“In The End” ของ Linkin Park กลายเป็นเพลงนูเมทัลเพลงแรกในประวัติศาสตร์ที่มียอดสตรีม 1 พันล้านครั้ง ! บน Spotify

หลังจากที่ MV เพลง “In The End” มียอดวิวถึง 1 พันล้านครั้งบน YouTube ไปแล้วเมื่อปีก่อน ล่าสุดเพลงคลาสสิกสุดฮิตของวงนูเมทัล Linkin Park ก็ได้มาถึงอีกหลักไมล์หนึ่งที่น่าทึ่งนั่นคือเพลงนี้ได้กลายเป็นเพลงนูเมทัลเพลงแรกในประวัติศาสตร์ที่มียอดสตรีม 1 พันล้านครั้งบน Spotify

“In The End”  คือบทเพลงฮิตสุดคลาสสิกของ Linkin Park จากอัลบั้ม ‘Hybrid Theory’ หนึ่งในอัลบั้มร็อกที่ขายดีที่สุดตลอดกาลด้วยยอดจำหน่ายกว่า 10.8 ล้านชุดทั่วโลก ซึ่งพวกเขาได้นำเอาสไตล์ดนตรีที่แตกต่างหลากหลายมาหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกัน (สมกับชื่อของอัลบั้ม) จนกลายเป็นมรดกของวงการดนตรีในที่สุด ในด้านคุณค่าทางศิลปะผลพวงของอัลบั้มนี้ก็คือการปูทางแนวดนตรีที่มีชื่อว่า ‘นูเมทัล’ เอาไว้ให้กับโลกใบนี้โดยมี “Crawling” “One Step Closer” และ “In The End” เป็นซิงเกิลแนวหน้าที่ปล่อยออกมาเขย่าโลกใบนี้ ซึ่งนักฟังเพลงทั่วโลกก็ได้ให้การต้อนรับมันอย่างดีด้วยความตื่นเต้น หรือแม้แต่สถาบันอันทรงเกียรติอย่างแกรมมี่อวอร์ดก็พร้อมที่จะมอบรางวัลให้กับผลงานดนตรีอันยอดเยี่ยมเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

ชิโนดะได้เล่าให้ฟังถึงช่วงเวลาที่แต่งเพลงฮิตระดับตำนาน “In The End” ว่า

“เรามีเพลงมากมายที่เราชอบมาก แต่เรารู้ว่าเราต้องการอย่างอื่นที่เจ๋งขึ้นไปอีกขั้นนึง และผมบอกกับตัวเองว่าผมจะต้องหามันให้เจอให้ได้ ผมขังตัวเองอยู่ในสตูดิโอที่ใช้ซ้อมของเราใน Hollywood and Vine ในช่วงเวลานั้นบรรยากาศรอบ ๆ Hollywood and Vine มีทั้งคนติดยาและโสเภณีทุกหนทุกแห่ง ดังนั้นเราจะไม่เข้า ๆ ออก ๆ ที่นั่นแน่ พอถึงเวลาประมาณทุ่มนึงผมก็เลยเข้าไปล็อกประตูแล้วค้างคืนที่นั่น มันไม่มีหน้าต่างหรืออะไรเลย ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นกี่โมงแล้ว ผมเขียนเพลงอยู่ทั้งคืนและจบลงด้วยการได้ In The End มาในตอนเช้า”

This image has an empty alt attribute; its file name is Linkin-Park-Chester-One-Year-Gallery-1-1024x576-1.jpeg

หลังจากนั้นร็อบมือกลองก็เป็นคนแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ตอนนั้นเขาตื่นเต้นมากและพูดกับชิโนดะว่า “ฉันกำลังคิดจินตนาการว่าเรากำลังต้องการเพลงเพราะ ๆ ที่พาเราไปอีกระดับหนึ่ง โดยที่ท่อนฮุคของเพลงนั้นต้องเป็นเพียงสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ และเพลงที่นายทำนี่แหละคือสิ่งที่ฉันจินตนาการถึงอยู่เลยเพื่อน” นั่นคือความมั่นใจแรกที่ชิโนดะได้รับ หลังจากนั้นความมั่นใจอื่น ๆ จากสมาชิกวงก็ตามมาสมทบ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีเรื่องให้ดราม่าเมื่อ ฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปิน หรือ A&R ของค่ายกำลังกังวลใจกับการแรปของชิโนดะ เขาคอยเปิดเพลงนี้ให้คนอื่นฟังและถามว่า “มันไม่โอเคใช่มั้ย ?” เขาพยายามจะให้ชิโนดะเลิกร้องแรปและไปเล่นแต่กีตาร์หรือคีย์บอร์ดเพียงอย่างเดียว แต่สุดท้ายเชสเตอร์ เบนนิงตันนั่นแหละที่เข้ามาช่วยชิโนดะไว้และยืนยันว่ามันต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นจนในที่สุดสองประสานระหว่างชิโนดะและเชสเตอร์ก็ได้กลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Linkin Park ที่มิอาจปฏิเสธได้

และสุดท้ายเมื่อเพลงนี้ได้เดินทางผ่านการเวลาเพื่อพิสูจน์ความเป็นบทเพลงอันยิ่งใหญ่ของมันเราก็ได้เห็นแล้วว่านี่คือบทเพลงที่ “จำเป็นต้องมีอยู่” บนโลกใบนี้.

อ่านเรื่องราวของอัลบั้ม ‘Hybrid Theory’ และที่มาของบทเพลงต่าง ๆ ในอัลบั้มได้ใน 20 ปีอัลบั้ม Hybrid Theory ของ LINKIN PARK กับทุกเรื่องราวของทุกบทเพลงที่เป็นหมุดหมายสำคัญของวงการดนตรี Nu-Metal

Source

1 / 2

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส