง 4 ปีก่อนที่ครอบครัวนี้จะย้ายเข้ามาอยู่ด้วย จนกระทั่งเมื่อครอบครัวนี้ย้ายเข้ามา ก็เริ่มที่จะมีบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจทั้งหลายแหล่ปรากฏอยู่ทั่วไปในหนัง ซึ่งก็ทำเอาหลอนและลึกลับกันตั้งแต่ต้นเรื่องเลย

(รีวิวยังมีต่อหน้า 2 นะครับ ไม่เชื่อก็ลองคลิกดู)