The Legend of RS Film
The Legend of RS Film

ย้อนวันวาน “ยุค 90s” กับหนังดังในตำนานของ “RS Film” ที่ดูฟรีได้แล้ววันนี้บน YouTube

สำหรับคอหนังในยุคปัจจุบันที่อายุต่ำกว่าเลขหลัก 3 อาจจะโตมากับหนังไทยในแนวฟีลกู๊ดจากค่ายหนังอารมณ์ GTH/GDH แต่ถ้าถามพี่ ๆ รุ่นใหญ่วัยเลข 3 ถึง 4 ขึ้นไป ก็จะได้รับคำตอบว่าเติบโตมากับหนังวัยรุ่นแห่งยุคจากอาร์เอสฟิล์มที่เป็นส่วนหนึ่งของค่ายเพลงที่ชิงอันดับหนึ่งกับค่ายแกรมมี่อย่างอาร์.เอส. โปรโมชั่น ในยุคนั้นหนังจากอาร์เอสฟิล์มและไฟว์สตาร์ คือแหล่งร่วมการนำศิลปินนักร้องไปเล่นหนังอย่างครบวงจร ร้องเพลงดังก็ไปเล่นหนัง และขายอัลบั้มซาวด์แทร็กจากหนังได้อีกต่อหนึ่ง

อาร์เอสสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 2535 ปีเดียวกับที่ก่อตั้งค่ายเพลง โดยมีผลงาน รองต๊ะแล่บแปล๊บ เป็นผลงานเรื่องแรกในช่วงที่ศิลปิน ทัช ณ ตะกั่วทุ่งโด่งดังสุดขีด ก่อนที่อีก 2 ปีต่อมาจะตั้งอาร์เอสฟิล์มผลิตภาพยนตร์ขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวภายใต้การบริหารของคนวงการหนังอย่าง ผู้กำกับ “อังเคิล-อดิเรก วัฏลีลา” ที่ก่อนหน้านั้นโด่งดังจากงานกำกับ ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย (2528), ดีแตก (2530) และ ฉลุย (2531) ร่วมกับคู่หู “ปื๊ด-ธนิตย ์จิตนุกูล” ที่ปรึกษา (หลังจากบริหารค่ายหนังอาร์เอสฟิล์ม ก็ไปก่อตั้งค่ายหนังฟิล์มบางกอกที่สร้างหนังดังอย่าง บางระจัน กำกับโดยปื๊ดต่อ)

อังเคิล-อดิเรก วัฏลีลา
M39 เซอร์ไพรส์วันเกิด ผกก.อารมณ์ดี พี่ยอร์ช ฤกษ์ชัย 30 เม.ย. 2557 09:35 ...
จันทิมา เลียวศิริกุล, ยอร์ช-ฤกษ์ชัย และ มณฑล อารยางกูร ตอนที่มาอยู่ M39 แล้ว

ต่อมามีการเปลี่ยนบริหารมาเป็น “ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล” ผู้กำกับ โลกทั้งใบให้นายคนเดียว ต่อมาในปี 2543 ได้มีการเปลี่ยนชื่อจากอาร์เอสฟิล์มเป็นชื่อค่ายอาวองท์ จากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเรื่อยมา ตั้งแต่ราเชนทร์ลาออกไปอยู่สหมงคลฟิล์ม ก็มี “จันทิมา เลียวศิริกุล” และ “มณฑล อารยางกูร” เข้ามาบริหารก่อนที่ไม่กี่ปีต่อมา ก็ลาออกไปตั้งค่ายหนังเอ็ม 39 หลังจากนั้นค่ายหนังที่เริ่มต้นมาจากอาร์เอสฟิล์ม ก็ได้ลดบทบาทของตัวเองและถอนตัวจากวงการหนังไทยไป

อย่างไรก็ตามหนังของอาร์เอสฟิล์ม ตั้งแต่ปี 2535 ถึงปี 2546 ที่ถือว่าเป็นยุคทอง เต็มไปด้วยหนังที่ประสบความสำเร็จและถูกพูดถึงมาก (หนังเรื่องสุดท้ายจริง ๆ คือ บางกอกกังฟู (2554) รวมแล้วมีหนังทั้งหมด 51 เรื่อง) แจ้งเกิดศิลปินให้กลายเป็นนักแสดงควบคู่ไปด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการภาพยนตร์ไทยที่หลายคนคงคิดถึงบรรยากาศนั้น วันนี้ What the Fact ขอพาย้อนความคิดถึงกับ 15 หนังสุดฮิตของค่ายนี้ ผ่านช่อง YouTube Channel ของค่ายพระนครฟิล์ม และของสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่ได้นำมาลงให้แฟน ๆ ได้ชมกันฟรี ๆ ซึ่งสามารถเข้าไปชมอีกหลายเรื่องได้เลยที่นี่

รองต๊ะแล่บแปล๊บ (2535)

ภาพยนตร์เพลงผสมแฟนตาซี สร้างขึ้นจากกระแสความโด่งดังของ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ที่แจ้งเกิดจากอัลบั้ม “ทัช ธันเดอร์” แนวเพลงพอปแด๊นซ์ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกจากการสร้างของ บริษัท อาร์.เอส.โปรโมชั่น 1992 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีบริษัทในเครือที่เป็นบริษัทสำหรับผลิตภาพยนตร์โดยเฉพาะ หนังยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของนักแสดงตลก “ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง” ที่ในขณะนั้นยังอายุ 13 ปี ในเรื่องเขายังได้ฝึกฝีมือการเต้นแบบพี่ทัชด้วย นอกจากนั้นหนังยังการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ด้วย

หนังเข้าฉายวันแรก 14 มีนาคม 2535 และไมีการออกอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์แนวพอปแด๊นซ์และกลายเป็นเพลงฮิตทั้งหมด เช่น สู้ และ โดนจู่โจม นอกจากนั้น และยังภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวของวง “ไฮแจ็ค” ก่อนที่จะออกอัลบั้มเพลงของตัวเองอีกไม่กี่เดือนถัดมา วงนี้เป็นวงที่มีชื่อเสียงด้านการเต้นของอาร์เอสและต่อมาก็เป็นทำหน้าที่เป็นครูสอนเต้นประจำค่ายอาร์เอสด้วย

  • นักแสดง: ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง, วาสนา พูนผล, ภาณุเดช วัฒนสุชาติ, จตุรงค์ โกลิมาศ
  • ผู้กำกับ: ปรัชญา ปิ่นเแก้ว (เกิดอีกทีต้องมีเธอ, องค์บาก, ต้มยำกุ้ง)
  • เรื่องย่อ: “ทัช” (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) ฝันจะเป็นแชมป์การแข่งขันเต้น แต่นักเต้นคู่ปรับของเขานั้นมีฐานะและอิทธิพลเหนือกว่า จนกระทั่งเขาได้รองเท้าเก่าคู่หนึ่งซึ่งเกิดมีชีวิตขึ้นมาหลังถูกฟ้าผ่า และสามารถพัฒนาให้ทัชกลายเป็นนักเต้นชั้นยอด แต่ในวันก่อนแข่งรองเท้าคู่ใจของเขากลับถูกทำลายยับเยิน ทัชจึงชั่งใจว่าจะลงแข่งหรือไม่เมื่อไม่มีความหวังใดเหลืออยู่

โลกทั้งใบให้นายคนเดียว (2538)

“เราไม่ได้รักใครง่าย ๆ อย่างที่นายคิดนะ” ประโยคในตำนานที่สุดในภาพยนตร์ไทยประโยคหนึ่ง ที่สะท้อนความรู้สึกของนางเอกอย่าง ‘ป้อน’ ที่ส่งให้นักแสดง นุ๊ก-สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ถูกจดจำและยอมรับในฐานะนักแสดง จนสามารถรับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีตุ๊กตาทอง (รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี) ครั้งที่ 27 ตั้งแต่การแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก และหลังจากออกอัลบั้มในฐานะศิลปินเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2537

หนังสามารถทำรายได้ตลอดการฉายไปกว่า 55 ล้านบาท ความโด่งดังของหนังแจ้งเกิดคู่ขวัญคู่จิ้นแห่งยุค 90s “เต๋า-นุ๊ก” จนมีหนังและละครคู่กันตามมาอีกหลายเรื่อง นอกจากนั้น หนังยังมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมของตัวร้ายอย่าง “เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย” ที่เล่นได้โหดเหี้ยมสุด ๆ ส่วนผู้กำกับนั้นคือ ราเชนทร์ ลิ้มตระกูลที่ต่อมากลายเป็นผู้บริหารค่ายหนังในเครืออาร์เอสอย่างอาวองท์ แต่เขาก็ไม่เคยกำกับหนังในค่ายที่บริหารอีกเลย จนมากำกับหนังใหญ่อีกครั้งคือ จีจ้า ดื้อ สวย ดุ (2552) ให้สหมงคลฟิล์ม ส่วนบทของหนังนั้นก็เขียนโดยอีกหนึ่งผู้กำกับมากฝีมือของไทยอย่าง คงเดช จาตุรันต์รัศมี จาก ตั้งวง (2556) , Snap (2558) และ Where We Belong (2562)

เพลง “โลกทั้งใบให้นายคนเดียว” ร้องโดยเต๋า-สมชาย กลายเป็นเพลงฮิตตลอดกาลของนักร้องและอาร์เอส นอกจากนั้นหนังก็กวาดรางวัลมากมาย นอกจากรางวัลตุ๊กตาทอง นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ก็ยังมีนักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม รางวัลตุ๊กตาเงิน (สมชาย เข็มกลัด) รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี และกวาดอีก 8 รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 5 โดยเฉพาะรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายและหญิงยอดเยี่ยม

  • นักแสดง: เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, นุ๊ก-สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา, ปราโมทย์ แสงศร, เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย, อรุณ ภาวิไล, รุจน์ รณภพ
  • ผู้กำกับ: ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล
  • เรื่องย่อ: “ไม้” (สมชาย เข็มกลัด) และ “เม่น” (ปราโมทย์ แสงศร) สองพี่น้องที่หลงรักผู้หญิงคนเดียวกันอย่าง “ป้อน “(สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา) แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวที่กำลังย่ำแย่ ทำให้สองพี่น้องต้องก้าวขาเข้าสู่โลกสีเทา ด้วยการเข้าร่วมแก๊งขโมยรถที่มี “โต” (สุรศักดิ์ วงษ์ไทย) เป็นหัวโจกของแก๊ง และจากจุดเปลี่ยนนี้เองที่นำพาให้ชีวิตของทั้งสามคนให้ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีกต่อไป

เกิดอีกทีต้องมีเธอ (2538)

หลังความสำเร็จระดับปรากฎการณ์ของ โลกทั้งใบให้นายคนเดียว หนังอันดับที่สองอย่างเป็นทางการของอาร์เอสฟิล์ม ก็ตามเข้าฉายให้หลัง 3 เดือนในวันที่ 29 กันยายน 2538 โดยได้ทั้งพระเอกและผู้กำกับจาก รองต๊ะแล่บแปล๊บกลับมา ประกบกับนางเอกชื่อดังในเวลานั้น นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา ทำให้ทัช-นิ้ง กลายเป็นคู่ขวัญตลอดกาลอีกคู่หนึ่งของค่ายอาร์เอส (เล่นละครประกอบคู่กับทัชในปีนั้นอีกเรื่องอย่าง ภูตพิศวาส (2538) ต่อด้วย รักไร้อันดับ (2540), พริกกับเกลือ (2543) และแสงดาวฝั่งทะเล (2545))

เกิดอีกทีต้องมีเธอ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง พระสุรัสวดี ในสาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม, เทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ (ต่อมาคือรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ) จากสาขาเพลงนำยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, แต่งหน้ายอดเยี่ยม และเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ที่อาจเป็น Easter Egg หรือเบาะแสบอกใบ้เนื้อหาของสำคัญของหนัง ดิว..ไปด้วยกันนะ (2019) ของผู้กำกับมะเดี่ยว-ชูเกียรติ ก็คือในฉากเปิดเผยความจริงช่วงท้ายเรื่องของครูภพ และหลิวที่ห้องของหลิวนั้น บนผนังห้องมีโปสเตอร์หนัง “เกิดอีกทีต้องมีเธอ” แปะอยู่ด้วย นอกจากนั้น ยังมีหนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ CEO ของ Beartai ร่วมแสดงอยู่ด้วย ลองไปหาดูเองว่าฉากไหน ใบ้ว่าเป็นฉากในลิฟต์

หนังรักสุดดราม่า "ดิวไปด้วยกันนะ" ผลงานล่าสุดของ "มะเดี่ยว"
  • นักแสดง: ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา, โชคชัย เจริญสุข, ปภัสรา ชุตานุพงษ์, เทพ โพธิ์งาม
  • ผู้กำกับ: ปรัชญา ปิ่นเแก้ว (รองต๊ะแล่บแปล๊บ, องค์บาก, ต้มยำกุ้ง)
  • เรื่องย่อ: “แทน” (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) และ “เพียง” (กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา) เสียชีวิตโดยอุบัติเหตุทางรถยนต์ทั้งคู่ขณะเดินทางไปเชียงใหม่ ทำให้วิญญาณของทั้งคู่ต้องเปลี่ยนจุดมุ่งหมายการเดินทางใหม่เมื่ออยู่ในโลกหลังความตาย โดยภายใน 7 วันจะต้องกลับไปถึงประตูแห่งการเกิดใหม่ ซึ่งนั่นก็คือไปยังสถานที่ที่พวกเขาตายนั่นเอง หากกลับไปไม่ทันดวงวิญญาณก็จะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ระหว่างทางทั้งคู่ต้องฝ่าฝันอุปสรรรคจากวิญญาณร้ายที่อยากได้พลังของเพียงที่มีพลานุภาพมากเพราะตายในวันเกิด ส่วนเพียงก็ดูจะตัดใจจากแฟนที่รักมากไม่ได้

(อ่านต่อหน้าถัดไป)