‘มาริโกะ อาโอกิ’ ปรากฏการณ์ปวดอึ ในร้านหนังสือ เป็นยังไงกันนะ ทำไมคนญี่ปุ่นสงสัยมานาน

เคยไหม ? เข้าร้านหนังสือทีไร เป็นต้องรู้สึกมวนท้องปวดอึขึ้นมาทุกที...

ถ้าคุณเคยมีอาการแบบนี้ละก็ ขอบอกไว้เลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็น และอาการนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกด้วย เพราะในประเทศญี่ปุ่นก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่มีอาการแบบนี้ ซึ่งอาการดังกล่าวจะเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงอุปทานหมู่ วันนี้เราจะแบไต๋ถึงที่มาที่ไปของอาการนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ย้อนไปเมื่อปี 1985 หญิงวัย 29 ปี จากเมืองซุงินะมิ กรุงโตเกียว ชื่อ ‘มาริโกะ อาโอกิ’ ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ ส่งไปยังนิตยสาร Book Magazine ภายในจดหมายได้เล่าถึงประสบการณ์ประหลาดที่เธอได้รับ “ฉันไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะอะไร” มาริโกะ อาโอกิเขียน “ตั้งแต่เมื่อประมาณสองหรือสามปีที่แล้ว เมื่อไรก็ตามที่ฉันเข้าไปร้านหนังสือ ฉันรู้สึกได้ว่าท้องไส้ของฉันมักมีอาการปั่นป่วน มวนท้องปวดอึ จนต้องรีบเข้าห้องน้ำทุกที”

หลังจากนิตยสารดังกล่าวถูกตีพิมพ์ สารจากมาริโกะเหมือนเป็นการจุดประกายให้คนอื่น ๆ ทำให้หลายคนเพิ่งรู้ตัวว่า ตนเองก็มีอาการปวดท้องถ่ายหนัก เมื่อเข้าร้านหนังสือเช่นกัน คนจำนวนมากที่ได้อ่านต่างพากันส่งจดหมายมายังนิตยสารว่า “ฉันเองก็มีอาการนี้เหมือนกันและที่สำคัญอาการที่ว่ายังเป็นแค่ที่ร้านหนังสืออีกด้วย”

อาการดังกล่าวที่เกิดขึ้น ตามปกติแล้วก็น่าจะเป็นเพียงเรื่องสุดแปลกของหญิงสาวคนนี้เพียงคนเดียว แต่เมื่อความแปลกนี้ได้รับการเผยแพร่ สื่อทีวีก็เริ่มให้ความสนใจ นิตยสารเจ้าอื่น ๆ ต่างก็นำเรื่องไปเขียน จนทำให้จากอาการสุดแปลกของผู้หญิงเพียงคนเดียว กลายเป็นปรากฏการณ์หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น ‘พอปคัลเจอร์’ ของชาวญี่ปุ่นในช่วงนั้นไปเลยก็ว่าได้ ซึ่งในที่สุดปรากฏการณ์นี้ก็ถูกตั้งชื่อเป็นชื่อของเธอ

จากความแพร่หลายของอาการสุดแปลกที่ทำให้ปรากฏการณ์ปวดอึในร้านหนังสือถูกเรียกว่า ปรากฏการณ์ ‘มาริโกะ อาโอกิ’ (Mariko Aoki Phenomenon) ชาวญี่ปุ่นก็ดูจะเชื่อว่าอาการนี้มีอยู่จริง ไม่ได้เป็นเพียงการอุปทานหมู่แต่อย่างใด จนรายการโชว์ของญี่ปุ่นในช่วง 1990’ s – 2000’ s ต่างก็นำประเด็นของปรากฏการณ์นี้มาเป็นหนึ่งคำถามในเกมถาม-ตอบ

อีกทั้งยังมีผู้นำประเด็นนี้ไปทำการสำรวจถึงจำนวนของคนญี่ปุ่นที่มีอาการดังกล่าว ผลสำรวจปรากฏว่า กลุ่มประชากรตัวอย่างประมาณ 10-25% ล้วนมีอาการแบบนี้ และจากการสำรวจก็ได้มีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ท่วมท้นฉับพลันและทนไม่ได้ที่จะอั้นถ่ายอุจจาระ ซึ่งฉันจะรู้สึกได้เฉพาะในเวลาที่อยู่ร้านหนังสือเท่านั้น เพราะเมื่อฉันเข้าไปในห้องสมุดฉันกลับไม่รู้สึกถึงอาการนี้เลย” อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ออกมาให้เหตุผลถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการดังกล่าว

ทฤษฎีสมคบคิด ปรากฏการณ์ ‘มาริโกะ อาโอกิ’

แม้ในทางวิทยาศาสตร์จะอธิบายไม่ได้ว่า ทำไมการเข้าร้านหนังสือถึงทำให้คนมีอาการปวดอึได้ คนจำนวนหนึ่งก็ยังไม่หยุดที่จะพยายามหาคำตอบ จนทำให้เกิดคำอธิบายมากมายหลายแบบถึงที่มาของปรากฏการณ์นี้ ซึ่งเราขอหยิบยกคำอธิบายที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดมา 3 ข้อ ดังนี้

คำอธิบายที่ 1 เชื่อว่าการสูดดมสารเคมีในหมึกของหนังสืออาจทำให้คนเกิดอาการปวดหนักก็เป็นได้ ซึ่งจากการสัมภาษณ์มาริโกะ อาโอกิ ทำให้ทราบว่าเธอทำงานในโรงพิมพ์ จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาการนี้เกิดจากการสูดดมหมึกของหนังสือใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ต่อมารายการทีวีของญี่ปุ่นอย่าง “The Real Side of Un’nan” ได้นำประเด็นนี้ไปทำการทดลองเพื่อหาข้อเท็จจริง ด้วยการให้คนดมน้ำหมึกที่ใช้พิมพ์หนังสือ ผลปรากฏว่ากลิ่นของน้ำหมึกไม่ได้ทำให้คนปวดอึแต่อย่างใด

คำอธิบายที่ 2 เชื่อว่าเป็นการเกิดขึ้นจากระบบประสาทอัตโนมัติมีการทำงานที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น  อธิบายง่าย ๆ ว่าอาการนี้อาจจะมาจากการที่คนญี่ปุ่นมีนิสัยรักการอ่าน ชอบหยิบหนังสือเข้าไปอ่านในห้องน้ำเป็นประจำ ร่างกายจึงจดจำการอ่านหนังสือกับการอึโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นที่มาของบางคนที่มีอาการถ่ายไม่ออกหากไม่มีอะไรให้อ่าน แต่ทฤษฎีนี้ก็อาจจะถูกปัดตกไป เพราะจากนิสัยรักการอ่านของคนญี่ปุ่นที่มักจะอ่านหนังสือได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบนรถเมล์ บนรถไฟใต้ดิน หรือแม้แต่ในห้องสมุดหรือที่บ้าน ก็ไม่ได้มีอาการปวดอึเหมือนเวลาไปร้านหนังสือ

คำอธิบายที่ 3 (ดูจะเป็นคำอธิบายที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด) เชื่อว่าเกิดจากสรีระท่าทางในการก้มหยิบหนังสือที่วางตามชั้น รวมถึงการทำให้ขาทำมุมกับลำตัวเหมือนตอนนั่งในห้องน้ำ ทำให้เป็นการกระตุ้นลำไส้ใหญ่ให้ขยับหรือเปลี่ยนรูปร่างให้ยืดตรง เมื่อก้มไปหยิบหลาย ๆ เล่มทำให้ลำไส้เกิดการยืดและหดหลายรอบ จึงเหมือนเป็นการกระตุ้นให้ปวดอึ

เป็นที่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีงานวิจัยอย่างเป็นทางการที่สามารถให้คำอธิบายเกี่ยวกับ ‘ปรากฏการณ์มาริโกะ อาโอกิ’ ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณคุณมาริโกะ อาโอกิ ที่ออกมาแชร์ประสบการณ์นี้ ทำให้ใครหลาย ๆ คนไม่ต้องคิดไปเองว่ามีอาการประหลาดนี้เพียงคนเดียว

อ้างอิง iflscience wikipedia

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส