[รีวิว] มนตร์รักหนองผักกะแยง : คอมเมดี้ใสซื่อ ม่วนซื่น บอกตัวตนคนอีสาน

จุดเด่น
ละครฟีลกู๊ดที่บอกเราว่า บ้านคือสถานที่ที่อบอุ่นที่สุดในโลก และครอบครัวคือที่พักใจอันดับหนึ่ง การกลับไปทำกินที่บ้านเกิดไม่ใช่การซมซาน
ต้อนรับนางเอกใหม่ช่อง 3 โบว์ เมลดา ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นเคมีพระ-นาง ที่เข้ากับ ณเดช คูกิมิยะ ได้สะอาดสะอ้าน น่ารัก
ม่วนซื่น ม่วนหลาย แบบไม่มีนางอิจฉา มันเลิศตรงนี้ และแม่น้อย โพธ์งาม เป็นยายเพียรที่อบอุ่น เรียกว่าตีบทแตกทุกตัวละคร
จุดสังเกต
10

เรื่องราวของ ‘เขียว’ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) หนุ่มอีสานมีปมที่จากบ้านไปร่ำเรียนในเมืองกรุงฯ แต่สุดท้ายก็ต้องหวนคืนบ้านเกิดเมื่อต้องพบกับเรื่องราวสุดบอบช้ำที่เขาไม่คาดฝัน หนทางเยียวยาที่เหลือเพียงทางเดียวก็คือ ‘กลับบ้าน’ แต่ในใจที่ยังปฏิเสธความเป็นตัวตน ทำให้เขาต้องการขายที่ดินของยายเพื่อเงิน 30 ล้านบาท ก็ได้ยินว่าที่ผื่นนั้นมันมีมูลค่าเท่านี้เลยเชียวนะ

แต่อะไรมันจะง่ายขนาดนั้นล่ะบักเขียว เพราะที่ดินผืนนี้มี ‘ชมพู่’ (โบว์ เมลดา สุศรี) เป็นคนเช่าที่ดินทำไร่ ‘แบ่งฝันปันรัก’ ไร่นาสวนผสมเกษตรอินทรีย์ หากเขียวต้องการได้ที่ดินคืนก็ต้องต่อสู้กันสักตั้ง พิสูจน์ตัวเองว่าสมควรได้ที่ผืนนี้คืนไป เขียวต้องทำงานในไร่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดยมีเพื่อนและครอบครัวทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่จะได้รับกลับคืนมา มันมีค่ามากมายกว่าที่ดิน 30 ไร่ นี้ด้วยซ้ำ

บรรยากาศฟีลกู๊ด สุขใจในบ้านเกิด

สดชื่นมากมายกับบรรยากาศโดยรวมที่ละครเรื่องนี้บรรจงสร้างมาเสิร์ฟคนดูอย่างเรา ๆ ที่ต้องสู้ชีวิตอยู่เมืองกรุง ถึงแม้ผู้เขียนจะเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด แต่ชอบมากมายที่ครั้งหนึ่งเคยได้ไปใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ ชาวสวนอยู่ต่างจังหวัด และแน่นอนค่ะว่าไร่นาที่ผู้เขียนไปทำมานั้น คล้ายกับละครเรื่องนี้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ อยากจะบอกว่าทุกอย่างที่ละครเรื่องนี้นำเสนอ สามารถเกิดขึ้นได้จริงและสามารถสร้างรายได้เลี้ยงชีพให้อิ่มหนำได้จริง ๆ นะคะ ไม่ขายฝันหรอกเด้อ (ถ้าตั้งใจจริง)

สิ่งที่ละครเรื่องนี้บอกกับเราก็คือ ‘ทุกคนต้องมีบ้านให้กลับ’ เพราะบ้านพร้อมที่จะเป็นรังสุดท้ายของเราเสมอ การ กลับไปซบอกบ้านเกิดไม่ใช่การซมซาน อย่างที่ใครกล่าวหา แต่เป็นการสำนึกรักและเห็นคุณค่ากับส่งที่เรามีอยู่ จนอยากจะพัฒนาให้มันดีขึ้นเพื่อเราทุกคน ในเรื่องนี้ ‘เขียว’ กลับบ้านมาแบบนกปีกหัก ใจจริงก็แค่จะมาพักให้หายเหนื่อยแถมยังอยากจะกอบโกยเพื่อตัวเองด้วยซ้ำ แต่เมื่อกลับมาพบกับการต้อนรับที่อบอุ่น วันคืนเก่า ๆ และความสุขสงบที่พบเจอ ใครจะอยากไปไหนอีกล่ะจริงไหม

ละครเสิร์ฟต่อแบบม่วน ๆ ด้วยความน่ารักของชาว ‘หนองผักกะแยง’ เป็นคอมเมดี้อบอุ่น สุดน่ารัก ฮากรุบกริบจนถึงฮาดัง ๆ ได้ในหลายฉาก แต่ยังเน้นความเป็นครอบครัวใหญ่ที่มี ‘ยายเพียร’ (น้อย โพธิ์งาม) เป็นเสาหลักของหมู่บ้านก็ว่าได้ ผสมผสานไปกับวิถีชีวิตของคนอีสานที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หาอยู่หากินได้จากธรรมชาติโดยที่เงินกลายเป็นปัจจัยรอง เพราะของหลายอย่างถึงมีเงินก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ กบ เขียดตามท้องนา ผักกะแยงและพืชผักอื่น ๆ ที่ขึ้นดกอยู่ตามหนอง ถือเป็นละครพักใจที่หากว่าเหนื่อยนัก ก็มานั่งดูละครเรื่องนี้สิ ม่วนหลาย…ว่ากันอย่างนี้เลยละ

เคมีสะอาดของพระนาง ที่สดใสเป็นธรรมชาติ

เรื่องนี้ใช้ตัวแทนสองฝั่งเป็นพระ-นาง ‘เขียว’ เป็นตัวแทนของคนอีสานที่จากบ้านไปเมืองกรุงฯ ไปแบบอยากจะลืมตัวตนกันไปเลย หนีกลิ่นปลาร้า หนีรสชาติเผ็ดร้อนหอมซ่าของผักกะแยงไปแบบ ไม่อยากจะหันหลังกลับ แม้แต่ภาษาอีสานก็ไม่อยากจะพูดออกมาซะด้วยซ้ำ แตกต่างกับ ‘ชมพู่’ ที่หลังจากเรียนจบเกษตรก็กลับมาพัฒนาบ้านเกิด รักความเป็นอีสานและที่สำคัญ ชมพู่เป็นตัวแทนของความใสซื่อจริงใจที่มีอยู่ในคนอีสานแทบทุกคน

ทุกอย่างที่เป็นชมพู่มีแต่ความจริงใจที่ออกมาจากข้างในจนสัมผัสได้ และทำให้เราหลงรักตัวละครตัวนี้ไปแบบไม่รู้ตัว ซึ่ง ‘โบว์ เมลดา’ ถ่ายทอดบทบาทของชมพู่เอาไว้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ถือเป็นการเปิดตัวนางเอกใหม่ช่อง 3 ได้แบบน่าชื่นชม ปังยาว ๆ ไปเลยจ้ะ ฉากร้องไห้ที่ร้องออกมาแบบเด็ก ๆ มันแทนความใสซื่อได้อย่างตรงไปตรงมา และการกลับใจของเขียวที่ความรักและความอบอุ่นจากบ้านเกิด ทำให้เขียวยอมรับความเป็นตัวเองในที่สุด ‘ณเดช คูกิมิยะ’ ก็ถ่ายทอดบทนี้ออกมาได้แบบไม่ผิดหวัง แถมยังมีเพลงประกอบติดหูที่โดนใจคนไกลบ้านเข้าไปอีก อวยแหลกลาญค่ะเรื่องนี้ เพราะมันฟีลกู้ดกับหัวใจได้ตรง ๆ

กับตอนจบที่บอกว่าทุกอย่างที่ผ่านมาล้วนอยู่ในแผน

คอมเมดี้มีหักมุมค่ะบอกเลย เราจะเห็นละครแนวอีสานมามากมายก็หลายเรื่อง แต่ละเรื่องก็จะจัดบรรยากาศม่วนซื่นแบบอีสานกันแพรวพราว ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต่าง กลิ่น สี บรรยากาศครึกครื้น เถิดเทิงตามสไตล์อีสานบ้านเฮา มีดราม่า มีเฮฮา มีความรักกุ๊กกิ๊กของพระนางที่ ทำให้เราต้องยิ้มตามแน่นอน เข้ากันดี๊ดีค่ะสองคนนี้ แต่ที่แตกต่างไปจากละครเรื่องอื่น ๆ ก็คือ บรรยากาศที่ปรุงมาเสิร์ฟมันช่างให้ความรู้สึกสดใหม่ สดชื่นและไม่ใช่การขายฝัน

แถมเรื่องนี้มีตอนจบที่ร้องว้าว ตบเข่าฉาด ที่ผ่านมามันเป็นอย่างนี้เองเรอะ แถมยังเรียงเสียงฮาและความสุขภายในบ้านได้แบบ ม่วนซื่นของแท้ และบอกกับเราทุกคนเลยว่า ทุกอย่างที่ผ่านมาทั้งหมด มันอยู่ในวงล้อมของคำว่า ‘รัก’ ตั้งแต่ต้น แถมท้ายด้วยความจริงที่ว่า ต่อให้เราจากบ้านไปเติบโต สุขสบายและทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแค่ไหน แต่ส่งที่เราต้องเสียไปคือความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาที่จะได้อยู่กับครอบครัว ซึ่งมันจรงซะด้วยสิสำหรับคนไกลบ้าน ใครที่ดูจบแล้วจะรู้สึกเหมือนกับผู้เขียนไหม แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูละครเรื่องนี้ ก็อยากให้ใช้เรื่องนี้เป็นละครฮีลใจกันสักเรื่อง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

มนต์รักหนองผักกะแยง (ละครจบแล้ว)

  • บทประพันธ์โดย : ช.เรเชล
  • บทโทรทัศน์โดย : ช.เรเชล
  • กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
  • ผลิตโดย : บริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
  • ควบคุมการผลิตโดย : เอกนรี วชิรบรรจง
  • รับชมย้อนหลังได้ทาง : Wetv

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส