[รีวิว] The Hater: ผรุสวาทจากชนชั้นปรสิต

Release Date

31/07/2020

สัญชาติ

โปแลนด์

ผู้กำกับ

ยาน โคมาซา

ความยาว

135 นาที

[รีวิว] The Hater: ผรุสวาทจากชนชั้นปรสิต
Our score
9.5

The Hater

จุดเด่น

  1. บทที่คมคายสมจริงค่อยพัฒนาตัวละครไปอย่างเข้มแข็งน่าเชื่อ ประกอบกับโพรดักชันและการแสดงที่ยอดเยี่ยม ทำให้เราอากปากเหวอเมื่อหนังไต่ระดับความเหี้ยมในใจมนุษย์จนถึงฉากจบ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่ได้ดู The Social Network, Parasyte หรือหนังไทยอย่าง ฉลาดเกมส์โกง ทีเดียว

จุดสังเกต

  1. หนังอาศัยสภาพบรรยากาศความรู้สีกร่วมสมัยอย่างผู้ลี้ภัยในยุโรป ความเหลื่อมล้ำชนชั้น และประเด็นด้านมืดของโลกออนไลน์ อาจจะหนักและทำให้ผู้ชมที่นิยมความบันเทิงสบาย ๆ ไม่ชอบการคิดตามมาก รู้สึกไม่สนุก
  • บท

    10.0

  • โพรดักชัน

    10.0

  • นักแสดง

    10.0

  • ความสนุก

    9.0

  • ความคุ้มค่าการรับชม

    8.5

นี่คือหนังโปแลนด์ความยาว 2 ชั่วโมงกว่าที่ตรึงความสนใจเราได้แบบยาว ๆ เลย ถ้าพูดถึงการดูหนังเน็ตฟลิกซ์คือการหาสมบัติในกองทราย นี่ก็เป็นหินอัญมณีอีกหนึ่งเรื่องที่เราอยากแนะนำสำหรับคอสายดราม่ามีชั้นเชิงที่ประทับใจมากับหนังอย่าง The Social Network ของ เดวิด ฟินเชอร์ และ Parasite หนังออสการ์ล่าสุดของ บองจุนโฮ

ความน่าสนใจแรกที่ทำให้ผมลองดูจากลิสต์หนังเข้าใหม่มากมายคือ ชื่อเรื่อง The Hater มันเรียกร้องความอยากรู้เราได้เพราะ ความเกลียดชังมันกลายเป็นอณูบรรยากาศที่อบอวลอยู่ในกระแสโลกทุกวันนี้ทั้งในโลกความจริงและโลกสมมติอย่างออนไลน์ เมื่ออ่านเรื่องย่อว่าเกี่ยวข้องกับการดำดิ่งลงสู่ด้านมืดของโลกอินเทอร์เน็ตก็ยิ่งดูเข้าที่เข้าทางกับสิ่งที่คาดหวัง และผลตอบรับของมันที่เสริมคุณค่าให้หนังคือมันไปชนะรางวัลหนังเล่าเรื่องยอดเยี่ยมจากเทศกาลอินดี้อเมริกันอย่างทริเบก้าฟิล์มเฟสติวัลมาด้วย นับว่าการันตีการมีของ และด้วยคะแนน 7 กว่า ๆ บน IMDb นี่ถือว่าไม่เลวเลยกับหนังลักษณะประมาณนี้จากประเทศกลุ่มยุโรป

ด้านผู้สร้างเองเพราะเป็นหนังโปแลนด์ที่ไม่คุ้นเคยนักก็ต้องขอแนะนำว่า เรื่องนี้ได้ผู้กำกับที่จัดเจนจากสายรางวัลอย่าง ยาน โคมาซา ที่ไปล่ารางวัลมาหลากหลายเวทีทั่วโลก ทั้งประสบความสำเร็จสุด ๆ เมื่อปีกลายกับหนัง Corpus Christi ตัวแทนชิงออสการ์จากโปแลนด์แข่งกับ Parasite และยังไปคว้าชัยจากหลายเวทีทั้งในประเทศ-นอกประเทศ ส่วนคนเขียนบทก็ได้ มาเตส ปาเซวิกซ์ ที่ร่วมงานกันคล่องมือจากเรื่อง Corpus Christi มาสานต่อความสำเร็จ

ผู้กำกับ ยาน โคมาซา (ซ้าย)

The Hater เป็นแนวดราม่าสะท้อนสังคม ที่ให้บรรยากาศหดหู่ สัมผัสความโกรธขึงที่ปะทุอยู่ใต้ผิวเนื้อของตัวละครนำนามว่า โทมัส เกียมซ่า เด็กหนุ่มที่มาจากฟาร์มชนบทและไต่เต้าตัวเองด้วยการสอบติดคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยวอร์ซอ แต่เพียงฉากเปิดเรื่อง เขาก็กำลังถูกอาจารย์ที่นับถือกำลังไต่สวนเรื่องที่เขาลอกบทความซึ่งส่งผลให้เขาถูกไล่ออก แม้เขาจะเว้าวอนว่าเป็นความผิดเพียงครั้งเดียวตลอด 3 ปีที่เขาร่ำเรียนมาอย่างยากลำบาก และบทความนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวชี้ขาดว่าสอบผ่านวิชานี้ด้วย อีกทั้งความจำเป็นส่วนตัวที่เขาไม่สามารถทำมันได้อย่างปกติก็เพราะความยากจนที่ทำให้ต้องทำงานส่งตัวเองเรียนไปพร้อมกัน เพียงฉากเปิดตัวก็คิดว่าผู้กำกับและมือเขียนบทสร้างตัวละครมาได้น่าสนใจมาก ๆ

ยิ่งในฉากต่อไปที่เกียมซ่าต้องไปหาครอบครัวอุปถัมภ์ที่ช่วยเหลือค่าเล่าเรียนให้เขาทุกเดือนอย่าง ครอบครัวคราซักกี ที่ภายนอกเป็นครอบครัวชนชั้นกลางค่อนสูงในสังคม และเกียมซ่าจงใจทิ้งโทรศัพท์เพื่อแอบบันทึกเสียงว่าลับหลังเขาครอบครัวคราซักกี โดยเฉพาะตัวลูกสาวนามกาบี้ที่เขาหลงรักจะมองเขาเป็นเช่นไรบ้าง และความหน้าไหว้หลังหลอกที่บอกว่าตนเป็นตัวแทนของเสรีภาพฝั่งซ้ายของครอบครัวคราซักกีก็ถูกฉีกทึ้งเผยหน้าตาอัปลักษณ์ที่มองเห็นเกียมซ่าเป็นเพียงสัตว์พิการที่น่าสงสารทางสังคมเท่านั้นได้อย่างโหดเหี้ยม

รุดนิก นักการเมืองไฟแรงตัวแทนฝ่ายซ้ายและชนชั้นสูงที่เข้ามาเป็นตัวเร่งในความสัมพันธ์ระหว่างเกียมซากับครอบครัวคราซักกี
กาบี้ คราซักกี ตัวละครที่ส่งผลต่อเกียมซามากที่สุดภายใต้ความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งเกลียด

และการที่สร้างพื้นตัวละครนำได้เข้มแข็งน่าสงสาร น่าเอาใจช่วย ก็พาเราทะยานไปในชะตากรรมแสนอาภัพวาสนาของเกียมซ่าจนเราดำดิ่งลงในบ่อน้ำไร้ก้นที่ชื่อโอกาสสุดท้าย แต่แท้จริงคือความพินาศทางศีลธรรมและความสิ้นศรัทธาในเหล่ามนุษย์ทีละน้อย จวบจนมวลบาปเหล่านั้นท่วมปอดของตัวละครและเราร่วงหล่นลงสู่ก้นบ่อทีละช้า

แบต้า เจ้าแม่ล็อบบี้ยิสต์เจ้านายผู้พาเกียมซาเพิ่มดีกรีจากการกระทำสีเทาสู่สีดำด้วย กลยุทธ์ซูนวู

โดยส่วนตัวชื่นชอบการแสดงจากภายใน เผยแรงแค้นที่ระอุใต้ดวงตาของ มาเชจ มูชาวลอว์สกี ที่แสดงเป็นเกียมซ่าอย่างมากการค่อย ๆ กลายร่างจากเด็กเนิร์ดที่โดนชะตากรรมเล่นงาน กักเก็บความแค้นจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมไว้พยายามเป็นคนดีที่ไม่มีใครสนใจ ค่อย ๆ ไขว่คว้าโอกาสเอาชีวิตรอดทำงานแอดมินที่คอยปั่นกระแสให้ผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเกลียดชังกลุ่มมุสลิมและผู้อพยพในยุโรป และรับรู้ผลจากการกระทำของเขาจากการเห็นคนส่งอาหารที่เป็นมุสลิมถูกทำร้ายมา แต่เขาก็ยังต้องเอาตัวรอดต่อไปและทำบาปที่มากขึ้นและยอมรับผลทุกการกระทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ นี่คือความสำเร็จของการสร้างตัวละครให้พัฒนาการสอดคล้องไปได้กับเส้นเรื่องที่สุดแสนจะเหลือเชื่อ กลายเป็นความสมจริงแบบบีบคั้นเราในโลกความจริงตามไปด้วย

มาเชจ มูชาวลอว์สกี

สรุป หนังเรื่อง The Hater เอาจริงคือหนังฟอร์มใหญ่ในระดับการปรากฏกายเฉกเดียวกับ The Social Network ในแบบโปแลนด์ ทั้งฟอร์มงานสร้างโพรดักชันที่เนี้ยบมาก ๆ และเนื้อหาที่แตกแขนงการถกเถียงไปได้ทุกระดับตั้งแต่ปัจเจกยันสังคมโลกที่ในบางมิติเล่นแรง สมจริงและคมคายกว่าหนังอย่าง Parasite เอาเสียด้วย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส