THREE-IDENTICAL-STRANGERS

[รีวิวสารคดี] Three identical strangers – แฝดสาม และความมหัศจรรย์ (โคตร) ดำมืด

THREE-IDENTICAL-STRANGERS
Release Date
26/11/2020
แนว
สารคดี
ความยาว
1.36 ชม. (94 นาที)
เรต
PG-13
ผู้กำกับ
Tim Wardle
ลองนึกภาพตามนะครับว่า วันหนึ่ง คุณใช้ชีวิตของคุณไปตามปกติ คุณรู้ดีอยู่แก่ใจว่าพ่อและแม่ของคุณคือใคร คุณรู้ว่าคุณเป็นลูกชายหรือลูกสาวของคนคนนั้น แต่วันหนึ่ง คุณกลับพบใครบางคนที่หน้าคล้ายคุณ พูดคล้าย ๆ คุณ และคิดคล้าย ๆ กันกับคุณอีกต่างหาก

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

และเท่านั้นยังไม่พอ เพราะจริง ๆ แล้วมีใครที่หน้าคล้ายคุณอีกคนหนึ่ง คุณที่เติบโตมาถึงค่อนชีวิตดันเพิ่งจะรู้จัก 2 พี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกันกับคุณ และดูเหมือนว่าคุณและพี่น้องของคุณ ทั้ง 3 คนดูเข้าขากันเป็นอย่างมาก เป็นพี่น้องที่แม้คุณจะไม่รู้จัก แต่ก็ดูจะผูกพันกันได้อย่างรวดเร็ว

ถ้าเป็นคุณ คุณจะคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกมหัศจรรย์ หรือเรื่องปกติของโลกใบนี้
แล้วถ้าเป็นคุณ คุณจะคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ

หรือมี “บางสิ่ง” ที่บงการ “ความบังเอิญ” นั้นอยู่…

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

หลังจากที่สารคดีเรื่องนี้ได้ฉายเปิดตัวในเทศกาลซันแดนซ์เมื่อปี 2018 และเข้าฉายในระบบสตรีมมิงอื่น ๆ ในต่างประเทศ 2 ปีต่อมา สารคดีเรื่องนี้โดยการกำกับของ Tim Wardle ก็ได้ฤกษ์ฉายบนแพลตฟอร์มที่แมสที่สุดในโลกอย่าง Netflix ซะที

แน่นอนว่า เรื่องราวการพบกันของคู่แฝดแท้ ที่มีเหตุให้ต้องพลัดพลากจากกัน แล้วก็กลับมาเจอกันอีกทีตอนที่ทั้งคู่โตแล้วเนี่ย มักจะอยู่ในสกู๊ปข่าวแปลก ๆ หรือคอลัมน์เรื่องเหลือเชื่อบนโลกออนไลน์ให้เราได้อ่านกันอยู่เนือง ๆ อยู่แล้ว

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

ตัวหนังเริ่มต้นเรื่องในยุค 1980 “บ็อบบี ชาฟราน” เข้าเรียนวันแรกในวิทยาลัยชุมชนซัลลิแวนเคาน์ตี ทันทีที่เขาเข้าไป เขาก็พบความผิดสังเกต เมื่อทุกคนที่เขาไม่รู้จักต่างเดินเข้ามาทักทายอย่างสนิทคุ้นเคย และดันเรียกเขาว่า “เอ็ดดี” แน่นอน เขามีความสงสัยว่า “เอ็ดดีไหนวะ ?” และนั่นคือจุดที่ทำให้เขาได้รู้ว่า เอ็ดดี คนนั้น (ที่ลาออกจากโรงเรียนไปกลางคันแล้ว) มีใบหน้าและน้ำเสียงที่เหมือนกับบ็อบบีมาก ๆ

เพราะว่าทั้งคู่คือฝาแฝด !

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

แล้วพอยิ่งปะติดปะต่อเรื่องราว เขาทั้งสองก็ได้พบความจริงอีกข้อก็คือ ยังมีคนที่มีใบหน้าเหมือนเขาอีกคน แน่นอนว่าต้องเป็น “เดวิด” ซึ่งก็คือแฝดคนที่ 3 พี่น้องแฝดแท้ร่วมท้องของบ็อบบีและเอ็ดดีนั่นเอง

ด้วยความมหัศจรรย์จากการพบเจอฝาแฝดที่พลัดพรากจากกันโดยบังเอิญ ทำให้พวกเขากลายเป็นที่สนใจของสื่อมากมายในชั่วข้ามคืน พวกเขาแต่งตัวเหมือนกัน พูดเหมือนกัน บุคลิกเหมือนกัน ไปออกรายการทีวีและสัมภาษณ์ลงหน้าหนังสือพิมพ์พร้อม ๆ กัน เรื่องราวของพวกเขากลายเป็นความมหัศจรรย์อันน่าเหลือเชื่อ หลายคนทึ่งในความที่พวกเขาทั้ง 3 มีอะไรที่เหมือนกัน แม้ว่าจะถูกเลี้ยงดูมาด้วยครอบครัวบุญธรรมที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลายคนมองพวกเขาเป็น “ข่าวแปลก” ไม่ต่างอะไรกับฝาแฝดอิน-จัน

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

ตัวสารคดีเองค่อนข้างทุ่มเทกับการเคลือบ 1 ใน 3 ของหนังเรื่องนี้ด้วยจังหวะการเล่าแบบบันเทิงคดีล้วน ๆ ทั้งการแทรกช็อตการแสดงจำลองเหตุการณ์จริง การแทรกฟุตเตจรายการทีวีต่าง ๆ ที่ฝาแฝดทั้ง 3 ได้ไปออก รวมถึงเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของพวกเขาที่มีความสุข พวกเขาเหมือนเป็นเพื่อนและพี่น้อง พวกเขาเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ด้วยกัน และแถมยังออกไปเมาเละด้วยกันทุกคืน พวกเขาสนิทกันมาก ๆ จนกระทั่งเปิดร้านอาหารร่วมกันเลยด้วยซ้ำ จนแทบจะเรียกได้ว่า นี่เป็นหนังวัยรุ่นฟีลกู้ดโลกสวยเรื่องหนึ่งได้เลยแหละ

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

แม้ว่า 3 พี่น้องฝาแฝดทั้ง “โรเบิร์ต ชาฟราน” “เอ็ดดี แกลแลนด์” และ “เดวิด เคลแมน” จะล่วงรู้แล้วว่า พ่อแม่ของทั้ง 3 คน เป็นพ่อแม่บุญธรรมที่รับเลี้ยงพวกเขาแบบเปิดเผย แต่สารคดีก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะกำลังจะนำเราไปสู่เรื่องราวที่กำลังจะดำมืดขึ้นเรื่อย ๆ

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

พ่อแม่บุญธรรมทั้ง 3 ครอบครัวรับพวกเขามาเลี้ยงในปี 1961 ผ่านหน่วยงาน “หลุยส์ ไวส์ เอเจนซี” ที่ปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เพียงความลับเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อเข้าสู่องก์ที่ 2 ตัวหนังเองก็เริ่มจะพาเราดำดิ่งไปสู่ความมืดมนบางอย่าง เมื่อมีคนสังเกต และตั้งข้อสงสัยว่า

ก็แล้วทำไมจะต้องแยกแฝดสามออกจากกันด้วยล่ะ ?

สิ่งที่พาเราไปค้นพบความดำมืดนั้นก็คือ สาเหตุของการจับแยก “แฝดสาม” ออกจากกัน แล้วมอบให้ครอบครัว 3 ครอบครัวที่มีฐานะแตกต่างกันอย่างสุดขั้วเป็นผู้รับอุปการะเลี้ยงดูนี่แหละครับ (ซึ่งขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ เดี๋ยวจะสปอยล์) ณ จุดนี้ ตัวหนังเองเริ่มเปลี่ยนทิศทางจากหนังบันเทิงคดีที่ว่าด้วยเรื่องของมหัศจรรย์แห่งชีวิตของแฝด 3 ที่มาเจอกันโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน กลายเป็นสารคดีสืบสวนสอบสวนหาที่มาของพวกเขา และสาเหตุของการจับแยกพวกเขาออกจากกัน

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

ก่อนที่จะพาเราเข้าไปพบกับสาเหตุอันชั่วร้าย ที่ทำให้โชคชะตาของแฝดทั้ง 3 ต้องไปอยู่ และถูกเลี้ยงดูในครอบครัวที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว คนหนึ่งอยู่กับครอบครัวคนรวยฐานะดี การศึกษาสูง คนหนึ่งอยู่กับครอบครัวชนชั้นกลางในเมืองที่แสนจะเป็นมิตร และอีกคนอยู่กับครอบครัวชนชั้นล่างฐานะง่อนแง่นที่แสนจะเคร่งครัดในกฏระเบียบ และเมื่อ ลอว์เรนซ์ ไรท์ นักข่าวและนักเขียน สามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างที่เป็นสาเหตุของการแยกแฝดสามนี้ได้อย่างลับ ๆ สารคดีเรื่องนี้ก็กลายเป็นสารคดีที่ตีแผ่ด้านมืดของวงการจิตวิทยาไปในทันที

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

ความดำมืดยังไม่จบเพียงเท่านั้นครับ เพราะตัวหนังยังเล่าถึงผลกระทบอันร้ายแรงของการที่ทั้ง 3 ถูกแยกจากกันและเลี้ยงในครอบครัวที่แตกต่างกัน แม้ว่าทั้งสามคนจะดูสนิทและเข้าใจกันดี แต่การที่ทั้ง 3 คนได้มาเจอกันตอนที่พวกเขาเติบโตแล้ว นั่นจึงส่งผลทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจอย่างที่หลายคนก็ไม่อาจคาดคิด และนั่นก็ส่งผลร้ายแรงในระดับที่ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้วด้วย

รวมไปถึงการตั้งคำถามใหญ่ ๆ ว่า แท้ที่จริงแล้ว การที่เราเกิดมาเป็นตัวเรา มีการกระทำ พฤติกรรม ความคิด (และปัญหาทางจิต) ในแบบของเราเองนั้น มันเกิดจากพันธุกรรมที่ตกทอดมาจากพ่อแม่ (ผู้ให้กำเนิด) หรือจากการเลี้ยงดู (โดยพ่อแม่บุญธรรม) กันแน่

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

หากจะมีข้อสังเกตเล็กน้อยสำหรับสารคดีเรื่องนี้ ก็คงเป็นเรื่องของวิธีการตัดต่อนี่แหละครับ การตัดต่อที่ไม่เรียบร้อยในบางจุดทำให้ตัวหนังมีความสะดุดอยู่นิดหน่อย และรวมถึงบทสรุปของตัวหนังที่อาจจะยังไม่ค่อยอิมแพ็กกับตัวเนื้อเรื่องเท่าไหร่

แต่ก็ต้องถือว่า ตัวสารคดีโดยรวม สามารถถ่ายทอดทั้งด้านสว่างและด้านมืดของเรื่องราวออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือโกหก ไม่ว่าคุณจะคิดว่าอาจเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ แต่สารคดีเรื่องนี้ก็อาจทำให้เราคิดต่อได้ว่า

ในโลกนี้ อาจมีพี่น้องคู่แฝดของตัวเราอยู่ก็เป็นได้นะครับ…

THREE-IDENTICAL-STRANGERS

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Three identical strangers
ความสมบูรณ์ของเนื้อหา
10
คุณภาพงานสร้าง
8.5
คุณภาพของบทสัมภาษณ์ / ประเด็น
7.8
การตัดต่อ / การลำดับ และการดำเนินเรื่อง
6.6
ความคุ้มค่าเวลาในการรับชม
8.8
จุดเด่น
การเล่าเรื่องในหลาย ๆ ประเด็นที่ลึกและรอบด้าน
เพลงประกอบประณีตและโดดเด่นมาก ๆ
แนะนำให้คลิกดูเรื่องนี้เลยโดยไม่ต้องดู Trailer นะครับ จะดีกว่ามาก
จุดสังเกต
การตัดต่อมีความไม่เรียบร้อยอยู่บ้างนิดหน่อย
ตอนช่วงที่ให้ XXX และ YYY (เซ็นเซอร์ชื่อเพื่อกันสปอยล์) ออกมาเจอหน้ากันตอนท้าย ๆ เรื่อง ถ้าขยายและขยี้ตรงนี้ได้อีกจะอิมแพ็กมาก
บทสรุปของหนังยังไม่อิมแพ็กเท่าไหร่
8.3